- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงเทพเปิดโปรให้ข้าอีกแล้ว
- บทที่ 28 - ช่างอันตรายยิ่งนัก ต้องเพิ่มเงิน
บทที่ 28 - ช่างอันตรายยิ่งนัก ต้องเพิ่มเงิน
บทที่ 28 - ช่างอันตรายยิ่งนัก ต้องเพิ่มเงิน
บทที่ 28 - ช่างอันตรายยิ่งนัก ต้องเพิ่มเงิน
เพียะ——
แม่น้ำทั้งสายสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผ้าคลุมสีแดงจางๆ แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา ก่อนที่เศษชิ้นส่วนเหล่านั้นจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนปราณผีสีแดงอมดำขนาดเล็ก
เพียงพริบตาเดียว เงาดำก็ถูกแรงปะทะจนกระเด็นหลุดออกจากร่างศพโบราณ เผยให้เห็นหัวสองหัวและใบหน้าผีที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสองหน้า ซุนฉางหมิงคล้ายกับได้ยินเสียงร้องโหยหวนอันน่าสะพรึงกลัวดังมาจากเงาดำนั้น
ยังไม่ทันที่ศพโบราณจะชูป้ายคำสั่งขึ้นเป็นครั้งที่สอง เงาดำก็รีบอ้าปากสูดเอาปราณผีจากผ้าคลุมกลับคืนมา แล้วสะบัดตัวหลุดจากการพัวพันของศพโบราณ หันหลังกลับเตรียมจะวิ่งหนี
ทว่าขณะที่มันกำลังจะหนีออกจากถ้ำ ปราณทวนที่นิ่งสงบมาโดยตลอดกลับระเบิดพลังออกมาอย่างกะทันหัน!
เป็นเพราะศพโบราณใช้พลังไปกับป้ายคำสั่ง จึงทำให้การสะกดข่มปราณทวนอ่อนกำลังลงชั่วขณะ ปราณทวนจึงอาศัยจังหวะนั้นพุ่งทะลวงการสะกดข่มออกมา แล้วระเบิดพลัง ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมขึ้นในแม่น้ำอย่างรุนแรง
ทว่าปราณทวนนั้นมีจิตวิญญาณเพียงน้อยนิด การโจมตีจึงกระจายเป็นวงกว้าง ศพโบราณรับการโจมตีไปเต็มๆ ส่วนเงาดำก็โดนหางเลขไปด้วยเล็กน้อย
ฉึก——
ร่างกายครึ่งหนึ่งของเงาดำละลายหายไป ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนศพ มันดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะทุ่มกำลังทั้งหมดหนีหัวซุกหัวซุนออกไปให้ไกลที่สุด
ซุนฉางหมิงดีใจจนเนื้อเต้น: ตอนนี้แหละ!
ปลาหลดน้อยพุ่งพรวดขึ้นจากน้ำ ทะยานขึ้นไปกลางอากาศ แล้วอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าใส่เงาดำอย่างแรง!
ร่างอวตารทั้งสองร่างในคืนนี้แข็งแกร่งมาก ลำพังปลาหลดน้อยเพียงตัวเดียวอาจจะรับมือไม่ไหว ทว่าตอนนี้พวกมันได้รับบาดเจ็บสาหัส พอปลาหลดน้อยปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าผีทั้งสองก็บิดเบี้ยวเสียรูปทรงทันที
พวกมันร่วมมือกันพุ่งชนซ้ายทีขวาที หวังจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพลังดูดของปลาหลดน้อย
ปลาหลดน้อยดูจะตึงมือไม่น้อย ทว่ามันคือสุดยอดนักกินตัวยง คติประจำใจของมันก็คือ ข้ายอมกินจนพุงแตกตาย ดีกว่าปล่อยให้ของอร่อยหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา!
