เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 102 อวสาน

บทที่ 102 อวสาน

บทที่ 102 อวสาน


บทที่ 102 อวสาน

"ไยจึงไม่หนีต่อเล่า?"

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมที่เป็นผู้นำเอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน พวกเขามีผู้บำเพ็ญระดับจิตบรรพกาลนับหมื่น อีกทั้งยังมีผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมอีกห้าคน รุมล้อมโจมตีผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาลเพียงผู้เดียว กลับต้องสูญเสียกำลังพลไปมากมายถึงเพียงนี้

กระทั่งผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมยังถูกสังหารไปถึงสองคน!

แม้ทั้งหมดจะเป็นเพราะกระบี่ยาวศาสตราศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้น แต่เมื่อสายตาเหลือบมองน้ำเต้ากลืนวิญญาณที่อยู่ด้านหลังของไป๋เจี้ยนเกอ สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ขอเพียงชิงน้ำเต้ากลืนวิญญาณกลับคืนมาได้ ความสูญเสียเหล่านี้ก็นับว่ายังพอรับไหว

ยามนี้เหล่าผู้บำเพ็ญเฉียนหยวนแต่ละคนหลบซ่อนประดุจหนู ล่าได้ยากเย็นขึ้นทุกที วิญญาณแท้หนึ่งแสนดวงมิใช่จำนวนน้อย ๆ มันช่วยประหยัดเวลาให้พวกเขาได้มหาศาล

สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา!

ไป๋เจี้ยนเกอมองดูฝูงชนที่จ้องจะตะครุบตนราวกับเสือร้าย ทันใดนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มบาง มือซ้ายลูบไล้กระบี่ยาวข้างกายเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ

"ในเมื่อพวกเจ้าอาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้ข้าจากไป เช่นนั้นก็จงถูกข้าสังหารให้สิ้นซากเสียเถิด!"

สิ้นคำกล่าว เสียงกระบี่พลันก้องกังวานจากภายในทะเลปราณ ครรภ์ก่อกำเนิดรูปทรงกระบี่สีทองเรืองรองหมุนวนพุ่งออกจากร่าง หลอมรวมเข้ากับผู้สังหารมนุษย์ในพริบตา

วิ้ง!

เสียงกระบี่กรีดร้องขานรับ ผู้สังหารมนุษย์แผ่รังสีสีแดงเจิดจ้า กลิ่นอายของไป๋เจี้ยนเกอพุ่งทะยานขึ้น จนเข้าใกล้ระดับจิตบรรพกาลขั้นสมบูรณ์ในชั่วพริบตา

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามและเหล่าคนชุดดำต่างพากันชะงักงัน ไป๋เจี้ยนเกอเป็นผู้บำเพ็ญกระบี่ที่อัจฉริยะเลิศล้ำที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเห็นมาจริง ๆ ทว่าหากไร้ซึ่งเจตจำนงกระบี่สูงสุดของศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดไป ก็ทำได้เพียงก้าวไปถึงระดับจิตบรรพกาลขั้นสมบูรณ์เท่านั้น

พลังนี้ยังมิอาจเทียบได้กับคนชุดดำหลายคนด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสาม ถึงขั้นกล้าลั่นวาจาสามหาวว่าจะสังหารพวกเขาให้หมดสิ้น

ทุกคนต่างคิดว่าไป๋เจี้ยนเกอนั้นเสียสติไปแล้ว ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมคนหนึ่งส่งสายตาเป็นสัญญาณ คนชุดดำหลายคนพลันเคลื่อนไหวประดุจเงาพราย หมายจะสังหารไป๋เจี้ยนเกอเสีย ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกระบี่พลันดังสนั่นขึ้นอีกครา

พลันปรากฏครรภ์ก่อกำเนิดรูปกระบี่อีกเล่มหนึ่งหมุนวนพุ่งออกจากร่างของไป๋เจี้ยนเกอ หลอมรวมเข้ากับผู้สังหารมนุษย์ ส่งผลให้กลิ่นอายพลังของไป๋เจี้ยนเกอพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งอย่างมหาศาล

คราวนี้ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่คนชุดดำที่เตรียมจะเข้าจู่โจมก็ยังชะงักงันอยู่กับที่ด้วยความโง่งม

เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเขาถึงมีครรภ์ก่อกำเนิดถึงสองอันได้?

ไม่ปล่อยให้ทุกคนมีเวลาสงสัย ครรภ์ก่อกำเนิดรูปกระบี่เล่มแล้วเล่มเล่าพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้นเก้าเล่ม ทั้งหมดล้วนหลอมรวมเข้าไปในผู้สังหารมนุษย์

เจตจำนงกระบี่อันน่าสยดสยองขุมหนึ่งแทงทะลุห้วงนภา!

ผู้สังหารมนุษย์แปรเปลี่ยนเป็นดั่งผลึกสีแดงฉาน สาดรัศมีกระบี่สีชาดออกมา พื้นที่โดยรอบถูกรัศมีดาบกรีดเฉือนจนเกิดรอยร้าวถี่ระยิบ

อาภรณ์สีขาวของไป๋เจี้ยนเกอสะบัดพริ้ว เส้นผมสีขาวทุกเส้นมีรัศมีกระบี่เอ่อล้นออกมา ลายสลักรูปกระบี่ตรงหว่างคิ้วทอแสงเจิดจรัส ผู้ที่มีตบะไม่เพียงพอเพียงแค่เหลือบมองก็อาจถึงขั้นตาบอดได้ ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงกระบี่อันไร้ก้นบึ้งกวาดมองทุกคนด้วยความเย็นชา ก่อนจะเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ว่า

"พวกเจ้าอยากฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ?"

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามได้สติกลับคืนมา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วประกายไฟ พวกเขาเก็บซ่อนความตื่นตะลึงในดวงตา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยากลำบาก

"ตัวประหลาด! เป็นตัวประหลาดแท้ ๆ! ทุกคนฟังคำสั่ง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม จงสังหารคนผู้นี้เสีย!"

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมเปลี่ยนเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว ยามนี้น้ำเต้ากลืนวิญญาณไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว หากผู้บำเพ็ญกระบี่ที่เป็นตัวประหลาดเช่นนี้เติบโตขึ้น ย่อมเป็นมหันตภัยร้ายแรงต่อเขตแดนยมโลกดำของพวกเขา!

ต่อให้คนผู้นี้จะเผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดไปแล้ว แต่สัตว์ประหลาดเช่นนี้ล้วนเป็นผู้ที่มีโชคลาภวาสนาท่วมท้น มิใช่ว่าจะไม่มีโอกาสฟื้นฟูรากฐานมรรคา มีเพียงการทำลายวิญญาณแท้ให้สิ้นซากเท่านั้น จึงจะนับว่ามั่นใจได้ร้อยส่วน!

"ฆ่า!"

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามไม่ลังเลอีกต่อไป กายาจำแลงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหลัง พวกเขาเหยียบย่ำความว่างเปล่า พุ่งเข้าสังหารในทันที!

คนชุดดำนับพันติดตามมาติด ๆ ผู้บำเพ็ญหลายคนถึงกับยอมเผาผลาญครรภ์ก่อกำเนิดของตนด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง

"ไร้ฟ้า ไร้ดิน ไร้ตัวตน ไร้กระบี่ · เคล็ดวิชากระบี่กุยซวี!"

ตูม!

รัศมีกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดพรั่งพรูออกมา ร่างของไป๋เจี้ยนเกอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางทะเลรัศมีกระบี่ รัศมีกระบี่แต่ละสายราวกับเป็นร่างแยกของเขา

กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่ฟาดฟันออกไป เหล่าคนชุดดำถูกรัศมีกระบี่ฟันจนสูญสลายกลายเป็นความว่างเปล่า แรงปะทะกระจัดกระจาย ห้วงมิติเต็มไปด้วยรอยแตกแยก แผ่นดินถูกฟันจนเกิดรอยร้าวลึกสุดหยั่งนับไม่ถ้วน

ต้องยอมรับว่า ในยามนี้ความสามารถของไป๋เจี้ยนเกอไม่ได้ด้อยไปกว่าระดับกายาธรรมเลย อีกทั้งในฐานะผู้บำเพ็ญกระบี่ พลังทำลายล้างของเขายิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เพลงกระบี่ที่เขาสำแดงออกมานั้น แม้แต่พวกเขาก็มิอาจมองทะลุปรุโปร่งได้

"เหอะ!" ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมคนหนึ่งแค่นเสียงเย็นชา เขาเอื้อมมือไปหยิบธนูยักษ์ที่ทอแสงระยิบระยับออกมาจากกายาจำแลงด้านหลัง เมื่อน้าวสายธนู พลังงานมหาศาลก็ควบแน่นกลายเป็นลูกศร กลิ่นอายลึกลับสายหนึ่งล็อกเป้าหมายไปที่ไป๋เจี้ยนเกอในทันที

จิตของไป๋เจี้ยนเกอสั่นไหวรุนแรง เขาทะยานร่างหลบหลีกหลายครา ทว่ากลับยังรู้สึกได้ถึงรังสีสังหารที่ล็อกเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนา ในใจพลันกระจ่างแจ้งว่าศรดอกนี้ย่อมไม่อาจหลบพ้น มีเพียงต้องรับมือตรง ๆ เท่านั้น!

ฟิ้ว!

แสงขาววาบผ่าน ห้วงนภาปรากฏรอยปริร้าว ศรแสงที่กลั่นจากพลังงานมหาศาลปรากฏขึ้นตรงหน้า รูม่านตาของไป๋เจี้ยนเกอหดเกร็ง ปลายกระบี่ผู้สังหารมนุษย์ที่ประดุจผลึกสีแดงฉานกรีดผ่านมิติ ในชั่วพริบตาแห่งความเป็นตายเข้าปะทะกับศรแสงได้ทันท่วงที!

ณ จุดปะทะ ปรากฏหลุมดำที่ไร้สุ้มเสียงขึ้นวูบหนึ่ง ทว่าในอึดใจต่อมา คลื่นกระแทกอันน่าหวาดกลัวก็ระเบิดออก บุรุษชุดดำผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกรัศมีกระบี่ที่หลงเหลือสังหารสิ้นในทันที!

ตูม!

ไป๋เจี้ยนเกอถูกขุมพลังมหาศาลกดทับจนร่วงหล่นจากเวหา กระแทกพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ โลหิตสายหนึ่งไหลซึมจากมุมปาก เพียงการปะทะกันชั่วพริบตาเมื่อครู่ เขาต้องฟาดฟันออกไปนับพันกระบี่จึงจะต้านทานศรนี้ไว้ได้ สมแล้วที่เป็นระดับกายาธรรม พลังช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ท่ามกลางห้วงนภา ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมที่ถือคันศรล้ำค่าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เหยียบห้วงมิติเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ร่างกายเปล่งแสงเจิดจ้า เขาง้างคันศรยักษ์ขึ้นอีกครา แววตาเย็นเยียบดุร้าย ล็อกเป้าไปที่ไป๋เจี้ยนเกอในหลุมลึกอย่างไม่วางตา

ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมอีกสองคนร่ายมหาเวท กายาจำแลงเบื้องหลังส่องแสงทองอร่าม เจดีย์ล้ำค่าเก้าชั้นกดทับลงมาด้วยอานุภาพถล่มทลายมุ่งตรงสู่หลุมลึก อีกด้านหนึ่งคือมุกอัสนีบาตสีม่วงที่ลอยเด่นอยู่ในทะเลอัสนีบาตสีม่วง พร้อมสาดซัดลำแสงอัสนีขนาดมหึมาออกมาสายแล้วสายเล่า!

ไป๋เจี้ยนเกอที่อยู่ในหลุมลึกยืนตัวตรงตระหง่าน แม้ต้องเผชิญกับการโจมตีอันน่าหวาดหวั่นเขาก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง มือหนึ่งเอื้อมเช็ดคราบเลือดที่มุมปากพลางขว้างผู้สังหารมนุษย์ในมือออกไป พร้อมกับร่ายเคล็ดดาบ

"บทเริ่มต้น · วายุคมกระบี่!"

สายลมพัดโชยแล้ว!

อาณาเขตมรรคากระบี่อันไร้ขอบเขตที่เกิดจากเคล็ดกระบี่บกุยซวีถูกกระตุ้นขึ้นในพริบตา ผสานเข้ากับเจตจำนงกระบี่นับไม่ถ้วนที่ไป๋เจี้ยนเกอปลดปล่อยออกมา ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อระหว่างฟ้าและดิน!

แววตาของไป๋เจี้ยนเกอเต็มไปด้วยความระแวดระวัง กระบวนท่านี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เจตจำนงกระบี่นับร้อยชนิดสาดกระจายอยู่ในวังวนพายุอย่างบ้าคลั่ง เข้าปะทะและหลอมรวมกัน ซึ่งภายใต้สภาวะเช่นนี้ เจตจำนงกระบี่ที่แตกต่างกันย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เหนือการควบคุม!

กระบวนท่านี้ ไม่แบ่งแยกมิตรหรือศัตรู!

พายุคมกระบี่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใจกลางพายุมีแสงหลากสีวาบผ่าน กลิ่นอายความผันผวนอันประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา จนทำให้ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามที่อยู่บนเวหาถึงกับยืนหยัดไม่อยู่ แรงดึงดูดอันมหาศาลฉุดกระชากพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้พายุเกินไปจนเกือบจะถูกกลืนกิน แม้แต่พลังโจมตีของพวกเขาก็ยังถูกวังวนนั้นสูบเข้าไปเช่นกัน

สีหน้าของไป๋เจี้ยนเกอเปลี่ยนไป ร่างของเขาพลันวูบวาบทิ้งระยะห่างจากพายุอย่างรวดเร็ว บรรดาบุรุษชุดดำเองก็หันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต!

สรรพสำเนียงเงียบงัน

ห้วงมิติเริ่มสูญสลายอย่างไร้สุ้มเสียงจากใจกลางพายุ พายุคมกระบี่ระเบิดออกในพริบตา รอยแยกมิติหนาตาแผ่กระจายออกไป บุรุษชุดดำคนใดที่ถูกคลื่นกระแทกซัดผ่าน ร่างกายจะสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที แม้แต่ดวงวิญญาณแท้ก็ถูกทำลายสิ้น กระทั่งค่ายกลผนึกในที่แห่งนี้ก็ถูกทำลายลงจากการระเบิดเพียงชั่วพริบตา

ไม่ดีแล้ว! ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามบนห้วงนภาสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รีบเร่งพลังกายาจำแลงห่อหุ้มร่างกายแล้วพุ่งทะยานหนีไปสุดกำลัง เพื่อสลัดให้พ้นจากการถูกพายุกลืนกิน

ครืนนน!

เนิ่นนานผ่านไป เสียงกัมปนาทจึงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหล้า ห้วงมิติแตกสลายยับเยิน พื้นที่ในโลกย่อยเช่นนี้ช่างเปราะบางเกินไปจริง ๆ

แม้พายุคมกระบี่จะระเบิดขึ้นในห้วงอากาศ ทว่าบนพื้นดินกลับถูกอานุภาพทำลายล้างจนเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาถึงหนึ่งพันจั้ง!

เปรี้ยะ!

แขนข้างหนึ่งโผล่พ้นชั้นดิน ไป๋เจี้ยนเกอตะเกียกตะกายออกมาจากซากปรักหักพัง ใบหน้าขาวซีด กลิ่นอายอ่อนแรง เส้นผมสีขาวเหยียดยาวพันกันรุ่งริ่ง แม้แต่ชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดก็เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน

ไป๋เจี้ยนเกอขมวดคิ้วคมเข้ม คิดจะโคจรพลังเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ทว่ากลับพบว่าภายในกายว่างเปล่า ทะเลปราณพังพินาศยับเยิน ไม่หลงเหลือพลังปราณแม้เพียงนิด จึงได้แต่เผยสีหน้าจนใจออกมา

เขาพยุงกายลุกขึ้นนั่งพิงโขดหินอย่างช้า ๆ สายตาเรียบเฉยมองดูเหล่าบุรุษชุดดำที่ค่อย ๆ ล้อมเข้ามา ครู่ต่อมา ร่างที่สะบักสะบอมสามร่างก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า อาภรณ์ขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้าซีดเผือด พวกเขาคือผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมทั้งสามนั่นเอง

ทั้งสามคนอยู่ใกล้พายุคมกระบี่ที่สุด ต่อให้ทุ่มสุดตัวเพื่อหลบหนี ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

บุรุษชุดดำกว่าหมื่นคน บัดนี้เหลือรอดเพียงสองพันเศษ ผู้บำเพ็ญระดับกายาธรรมห้าคนเหลือเพียงสาม และยังบาดเจ็บเจียนตาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาลตรงหน้าเพียงผู้เดียว

ทุกสายตาจับจ้องไปยังผู้บำเพ็ญกระบี่ชุดขาวที่นั่งพิงโขดหินอยู่อย่างไม่วางตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่เพียงผู้บำเพ็ญกระบี่ระดับจิตบรรพกาล หากแต่เป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำพวกมันได้ทุกเมื่อ!

ไป๋เจี้ยนเกอที่มาถึงขีดจำกัดแล้ว ลูบไล้กระบี่ยาวสีมรกตในอ้อมอกแผ่วเบา เขาแหงนหน้ามองท้องนภา แววตาว่างเปล่า... ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังมีเพียงท่านที่อยู่เคียงข้างข้าหรือ ศิษย์พี่หญิง?

ไป๋เจี้ยนเกอละสายตากลับมา มองดูฝูงชนที่ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ แววตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

อยากได้ดวงวิญญาณและวิญญาณแท้ของข้าสินะ?

ถ้าอย่างนั้น ก็เอาไปเสียเถิด!

ไป๋เจี้ยนเกอจมดิ่งเข้าสู่ส่วนลึกของวิญญาณปฐม ณ ใจกลางของดวงวิญญาณ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่ไร้ตัวตนเล่มหนึ่งกำลังแหวกว่ายไปมาราวกับมัจฉาที่ร่าเริง วนเวียนรอบวิญญาณแท้จุดหนึ่ง ไป๋เจี้ยนเกอส่งจิตสัมผัสเข้าหากระบี่เล่มนั้นอย่างช้า ๆ

ริมฝีปากที่แห้งผากค่อย ๆ ขยับออก เสียงที่เปล่งออกมานั้นทั้งแหบพร่าและเย็นเยียบ

"บทอวสาน · กระบี่..."

จบบทที่ บทที่ 102 อวสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว