เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 การแข่งขันคัดเลือก

บทที่ 2 การแข่งขันคัดเลือก

บทที่ 2 การแข่งขันคัดเลือก


บทที่ 2 การแข่งขันคัดเลือก

หลินหรานเงยหน้าขึ้นและมองเห็นเด็กหนุ่มสามคนกำลังเดินตรงดิ่งมาทางเครลเลอร์และพรรคพวก

คนที่เอ่ยปากนั้นเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 1.9 เมตร

เด็กหนุ่มอีกสองคนที่ขนาบข้างก็มีรูปร่างสูงใหญ่และดูน่าเกรงขามไม่แพ้กัน แผ่รังสีคุกคามกดดันออกมาอย่างรุนแรง

เมื่อเห็นผู้มาเยือน สีหน้าของเครลเลอร์ก็เจื่อนลงเล็กน้อย เขาฝืนยิ้มและเอ่ยขึ้น

“เฟร์นานโด นายก็มาที่นี่ด้วยเหรอ?”

“ถ้าขนาดตัวไร้น้ำยาอย่างนาย ที่แค่แตะก็ล้ม ยังมาได้ ทำไมพวกเราจะมาไม่ได้ล่ะ? ขืนพวกเราไม่มา แอตเลติโก มาดริดคงถูกขยะอย่างพวกนายยึดครองไปหมดพอดี”

เด็กหนุ่มที่ชื่อเฟร์นานโดเอ่ยอย่างเย่อหยิ่งยะโส ส่งผลให้เด็กหนุ่มสองคนที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเยาะออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้เห็นเครลเลอร์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินเฟร์นานโดด่าทอว่าเขาเป็นพวกไร้น้ำยาอย่างซึ่งหน้า เครลเลอร์ก็มีโทสะขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่อเขามองไปยังชายร่างยักษ์สามคนตรงหน้าที่สูงกว่าเขาถึงครึ่งศีรษะ ท้ายที่สุดเขาก็ต้องข่มความโกรธเอาไว้

เมื่อเห็นว่าเครลเลอร์ไม่กล้าปริปาก เด็กหนุ่มทั้งสามก็ยิ่งได้ใจ พวกเขาหัวเราะร่วนเสียงดังลั่นราวกับไม่มีใครอื่นอยู่ในสายตา

“เครลเลอร์ ไอ้เบื๊อกสามคนนี่เป็นใครกัน? ทำไมถึงทำตัวเหมือนหมาบ้าแบบนี้?”

หลินหรานที่ยืนอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นมา เมื่อเห็นเพื่อนของตนกำลังถูกเยาะเย้ยหยัน

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหราน ทั้งสามคนที่กำลังหัวเราะอย่างได้ใจก็หยุดชะงักในทันที และตวัดสายตาจ้องเขม็งมาทางหลินหรานอย่างดุดัน

“ไอ้หนูคนจีน แกวอนหาที่ตายใช่ไหม? เชื่อไหมว่าฉันจะอัดแกให้เละคาตีนเลย?”

เฟร์นานโดข่มขู่ด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

“ฉันไม่เชื่อหรอก ถ้านายกล้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสอานุภาพของศิลปะการต่อสู้แบบจีน”

หลินหรานเอ่ยพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความท้าทายอย่างชัดเจน

สิ่งนี้กลับข่มขวัญอีกฝ่ายได้สำเร็จ ชื่อเสียงอันเลื่องลือของศิลปะการต่อสู้แบบจีนทำให้ไอ้ยักษ์ทั้งสามคนฝั่งตรงข้ามเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาบ้าง

พวกเขายืนคุมเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งข้างกายเฟร์นานโดจะกระตุกแขนเสื้อของเขาแล้วเอ่ยขึ้น

“เฟร์นานโด มีเรื่องกันที่นี่เดี๋ยวพวกเราก็โดนเตะโด่งออกไปหรอก ถ้าอยากจะจัดการไอ้เด็กนั่น พวกเราต้องรอให้จบการทดสอบฝีเท้าไปก่อน”

เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้น เฟร์นานโดก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าภายนอกเขาจะยังคงปั้นหน้าฮึดฮัดไม่สบอารมณ์อยู่ก็ตาม เขากระแทกเสียงใส่หลินหรานอย่างเดือดดาล