ตูม——
ร่างกายอันใหญ่โตของปลาหลดน้อยร่วงหล่นลงสู่แม่น้ำ ทว่าแรงดูดจากปากกว้างของมันยังคงอยู่ วังน้ำวนรูปกรวยกักขังเงาดำทั้งสองไว้ ร่างอวตารภูตผีร้ายพยายามดิ้นรนหนีสุดชีวิต การยื้อแย่งของทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดภาพที่ดูพิลึกพิลั่น: ปลาหลดน้อยจมอยู่ใต้น้ำ ร่างอวตารภูตผีร้ายสองร่างลอยอยู่เหนือน้ำ ส่วน “พันธนาการ” ที่เชื่อมโยงพวกมันไว้ ก็คือวังน้ำวนทรงกรวยนั่นเอง
จากทรงกรวย ตอนนี้ถูกยืดจนกลายเป็นทรงแตรไปแล้ว...
หลังจากยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง แรงดูดก็พลันอันตรธานหายไป เงาดำทั้งสองเซถลาไปข้างหน้า โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่า มีกระสุนกระบี่เม็ดเล็กๆ เม็ดหนึ่งพุ่งตามมาติดๆ
บนกระสุนกระบี่ มีอักขระวิเศษตัวหนึ่งปรากฏขึ้นลางๆ เหมือนกับอักขระวิเศษที่อยู่หว่างคิ้วของซุนฉางหมิงไม่มีผิด
อักขระวิเศษปลดปล่อยเปลวเพลิงสีฟ้าออกมา มันพุ่งทะลวงร่างเงาดำทั้งสองไปพร้อมกับกระสุนกระบี่
ร่างอวตารภูตผีร้ายทั้งสองบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด พวกมันงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตามหลักแล้ว การโจมตีทางกายภาพไม่น่าจะสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้นี่นา
ทว่าเมื่อโดนกระสุนกระบี่โจมตีเข้าไป พวกมันกลับรู้สึกว่าร่างกายเป็นรูโหว่ และพลังก็กำลังรั่วไหลออกไปจากรอยโหว่นั้นอย่างต่อเนื่อง
ปลาหลดน้อยสะบัดหางฟาดน้ำ ทะยานขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง แล้วอ้าปากกว้างสูดร่างอวตารภูตผีร้ายทั้งสองเข้าไป
วังน้ำวนรูปกรวยปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ร่างอวตารภูตผีร้ายทั้งสองต้านทานได้เพียงชั่วครู่ ก็ถูกปลาหลดน้อยกลืนกินลงท้องไป
ปลาหลดน้อยร่วงตกลงน้ำเสียงดังตูม ร่างอวตารภูตผีร้ายทั้งสองยังคงอาละวาดอยู่ในท้องของมันอยู่พักหนึ่ง ทว่านั่นก็เป็นเพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเท่านั้น
ปลาหลดน้อยว่ายน้ำอย่างเงียบเชียบเข้าไปซ่อนตัวในโพรงริมฝั่ง มันพ่นฟองอากาศออกมาอย่างสบายใจ หรี่ตาลง ขดตัวเป็นวงกลม ปล่อยหนวดทั้งสองข้างทิ้งตัวลงข้างลำตัวอย่างนุ่มนวล แล้วเริ่มเข้าสู่โหมดการย่อยอาหาร
ความจริงแล้วซุนฉางหมิงเป็นห่วงศพโบราณมากกว่า ทว่าเมื่อเห็นสภาพของปลาหลดน้อยในตอนนี้ เขาก็ไม่กล้าเร่งเร้าให้มันรีบไปทำงานต่อ ปล่อยให้มันกินให้อิ่มก่อนก็แล้วกัน
……
ภายในถ้ำแห่งหนึ่งนอกหมู่บ้าน มีลมหนาวพัดกรรโชก เงาดำทอดตัวยาวราวกับภูตผี
มีร่างมนุษย์ที่บิดเบี้ยวผิดรูป หมอบคลานอยู่บนพื้นราวกับปีศาจ มันชะเง้อคอขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมกับส่งเสียงคำรามต่ำๆ ทันใดนั้นมันก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายกระตุกเกร็ง และค่อยๆ หดเล็กลงไปหนึ่งระดับ
“ตกลงมันคือตัวอะไรกันแน่!?”
“ถึงกับกลืนกินร่างอวตารภูตผีร้ายของข้าไปตั้งสามร่าง!”
“ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร ก็ถูกข้าทำให้แปดเปื้อนด้วยปราณปีศาจ และตกอยู่ภายใต้การควบคุมของข้าไปตั้งนานแล้วนี่นา แล้วทำไมมันถึงยังปลอดภัยดีล่ะ?”
เสียงนั้นฟังดูคล้ายเสียงมนุษย์ คล้ายเสียงผีสาง และคล้ายเสียงสัตว์ป่าคำราม
……
รุ่งสาง ซุนฉางหมิงอุ้มน้องสาวมุดออกมาจากหลุมดิน บิดขี้เกียจอย่างสบายใจ
เมื่อคืนนี้ หลังจากที่ปลาหลดน้อยย่อยร่างอวตารภูตผีร้ายทั้งสองร่างเสร็จสิ้น ก็ได้ส่งกระแสความอบอุ่นมหาศาลกลับมา เมื่อมันหลอมรวมเข้าที่หว่างคิ้ว เปลวไฟในตะเกียงสัมฤทธิ์โบราณก็ขยายใหญ่ขึ้น จากขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง กลายเป็น... ใหญ่กว่าเมล็ดถั่วเหลืองขึ้นมาครึ่งหนึ่ง
กระแสความอบอุ่นและวัตถุวิเศษที่หว่างคิ้ว น่าจะสอดคล้องกับพลังแห่งวิญญาณ
ดังนั้นเมื่อคืนนี้ซุนฉางหมิงจึงนอนหลับสบายมาก รู้สึกราวกับได้กลับไปอยู่ในครรภ์มารดาอีกครั้ง พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนได้บรรลุธรรมไปอีกขั้น
น้องสาวจอมเซ่อซ่าขยี้ตา พลางดูดนิ้วเร่งเร้า “พี่ใหญ่ รีบออกไปได้แล้ว”
นางไม่ยอมทำอาหารเช้าแล้ว เพราะช่วงสองวันนี้ พอพี่ใหญ่ออกไปข้างนอกทีไร ก็จะมีขนมอร่อยๆ มาส่งให้ถึงที่เสมอ
ซุนฉางหมิงยิ้มพลางลูบหัวนาง หลังล้างหน้าบ้วนปากเสร็จก็เดินออกจากบ้านไป
พอถึงหน้าหมู่บ้าน ซูโยวโยวก็เรียกพวกเขาไว้ “วันนี้ยังไม่ต้องรีบไปแม่น้ำสาขาก็ได้ ปืนใหญ่หมาป่าสวรรค์คำรามกับยันต์วัชระจะมาถึงช่วงบ่าย”
ดวงตาของซุนฉางหมิงเป็นประกาย ซูโยวโยวรีบยกมือขึ้นห้าม “อย่าเพิ่งดีใจไปเลย” จากนั้นนางก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีก
เมื่อไม่มีอะไรทำ ซุนฉางหมิงกับพวกท่านอาสี่เหยา จึงไปนั่งเรียงแถวกันอยู่ใต้กำแพงเตี้ยๆ หน้าหมู่บ้าน อาบแดดพลางพูดคุยสัพเพเหระกันไปพลาง
ชีวิตของคนงมไข่มุก ไม่เคยมีช่วงเวลาที่ว่างเว้นและผ่อนคลายเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นพอคุยกันไปคุยกันมา ทุกคนก็เริ่มหรี่ตาลงและผล็อยหลับไปราวกับแมวที่นอนอาบแดด
พวกซูโยวโยวยืนมองอยู่ห่างๆ ภายในใจรู้สึกเวทนาอยู่บ้าง
ซุนฉางหมิงให้วิญญาณเข้าสิงสู่ร่างปลาหลดน้อย ปลาหลดน้อยตัวใหญ่ขึ้นอีกนิด ทว่าเมื่อเทียบกับการกินสัตว์อสูรหรือของวิเศษแล้ว การกลืนกินร่างอวตารภูตผีร้ายทำให้มันเติบโตน้อยกว่ามาก หากไม่สังเกตให้ดีก็แทบจะดูไม่ออกเลย
ปลาหลดน้อยมุดออกมาจากโพรง แล้วว่ายตรงไปยังรังของเต่ายักษ์อย่างเริงร่า
แล้วมันก็ต้องตกตะลึง
ถ้ำพังทลายลงมาจนหมดสิ้น ก้นแม่น้ำเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนขนาดใหญ่รูปทรงรัศมี แต่ละรอยลึกกว่าครึ่งจั้ง ความยาวไม่เท่ากัน ทว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือฝีมือของปราณทวนแน่นอน
ซุนฉางหมิงยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ ว่าสภาพของศพอสูรโบราณตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ภายใต้การควบคุมของซุนฉางหมิง ปลาหลดน้อยว่ายไปอยู่เหนือซากปรักหักพังของถ้ำ มันสะบัดหางเบาๆ เพื่อให้กระแสน้ำพัดพาเอาโคลนทรายที่ปกคลุมอยู่ด้านบนออกไป จากนั้นก็ใช้ความคล่องแคล่วดันก้อนหินที่ทับถมกันอยู่ออกไป
ซุนฉางหมิงระมัดระวังมาก ขยับหินออกทีละก้อนแล้วก็หยุดพัก เขากลัวว่าจู่ๆ จะมีศพแก่ๆ กระโดดโหยงออกมาจากกองหิน... น่ากลัวจะตายไป
หลังจากเก็บกวาดก้อนหินน้อยใหญ่ไปได้หลายสิบก้อน ซุนฉางหมิงก็มองเห็นศพอสูรโบราณร่างนั้น
มันถูกทับอยู่ล่างสุด บนหน้าอกมี “รูทวน” ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทะลุจากหน้าอกไปจนถึงแผ่นหลัง!
ทว่ากลิ่นอายความเย็นเยือกบนร่างของมันกลับยังไม่จางหายไปจนหมดสิ้น จากเดิมที่สามารถแผ่ขยายออกไปนอกถ้ำได้ ทว่าตอนนี้กลับรัศมีเหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งจั้งเท่านั้น
ตราประทับขุนนางและป้ายคำสั่งในมือของมัน ก็ปรากฏรอยร้าวให้เห็นหลายรอยเช่นกัน
ช่างน่าเวทนาจริงๆ ซุนฉางหมิงลอบรำพึงในใจ
ศพโบราณสามารถสะกดข่มปราณทวนสายนั้นไว้ในร่างได้ หากเป็นแค่ปราณทวนสายเดียว คงไม่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพอนาถเช่นนี้ได้หรอก มีความเป็นไปได้สูงว่าหลังจากที่ปราณทวนระเบิดพลังออกไปแล้ว จะไปดึงดูดให้ทวนเหล็กในตำหนักใต้ดินโจมตีซ้ำเติมอีกระลอก
ปลาหลดน้อยร่าเริงและตื่นเต้นมาก มันว่ายวนไปวนมารอบๆ ศพโบราณ ศพโบราณเองก็คงจะสัมผัสได้ ภายในร่างจึงเปล่งแสงสีฟ้าประกายน้ำแข็งออกมาอีกครั้ง
ทว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ความสว่างของมันลดลงไปหลายระดับอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้น ปลาหลดน้อยก็ทำท่าเหมือนงูเห่าแผ่แม่เบี้ย อ้าปากกว้าง แล้วสูดลมหายใจเข้าใส่ศพโบราณอย่างแรง วังน้ำวนรูปกรวยปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
[จบแล้ว]