เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ส่งบอลให้ฉัน

บทที่ 36 ส่งบอลให้ฉัน

บทที่ 36 ส่งบอลให้ฉัน


บทที่ 36 ส่งบอลให้ฉัน

“บ้าเอ๊ย! เมื่อกี้พวกแกละเมอกันอยู่หรือไง? เมื่อวานไปเที่ยวผู้หญิงกันมาทั้งทีมเหรอ ขาถึงได้อ่อนปวกเปียกกันขนาดนี้!”

“แทคติกที่ฉันวางไว้ก่อนแข่ง พวกแกลืมกันไปหมดแล้วหรือไง ถึงได้อวดดีไปวัดพลังกับคู่แข่งแบบนั้น!”

“ถ้าชนะได้ฉันจะไม่ว่าสักคำ! แต่พวกแกชนะไหมล่ะ?!”

“ชนะไม่ได้ยังพอทน เพราะอีกฝั่งมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ แต่ทำไมถึงลืมแทคติกของพวกเราเอง?!”

“ฉันบอกให้เน้นต่อบอลสั้น เล่นเลียดพื้น ใช้ความคล่องตัวเข้าสู้ ทำไมไม่มีใครฟังฉันเลยหะ?!”

“ไปวัดแรงปะทะ ไปทำฟาวล์แข่งกับมัน ก็เท่ากับเข้าทางตีนมัน เอาจุดอ่อนไปแลกจุดแข็งเขา แล้วจะไปชนะได้ยังไง?!”

ในห้องแต่งตัวทีมเจ้าบ้าน ฟลอเรสคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ระบายความโกรธที่อัดอั้นมาตลอดครึ่งแรกใส่ลูกทีมไม่ยั้ง

ผู้เล่นทุกคนก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหรือสบตาเฮดโค้ช

ฟลอเรสสบถด่าระบายอารมณ์อยู่พักใหญ่ พอเริ่มเย็นลง เขาก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงและเริ่มวางแทคติกสำหรับครึ่งหลัง

“ครึ่งหลัง เราต้องยึดมั่นในเกมภาคพื้นดิน ต่อบอลสั้นให้แม่นยำ และใช้ฝีเท้าความคล่องตัวเจาะทะลวงคู่แข่ง”

“ถ้าคู่แข่งทำฟาวล์ พวกแกต้องฉลาดหน่อย รู้จักพุ่งล้มไหม? แสดงให้มันสมจริง เจ็บให้มันเวอร์ ๆ เรียกคะแนนความสงสารจากผู้ตัดสินหน่อย”

“อีกอย่าง ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามโดนใบเหลืองไปหลายคนแล้ว เกมรับพวกเขาจะเริ่มเกร็ง นี่คือโอกาสของพวกแก เจาะทางไอ้พวกที่มีใบเหลืองติดตัวนั่นแหละ”

ฟลอเรสเองก็หัวเสียกับการเล่นคนของคู่แข่งในครึ่งแรก ถึงขนาดยุให้ลูกทีมพุ่งล้ม

แต่นี่คือโลกฟุตบอลอาชีพ อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวคือชัยชนะ

เวลานั้น หลินหรานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยกมือขึ้นขอพูด

หลังจากฟลอเรสพยักหน้าอนุญาต หลินหรานก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ครึ่งหลัง ช่วยส่งบอลให้ผมเยอะ ๆ หน่อยครับ ผมมีวิธีจัดการกับไอ้ยักษ์กองกลางตัวรับนั่น และผมรับประกันว่าจะทำประตูได้”

สิ้นเสียงของเขา ผู้เล่นทุกคนต่างมองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ฟลอเรสเองก็ยังอึ้งไปเล็กน้อย

“หลิน นายมีวิธีอะไรไปจัดการหมอนั่น?”

