- หน้าแรก
- ฟุตบอล ยิงครั้งเดียว ตาข่ายสะเทือนทั้งสนาม
- บทที่ 27 เฮดโค้ชโทรหา
บทที่ 27 เฮดโค้ชโทรหา
บทที่ 27 เฮดโค้ชโทรหา
บทที่ 27 เฮดโค้ชโทรหา
ความครื้นเครงในบาร์ดำเนินต่อเนื่องไปจนถึง 2 ทุ่ม เมื่อการแข่งขันลาลีการะหว่าง แอตเลติโก มาดริด กับ ราซิง ซานตานเดร์ เริ่มถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ กลุ่มแฟนบอลถึงได้เริ่มหันมาจดจ่อกับการแข่งขัน
แอตเลติโก มาดริด เล่นได้อย่างยากลำบากยิ่งในนัดนี้
ท่ามกลางเสียงโห่กดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ผู้เล่นตราหมีดูเหมือนจะตื่นสนามอยู่บ้าง
พวกเขาถูก ราซิง ซานตานเดร์ กดหัวอยู่ฝ่ายเดียวตลอดครึ่งเวลาแรก
มักซี กองหน้าตัวหลัก อาจเพราะกังวลอาการบาดเจ็บ จึงดูลังเลและกล้า ๆ กลัว ๆ
ส่งผลให้ ตอร์เรส คู่ขาในแดนหน้า ต้องตกอยู่ในสภาพหัวเดียวกระเทียมลีบ
การขึ้นเกมรุกหลายครั้งต้องสูญเปล่า
โชคยังดีที่แนวรับของแอตเลติโก มาดริด ยังคงเหนียวแน่น
ภายใต้การปูพรมถล่มประตูอย่างบ้าคลั่งของ ราซิง ซานตานเดร์ พวกเขายังคงรักษาประตูไว้ได้อย่างปลอดภัย
แฟนบอลที่ดูเกมอยู่ในบาร์ต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้ บางครั้งก็สูดปากด้วยความหวาดเสียว สลับกับเสียงสบถด่าและบ่นอุบ
“ไอ้แม็กซี่นี่มันขยะเปียกชัด ๆ! โอกาสดวลเดี่ยวขนาดนั้นยังยิงนกตกปลา เมื่อคืนไปมั่วผู้หญิงมาทั้งคืนหรือไง?!”
“ได้ข่าวว่าอาการเจ็บเข่าจากฤดูกาลที่แล้วเพิ่งหาย ฟอร์มตกก็พอเข้าใจได้ แต่ทำไมเฮดโค้ชถึงดันทุรังให้เป็นตัวจริงวะ? แอตฯ มาดริด สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดไม่มีตัวอื่นแล้วหรือไง?”
“ตอร์เรส ของพวกเราพลอยโดนฉุดลงเหวไปด้วยเลย น่าหงุดหงิดชะมัด!”
“พอดูฟอร์มแอตฯ มาดริด นัดนี้แล้ว ฉันหมดหวังกับผลงานทีมในฤดูกาลนี้เลยว่ะ”
หลินหรานเองก็จ้องมองการถ่ายทอดสดทางทีวีอย่างตั้งใจ
เมื่อเห็นภาพแฟนบอลนับหมื่นส่งเสียงคำรามกึกก้องในสนามลาลีกา เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่า หากตนเองได้ไปยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบนั้น มันจะวิเศษสักเพียงใด
เกมของแอตเลติโก มาดริด เพิ่งจะเริ่มทรงตัวได้ในครึ่งหลัง และเป็น ตอร์เรส ที่ฉวยโอกาสจากกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าไปทำประตูได้ในนาทีที่ 78
“สุดยอด!”
“ตอร์เรสจงเจริญ!”
“โกลเด้นบอย ของพวกเรายังพึ่งพาได้เสมอ!”
“ไอ้พวกสวะซานตานเดร์! หุบปากไปซะ!”
แฟนบอลในบาร์เมื่อเห็นประตูขึ้นนำ ต่างระเบิดอารมณ์กันยกใหญ่
หลินหรานเองก็ลุกพรวดจากที่นั่ง ส่งเสียงเชียร์ร่วมไปกับแฟนบอลคนอื่น ๆ
วินาทีนี้ เขาได้สัมผัสถึงความสุขที่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ ความรู้สึกเป็นเกียรติร่วมกันของหมู่คณะ
บางทีอาจเป็นเพราะความสุขที่เรียบง่ายเช่นนี้เอง ที่ทำให้แฟนบอลมากมายต่างส่งเสียงเชียร์และสนับสนุนทีมรักของตน
สกอร์นี้คงอยู่จนจบการแข่งขัน
แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสเปลี่ยนสกอร์ในช่วงท้ายเกม แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ
สุดท้าย แอตเลติโก มาดริด จบเกมด้วยชัยชนะ 1–0 คว้า 3 แต้มล้ำค่าจากเกมเยือนมาได้อย่างหืดจับ
แฟนบอลตราหมีไม่ได้พึงพอใจกับผลการแข่งขันนี้นัก
แม้ทีมจะชนะ แต่คู่แข่งเป็นเพียงทีมอ่อนชั้นอย่าง ราซิง ซานตานเดร์ แถมรูปเกมยังดูทุลักทุเลจนน่าเกลียด ซึ่งทำให้ยากที่จะดีใจได้เต็มปาก
ทว่า อย่างไรเสียมันก็คือชัยชนะ แม้จะมีข้อติอยู่บ้าง แต่แฟนบอลส่วนใหญ่ก็ยังพอสงบจิตสงบใจลงได้
เวลานั้นเกือบจะ 4 ทุ่มแล้ว
เมื่อบอลจบ แฟนบอลก็เริ่มทยอยออกจากบาร์กันเป็นกลุ่ม ๆ
วันนี้ หลินเจี้ยนจุน ดื่มไปไม่น้อย สุดท้ายต้องให้หลินหรานช่วยพยุงกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน ย่อมหนีไม่พ้นโดน ฉินเจียเจีย สวดชุดใหญ่ไฟกะพริบต้อนรับทันที
หลินหรานกับหลินเจี้ยนจุนทำได้เพียงยืนสงบเสงี่ยมรับฟังคำอบรม
หลังจากโดนเทศนาไปเต็ม ๆ สิบนาที ในที่สุดหลินหรานก็ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าห้องไปนอน
แม้วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันหยุด แต่หลินหรานก็ไม่อยากหยุดพัก
เขาตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า จัดการธุระส่วนตัว กินมื้อเช้าง่าย ๆ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปยังฐานฝึกซ้อม
เมื่อมาถึงฐานฝึกซ้อม เพิ่งจะเป็นเวลา 7 โมงครึ่ง ปู่เจมี่ คนเฝ้าประตูเห็นหลินหรานก็ทักด้วยความแปลกใจ “เฮ้! หลิน! วันนี้วันหยุดนะ ฟลอเรสไม่ได้บอกนายเหรอ?”
“ผมไม่มีอะไรทำครับ ก็เลยมาซ้อมดีกว่า ผมเข้าไปได้ไหมครับ?” หลินหรานตอบพร้อมรอยยิ้ม
“แน่นอน เข้าไปได้เลย ข้าต้องขอบอกเลยว่า เอ็งนี่มันขยันตัวจริง! ข้าเชื่อว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่เพียรพยายาม และข้าเชื่อว่าเอ็งจะประสบความสำเร็จแน่” ปู่เจมี่กล่าวชมเชย
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ ขอให้ปู่โชคดีเช่นกันครับ!”
หลินหรานกล่าวจบ ก็วิ่งผ่านประตูเล็กที่เปิดอยู่ออกไป
เมื่อถึงสนามซ้อม เขาทำเหมือนเช่นเคย คือไปเบิกอุปกรณ์ฝึกซ้อมจากห้องเก็บของ แล้วเริ่มการฝึกซ้อมอิสระ
เขาซ้อมไปร่วมสองชั่วโมง จนเลย 9 โมงเช้า จู่ ๆ โทรศัพท์ที่วางไว้ข้างสนามก็ดังขึ้น
หลินหรานวิ่งไปดู ก็เห็นว่าเป็น เฮดโค้ชฟลอเรส โทรมา
หลินหรานแปลกใจเล็กน้อย สงสัยว่าเฮดโค้ชโทรหาเขาทำไมตอนนี้
เขากดรับสาย ยกโทรศัพท์แนบหูแล้วพูดว่า “สวัสดีครับ คุณฟลอเรส!”
“หลิน สวัสดี ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?” เสียงของฟลอเรสดังมาจากปลายสาย
“ผมอยู่ที่สนามซ้อมครับ”
“สนามซ้อม? ฉันไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้วันหยุด? นายไปทำอะไรที่นั่น?” ฟลอเรสประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
“ผมเบื่อ ๆ อยู่บ้าน ก็เลยออกมาซ้อมครับ”
“โอ้! พ่อหนุ่ม! ฉันต้องขอบอกเลยว่า นายทำฉันประหลาดใจจริง ๆ” ฟลอเรสอุทาน
“คุณชมเกินไปแล้วครับ ว่าแต่โทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
ได้ยินหลินหรานถาม ฟลอเรสถึงนึกธุระสำคัญขึ้นมาได้ จึงรีบพูดว่า “ใช่ มีเรื่องหน่อย นักข่าวจากหนังสือพิมพ์มาร์ก้าต้องการสัมภาษณ์นาย นายสะดวกไหม?”
ได้ยินเรื่องนี้ หลินหรานชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาคาดไม่ถึงว่านักข่าวสาวคนนั้นจะเข้าทางฟลอเรส
อันที่จริง ที่เขาไม่รับปากให้สัมภาษณ์เมื่อวาน ส่วนหนึ่งเพราะกลัวยุ่งยาก อีกส่วนหนึ่งคือกังวลเรื่องท่าทีของสโมสร
เพราะเขาไม่รู้ว่าสโมสรจะขัดข้องไหมหากผู้เล่นไปรับงานสัมภาษณ์ส่วนตัว
ในเมื่อตอนนี้เฮดโค้ชเป็นคนโทรมาเอง ทางสโมสรย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน
อีกอย่าง เขาต้องไว้หน้าเฮดโค้ชด้วย
ดังนั้น หลินหรานจึงไม่ลังเลมากนัก ตอบตกลงทันที “งั้นผมจะรอเธอที่สนามซ้อมครับ บอกให้เธอมาที่นี่ได้เลย ผมยินดีให้สัมภาษณ์”
ฟลอเรสพอใจมากที่ได้ยินหลินหรานตอบตกลง
เขารับคำซ้ำ ๆ ก่อนจะวางสายไป
อันที่จริง ฟลอเรสเองก็แปลกใจไม่น้อย เมื่อเช้าตรู่วันนี้ คุณเซเรโซ่ ประธานสโมสรโทรหาเขาด้วยตัวเอง
เนื้อหาใจความมีเพียงเรื่องเดียว คือให้ช่วยจัดแจงให้หลินหราน ผู้เล่นในทีมของเขา ให้สัมภาษณ์กับ คุณเคซี่ย์ นักข่าวจากมาร์ก้า
ได้รับคำสั่งมาแบบนี้ แม้ฟลอเรสจะรู้สึกทะแม่ง ๆ แต่ก็ไม่กล้าเพิกเฉย
เขาจึงรีบโทรหาหลินหรานทันที
หลังจากคอนเฟิร์มทางฝั่งนี้เรียบร้อย เขาก็กดโทรออกอีกเบอร์
ทันทีที่ปลายสายกดรับ เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมทันที “สวัสดีครับ คุณเคซี่ย์! ผมฟลอเรส เฮดโค้ชทีมเยาวชนแอตเลติโก มาดริด ครับ ผมคุยกับหลินหรานเรียบร้อยแล้ว เขายินดีให้สัมภาษณ์ครับ”
เสียงหวานใสของผู้หญิงตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “คุณฟลอเรส ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยจัดการให้ ไม่ทราบว่าจะเริ่มสัมภาษณ์หลินได้ตอนไหนคะ?”
“ถ้าตอนนี้คุณว่าง เชิญที่สนามซ้อมของทีมเราได้เลยครับ หลินกำลังซ้อมอยู่ที่นั่นพอดี”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ! ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย! เดี๋ยวเจอกันหน้าสนามซ้อมนะคะ” ปลายสายตอบกลับด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
หลังจากนัดแนะสถานที่เรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายก็วางสาย