- หน้าแรก
- ยิ่งตายข้ายิ่งแกร่ง
- บทที่ 102 อวสาน
บทที่ 102 อวสาน
บทที่ 102 อวสาน
บทที่ 102 อวสาน
"ไยจึงไม่หนีต่อเล่า?"
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมที่เป็นผู้นำเอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน พวกเขามีผู้บำเพ็ญระดับจิตบรรพกาลนับหมื่น อีกทั้งยังมีผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมอีกห้าคน รุมล้อมโจมตีผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาลเพียงผู้เดียว กลับต้องสูญเสียกำลังพลไปมากมายถึงเพียงนี้
กระทั่งผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมยังถูกสังหารไปถึงสองคน!
แม้ทั้งหมดจะเป็นเพราะกระบี่ยาวศาสตราศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้น แต่เมื่อสายตาเหลือบมองน้ำเต้ากลืนวิญญาณที่อยู่ด้านหลังของไป๋เจี้ยนเกอ สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ขอเพียงชิงน้ำเต้ากลืนวิญญาณกลับคืนมาได้ ความสูญเสียเหล่านี้ก็นับว่ายังพอรับไหว
ยามนี้เหล่าผู้บำเพ็ญเฉียนหยวนแต่ละคนหลบซ่อนประดุจหนู ล่าได้ยากเย็นขึ้นทุกที วิญญาณแท้หนึ่งแสนดวงมิใช่จำนวนน้อย ๆ มันช่วยประหยัดเวลาให้พวกเขาได้มหาศาล
สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา!
ไป๋เจี้ยนเกอมองดูฝูงชนที่จ้องจะตะครุบตนราวกับเสือร้าย ทันใดนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มบาง มือซ้ายลูบไล้กระบี่ยาวข้างกายเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
"ในเมื่อพวกเจ้าอาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้ข้าจากไป เช่นนั้นก็จงถูกข้าสังหารให้สิ้นซากเสียเถิด!"
สิ้นคำกล่าว เสียงกระบี่พลันก้องกังวานจากภายในทะเลปราณ ครรภ์ก่อกำเนิดรูปทรงกระบี่สีทองเรืองรองหมุนวนพุ่งออกจากร่าง หลอมรวมเข้ากับผู้สังหารมนุษย์ในพริบตา
วิ้ง!
เสียงกระบี่กรีดร้องขานรับ ผู้สังหารมนุษย์แผ่รังสีสีแดงเจิดจ้า กลิ่นอายของไป๋เจี้ยนเกอพุ่งทะยานขึ้น จนเข้าใกล้ระดับจิตบรรพกาลขั้นสมบูรณ์ในชั่วพริบตา
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามและเหล่าคนชุดดำต่างพากันชะงักงัน ไป๋เจี้ยนเกอเป็นผู้บำเพ็ญกระบี่ที่อัจฉริยะเลิศล้ำที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเห็นมาจริง ๆ ทว่าหากไร้ซึ่งเจตจำนงกระบี่สูงสุดของศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดไป ก็ทำได้เพียงก้าวไปถึงระดับจิตบรรพกาลขั้นสมบูรณ์เท่านั้น
พลังนี้ยังมิอาจเทียบได้กับคนชุดดำหลายคนด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสาม ถึงขั้นกล้าลั่นวาจาสามหาวว่าจะสังหารพวกเขาให้หมดสิ้น
ทุกคนต่างคิดว่าไป๋เจี้ยนเกอนั้นเสียสติไปแล้ว ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมคนหนึ่งส่งสายตาเป็นสัญญาณ คนชุดดำหลายคนพลันเคลื่อนไหวประดุจเงาพราย หมายจะสังหารไป๋เจี้ยนเกอเสีย ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกระบี่พลันดังสนั่นขึ้นอีกครา
พลันปรากฏครรภ์ก่อกำเนิดรูปกระบี่อีกเล่มหนึ่งหมุนวนพุ่งออกจากร่างของไป๋เจี้ยนเกอ หลอมรวมเข้ากับผู้สังหารมนุษย์ ส่งผลให้กลิ่นอายพลังของไป๋เจี้ยนเกอพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งอย่างมหาศาล
คราวนี้ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่คนชุดดำที่เตรียมจะเข้าจู่โจมก็ยังชะงักงันอยู่กับที่ด้วยความโง่งม
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเขาถึงมีครรภ์ก่อกำเนิดถึงสองอันได้?
ไม่ปล่อยให้ทุกคนมีเวลาสงสัย ครรภ์ก่อกำเนิดรูปกระบี่เล่มแล้วเล่มเล่าพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้นเก้าเล่ม ทั้งหมดล้วนหลอมรวมเข้าไปในผู้สังหารมนุษย์
เจตจำนงกระบี่อันน่าสยดสยองขุมหนึ่งแทงทะลุห้วงนภา!
ผู้สังหารมนุษย์แปรเปลี่ยนเป็นดั่งผลึกสีแดงฉาน สาดรัศมีกระบี่สีชาดออกมา พื้นที่โดยรอบถูกรัศมีดาบกรีดเฉือนจนเกิดรอยร้าวถี่ระยิบ
อาภรณ์สีขาวของไป๋เจี้ยนเกอสะบัดพริ้ว เส้นผมสีขาวทุกเส้นมีรัศมีกระบี่เอ่อล้นออกมา ลายสลักรูปกระบี่ตรงหว่างคิ้วทอแสงเจิดจรัส ผู้ที่มีตบะไม่เพียงพอเพียงแค่เหลือบมองก็อาจถึงขั้นตาบอดได้ ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงกระบี่อันไร้ก้นบึ้งกวาดมองทุกคนด้วยความเย็นชา ก่อนจะเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ว่า
"พวกเจ้าอยากฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ?"
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามได้สติกลับคืนมา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วประกายไฟ พวกเขาเก็บซ่อนความตื่นตะลึงในดวงตา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยากลำบาก
"ตัวประหลาด! เป็นตัวประหลาดแท้ ๆ! ทุกคนฟังคำสั่ง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม จงสังหารคนผู้นี้เสีย!"
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมเปลี่ยนเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว ยามนี้น้ำเต้ากลืนวิญญาณไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว หากผู้บำเพ็ญกระบี่ที่เป็นตัวประหลาดเช่นนี้เติบโตขึ้น ย่อมเป็นมหันตภัยร้ายแรงต่อเขตแดนยมโลกดำของพวกเขา!
ต่อให้คนผู้นี้จะเผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดไปแล้ว แต่สัตว์ประหลาดเช่นนี้ล้วนเป็นผู้ที่มีโชคลาภวาสนาท่วมท้น มิใช่ว่าจะไม่มีโอกาสฟื้นฟูรากฐานมรรคา มีเพียงการทำลายวิญญาณแท้ให้สิ้นซากเท่านั้น จึงจะนับว่ามั่นใจได้ร้อยส่วน!
"ฆ่า!"
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามไม่ลังเลอีกต่อไป กายาจำแลงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหลัง พวกเขาเหยียบย่ำความว่างเปล่า พุ่งเข้าสังหารในทันที!
คนชุดดำนับพันติดตามมาติด ๆ ผู้บำเพ็ญหลายคนถึงกับยอมเผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดของตนด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง
"ไร้ฟ้า ไร้ดิน ไร้ตัวตน ไร้กระบี่ · เคล็ดวิชากระบี่กุยซวี!"
ตูม!
รัศมีกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดพรั่งพรูออกมา ร่างของไป๋เจี้ยนเกอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางทะเลรัศมีกระบี่ รัศมีกระบี่แต่ละสายราวกับเป็นร่างแยกของเขา
กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่ฟาดฟันออกไป เหล่าคนชุดดำถูกรัศมีกระบี่ฟันจนสูญสลายกลายเป็นความว่างเปล่า แรงปะทะกระจัดกระจาย ห้วงมิติเต็มไปด้วยรอยแตกแยก แผ่นดินถูกฟันจนเกิดรอยร้าวลึกสุดหยั่งนับไม่ถ้วน
ต้องยอมรับว่า ในยามนี้ความสามารถของไป๋เจี้ยนเกอไม่ได้ด้อยไปกว่าระดับกายาธรรมเลย อีกทั้งในฐานะผู้บำเพ็ญกระบี่ พลังทำลายล้างของเขายิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เพลงกระบี่ที่เขาสำแดงออกมานั้น แม้แต่พวกเขาก็มิอาจมองทะลุปรุโปร่งได้
"เหอะ!" ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมคนหนึ่งแค่นเสียงเย็นชา เขาเอื้อมมือไปหยิบธนูยักษ์ที่ทอแสงระยิบระยับออกมาจากกายาจำแลงด้านหลัง เมื่อน้าวสายธนู พลังงานมหาศาลก็ควบแน่นกลายเป็นลูกศร กลิ่นอายลึกลับสายหนึ่งล็อกเป้าหมายไปที่ไป๋เจี้ยนเกอในทันที
จิตของไป๋เจี้ยนเกอสั่นไหวรุนแรง เขาทะยานร่างหลบหลีกหลายครา ทว่ากลับยังรู้สึกได้ถึงรังสีสังหารที่ล็อกเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนา ในใจพลันกระจ่างแจ้งว่าศรดอกนี้ย่อมไม่อาจหลบพ้น มีเพียงต้องรับมือตรง ๆ เท่านั้น!
ฟิ้ว!
แสงขาววาบผ่าน ห้วงนภาปรากฏรอยปริร้าว ศรแสงที่กลั่นจากพลังงานมหาศาลปรากฏขึ้นตรงหน้า รูม่านตาของไป๋เจี้ยนเกอหดเกร็ง ปลายกระบี่ผู้สังหารมนุษย์ที่ประดุจผลึกสีแดงฉานกรีดผ่านมิติ ในชั่วพริบตาแห่งความเป็นตายเข้าปะทะกับศรแสงได้ทันท่วงที!
ณ จุดปะทะ ปรากฏหลุมดำที่ไร้สุ้มเสียงขึ้นวูบหนึ่ง ทว่าในอึดใจต่อมา คลื่นกระแทกอันน่าหวาดกลัวก็ระเบิดออก บุรุษชุดดำผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกรัศมีกระบี่ที่หลงเหลือสังหารสิ้นในทันที!
ตูม!
ไป๋เจี้ยนเกอถูกขุมพลังมหาศาลกดทับจนร่วงหล่นจากเวหา กระแทกพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ โลหิตสายหนึ่งไหลซึมจากมุมปาก เพียงการปะทะกันชั่วพริบตาเมื่อครู่ เขาต้องฟาดฟันออกไปนับพันกระบี่จึงจะต้านทานศรนี้ไว้ได้ สมแล้วที่เป็นระดับกายาธรรม พลังช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ท่ามกลางห้วงนภา ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมที่ถือคันศรล้ำค่าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เหยียบห้วงมิติเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ร่างกายเปล่งแสงเจิดจ้า เขาง้างคันศรยักษ์ขึ้นอีกครา แววตาเย็นเยียบดุร้าย ล็อกเป้าไปที่ไป๋เจี้ยนเกอในหลุมลึกอย่างไม่วางตา
ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมอีกสองคนร่ายมหาเวท กายาจำแลงเบื้องหลังส่องแสงทองอร่าม เจดีย์ล้ำค่าเก้าชั้นกดทับลงมาด้วยอานุภาพถล่มทลายมุ่งตรงสู่หลุมลึก อีกด้านหนึ่งคือมุกอัสนีบาตสีม่วงที่ลอยเด่นอยู่ในทะเลอัสนีบาตสีม่วง พร้อมสาดซัดลำแสงอัสนีขนาดมหึมาออกมาสายแล้วสายเล่า!
ไป๋เจี้ยนเกอที่อยู่ในหลุมลึกยืนตัวตรงตระหง่าน แม้ต้องเผชิญกับการโจมตีอันน่าหวาดหวั่นเขาก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง มือหนึ่งเอื้อมเช็ดคราบเลือดที่มุมปากพลางขว้างผู้สังหารมนุษย์ในมือออกไป พร้อมกับร่ายเคล็ดดาบ
"บทเริ่มต้น · วายุคมกระบี่!"
สายลมพัดโชยแล้ว!
อาณาเขตมรรคากระบี่อันไร้ขอบเขตที่เกิดจากเคล็ดกระบี่บกุยซวีถูกกระตุ้นขึ้นในพริบตา ผสานเข้ากับเจตจำนงกระบี่นับไม่ถ้วนที่ไป๋เจี้ยนเกอปลดปล่อยออกมา ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อระหว่างฟ้าและดิน!
แววตาของไป๋เจี้ยนเกอเต็มไปด้วยความระแวดระวัง กระบวนท่านี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เจตจำนงกระบี่นับร้อยชนิดสาดกระจายอยู่ในวังวนพายุอย่างบ้าคลั่ง เข้าปะทะและหลอมรวมกัน ซึ่งภายใต้สภาวะเช่นนี้ เจตจำนงกระบี่ที่แตกต่างกันย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เหนือการควบคุม!
กระบวนท่านี้ ไม่แบ่งแยกมิตรหรือศัตรู!
พายุคมกระบี่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใจกลางพายุมีแสงหลากสีวาบผ่าน กลิ่นอายความผันผวนอันประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา จนทำให้ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามที่อยู่บนเวหาถึงกับยืนหยัดไม่อยู่ แรงดึงดูดอันมหาศาลฉุดกระชากพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้พายุเกินไปจนเกือบจะถูกกลืนกิน แม้แต่พลังโจมตีของพวกเขาก็ยังถูกวังวนนั้นสูบเข้าไปเช่นกัน
สีหน้าของไป๋เจี้ยนเกอเปลี่ยนไป ร่างของเขาพลันวูบวาบทิ้งระยะห่างจากพายุอย่างรวดเร็ว บรรดาบุรุษชุดดำเองก็หันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต!
สรรพสำเนียงเงียบงัน
ห้วงมิติเริ่มสูญสลายอย่างไร้สุ้มเสียงจากใจกลางพายุ พายุคมกระบี่ระเบิดออกในพริบตา รอยแยกมิติหนาตาแผ่กระจายออกไป บุรุษชุดดำคนใดที่ถูกคลื่นกระแทกซัดผ่าน ร่างกายจะสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที แม้แต่ดวงวิญญาณแท้ก็ถูกทำลายสิ้น กระทั่งค่ายกลผนึกในที่แห่งนี้ก็ถูกทำลายลงจากการระเบิดเพียงชั่วพริบตา
ไม่ดีแล้ว! ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามบนห้วงนภาสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รีบเร่งพลังกายาจำแลงห่อหุ้มร่างกายแล้วพุ่งทะยานหนีไปสุดกำลัง เพื่อสลัดให้พ้นจากการถูกพายุกลืนกิน
ครืนนน!
เนิ่นนานผ่านไป เสียงกัมปนาทจึงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหล้า ห้วงมิติแตกสลายยับเยิน พื้นที่ในโลกย่อยเช่นนี้ช่างเปราะบางเกินไปจริง ๆ
แม้พายุคมกระบี่จะระเบิดขึ้นในห้วงอากาศ ทว่าบนพื้นดินกลับถูกอานุภาพทำลายล้างจนเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาถึงหนึ่งพันจั้ง!
เปรี้ยะ!
แขนข้างหนึ่งโผล่พ้นชั้นดิน ไป๋เจี้ยนเกอตะเกียกตะกายออกมาจากซากปรักหักพัง ใบหน้าขาวซีด กลิ่นอายอ่อนแรง เส้นผมสีขาวเหยียดยาวพันกันรุ่งริ่ง แม้แต่ชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดก็เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน
ไป๋เจี้ยนเกอขมวดคิ้วคมเข้ม คิดจะโคจรพลังเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ทว่ากลับพบว่าภายในกายว่างเปล่า ทะเลปราณพังพินาศยับเยิน ไม่หลงเหลือพลังปราณแม้เพียงนิด จึงได้แต่เผยสีหน้าจนใจออกมา
เขาพยุงกายลุกขึ้นนั่งพิงโขดหินอย่างช้า ๆ สายตาเรียบเฉยมองดูเหล่าบุรุษชุดดำที่ค่อย ๆ ล้อมเข้ามา ครู่ต่อมา ร่างที่สะบักสะบอมสามร่างก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า อาภรณ์ขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้าซีดเผือด พวกเขาคือผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามนั่นเอง
ทั้งสามคนอยู่ใกล้พายุคมกระบี่ที่สุด ต่อให้ทุ่มสุดตัวเพื่อหลบหนี ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
บุรุษชุดดำกว่าหมื่นคน บัดนี้เหลือรอดเพียงสองพันเศษ ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมห้าคนเหลือเพียงสาม และยังบาดเจ็บเจียนตาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาลตรงหน้าเพียงผู้เดียว
ทุกสายตาจับจ้องไปยังผู้บำเพ็ญกระบี่ชุดขาวที่นั่งพิงโขดหินอยู่อย่างไม่วางตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่เพียงผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาล หากแต่เป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำพวกมันได้ทุกเมื่อ!
ไป๋เจี้ยนเกอที่มาถึงขีดจำกัดแล้ว ลูบไล้กระบี่ยาวสีมรกตในอ้อมอกแผ่วเบา เขาแหงนหน้ามองท้องนภา แววตาว่างเปล่า... ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังมีเพียงท่านที่อยู่เคียงข้างข้าหรือ ศิษย์พี่หญิง?
ไป๋เจี้ยนเกอละสายตากลับมา มองดูฝูงชนที่ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ แววตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
อยากได้ดวงวิญญาณและวิญญาณแท้ของข้าสินะ?
ถ้าอย่างนั้น ก็เอาไปเสียเถิด!
ไป๋เจี้ยนเกอจมดิ่งเข้าสู่ส่วนลึกของวิญญาณปฐม ณ ใจกลางของดวงวิญญาณ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่ไร้ตัวตนเล่มหนึ่งกำลังแหวกว่ายไปมาราวกับมัจฉาที่ร่าเริง วนเวียนรอบวิญญาณแท้จุดหนึ่ง ไป๋เจี้ยนเกอส่งจิตสัมผัสเข้าหากระบี่เล่มนั้นอย่างช้า ๆ
ริมฝีปากที่แห้งผากค่อย ๆ ขยับออก เสียงที่เปล่งออกมานั้นทั้งแหบพร่าและเย็นเยียบ
"บทอวสาน · กระบี่..."