“ขออุบไว้ก่อนครับ แต่เชื่อผมเถอะ ผมทำได้แน่นอน” หลินหรานตอบอย่างมั่นใจ

ฟลอเรสจ้องตาหลินหรานอยู่นานหลายวินาที สุดท้ายก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ตกลง ฉันเชื่อใจนาย! แต่อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ ไม่งั้นฉันเปลี่ยนนายออกแน่”

“ไม่มีปัญหาครับบอส”

ได้ยินคำตอบรับที่หนักแน่นของหลินหราน ฟลอเรสไม่ลังเลอีกต่อไป หันไปสั่งผู้เล่นคนอื่นว่า “ลงสนามไป ให้หลินเป็นแกนหลักในเกมรุกแดนหน้า ถ้าจังหวะได้ ให้ส่งบอลไปที่เขา”

แม้ผู้เล่นคนอื่นจะงุนงงอยู่บ้าง แต่ก็พากันพยักหน้ารับทราบ

ไม่นานนัก ช่วงพักครึ่งก็หมดลง การแข่งขันครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น

หลินหรานแอบดื่มน้ำยาฟื้นฟูพละกำลังจากระบบเตรียมพร้อมไว้แล้ว

แอธเลติก บิลเบา เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มครึ่งหลัง และทันทีที่เริ่มเกม พวกเขาก็เปิดฉากบอมบ์ยาวใส่แอตเลติโก มาดริด อีกครั้ง

โชคดีที่หลังจากการปรับจูนในช่วงพักครึ่ง ผู้เล่นแอตเลติโก มาดริด ดูจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง

เมื่อเจอลูกบอมบ์ยาว ผู้เล่นแอตเลติโก มาดริด เลือกที่จะเข้าบีบพื้นที่เร็ว

ในที่สุด ลูกครอสของโรเมริก็ถูก บรอนโต เซ็นเตอร์แบ็กแอตเลติโก มาดริด โหม่งสกัดออกมาจากเขตโทษ

มาร์ติเนซเก็บบอลได้ที่หน้ากรอบเขตโทษ แล้ววางบอลยาวทแยงมุมไปให้ โรริตัน ที่กลางสนามทันที

โรริตันรับบอลแล้วไม่ครองไว้นาน

เขาเหลือบเห็นหลินหรานวิ่งทำทางขึ้นหน้าไปแล้ว และจำคำพูดช่วงพักครึ่งได้ว่าถ้าได้บอลให้ส่งให้หลินหราน

เขาจึงไม่ลังเล จ่ายบอลทะลุช่องส่งลูกหนังพุ่งไปทางหลินหรานทันที

หลินหรานใช้เท้าดึงบอลลง ทันทีที่พลิกตัว ฮัลเกสผู้ดุดันก็พุ่งเข้าใส่เขาราวกับรถถัง

ทว่า หลินหรานไม่มีทีท่าหวาดกลัว เขาพุ่งสวนเข้าหาคู่ต่อสู้เช่นกัน

ทั้งสองปะทะกันอย่างรวดเร็ว และด้วยฝีเท้าที่ว่องไวปานสายฟ้า หลินหรานใช้ท่า ลา โครเกต้า ตบลูกบอลซ้ายขวาหลบฮัลเกสไปได้อย่างเหนือชั้น

ฮัลเกสพยายามคว้าเสื้อหลินหรานไว้ แต่คาดไม่ถึงว่าความเร็วของหลินหรานจะจัดจ้านขนาดนั้น เขาคว้าได้เพียงอากาศธาตุ

เขาเริ่มร้อนรน ขืนปล่อยให้หลุดไปแบบนี้ หลินหรานจะได้ดวลเดี่ยวกับแนวรับทันที และประตูย่อมตกอยู่ในอันตราย

ด้วยความหน้ามืดตามัว ฮัลเกสไม่สนอะไรทั้งสิ้น รีบวิ่งไล่กวดไปสองก้าว แล้วพุ่งสไลด์ตัวเสียบขาขวาของหลินหรานจากด้านหลังเต็มแรง

“ปึก!”

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น

ฮัลเกสใส่แรงมาเต็มที่ในการสกัดครั้งนี้ หลินหรานที่โดนเตะร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเคียวเกี่ยว

เนื่องจากตอนนั้นหลินหรานทำความเร็วมาเต็มที่ แรงเฉื่อยจึงส่งร่างของเขากลิ้งหลุน ๆ ไปข้างหน้าหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่ง

“เฮ้ย!”

แฟนบอลที่เห็นเหตุการณ์ต่างร้องเสียงหลง

“ไอ้คนฆ่าสัตว์!”

“เพชฌฆาต!”

“ใบแดง! ไล่มันออกไป!”

“โอ้! พระเจ้าช่วย! ไอ้หนูจีนนั่นจะเป็นอะไรไหม?!”

พวกเขาแสดงความโกรธแค้นต่อการกระทำของฮัลเกสอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงอาการของหลินหรานมาก เพราะการเสียบสกัดจากด้านหลังแบบนี้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัสอย่างยิ่ง

ฟลอเรสลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก ไม่สนใจคำเตือนของผู้ตัดสินที่ 4 ทำท่าจะพุ่งลงสนาม แต่ถูกโมย่าดึงตัวไว้

เคซี่ย์ที่กำลังถ่ายวิดีโออยู่ กรีดร้อง “ว้าย!” ออกมา กำหมัดแน่นด้วยความกังวล

เหรินเสี่ยวเฟิงเองก็เดือดดาล ร่วมสาปแช่งฮัลเกสไปกับแฟนบอล

เรเยสไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรมากนัก แต่ก็ส่ายหน้าเบา ๆ แสดงความไม่ชอบใจต่อการเล่นสกปรกแบบนี้

ปรี๊ด!

ในสนาม ผู้ตัดสินเป่านกหวีดฟาวล์และรีบวิ่งเข้ามา

เขาชักใบเหลืองออกมาแจกให้ฮัลเกสที่นอนหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้นอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบสถานการณ์

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ หลินหรานผู้ถูกกระทำ กลับลุกขึ้นมายืนปัดฝุ่นเฉย ในขณะที่ฮัลเกสผู้กระทำ กลับนอนกุมน่องร้องโอดโอยด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน

เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้เขาตาฝาดไปหรือเปล่า? สองคนนี้สลับบทบาทกันหรือไง?

ผู้ตัดสินอดสงสัยในสายตาตัวเองไม่ได้

เวลานี้ ไม่ใช่แค่เขา แต่ทุกคนในสนามต่างก็ประหลาดใจ

ฟลอเรสเลิกดิ้นรนแล้ว เขามองดูหลินหรานที่ยืนอยู่ในสนามอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็ว รีบสั่งให้แพทย์สนามลงไปดูอาการ

แพทย์สนามวิ่งไปหาหลินหราน ตรวจเช็กขาของเขาคร่าว ๆ และถามไถ่อาการสองสามคำ ก่อนจะหันมาทำมือโอเคให้ข้างสนาม เป็นสัญญาณว่าหลินหรานปลอดภัยดี

ฟลอเรสถึงได้โล่งอก แต่ก็อดบ่นอุบด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ได้ว่า “ไอ้หมอนี่ แกล้งเจ็บหน่อยไม่ได้หรือไง? ถ้านอนดิ้นทุรนทุรายสักหน่อย ผู้ตัดสินอาจจะแจกใบแดงให้ไอ้ยักษ์นั่นไปแล้ว”

ฟังเจ้านายบ่น โมย่าที่อยู่ข้าง ๆ ได้แต่กุมขมับอย่างอ่อนใจ

อีกด้านหนึ่ง แพทย์สนามของแอธเลติก บิลเบา ก็วิ่งลงมาดูอาการฮัลเกส

คนที่น่าเวทนาที่สุดในสนามตอนนี้คงหนีไม่พ้นฮัลเกส

การทำฟาวล์เมื่อกี้ เขาตั้งใจจะ ‘เก็บ’ คู่แข่งชัด ๆ

เขาหมั่นไส้ไอ้หนูจีนนี่มานานแล้ว แต่หาจังหวะเหมาะ ๆ ไม่ได้สักที

เมื่อกี้โดนไอ้เด็กนี่หลอกหัวทิ่มหัวตำ มันหยามกันเกินไป ต่อให้โดนไล่ออก เขาก็ต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึกถึงพลังของเขา

เขาเลยเสียบสกัดจากด้านหลังแบบไม่ยั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ ฤดูกาลที่แล้ว วานินซ่า กองหน้าดาวรุ่งของ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ก็โดนเขาหวดข้อเท้าหักจากด้านหลังมาแล้ว

และเขาก็แค่โดนแบนไป 3 นัดเท่านั้น

เขาเชื่อว่าไอ้หนูจีนนี่ก็คงไม่รอดเหมือนกัน และเขาก็ตั้งตารอที่จะเห็นมันนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้น

ทว่า ความคิดนี้เปลี่ยนไปทันทีที่ขาของเขาปะทะเข้ากับขาของคู่แข่ง

เขารู้สึกเหมือนไม่ได้เตะขาคน แต่เตะเข้ากับท่อนเหล็กกล้า

จากนั้นความเจ็บปวดรวดร้าวก็แล่นปราดขึ้นมาจากหน้าแข้ง คนที่ไม่เคยเจ็บหนักมาก่อน ตอนนี้ได้ลิ้มรสความทรมานที่เคยยัดเยียดให้คนอื่นอย่างสาสม

เขางงเป็นไก่ตาแตก ทำไมขาไอ้หนูจีนนั่นถึงได้แข็งขนาดนี้

หรือว่าไอ้หมอนี่จะมีวิทยายุทธ์? ต้องใช่แน่ ๆ ได้ยินมาว่าคนจีนทุกคนมีวรยุทธ์ลึกลับ และไอ้เด็กนี่ก็ต้องมีเหมือนกัน

บัดซบ! นี่เขาไปแหย่หนวดเสือเข้าให้แล้วเหรอเนี่ย ไปหาเรื่องคนจีนที่มีวิทยายุทธ์

คิดได้ดังนั้น ฮัลเกสก็เต็มไปด้วยความเสียใจ

เวลานี้ แพทย์สนามของแอธเลติก บิลเบา ตรวจอาการเสร็จสิ้น ผลวินิจฉัยเบื้องต้นคือ กระดูกหน้าแข้งร้าว

เขาส่ายหน้าให้ ฮาดเลม ที่ยืนรอลุ้นอยู่ข้างสนาม เป็นสัญญาณว่าฮัลเกสเล่นต่อไม่ไหว

ได้รับข่าวนั้น อารมณ์ดี ๆ ของฮาดเลมก็มลายหายไปทันที

ขณะที่ทีมงานหามผู้เล่นบาดเจ็บขึ้นเปล เขาหันไปมองม้านั่งสำรอง สุดท้ายจำใจต้องส่ง โอบราด ดาวรุ่งวัย 17 ปี ลงสนามแทน

ฮัลเกสถูกหามขึ้นเปล ขณะที่ถูกหามผ่านหน้าหลินหราน เขาได้ยินชัดเจนว่าหลินหรานพูดอะไรกับเขา

“จำบทเรียนวันนี้ไว้ให้ดี คราวหน้าจะเล่นใครก็ดูตาม้าตาเรือหน่อย อย่าเผลอไปเตะแผ่นเหล็กเข้าอีกล่ะ!”

“ไอ้คนถ่อยไร้ยางอาย! แกกล้าใช้ลูกไม้สกปรกกับฉันเหรอ! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

ฮัลเกสที่นอนอยู่บนเปลโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พยายามจะลุกขึ้นมาเอาเรื่องหลินหราน

แต่พอกระดุกกระดิก ความเจ็บปวดที่หน้าแข้งก็เล่นงานจนเหงื่อแตกพลั่ก ต้องทิ้งตัวกลับลงไปนอน

“อยู่นิ่ง ๆ สิ เดี๋ยวขาก็ไม่หายหรอก” แพทย์ประจำทีมที่เดินตามมาดุเสียงเขียว

ฮัลเกสทำได้เพียงนอนคับแค้นใจอยู่บนเปล หันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้าไอ้ตัวแสบนั่นอีก

จบบทที่ บทที่ 36 ส่งบอลให้ฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว