- หน้าแรก
- กล้าท้าทายยมบาลน้อย เดี๋ยวจะส่งไปลงนรกให้เกลี้ยง
- บทที่ 19: อายุขัยของฮูหยินเฒ่าซือถึงคราวสิ้นสุด
บทที่ 19: อายุขัยของฮูหยินเฒ่าซือถึงคราวสิ้นสุด
บทที่ 19: อายุขัยของฮูหยินเฒ่าซือถึงคราวสิ้นสุด
บทที่ 19: อายุขัยของฮูหยินเฒ่าซือถึงคราวสิ้นสุด
หากมีใครสักคนในตระกูลซือที่ห่วงใยซือเหออย่างแท้จริง คนผู้นั้นย่อมมีเพียงฮูหยินเฒ่าซือผู้ชราภาพเท่านั้น
นับตั้งแต่หลานสาวตัวน้อยถูกลักพาตัวไป หญิงชราก็เฝ้าคิดถึงนางทุกวี่ทุกวัน แม้จะมีซือเหยาอยู่เคียงข้าง ทว่าก็มิอาจบรรเทาความเจ็บปวดจากความคิดถึงหลานรักได้เลย
ยามที่ซือเหอถูกรังแกในจวนแม่ทัพจนต้องระเห็จไปอยู่ชนบท ฮูหยินเฒ่าซือก็ยังฝืนสังขารที่เจ็บป่วยไปเยี่ยมเยียน พร้อมกับนำเสื้อผ้า ผ้าห่ม และเงินทองไปให้มากมาย
ทว่าซือเหอไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลซืออีกต่อไป
นางไม่ยอมรับเงินของหญิงชรา แต่ด้วยความเคารพในน้ำใจ นางจึงรับไว้เพียงผ้าห่มและเสื้อผ้าเท่านั้น
ก่อนจากไป หญิงชราลูบหน้าผากของชิงเป่าอย่างแผ่วเบา "เจ้าเพิ่งลืมตาดูโลก ในขณะที่ทวดมาถึงบั้นปลายชีวิตแล้ว เด็กดี จงเติบโตขึ้นอย่างปลอดภัยและรักแม่ของเจ้าแทนทวดด้วยนะ"
ในเวลานั้น ชิงเป่ายังไม่ประสีประสาเรื่องใด
แต่บัดนี้ ชิงเป่าสามารถมองทะลุถึงความน่ารังเกียจของสันดานมนุษย์ และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่มีอยู่ระหว่างสายเลือดแล้ว
"ท่านแม่ พวกเรากลับไปเยี่ยมท่านย่าทวดกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าท่านย่าทวดจะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว"
ในชาติก่อน ชิงเป่าและท่านแม่ไม่เคยได้พบหน้าหญิงชราผู้เป็นที่รักคนนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกนางจะสิ้นใจเลย
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา...
ใบหน้าของฮูหยินซือก็มืดครึ้มลงทันที "เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดกัน? สุขภาพของฮูหยินเฒ่ายังแข็งแรงดีนัก หากเจ้ากล้าพูดจาพล่อยๆ เช่นนี้อีก ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะตบปากเจ้ากลางถนนนี่หรอกนะ!"
บ้าจริง นังเด็กนี่รู้ได้อย่างไร?
"เอาเถอะท่านแม่ เด็กที่โตในชนบทก็เป็นเช่นนี้แหละ ย่อมเทียบกับเหมิงเหมิงไม่ได้อยู่แล้ว อย่ามาอารมณ์เสียกลางถนนเลย พวกเรากลับกันก่อนเถิด"
ซือเยี่ยเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย พยายามเกลี้ยกล่อมฮูหยินซืออย่างไม่ขาดสาย
ซือเหอรวบตัวชิงเป่าเข้ามากอดไว้แน่นแล้วกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา "เหตุใดฮูหยินซือต้องลดตัวลงมาต่อล้อต่อเถียงกับเด็กด้วยเล่า? รีบกลับจวนมิสำคัญกว่าหรือ"
"เจ้าเรียกข้าว่าฮูหยินซืออย่างนั้นรึ?"
ประกายความผิดหวังวูบผ่านดวงตาของฮูหยินซือ
เด็กที่นางอุ้มท้องมาถึง 10 เดือนและแทบเอาชีวิตไม่รอดจากการคลอดยากตลอดทั้งคืน บัดนี้กลับเหินห่างกับนางถึงเพียงนี้
"ด้วยฐานะของข้า ข้าคงไม่คู่ควรที่จะเรียกท่านว่าท่านแม่กระมัง? ไปกันเถอะ"
ซือเหออุ้มชิงเป่าเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่รอคอยกลุ่มของฮูหยินซือเลยแม้แต่น้อย
ซือเยี่ยถอนหายใจ "ท่านแม่ ข้าบอกท่านแล้ว คนเนรคุณหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนางสนแต่เรื่องเงินเท่านั้น ไม่ว่าท่านจะทำดีกับนางแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ ท่านต้องให้เงินนางถึงจะถูก"
"อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าออกมาที่ถนนทำไม กลับไปเมื่อไหร่ข้าจะจัดการเจ้าด้วยเหมือนกัน"
ฮูหยินซือปรายตามองโรงมหรสพที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยความชิงชังบุตรชายที่ไม่เอาไหนคนนี้
ทำตัวเสเพลมาตั้งแต่เด็ก โตป่านนี้ก็ยังไม่รู้จักเปลี่ยนนิสัย!
"ท่านแม่ ขออีกแค่ครั้งเดียวนะขอรับ ครั้งนี้ข้าต้องการแค่ 10 ตำลึงเพื่อเอาไปคืนท่านอ๋องน้อย แล้วข้าจะไม่เล่นกัดจิ้งหรีดอีกเลย" ที่ซือเยี่ยไปดักรอพบซือเหอก่อนหน้านี้ก็เพียงเพื่อจะขอเงินจากนางเท่านั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาแสร้งถามไถ่เรื่องอาหารการกินของชิงเป่า เขาไม่คิดเลยว่าสองแม่ลูกจะมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้
ช่างเถอะ ยืมเงินแค่ตำลึงเดียวจะมีประโยชน์อันใด
ออดอ้อนขอจากท่านแม่ยังจะได้เงินเร็วกว่าเสียอีก
"เจ้าเป็นคนพูดเองนะ" ฮูหยินซือถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ล้วงเงิน 50 ตำลึงออกจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้ซือเยี่ย
"นี่รวมถึงเงินเบี้ยหวัดเดือนนี้ของเจ้าด้วย หากเจ้ามาเล่นจิ้งหรีดอีก ก็อย่ามาโทษว่าข้าใจจืดใจดำไม่ให้เงินเจ้าก็แล้วกัน"
"ข้าทราบแล้ว ข้าสาบานเลย"
ณ ตระกูลซือ
ภายในเรือนฉือซิน ผู้คนต่างวิ่งวุ่นกันชุลมุน ชามยาต้มร้อนกรุ่นถูกยกเข้าออกไม่ขาดสาย
ท่านหมอหลายคนต่างส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
"เตรียมจัดงานศพเถิด ฮูหยินเฒ่าเหลือเพียงลมหายใจรวยริน ทว่ายังไม่ยอมสิ้นใจ"
"เกิดอะไรขึ้น? เมื่อหลายวันก่อนนางยังดีๆ อยู่เลย แล้วไฉนวันนี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?"
ใต้เท้าซือที่เพิ่งกลับมาถึงเรือนฉือซิน เอ่ยถามบรรดาแม่นมและสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติ
แม่นมส่ายหน้าพลางกล่าว "สุขภาพของฮูหยินเฒ่าก็ไม่สู้ดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเจ้าค่ะ อาการที่จู่ๆ ก็ดีขึ้นมาเมื่อช่วงก่อน คงเป็นเพียงแค่อาการคนใกล้ตายที่ฮึดสู้เป็นเฮือกสุดท้ายเท่านั้น"
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ฮูหยินเฒ่าจะหมดสติไป นางได้ชี้มือไปทางทิศใต้และบอกให้ฮูหยินซือออกไปที่ถนนเพื่อตามหาคนผู้หนึ่ง
ส่วนคนที่ว่านั้นคือใคร...
แม่นมรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของใต้เท้าซือก็กระตุกวูบ
เมื่อ 20 ปีก่อน ตอนที่ซือเหอเพิ่งถูกลักพาตัวไป มารดาของเขาก็ล้มป่วยกะทันหันและชี้มือไปทางทิศใต้เช่นเดียวกัน
ต่อมา บ่าวรับใช้ก็นำข่าวกลับมาแจ้งว่า สถานที่สุดท้ายที่แม่นมตำแยผู้นั้นหายตัวไป ก็คือถนนสายใต้
"ท่านแม่ ท่านอยากพบเหอเอ๋อร์ใช่หรือไม่ขอรับ?" ใต้เท้าซือโน้มตัวเข้าไปใกล้มารดาชราแล้วเอ่ยถาม
หญิงชราที่หมดสติไปกลับขยับนิ้วมือเล็กน้อย หัวคิ้วของนางขมวดเข้าหากันจางๆ
"ใครก็ได้ ไปตามตัวซือเหอกลับมา! ไปเร็วเข้า!" ใต้เท้าซือตะโกนสั่งด้วยความตื่นเต้น
จากนั้น เขาก็แอบดึงตัวพ่อบ้านออกไปข้างนอกแล้วลดเสียงลง
"หากเจ้าหาตัวซือเหอไม่พบในทันที ก็จงออกไปนอกประตูเมืองแล้วพาตัวเหยาเอ๋อร์กลับมา..."
อย่างไรเสีย ตอนนี้ฮูหยินเฒ่าก็ไม่ได้สติ จะเป็นเหยาเอ๋อร์หรือเหอเอ๋อร์ก็คงไม่ต่างกัน ขอเพียงทำให้นางสิ้นลมอย่างสงบก็พอ
มีอายุยืนยาวมาจนถึงป่านนี้ ก็นับว่าเป็นงานศพที่น่าชื่นชมยินดีแล้ว
บ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแล้วตะโกนเสียงดังลั่น "นายท่าน ฮูหยินกลับมาแล้วขอรับ และยังพาคุณหนูสี่กับคุณหนูน้อยกลับมาด้วย!"
ทันทีที่สิ้นเสียง...
ก็ปรากฏร่างของซือเหอที่แบกชิงเป่าไว้บนหลัง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความร้อนรน นางวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจนแทบจะสะดุดธรณีประตู
"ท่านย่า"
นางวางชิงเป่าลงและคุกเข่าอยู่หน้าเตียงของหญิงชรา มือเรียวบางทว่าหยาบกร้านกุมมือเหี่ยวย่นของฮูหยินเฒ่าเอาไว้
"ท่านย่า ซือเหอเป็นหลานอกตัญญู ซือเหอเพิ่งจะมาหาท่านเอาป่านนี้" หยาดน้ำตาของซือเหอร่วงหล่นหยดแล้วหยดเล่า
หญิงชราผู้เหลือเพียงลมหายใจรวยริน พยายามยื่นมือกลับมาบีบมือซือเหอไว้แน่น
หญิงชราคลำฝ่ามือของซือเหอด้วยความสั่นเทา ราวกับกำลังลากไล้ไปตามเส้นลายมือ
"ซือเหอ ท่านย่าของเจ้าใกล้จะสิ้นลมแล้ว รีบพูดอะไรดีๆ ให้นางฟังเสียเถิด นางจะได้จากไปอย่างสงบ" ใต้เท้าซือถอนหายใจ
"ใครบอกว่าท่านย่าทวดใกล้จะสิ้นลมแล้วล่ะเจ้าคะ?"
ในตอนนั้นเอง...
