- หน้าแรก
- ระบบบำเพ็ญเพียรขั้นเทพ
- บทที่ 13 - การหยั่งเชิงของเยี่ยนชิงเซวียน
บทที่ 13 - การหยั่งเชิงของเยี่ยนชิงเซวียน
บทที่ 13 - การหยั่งเชิงของเยี่ยนชิงเซวียน
แอ๊ด~
เมื่อประตูเปิดออก ใบหน้าสวยหวานที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
"บรรลุขั้นกลั่นลมปราณระดับสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ ด้วย"
ทันทีที่มองเห็นหวังอวี่เหยา หน้าต่างสถานะของนางก็เด้งขึ้นมาในหัวของเขาเป็นอย่างแรก
ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางย่อมไม่อาจเล็ดลอดสายตาของหวังเจี้ยนเฉียงไปได้
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"ยินดีด้วยนะศิษย์น้อง ที่เจ้าทะลวงขั้นได้สำเร็จ"
"ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะยาโอสถของศิษย์พี่นั่นแหละเจ้าค่ะ" นางยิ้มหวานหยดย้อย ก่อนจะหยิบเอาหยกบันทึกชิ้นหนึ่งออกมา "ศิษย์พี่เจ้าคะ นี่เป็นของที่ข้าบังเอิญไปเจอในตลาดนอกสำนักมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสูตรโอสถนะเจ้าคะ แต่ในหยกบันทึกมีค่ายกลป้องกันลงอาคมเอาไว้ ต้องเป็นนักปรุงโอสถเท่านั้นถึงจะเปิดอ่านได้"
"โอ้?"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเจี้ยนเฉียงก็มีสีหน้าสนใจขึ้นมาทันที เขาดึงมือกลับมารับหยกบันทึกไป แล้วส่งพลังสัมผัสวิญญาณเข้าไปสำรวจภายใน
แต่วินาทีต่อมา พลังสัมผัสวิญญาณของเขาก็ถูกบางสิ่งบางอย่างสกัดกั้นเอาไว้
"มีอาคมป้องกันอยู่จริงๆ ด้วยแฮะ"
หวังเจี้ยนเฉียงหรี่ตาลง ก่อนจะเร่งพลังสัมผัสวิญญาณทั้งหมดทะลวงเข้าไป
แกรก~
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นในความว่างเปล่า
อาคมป้องกันถูกทำลายลงแล้ว
ข้อมูลชุดหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาทันที
เป็นอย่างที่หวังอวี่เหยาพูดเอาไว้ไม่ผิด สิ่งที่บันทึกอยู่ในหยกชิ้นนี้ก็คือสูตรโอสถจริงๆ
แต่ชื่อของมันกลับทำให้เขาต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"โอสถธุลีโลก?"
ช่างเป็นชื่อที่แปลกพิลึกเสียจริง
หวังเจี้ยนเฉียงเลิกคิ้ว แล้วตั้งใจศึกษาข้อมูลที่ได้รับมาอย่างละเอียด
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"
หลังจากยืนรออยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นหวังเจี้ยนเฉียงยังคงนิ่งเงียบ หวังอวี่เหยาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
หวังเจี้ยนเฉียงดึงสติกลับมา แล้วส่ายหน้า
ในหยกบันทึกมีเพียงแค่ขั้นตอนและส่วนผสมในการปรุงยา แต่กลับไม่มีการบันทึกสรรพคุณของโอสถชนิดนี้เอาไว้เลย
แต่เมื่อเห็นว่าหวังอวี่เหยากำลังมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มให้ "เป็นสูตรโอสถที่ดีมาก ข้าชอบมันมากเลยล่ะ"
"ท่านชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังอวี่เหยาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นบนใบหน้า
สำหรับนักปรุงโอสถแล้ว เสน่ห์ของสูตรโอสถใหม่ๆ นั้นยากที่จะต้านทานได้
แม้หวังเจี้ยนเฉียงจะไม่ได้ยึดถือวิถีปรุงโอสถเป็นเส้นทางหลัก แต่เขาก็ยังคงรู้สึกสนใจสูตรโอสถปริศนานี้ไม่น้อย
เพียงแต่ว่า ถ้าอยากจะรู้ว่า 'โอสถธุลีโลก' มีสรรพคุณอะไรล่ะก็...
ทางเดียวที่จะรู้ได้ ก็คือต้องลองปรุงมันขึ้นมา แล้วทดสอบดูด้วยตัวเองเท่านั้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็หันไปบอกหวังอวี่เหยา "รอข้าเดี๋ยวนะ"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังห้องปรุงยาทันที
วัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงโอสถธุลีโลกนั้นเป็นสมุนไพรพื้นๆ ทั่วไป ซึ่งเขามีเก็บตุนเอาไว้อยู่แล้ว
เขาไม่ได้ลงมือปรุงในทันที แต่รวบรวมสมาธิไปที่หยกบันทึก
วินาทีต่อมา เสียงของระบบก็ดังขึ้น
"ติ๊ง! ตรวจพบสูตรโอสถด้อยคุณภาพ สามารถใช้ 30 แต้มบำเพ็ญเพียรเพื่ออัปเกรดสูตรโอสถให้สมบูรณ์แบบได้ ต้องการอัปเกรดหรือไม่?"
"อัปเกรดเลย"
"ติ๊ง! สูตรโอสถธุลีโลก ได้รับการอัปเกรดเป็นสูตรโอสถธุลีโลกระดับสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้ว"
เมื่อเสียงระบบสิ้นสุดลง สูตรโอสถในหัวของเขาก็ถูกปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบ
หวังเจี้ยนเฉียงเริ่มลงมือปรุงยาทันที
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
โอสถธุลีโลกเม็ดแรกก็ออกมาจากเตา
หวังเจี้ยนเฉียงเดินออกจากห้องปรุงยา ก็พบว่าหวังอวี่เหยากำลังยืนรออย่างว่าง่ายอยู่ด้านนอก
เขาส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะโยนโอสถธุลีโลกเม็ดนั้นทิ้งไว้บนโต๊ะข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วเดินตรงเข้าไปหานาง
...
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
"อีกสองเดือนครึ่งก็จะถึงงานประลองศิษย์สายนอกแล้ว เจ้าเคยคิดอยากจะเข้าร่วมบ้างไหม?"
หวังเจี้ยนเฉียงที่เพิ่งฟื้นเรี่ยวแรงกลับมาได้นิดหน่อย หันไปถามหวังอวี่เหยาที่สวมเสื้อผ้ากลับเข้าที่เรียบร้อยแล้วและกำลังยืนอยู่ข้างๆ
เมื่อได้ยินคำถาม หวังอวี่เหยาก็มีสีหน้าหม่นหมองลง "งานประลองศิษย์สายนอก มีเพียงผู้ที่ติดอันดับห้าสิบคนแรกเท่านั้นถึงจะได้รับรางวัล แม้ข้าจะบรรลุถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ทักษะวิชาอาคมของข้ามันธรรมดาเกินไป ข้าเกรงว่าข้าคงจะเอาชนะพวกศิษย์ระดับเก้าที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"
"ถ้าขืนไปลงแข่ง ก็มีแต่จะกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะเปล่าๆ สู้ไม่เข้าร่วมเสียยังจะดีกว่า"
หวังเจี้ยนเฉียงส่ายหน้า "แล้วถ้าเกิด... ข้ามั่นใจว่าจะทำให้เจ้าติดหนึ่งในห้าสิบอันดับแรก หรือแม้กระทั่งหนึ่งในสิบอันดับแรกได้ล่ะ?"
หวังอวี่เหยาอึ้งไป ก่อนจะถามด้วยความตื่นเต้น "จริงหรือเจ้าคะ?!"
"คนอย่างหวังเจี้ยนเฉียงไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีความมั่นใจ ในเมื่อข้าพูดออกไปแล้ว ข้าย่อมทำได้อย่างแน่นอน" หวังเจี้ยนเฉียงจ้องมองหวังอวี่เหยา "เจ้าแค่ตอบมาว่า อยากเข้าร่วมหรือเปล่า?"
"งานประลองศิษย์สายนอก คืองานใหญ่ระดับสำนัก ผู้ใดที่สามารถติดหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกได้ ล้วนได้รับรางวัลเป็นโอสถสร้างรากฐานกันทุกคน แถมยังมีโอกาสที่จะไปเข้าตากรรมการอย่างบรรดาผู้อาวุโสสายในอีกด้วย ถ้าหากสามารถติดหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกได้จริงๆ ศิษย์น้องย่อมปรารถนาอย่างยิ่งเจ้าค่ะ"
เมื่อพูดถึงโอสถสร้างรากฐาน พวงแก้มของหวังอวี่เหยาก็แดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
โอสถสร้างรากฐานนั้นล้ำค่าปานใด ศิษย์สายนอกระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์แบบตั้งมากมายไขว่คว้าหามาแทบตายก็ยังไม่เคยได้สัมผัส
และตอนนี้ นางที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์แบบมาหมาดๆ กลับมีโอกาสที่จะได้มันมาครอบครอง!
จะไม่ให้นางตื่นเต้นได้ยังไง?
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ตกลงตามนี้"
หวังเจี้ยนเฉียงพยักหน้า "เจ้าไปลงชื่อสมัครเข้าประลองซะ ส่วนเรื่องที่เหลือ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง"
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะศิษย์พี่ บุญคุณของศิษย์พี่ในครั้งนี้ ศิษย์น้องจะไม่มีวันลืมเลยเจ้าค่ะ"
หวังอวี่เหยาพยักหน้าอย่างหนักแน่น ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ
สำหรับนางในอดีต การสร้างรากฐานคือความฝันและเป้าหมายที่นางต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้า
แต่ตอนนี้ ระดับบำเพ็ญเพียรของนางกลับก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน
เพียงแค่ไม่กี่เดือน นางก็สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้เวลาเป็นสิบๆ ปีได้สำเร็จ
และตอนนี้ นางยังมีโอกาสที่จะได้รับโอสถสร้างรากฐาน เพื่อทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานอีกด้วย!
และทั้งหมดนี้... ล้วนเป็นเพราะหวังเจี้ยนเฉียงเป็นผู้มอบให้ทั้งสิ้น
"ติ๊ง! ค่าความรู้สึกเพิ่มขึ้น"
เสียงกลไกไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัว
ในช่วงที่ผ่านมา ค่าความรู้สึกที่หวังอวี่เหยามีต่อเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้มันก็ทะลุ 90 แต้มไปแล้ว
และตอนนี้...
หวังเจี้ยนเฉียงแบ่งสติไปเปิดดูหน้าต่างสถานะของหวังอวี่เหยา
ตัวเลขในช่องค่าความรู้สึก เปลี่ยนเป็น 96 แต้มไปเรียบร้อยแล้ว
"ใกล้จะเต็มหลอดแล้วสิ"
หวังเจี้ยนเฉียงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ
เขาสงสัยมาตลอดว่า ถ้าหากค่าความรู้สึกพุ่งไปจนถึงขีดสุดเมื่อไหร่ ระบบจะต้องมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ ปลดล็อกออกมาให้เขาอย่างแน่นอน
แต่ยัยหลานสาวนอกไส้อย่างเฉินเจียวเจียวนี่สิ เลี้ยงไม่เคยเชื่องเลยจริงๆ
ไม่ว่าเขาจะทุ่มเทเปย์ให้นางแค่ไหน ค่าความรู้สึกมันก็ไปตันอยู่ที่ 80 แต้ม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย
ผิดกับหวังอวี่เหยาที่มาทีหลังแต่แซงทางโค้ง
เพียงแค่สามเดือนกว่าๆ นางก็สามารถดันค่าความรู้สึกพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึง 96 แต้มได้แล้ว
เมื่อดึงสติกลับมา หวังเจี้ยนเฉียงก็มองหวังอวี่เหยาด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเมตตามากยิ่งขึ้น "ศิษย์น้องไม่ต้องเกรงใจไปหรอก รีบไปลงชื่อสมัครเถอะ"
หลังจากที่หวังอวี่เหยาเดินจากไป เขาก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย
พอเรี่ยวแรงเริ่มจะกลับมา และกำลังเตรียมตัวจะลุกจากเตียง...
จู่ๆ น้ำเสียงหวานหยดย้อยยั่วยวน ก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"จึ๊ๆ ศิษย์หลานนี่ช่างเป็นคนแก่แต่ตัว หัวใจยังวัยรุ่นจริงๆ เลยนะเนี่ย"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างในชุดกระโปรงสีแดงเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ข้างเตียงราวกับภูตผี นางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เขา
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของนาง ทำเอาหวังเจี้ยนเฉียงตกใจจนเผลอดีดตัวลุกพรวดขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
แต่เขาดันลืมไปว่าสภาพร่างกายของตัวเองในตอนนี้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
พอลุกขึ้นมาได้ครึ่งทาง ก็หมดแรงล้มตึงหงายหลังกลับไปนอนแผ่หลาเหมือนเดิม
เมื่อลุกไม่ขึ้น เขาจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการกลิ้งตัวหลบลงไปกองอยู่ข้างเตียงอย่างไม่คิดชีวิต
พอทิ้งระยะห่างออกมาได้ระดับหนึ่งแล้ว เขาถึงได้มีเวลาเพ่งมองผู้มาเยือนให้ชัดๆ
และเมื่อได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกมานอกเบ้า
สวยมาก
ผู้หญิงคนนี้สวยจัดอยู่ในระดับเดียวกับต่งเยว่เลย
หน้าตาสะสวยไม่แพ้หนึ่งในสามโฉมงามแห่งสายนอกอย่างซูอวี่ถงเลยสักนิด แถมรูปร่างและบุคลิกยังดูโดดเด่นกว่าด้วยซ้ำ
"จึ๊ๆๆ อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว แต่พละกำลังยังเหลือเฟือเลยนะเนี่ย"
เยี่ยนชิงเซวียนหัวเราะคิกคัก พลางแกล้งดึงชายกระโปรงให้เลิกขึ้นนิดๆ อย่างจงใจ
หวังเจี้ยนเฉียงถึงกับเบิกตากว้างขึ้นไปอีก
แต่วินาทีต่อมา เขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาที่ดังเข้ามาในหู
"ช่างบังอาจนัก ไม่กลัวข้าฆ่าเจ้าทิ้งหรือไง?"
หวังเจี้ยนเฉียงได้สติกลับมาทันที และก็พบว่าสตรีชุดแดงคนนั้น... มายืนประชิดอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
ใบหน้าอันเย็นเยียบของนางแทบจะแนบชิดติดกับหน้าของเขาอยู่แล้ว!
(จบแล้ว)