“ถือว่าแกโชคดีไปนะไอ้หนู แกสวดภาวนาไว้ให้ดีเถอะว่าอย่ามาเจอกับฉันในสนามแข่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำให้แกรู้ซึ้งว่าจุดจบของการกล้ามาแหยมกับคนอย่างฉัน เฟร์นานโด มันเป็นยังไง”

ทั้งสามคนเดินผละออกไป พลางหันขวับมาถลึงตาใส่พวกเขาอย่างมาดร้ายตลอดทาง

จนกระทั่งทั้งสามคนเดินลับสายตาไป เครลเลอร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเอ่ยด้วยความกังวลใจอยู่บ้าง

“หลิน นายไปล่วงเกินเฟร์นานโดเข้าให้แล้ว หมอนั่นต้องหาทางแก้แค้นแน่ ๆ นายต้องระวังตัวให้ดีนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะระวังตัวให้ดี หมอนี่เล่นตำแหน่งอะไรเหรอ? ดูหยิ่งยะโสซะไม่มี?”

“เขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงของทีมในชุมชนข้างเคียงพวกเรา หมอนี่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่มากในชุมชนของเรา ทุก ๆ ปีในการแข่งขันระดับชุมชน จะต้องมีใครสักคนได้รับบาดเจ็บเพราะการเล่นเกมรับอันดุดันของเขา ปีที่แล้ว ฟาอุสโต เพื่อนสนิทของฉันก็ถูกเขาเสียบจนขาหัก และจนถึงตอนนี้ก็ยังรักษาตัวไม่หายดีเลย นายรู้ไหม เขาคือกองหน้าที่ชุมชนของเราฝากความหวังเอาไว้สูงมาก แต่ตอนนี้ เขาทำได้เพียงกล่าวอำลาฟุตบอลอันเป็นที่รักไปตลอดกาล”

เครลเลอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยนายสั่งสอนพวกนั้นให้เอง”

หลินหรานเอ่ยด้วยความรักพวกพ้อง

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหราน อารมณ์ของเครลเลอร์ก็ดูเหมือนจะดีขึ้นมาเล็กน้อย

ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนในฝูงชนร้องตะโกนขึ้น

“เฮดโค้ชมาแล้ว ยืนตัวตรง!”

หลินหรานเงยหน้าขึ้นและมองเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด หน้าตาขึงขังจริงจัง วัยราวสี่สิบกว่าปี กำลังเดินตรงเข้ามา

ด้านหลังของเขาคือชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าปี ในมือถือสมุดจดบันทึก ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ช่วยของชายวัยกลางคนที่เดินนำหน้ามา

ชายวัยกลางคนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มนักเตะเยาวชนที่กำลังรอการทดสอบฝีเท้า เขาเริ่มต้นด้วยการกวาดสายตาอันแหลมคมดุจเหยี่ยวมองไปทั่วทั้งสนาม

เมื่อทุกคนเริ่มรู้สึกประหม่า เขาก็เอ่ยปากขึ้น

“ฉันคือฟลอเรส เฮดโค้ชของทีมเยาวชนแอตเลติโก มาดริด และนี่คือผู้ช่วยโค้ชของฉัน โมยา”

“ก่อนอื่น ฉันขอต้อนรับพวกนายทุกคนที่เลือกมาทดสอบฝีเท้าที่นี่ แอตเลติโก มาดริดคือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และมีนักเตะพรสวรรค์มากมายแจ้งเกิดจากที่แห่งนี้ ทั้งราอูล ตอร์เรส ล้วนเคยฝึกฝนอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น”

“หากพวกนายสามารถผ่านการทดสอบฝีเท้าในวันนี้ไปได้ พวกนายก็อาจจะกลายเป็นราอูลคนต่อไป หรือตอร์เรสคนต่อไปก็ได้”

ถ้อยคำของฟลอเรสทำให้แววตาของเหล่านักเตะเยาวชนทอประกายแห่งความปรารถนาอันแรงกล้า ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากจะกลายเป็นดาวเด่นอย่างราอูลหรือตอร์เรส ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากผู้คนทั้งมวล?

ทว่า ฟลอเรสก็เปลี่ยนน้ำเสียงในเวลาต่อมา และเอ่ยอย่างจริงจัง

“สำหรับการทดสอบฝีเท้าในวันนี้ พวกเราต้องการเปิดรับนักเตะเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น แต่มีผู้สมัครเข้ามาถึงสี่สิบเจ็ดคน ดังนั้น วันนี้พวกเราจะต้องดำเนินการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ฉันต้องการเพียงแค่คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่านั้น”

คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนบนสนามรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาในทันที และพวกเขาก็หันไปมองคนรอบข้างด้วยความระแวดระวัง เพราะคนเหล่านี้กำลังจะกลายมาเป็นคู่แข่งของพวกเขาในอีกไม่ช้า

เมื่อเห็นว่าคำพูดของตนได้ผล มุมปากของฟลอเรสก็ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย และเขาได้กล่าวต่อ

“ลำดับต่อไป พวกเราจะเข้าสู่การแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม โค้ชโมยาจะเป็นผู้อธิบายกฎกติกาโดยละเอียดในอีกสักครู่ เอาล่ะไอ้หนูทั้งหลาย ทุ่มเทให้เต็มที่ และคว้าโอกาสที่อาจจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกนายไปตลอดกาลเอาไว้ให้ได้”

หลังจากที่ฟลอเรสกล่าวจบ เขาก็พยักหน้าให้โมยาที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงเดินตรงไปยังซุ้มม้านั่งสำรองของสต๊าฟโค้ช

โมยาผู้มีหนวดเคราเฟิ้มก้าวออกมาข้างหน้า และเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน

“จากข้อมูลที่พวกนายให้มา พวกเราได้ทำการแบ่งพวกนายออกเป็นสี่ทีมตามตำแหน่งการเล่นบนสนาม จากนั้นพวกนายจะต้องลงแข่งขันแบบแบ่งกลุ่มจับคู่ดวลกัน เวลาในการแข่งขันคือ 45 นาที พวกเราจะให้คะแนนพวกนายตามผลงานในสนาม และผู้ที่มีคะแนนสูงสุดห้าอันดับแรกจะได้อยู่ต่อ”

“ตอนนี้ ใครที่ฉันเรียกชื่อ ให้ก้าวออกมารับเสื้อกั๊กสำหรับลงแข่งขัน”

“กาสโตร! ผู้รักษาประตูทีมสีแดง”

“โมราเลส! ปีกซ้ายทีมสีแดง”

“กอนซาเลซ! กองหลังทีมสีเหลือง”

... เมื่อแต่ละชื่อถูกขานเรียก เด็กหนุ่มก็ก้าวออกมาจากฝูงชนและเดินไปรับเสื้อกั๊กของตนเอง

เสื้อกั๊กถูกแบ่งออกเป็นสองสี คือสีแดงและสีเหลือง ซึ่งเป็นตัวแทนของทีมสีแดงและทีมสีเหลืองตามลำดับ

“เครลเลอร์! กองกลางฝั่งซ้ายทีมสีแดง”

เมื่อได้ยินชื่อของตน เครลเลอร์ก็รีบก้าวออกไปและรับเสื้อกั๊กสีแดงของเขามา หมายเลขของเขาคือ 11

“หืม? นี่... หลิน... หราน! กองหน้าทีมสีแดง”

เห็นได้ชัดว่าชื่อภาษาจีนที่ออกเสียงยากลิ้นพันกันนี้ทำให้โมยาสะดุดไปเล็กน้อย ทว่าความเป็นมืออาชีพของเขาก็ช่วยให้เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินชื่อของตน หลินหรานก็ก้าวออกจากฝูงชนในทันที และเดินไปรับเสื้อกั๊กของเขา หมายเลขบนเสื้อกั๊กคือ 10 ซึ่งเป็นหมายเลขที่ดีมากทีเดียว

เมื่อมองเห็นหลินหราน เด็กหนุ่มชาวจีนผู้มีผมสีดำและผิวสีเหลือง โมยาก็ประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบฉีกยิ้มและเอ่ยขึ้น

“ไอ้หนูคนจีน ยินดีต้อนรับสู่สถาบันเยาวชนของแอตเลติโก มาดริดนะ ทำผลงานให้ดีล่ะ ฉันตั้งความหวังกับนายเอาไว้สูงมาก”

“ขอบคุณครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด”

หลินหรานรู้สึกถูกชะตากับชายหนวดเครารุงรังตรงหน้าขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

โมยาขานชื่อจนครบอย่างรวดเร็ว บรรดาผู้ที่ถูกเรียกชื่อต่างก็แบ่งออกเป็นสองทีมตามสีของเสื้อกั๊ก พวกเขาไปยืนประจำที่บนสนาม รอคอยเพียงแค่ให้การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 2 การแข่งขันคัดเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว