- หน้าแรก
- ยันต์สั่งทาส สยบยุทธภพ เกิดใหม่เป็นจ้าวหอผู้เหี้ยมโหด
- บทที่ 3 - ชาตินี้ รางวัลเคล็ดพลังวัชระบรรพกาล
บทที่ 3 - ชาตินี้ รางวัลเคล็ดพลังวัชระบรรพกาล
บทที่ 3 - ชาตินี้ รางวัลคือเคล็ดพลังวัชระบรรพกาล
บทที่ 3 - ชาตินี้ รางวัลคือเคล็ดพลังวัชระบรรพกาล
◉◉◉◉◉
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังในร่างกาย
ใบหน้าของซูเฉินก็เผยความยินดีออกมา
ขั้นก่อกำเนิดระดับต้น ฝีมือระดับนี้ถือว่าไม่เลวเลย มันทำให้ร่างกายนี้พอจะมีพลังป้องกันตัวอยู่บ้าง
เขาเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวเองเอาไว้
ตอนนี้ยังปล่อยให้พวกตาเฒ่าเหล่านั้นระแคะระคายไม่ได้เด็ดขาด
"ในเมื่อพวกแกอยากจะเล่น ฉันก็จะเล่นเป็นเพื่อนพวกแกเอง จะได้รู้กันไปเลยว่าใครเป็นคนฆ่าซูเมิ่งไป๋!"
ซูเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
จากนั้นเขาก็ก้าวออกจากห้องลับแล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง
เขาเริ่มจมลงสู่ห้วงความคิด
ตอนนี้เขามีฝีมือแล้ว แต่กลับไม่มีเบาะแสอะไรเลย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงรอให้อีกฝ่ายลงมือเท่านั้น
เขาต้องขุดคุ้ยความทรงจำทั้งหมดของร่างกายนี้ออกมาให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยๆ เรียบเรียงมันใหม่
สิ่งที่ฉันต้องทำตอนนี้ก็คือทำตัวตามสบาย แล้วคอยดูว่าพวกแกจะงัดไม้ไหนออกมา
ได้ยินมาว่าหอนางโลมในเมืองชิ่งค่อนข้างดี ฉันน่าจะลองไปฟังเพลงดูสักหน่อย
ในชาติก่อนเรื่องแบบนี้ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ในโลกนี้มันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย
แน่นอนว่าซูเฉินเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าสาวงามในโลกนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร
ถึงแม้ซูเมิ่งไป๋เพิ่งจะตายไป แต่เขาไม่เคยเห็นหน้าซูเมิ่งไป๋เลยด้วยซ้ำ จึงไม่จำเป็นต้องมานั่งไว้อาลัยหรอก
เขาจัดการเตรียมตัวอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นซูเฉินก็ออกจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าไปยังหอนางโลมชื่อดังของเมืองชิ่ง
ไปฟังเพลงที่นั่นสักหน่อย แล้วค่อยหาอะไรทำต่อ
แบบนี้จะทำให้คนอื่นคลายความระแวดระวังลงได้
คิดว่าเขาเป็นแค่พวกเสเพลและลูกคุณหนูที่ไม่เอาไหน
แน่นอนว่าต่อให้ไม่คิดแบบนั้น พวกเขาก็คงจะต้องจับตาดูเขาอยู่ดี ซึ่งนั่นก็จะช่วยถ่วงเวลาให้เขาได้บ้าง
เมื่อคิดได้ดังนี้ เลือดลมในกายของซูเฉินก็เริ่มสูบฉีด
เด็กหนุ่มก็ยังคงมีความเลือดร้อนอยู่เสมอ
เวลาผ่านไปไม่นาน
ซูเฉินก็มาถึงหอนางโลมที่โด่งดังที่สุดในเมืองชิ่งอย่างหอวสันต์หยก
ตั้งแต่ยืนอยู่หน้าประตู ซูเฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นหอมนี้ชวนให้รู้สึกปลุกเร้าอารมณ์อยู่บ้าง
ตามมาด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะเย้ายวนใจที่ดังแว่วมาเป็นระยะ
ซูเฉินก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านใน
ที่หน้าประตู ไม่ใช่คนรับใช้ชายอย่างที่ซูเฉินคิดไว้ในตอนแรกที่เป็นคนมาต้อนรับ
แต่กลับเป็นหญิงสาวแรกรุ่นอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีเดินเข้ามาหาซูเฉินแล้วเอ่ยปากถาม "คุณชายมาคนเดียว หรือว่า..."
ซูเฉินไม่ได้กลับเมืองชิ่งมานานมากแล้ว และก็ไม่ได้มาที่หอวสันต์หยกแห่งนี้นานมากเช่นกัน หญิงสาวที่มาต้อนรับจึงไม่รู้จักเขา
"ขอห้องหรูระดับสูงสุดให้ฉันห้องหนึ่ง แล้วก็ไปบอกน้ากุ้ยด้วยว่าคืนนี้ฉันจะเหมาฉินหลานดาวเด่นดวงใหม่ของพวกเธอ!"
ซูเฉินเอ่ยปากสั่ง
"ใครกันช่างกล้าคุยโตโอ้อวดนัก คิดจะเหมาแม่นางฉินหลานในคืนนี้เชียวหรือ!"
เวลานั้นมีคนได้ยินเสียงของซูเฉินจึงอดไม่ได้ที่จะหันมองมาทางนี้
คนที่พูดขึ้นมาคือชายหนุ่มในชุดหรูหราผู้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูเฉิน
หรงอวิ๋นแห่งจวนตระกูลหรงในเมืองชิ่ง
เมื่อหรงอวิ๋นเห็นว่าเป็นซูเฉิน แววตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจออกมา
"คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแกซูเฉิน พ่อแกเพิ่งจะตายไป แกก็เพิ่งจะได้สืบทอดหอพิรุณทองแท้ๆ กลับมาโผล่ที่นี่เสียนี่!"
"หรือว่าแกรู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน!"
ข่าวการขึ้นรับตำแหน่งประมุขหอพิรุณทองของซูเฉินได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองชิ่งแล้วในตอนนี้
คนผู้นี้มีอายุไล่เลี่ยกับซูเฉินและรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี
"หรงอวิ๋น เรื่องของฉันมันกงการอะไรของแกด้วย การมาเที่ยวที่นี่มันวัดกันที่กำลังทรัพย์ เศษเงินที่พ่อแกให้มามันพอใช้หรือไง"
ซูเฉินแค่นเสียงเย็น
"พาฉันไปที่ห้องส่วนตัวได้แล้ว!"
เขาไม่สนใจหรงอวิ๋นอีกต่อไป
พรสวรรค์ก็ห่วยกว่าเขาตั้งเยอะ ฝีมือก็อ่อนแอกว่าเขา แล้วจะต้องไปเกรงใจหาพระแสงอะไร
เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าชักช้า นางรีบนำทางซูเฉินเข้าไปในห้องส่วนตัวทันที
เมื่อเห็นซูเฉินเดินเข้าห้องส่วนตัวไป แววตาของหรงอวิ๋นก็ทอประกายเหี้ยมเกรียมออกมา
"ก็เป็นแค่แพะรับบาปแท้ๆ แกคิดว่าตัวเองเป็นประมุขหอพิรุณทองจริงๆ หรือไง รอให้ผ่านไปสักพักเถอะ ฉันจะไปดูศพแก"
สถานการณ์ของหอพิรุณทองนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองชิ่งตั้งนานแล้ว
สาเหตุที่ซูเฉินได้เป็นประมุขหอพิรุณทอง
พวกเขาก็รู้เหตุผลดี
ผู้อาวุโสของแต่ละตระกูลต่างก็กำชับเอาไว้แล้วว่า ในช่วงเวลานี้อย่าได้ไปข้องแวะกับซูเฉินมากเกินไป
ซูเฉินถูกพาตัวไปยังห้องส่วนตัวชั้นบน
สุราอาหารรสเลิศถูกยกมาเสิร์ฟในพริบตา
พร้อมกันนั้นแม่เล้าในชุดสีสันฉูดฉาดคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องของซูเฉินด้วย
"ท่านประมุขซู อุตส่าห์ให้เกียรติมาเยือนหอวสันต์หยกของข้า ก่อนหน้านี้ต้องขออภัยที่ต้อนรับไม่ดีพอเจ้าค่ะ!"
แม่เล้าผู้นี้อายุราวสามสิบปียังคงมีเสน่ห์เย้ายวนใจ การพูดจาของนางก็เต็มไปด้วยความนอบน้อม
เปิดประตูทำมาค้าขายก็เพื่อแสวงหาผลกำไร ซูเฉินมีหอพิรุณทองคอยหนุนหลังอยู่ เขาจึงเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของนาง นางจึงต้องคอยเอาอกเอาใจเป็นอย่างดี
"น้ากุ้ย ท่านก็เกรงใจเกินไปแล้ว ฉันได้ยินมาว่าแม่นางฉินหลานของที่นี่คือดาวเด่นดวงใหม่ คืนนี้ก็ให้นางมาปรนนิบัติฉันก็แล้วกัน!"
"ค่าตัวเท่าไหร่ น้ากุ้ย ท่านว่าราคามาได้เลย"
ซูเฉินแสดงท่าทีราวกับเศรษฐีผู้มั่งคั่ง
แต่นั่นก็เป็นความจริง เพราะตอนนี้เขามีเงินเยอะมาก
อย่างไรเสียหอพิรุณทองก็เป็นถึงขุมกำลังใหญ่แห่งเมืองชิ่ง
"ในเมื่อท่านประมุขซูพูดมาแบบนี้ ถ้างั้นข้าก็ขอเสนอราคาเลยนะเจ้าคะ แม่นางฉินหลานเป็นถึงดาวเด่นดวงใหม่ที่เพิ่งจะผลิบาน ข้าขอคิดที่สองพันตำลึงเจ้าค่ะ!"
น้ากุ้ยเอ่ยปากบอกราคา
"นี่คือตั๋วเงินสองพันตำลึง ไปจัดการมาให้เรียบร้อยด้วยล่ะ!"
ซูเฉินล้วงเอาตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึงออกมาสองใบอย่างไม่ลังเล
เขาเพิ่งจะมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน จึงยังไม่ค่อยเข้าใจถึงค่าครองชีพและระดับการใช้จ่ายของที่นี่มากนัก เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไร
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพกตั๋วเงินติดตัวมาตั้งหนึ่งหมื่นกว่าตำลึง
"ท่านประมุขซูช่างใจป้ำยิ่งนัก ข้าจะรีบไปจัดการพาแม่นางฉินหลานมาให้เดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ!"
ณ มุมหนึ่งในลานอวี้หลาน
หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีแดงปักลายหงส์นั่งตัวตรงอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างของนางเปล่งประกายสดใส ริมฝีปากแดงระเรื่อ ผิวพรรณเนียนละเอียดราวกับจะแตกหักได้เพียงแค่เป่าลม ทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าได้รูป ใบหน้างดงามสะกดสายตา
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วนางน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปี แต่บนเรือนร่างของนางไม่ได้มีเพียงแค่กลิ่นอายความหอมหวานของหญิงสาวแรกรุ่นเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจของหญิงสาวที่เติบโตเต็มวัยอีกด้วย
นางก็คือฉินหลานดาวเด่นของหอวสันต์หยกในตอนนี้นั่นเอง
"คุณหนู มีข่าวลืออยู่ข้างนอกว่าคืนนี้มีคนจะเหมาตัวท่านเจ้าค่ะ!"
สาวใช้ตัวน้อยในชุดสีเขียวที่อยู่ข้างกายนางเอ่ยปากขึ้น
"เหมาตัวฉันงั้นหรือ หรือว่าคืนนี้ฉันจะต้องรับแขกแล้วจริงๆ"
ขณะที่ฉินหลานพูด ใบหน้าของนางก็เผยให้เห็นถึงความเศร้าสร้อยเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอะไรมากมายนัก
เพราะนี่คือชะตากรรมของคนกลุ่มนี้นั่นเอง
"ทางด้านน้ากุ้ยก็เป็นคนไปต้อนรับด้วยตัวเองเลย ก็น่าจะใช่แหละเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าเป็นประมุขคนใหม่ของหอพิรุณทองด้วยนะเจ้าคะ!"
"คุณหนู ถ้าหากท่านคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ดีๆ บางทีท่านอาจจะได้หลุดพ้นจากที่นี่ก็ได้นะเจ้าคะ"
สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยปากบอก
"ประมุขคนใหม่ของหอพิรุณทอง ก็คือคนที่มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาในวันนี้สินะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของสาวใช้ตัวน้อย แววตาของฉินหลานก็เปล่งประกายขึ้นมา
"ได้ยินมาว่าเป็นแบบนั้นนะเจ้าคะ!"
สาวใช้ตัวน้อยตอบรับ
ในตอนนั้นเอง คนรับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
"แม่นางหลาน โปรดเตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปที่ห้องส่วนตัวอวี้หลานด้วยขอรับ!"
คนรับใช้คนนั้นเอ่ยปากบอก
หลังจากที่น้ากุ้ยเดินออกไป ซูเฉินก็กินอาหารไปบ้างและนั่งฟังเพลงอยู่ครู่หนึ่ง
แอ๊ด
ในตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออก
หญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งเดินเข้ามาด้านใน
"ผู้น้อยฉินหลาน วันนี้จะมาปรนนิบัติท่านประมุขซูเจ้าค่ะ!"
เมื่อฉินหลานเดินเข้ามานางก็โค้งคำนับแล้วเอ่ยปากบอก
หลังจากดื่มสุราเข้าไปบ้าง เลือดลมในกายก็สูบฉีด ซูเฉินไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเดินไปปิดประตูทันที จากนั้นก็อุ้มฉินหลานขึ้นไปบนเตียงนอน
ฉินหลานเองก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด
พวกนางถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว
ทันใดนั้นภายในห้องก็เต็มไปด้วยบรรยากาศอันเร่าร้อน
[รางวัลของโฮสต์ เคล็ดพลังวัชระบรรพกาล พลังลมปราณขั้นก่อกำเนิดสามปี ยาเม็ดวัชระคงกระพันสองขวด ได้ถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของแล้ว โปรดตรวจสอบด้วย]
เคล็ดพลังวัชระบรรพกาล พลังลมปราณขั้นก่อกำเนิดสามปี ยาเม็ดวัชระคงกระพัน
สองอย่างแรกซูเฉินยังพอเข้าใจได้ แต่ไอ้ยาเม็ดวัชระคงกระพันที่อยู่ด้านหลังนี่มันคืออะไรกันเนี่ย
[จบแล้ว]