เด็กน้อยวัยเตาะแตะที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เงยหน้ากลมแป้นขึ้นมาเจื้อยแจ้วด้วยน้ำเสียงกังวานใส
ในมือของนางถือพู่กันพิพากษา ที่มีความยาวแทบจะเท่าส่วนสูงของนางเอาไว้แล้ว
ประกายแห่งความหวังจุดประกายขึ้นในดวงตาของซือเหอ นางจับบ่าของชิงเป่าไว้แน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อชีวิต
"ชิงเป่า ลูกต้องมีวิธีช่วยท่านย่าทวดใช่หรือไม่?"
"ซือเหอ เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? ถึงได้หวังพึ่งให้เด็ก 3 ขวบมาช่วยท่านย่าเนี่ยนะ" ทันใดนั้น...
ซือเยี่ยก็รีบตามเข้ามาพลางหอบหายใจอย่างหนัก
เหตุใดพละกำลังของซือเหอถึงได้ดีนัก? นางวิ่งแบกชิงเป่ามาตลอดทางโดยที่ไม่มีอาการหอบเหนื่อยเลยสักนิด?
ฮูหยินซือที่หอบเหนื่อยเดินเข้ามาผลักชิงเป่าให้ออกห่างจากเตียงของฮูหยินเฒ่า
"เอาตัวนังเด็กปากอัปมงคลนี่ออกไปให้พ้น! ตอนที่ข้าออกมาฮูหยินเฒ่ายังดีๆ อยู่เลย แต่พอนังเด็กนี่แช่งปุ๊บ ฮูหยินเฒ่าก็มาปางตายเช่นนี้!"
แววตารังเกียจพาดผ่านดวงตาของฮูหยินซือ ฮูหยินเฒ่าซูพูดถูก
ชิงเป่าคือดาวหายนะจริงๆ!
"เจ้าว่าอะไรนะ?" ใต้เท้าซือมองฮูหยินซือด้วยความไม่อยากเชื่อ
ฮูหยินซือเอ่ย "นายท่าน ท่านไม่รู้อะไร เมื่อครู่นี้ตอนที่ข้าไปหาซือเหอ นังเด็กชิงเป่าคนนี้ปากพล่อยแช่งชักฮูหยินเฒ่าว่านางเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าพอกลับมาฮูหยินเฒ่าจะกลายเป็นเช่นนี้จริงๆ"
สีหน้าของใต้เท้าซือมืดครึ้มลงทันที "ซือเหอ นี่เจ้าอบรมสั่งสอนลูกเช่นนี้งั้นรึ?"
เขายื่นมือออกไปหวังจะผลักไหล่ของซือเหอ
ทว่ากลับถูกแสงสีแดงสะท้อนกลับมาจนปลายนิ้วปวดแปลบ
"ชิงเป่าไม่ได้เป็นเด็กปากอัปมงคล ทุกสิ่งที่นางพูดคือความจริง!" ซือเหอยืนขึ้น เอาร่างบังเด็กน้อยไว้ด้านหลังด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
ก่อนที่จะให้กำเนิดชิงเป่า นางเคยเป็นคนหัวอ่อนและถูกรังแกได้ง่ายในตระกูลซือ
แต่หลังจากมีชิงเป่า บุตรสาวก็กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนาง ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องชิงเป่า คนผู้นั้นก็คือศัตรูของนาง!
ทว่าชิงเป่ากลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเหมือนกับผู้เป็นแม่
ตลอด 10 ปีในฐานะตุลาการยมโลก นางคุ้นชินกับการเกิดแก่เจ็บตายและมองทะลุถึงสันดานดิบของมนุษย์มามากพอแล้ว
นางย่อมไม่ยอมให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นมาส่งผลกระทบต่อจิตใจของนางได้
นางกล่าวอย่างใจเย็นว่า "ภายในเวลาชั่วก้านธูปไหม้หมดดอก ท่านย่าทวดสามารถฟื้นขึ้นมาได้ ข้าแค่ไม่รู้ว่าพวกท่านเต็มใจที่จะให้นางฟื้นขึ้นมาหรือไม่"