- หน้าแรก
- ระบบบำเพ็ญเพียรขั้นเทพ
- บทที่ 39 - สายเปย์ใจป้ำ!
บทที่ 39 - สายเปย์ใจป้ำ!
บทที่ 39 - สายเปย์ใจป้ำ!
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเจี้ยนเฉียง หวังอวี่เหยาก็ถึงกับอ้าปากค้าง
นางไม่ได้ตกใจเรื่องที่หวังเจี้ยนเฉียงเก่งกาจอะไรหรอกนะ เพราะในใจนาง ศิษย์พี่หวังก็เป็นคนลึกลับและเก่งกาจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางช็อกสุดๆ ก็คือความใจกล้าบ้าบิ่นของเขาต่างหาก!
เยี่ยชิงเสวี่ยเป็นถึงอัจฉริยะอันดับสี่ของสายนอกแห่งตำหนักเสวียนชิงเชียวนะ!
แต่เขากลับกล้าจับนางมาเป็นทาสเนี่ยนะ!
นี่มันหยามเกียรติตำหนักเสวียนชิงแบบซึ่งๆ หน้าเลยไม่ใช่รึ?
ถ้าเรื่องนี้แดงออกไป ตำหนักเสวียนชิงต้องตามล่าเขาแบบกัดไม่ปล่อยแน่ๆ
ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นสำนักเหอฮวนก็คงปกป้องเขาไม่ได้ และคงไม่ยอมเปิดศึกกับตำหนักเสวียนชิงเพียงเพื่อปกป้องเขากันหรอก
"เอาล่ะๆ ไม่ต้องคิดมากหรอก รีบพักผ่อนรักษาตัวซะเถอะ"
หวังเจี้ยนเฉียงเดาความคิดของนางออก เขายัดโอสถตี้หวงใส่มือนางไปอีกกำมือ พลางคิดในใจอย่างไม่ยี่หระ
ที่เขาตัดสินใจจับเยี่ยชิงเสวี่ยมาเป็นทาส เขาย่อมมีแผนการของเขาอยู่แล้ว
ด้วยอำนาจของตราประทับวิญญาณ เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เยี่ยชิงเสวี่ยจะไม่มีวันปากโป้งเอาเรื่องนี้ไปบอกใครแน่
เพราะถ้านางทำแบบนั้น เขาก็แค่สั่งปลิดชีพนาง นางก็ต้องตายตกไปตามกัน
แถมการเป็นผู้บำเพ็ญเพียร มันก็คือการฝืนลิขิตสวรรค์อยู่แล้ว ถ้ามัวแต่ปอดแหกกลัวนู่นกลัวนี่ แล้วจะมาบำเพ็ญเพียรหาพระแสงอะไรล่ะ?
เมื่อเห็นสีหน้าสบายๆ ของหวังเจี้ยนเฉียง หวังอวี่เหยาก็ไม่ซักไซ้ต่อ
นางกลืนโอสถตี้หวงลงไป แล้วเริ่มเดินพลังรักษาตัวทันที
พอนางมีสติและสามารถควบคุมพลังวิญญาณได้เอง ความเร็วในการฟื้นฟูบาดแผลก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ห้าวัน บาดแผลบนร่างกายของนางก็หายเป็นปลิดทิ้ง
ในระหว่างนี้ หวังเจี้ยนเฉียงก็เอาแต่หมกตัวฝึกวิชาอยู่ในธงค่ายกลวิญญาณเฉียนหยวน
ระดับพลังของเขาใกล้จะแตะเพดานขั้นกลั่นลมปราณระดับสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว และในวันที่หวังอวี่เหยาหายดี พลังของเขาก็บรรลุถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับสมบูรณ์แบบได้อย่างสมบูรณ์
ส่วนหวังอวี่เหยานั้น พอรักษาแผลเสร็จ นางก็เริ่มเก็บตัวปิดด่านทันที
นางกลืนโอสถสร้างรากฐานเข้าไปหนึ่งเม็ด เพื่อเริ่มกระบวนการบีบอัดพลังวิญญาณ
แต่โชคร้ายที่พรสวรรค์ของนางอยู่ในเกณฑ์ธรรมดา
ความพยายามในการทะลวงขั้นรอบแรกจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า
"การทะลวงขั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเร่งรัดกันได้ พักผ่อนหย่อนใจสักหน่อยเถอะ"
...
ครึ่งชั่วยามต่อมา
หวังอวี่เหยาก็ปรับสภาพจิตใจจนกลับมาสงบนิ่ง นางรับโอสถสร้างรากฐานเม็ดที่สองจากมือหวังเจี้ยนเฉียง แล้วกลืนมันลงไป
หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาหลายวัน
ในที่สุด นางก็บีบอัดพลังวิญญาณได้สำเร็จหนึ่งครั้ง และก้าวเข้าสู่ 'ขั้นพลังวัฏจักรแรก' ได้สำเร็จ
"ทะลวงขั้นได้แล้วรึ?"
ทันทีที่หวังอวี่เหยาลืมตาขึ้น นางก็เห็นรอยยิ้มแป้นแล้นของหวังเจี้ยนเฉียงลอยอยู่ตรงหน้า
"อืม" นางพยักหน้ารับอย่างเขินๆ
รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเจี้ยนเฉียงยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
"มีเรื่องน่ายินดีแบบนี้ จะไม่ให้ฉลองกันหน่อยได้ยังไงล่ะ?"
พูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
...
ทุกครั้งที่มีการบีบอัดพลังวิญญาณ ถึงแม้คุณภาพของพลังวิญญาณจะเข้มข้นขึ้น แต่ปริมาณของมันกลับลดน้อยลง
ดังนั้น หลังจากบีบอัดพลังแล้ว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสะสมพลังวิญญาณให้กลับมาเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม ถึงจะสามารถทำการบีบอัดในรอบต่อไปได้
และตอนนี้ หวังอวี่เหยาก็กำลังอยู่ในช่วงสะสมพลังของขั้นวัฏจักรแรกนั่นเอง
หวังเจี้ยนเฉียงยกธงค่ายกลวิญญาณเฉียนหยวนให้นางไปใช้ พร้อมกับประเคนโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบให้อีกเป็นกระบุง
ด้วยทรัพยากรที่อัดแน่นจัดเต็มขนาดนี้ ระดับพลังของนางจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
เยี่ยชิงเสวี่ยที่คอยเฝ้าดูทุกขั้นตอนการทะลวงขั้นของหวังอวี่เหยามาตลอด ก็ได้แต่ยืนอิจฉาตาร้อนผ่าว
นางเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรที่มีความทะเยอทะยานสูง
นางเองก็ปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
นางก็อยากจะก้าวหน้าไปไกลกว่านี้
จนกระทั่งวันหนึ่ง
นางก็ทนไม่ไหว ต้องบากหน้าไปหาหวังเจี้ยนเฉียง
"นะ... นายท่าน ข้าต้องทำยังไง ถึงจะได้รับการดูแลแบบนางบ้างเจ้าคะ?"
นางเอ่ยถามเสียงอ้อมแอ้ม ไม่กล้าสู้หน้า
การต้องมาลดตัวพูดจาต่ำต้อยแบบนี้ มันทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
"หืม?"
หวังเจี้ยนเฉียงเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะหึๆ ออกมา
"เรื่องนี้... มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้า 'ใจกล้า' แค่ไหนแล้วล่ะ"
"นายท่านโปรดวางใจ ต่อไปนี้ข้าจะซื่อสัตย์และภักดีต่อนายท่านเพียงผู้เดียวเจ้าค่ะ" นางกัดฟันพูดอย่างหนักแน่น
"อืม" หวังเจี้ยนเฉียงพยักหน้ารับ แต่ตายังคงจ้องหน้ามนางอยู่
เยี่ยชิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้หวังเจี้ยนเฉียง
...
"เอ้า โอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้ ข้าให้"
หวังเจี้ยนเฉียงพลิกฝ่ามือ หยิบโอสถสร้างรากฐานเม็ดหนึ่งโยนให้นางอย่างไม่ใส่ใจ
"ขอบคุณเจ้าค่ะ นายท่าน"
เยี่ยชิงเสวี่ยรีบยื่นมือออกไปรับ ความรู้สึกลังเลและไม่เต็มใจในตอนแรก มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นและประกายตาที่สดใส
นางไม่ได้มีแบ็คอัพหนาๆ อย่างหลินเซียนเอ๋อร์หรือเซียวอู๋หยา ที่จะสามารถหาโอสถสร้างรากฐานมาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ล่ะ
ไม่อย่างนั้น นางจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีมาประจบเอาใจหวังเจี้ยนเฉียงทำไม?
ความจริงแล้ว นางสะสมพลังวิญญาณจนเต็มเปี่ยมมาตั้งนานแล้ว ที่ยังติดแหง็กอยู่ที่วัฏจักรแรก ก็เพราะขาดโอสถสร้างรากฐานนี่แหละ
โอสถสร้างรากฐานเม็ดที่ได้มาจากการประลอง นางก็กินมันเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังขาดอีกนิดเดียวกว่าจะทะลวงไปสู่วัฏจักรที่สองได้
ตอนนี้ พอได้โอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้มา นางมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะต้องทะลวงขึ้นสู่วัฏจักรที่สองได้อย่างแน่นอน
คิดได้ดังนั้น นางก็ไม่รอช้า รีบโยนโอสถสร้างรากฐานเข้าปากทันที
เมื่อเห็นเยี่ยชิงเสวี่ยเข้าสู่สมาธิ หวังเจี้ยนเฉียงก็ละสายตาออกมา
โอสถสร้างรากฐานระดับทั่วไป ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
สู้เอามาอัปเกรดพลังให้ลูกทีมดีกว่า
ตอนนี้เยี่ยชิงเสวี่ยถูกฝังตราประทับวิญญาณเอาไว้แล้ว ชีวิตของนางขึ้นอยู่กับเขาแค่เพียงพลิกฝ่ามือ
ไม่ต้องกลัวเลยว่านางจะคิดทรยศหรือแว้งกัด
ถ้าเขาสามารถปั้นนางให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานได้ในรวดเดียวล่ะก็...
ถึงตอนนั้น เขาก็จะมีมือขวาที่เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานไว้คอยใช้งานเลยนะเออ!
เป้าหมายหลักของการเข้าดินแดนลับครั้งนี้ ก็คือการมาหาวัตถุดิบสำหรับปรุงโอสถสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์แบบ
ซึ่งวัตถุดิบพวกนั้น มันก็อยู่แค่ที่ก้นสระเหมันต์เท่านั้น
ถึงเวลานั้น เขาจะต้องปะทะกับพวกศิษย์หัวกะทิระดับท็อปของทุกสำนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไอ้พวกนี้ ล้วนเป็นพวกที่อยู่ระดับสามวัฏจักรมาก่อนเข้าดินแดนลับทั้งนั้น และพอเข้ามาแล้ว ก็คงกะจะมาทะลวงขั้นสร้างรากฐานกันที่นี่แหละ
ถ้าต้องสู้กับพวกที่ยังอยู่ขั้นกลั่นลมปราณ เขามั่นใจว่าเขาเอาอยู่ทุกคน
แต่ถ้าอีกฝ่ายทะลวงไปเป็นขั้นสร้างรากฐานแล้วล่ะ?
ถึงแม้ในกลุ่มคนพวกนั้น จะมีแค่ไม่กี่คนหรอกที่สามารถทะลวงขั้นสร้างรากฐานได้สำเร็จ แต่มันก็จะทำให้เขาเสียเปรียบและตกเป็นรองอยู่ดี
เขาไม่ชอบให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองใคร
เพราะฉะนั้น เขาถึงได้ตัดสินใจเก็บเยี่ยชิงเสวี่ยเอาไว้ และตั้งใจจะช่วยอัปเกรดพลังให้ทั้งหวังอวี่เหยาและเยี่ยชิงเสวี่ยทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานให้จงได้
จากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ เขาปล้นโอสถสร้างรากฐานมาได้ตั้งยี่สิบเอ็ดเม็ด!
แบ่งให้หวังอวี่เหยาไปเม็ดนึง ให้เยี่ยชิงเสวี่ยไปอีกเม็ด ก็ยังเหลืออีกตั้งสิบเก้าเม็ด
เยอะขนาดนี้ น่าจะพอปั้นให้พวกนางสองคนทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานได้สบายๆ
หรือถ้ามันไม่พอจริงๆ... เขาก็แค่ไปปล้นมาเพิ่ม แค่นั้นเอง!
...
ห้าวันต่อมา
คลื่นพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งก็แผ่ซ่านออกมา
หวังเจี้ยนเฉียงรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้นมองเยี่ยชิงเสวี่ย
"ทะลวงขั้นได้แล้วรึ?"
เยี่ยชิงเสวี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าของนางฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด
พอได้ยินคำถามของหวังเจี้ยนเฉียง นางก็พยักหน้ารับอย่างภาคภูมิใจ
"เยี่ยมมาก"
หวังเจี้ยนเฉียงหัวเราะร่า "มีเรื่องน่ายินดีแบบนี้ จะไม่ให้ฉลองกันหน่อยได้ยังไงล่ะ?"
เยี่ยชิงเสวี่ยพยักหน้าตามสัญชาตญาณ
เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ?
...
"นี่คือโอสถเมฆาประกาย"
หวังเจี้ยนเฉียงโยนขวดยาให้เยี่ยชิงเสวี่ยไปหลายขวด
ขั้นสองวัฏจักรก็ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตของขั้นกลั่นลมปราณ โอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบจึงยังคงมีผลอย่างดีเยี่ยม
จากนั้นเขาก็ชี้มือไปที่จุดที่หวังอวี่เหยากำลังนั่งอยู่
"อย่าเพิ่งกินเข้าไปล่ะ ตรงนั้นมีค่ายกลสำหรับช่วยฝึกวิชาอยู่ เจ้าเข้าไปนั่งฝึกพร้อมกับนางในนั้นเลย"
ตั้งแต่ตอนที่รับขวดยามา เยี่ยชิงเสวี่ยก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของยาเหล่านี้แล้ว
ถึงมันจะเป็นโอสถเมฆาประกายเหมือนกัน แต่ยาที่หวังเจี้ยนเฉียงให้มา มันอัดแน่นไปด้วยพลังที่เหนือกว่ายาปกติอย่างเทียบไม่ติด
พอนางเดินเข้าไปในค่ายกล
นางก็ยิ่งต้องเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง
ภายในค่ายกล อบอวลไปด้วยพลังยาของโอสถเมฆาประกายที่หนาแน่นมาก
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับ... พลังยาพวกนี้ มันทรงพลังมาก มากจนนางไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
และที่ทำให้ช็อกที่สุดก็คือ... ในกลุ่มก้อนพลังยาพวกนี้ ไม่มี 'พิษโอสถ' เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย!
การได้ฝึกฝนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อัดแน่นไปด้วยพลังยาบริสุทธิ์แบบนี้ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรมันก็เร็วติดปีกอยู่แล้ว
แถมยังไม่ต้องมากังวลเรื่องพิษโอสถสะสมในร่างกายอีก
ไม่อยากจะคิดเลยว่า การฝึกอยู่ในนี้ มันจะทำให้ระดับพลังก้าวกระโดดไปได้ไกลขนาดไหน
พอคิดได้ดังนั้น...
นางก็ปรายตามองหวังอวี่เหยาด้วยความอิจฉาตาร้อน
ที่นังเด็กนี่ พรสวรรค์ก็งั้นๆ แต่กลับพุ่งพรวดมาถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับสมบูรณ์แบบได้อย่างรวดเร็ว ก็คงเป็นเพราะมีหวังเจี้ยนเฉียงคอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลังนี่เองสินะ!
วินาทีนี้ นางเริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาตงิดๆ ที่มารู้จักกับหวังเจี้ยนเฉียงช้าไปหน่อย
ครึ่งเดือนต่อมา
หวังอวี่เหยาก็สะสมพลังของวัฏจักรแรกจนเต็มเปี่ยม
นางใช้โอสถสร้างรากฐานไปสี่เม็ด จึงสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นสองวัฏจักรได้สำเร็จ
และหลังจากหวังอวี่เหยาทะลวงขั้นได้เพียงวันเดียว เยี่ยชิงเสวี่ยก็สะสมพลังของวัฏจักรที่สองจนเต็มเปี่ยมเช่นกัน
พรสวรรค์ของนางเหนือกว่าหวังอวี่เหยาอย่างเห็นได้ชัด
นางใช้โอสถสร้างรากฐานไปแค่สองเม็ด ก็สามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นสามวัฏจักรได้สำเร็จ
(จบแล้ว)