- หน้าแรก
- ยิ่งตายข้ายิ่งแกร่ง
- บทที่ 55 ออกแรง
บทที่ 55 ออกแรง
บทที่ 55 ออกแรง
บทที่ 55 ออกแรง
ไป๋ตงหลินก้าวข้ามผ่านประตูแสง มาปรากฏกายขึ้นที่เบื้องล่างของหอคอยท่องนภา
เบื้องหน้าของเขาคือเจดีย์ยักษ์ทองสัมฤทธิ์แปดเหลี่ยมแปดมุม แต่ละมุมแขวนไว้ด้วยระฆังทองแดงใบหนึ่ง ตัวหอคอยนั้นสูงเสียดฟ้าจนยอดหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ มิอาจหยั่งรู้ได้ว่าสูงเพียงใด
บนตัวเจดีย์ทองสัมฤทธิ์สลักลวดลายอันประณีตงดงามไว้มากมาย ทั้งอสูรกายหน้าตาเหี้ยมเกรียม ปีศาจร้ายที่ห้อมล้อมด้วยเปลวเพลิงเทวทูตผู้มีปีกสามสิบหกปีกขยับพริ้ว พระพุทธองค์ผู้ประนมมือเข้าหากัน ผู้บำเพ็ญดาบที่กวัดแกว่งศาสตราผ่าชั้นฟ้า และยักษ์ใหญ่ที่สูงเทียมเมฆา...
ลวดลายอันนับไม่ถ้วนแผ่ขยายต่อเนื่องไปจนสุดสายตา กลิ่นอายแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนานและเก่าแก่โชยเข้ากระทบใบหน้า ช่างเป็นความโอ่อ่าที่สมกับนาม "ท่องนภา" โดยแท้!
ไป๋ตงหลินละสายตากลับมาแล้วก้าวเท้าเข้าสู่เจดีย์ยักษ์ พื้นที่ภายในหอคอยกว้างขวางมหาศาลราวกับเป็นโลกย่อยใบหนึ่ง ซึ่งไป๋ตงหลินชินชากับเรื่องเช่นนี้เสียแล้ว ภายในสำนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ขอเพียงเป็นสถานที่สำคัญเพียงเล็กน้อย เกือบทั้งหมดล้วนมีคุณสมบัติในการซ่อนมิติอันกว้างใหญ่ไว้ในสิ่งเล็ก ๆ พื้นที่ภายในถูกขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต
ท่ามกลางพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์เนืองแน่นไม่ต่ำกว่าหลายแสนคน นอกจากศิษย์ใหม่แล้ว ยังมีศิษย์พี่รุ่นก่อนอีกมากมาย แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งดุดัน หรือไม่ก็ดูล้ำลึกสุดหยั่งราวกับเป็นปุถุชนธรรมดา
หอคอยท่องนภาแห่งนี้ช่างแตกต่างกับภูเขาตำราอย่างสิ้นเชิง ภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่นี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงเซ็งแซ่ดังระงมไม่ขาดสาย
บนท้องฟ้ามีม่านแสงขนาดใหญ่หลายจอแขวนลอยอยู่
ทั้งทำเนียบดาวรุ่ง ทำเนียบมังกรซ่อน ทำเนียบอัจฉริยะสวรรค์ และอื่น ๆ บนนั้นมีอักขระเรียงรายยัดเยียดที่คอยเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าเป็นการผลัดเปลี่ยนอันดับแบบปัจจุบันทันด่วน
นอกจากนี้ยังมีม่านแสงอีกจำนวนมากที่กำลังฉายภาพการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์ หอคอยท่องนภานี้นอกจากจะใช้ท้าทายเพื่อติดทำเนียบแล้ว ยังสามารถนัดประลองกันแบบตัวต่อตัวได้ หากคู่กรณีตกลงยินยอม ก็สามารถส่งภาพการต่อสู้นั้นขึ้นไปฉายบนม่านแสงในห้องโถงได้เช่นกัน
"เข้ามา! เข้ามา! วางเดิมพันแล้วถอนมือ!"
"ทูหยา อัตราหนึ่งต่อสาม หนึ่งต่อสาม! เดินผ่านมาอย่าเพิ่งเดินผ่านไป โอกาสดีห้ามพลาด!"
"ข้าลงข้างเทพไร้ตำหนิหนึ่งร้อยแต้มบุญ!"
"อยากรวยต้องกล้าได้กล้าเสีย ข้าลงข้างทูหยาไปสามร้อยแต้มบุญ!"
"ข้าเทหมดหน้าตักให้คุณชายทูหยา!"
ไป๋ตงหลินส่ายหัวไปมา ที่แท้การพนันพวกนี้ก็มีอยู่ทุกหัวระแหงในหมื่นแดนแห่งสวรรค์ แม้แต่สำนักศักดิ์สิทธิ์ก็มิอาจละเว้น แต่พอมาลองคิดดูแล้วมันก็ปกติธรรมดา ขนาดพระยูไลยังเคยพนันกับซุนหงอคงเลยมิใช่หรือ?
หอคอยท่องนภาที่สามารถดึงดูดให้เหล่าศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์คลั่งไคล้ได้ถึงเพียงนี้ นอกจากชื่อเสียงแล้ว ยังมีผลประโยชน์อันน่าเย้ายวนใจอีกด้วย!
ทั้งอิทธิฤทธิ์วิชาลับ ศาสตราเทพโอสถ แต้มบุญ และรางวัลต่าง ๆ นามมีพร้อมสรรพ นี่คือวิธีการที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ใช้กระตุ้นให้ศิษย์พัฒนาขีดความสามารถในการต่อสู้ การก้มหน้าก้มตาบำเพ็ญเพียรโดยไร้ซึ่งทักษะการต่อสู้ ย่อมมิใช่ผู้บำเพ็ญกายาที่ยอดเยี่ยม
เขาใช้เจตจำนงสื่อสารกับหอคอยท่องนภาผ่านกำไลมรรคสูงสุด แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับร่างที่หายวับไป ไป๋ตงหลินตัดสินใจว่าจะบุกตะลุยขึ้นทำเนียบให้เต็มที่ นอกจากรางวัลที่นับว่าไม่เลวแล้ว เขายังพบว่าที่แห่งนี้คือสถานทีชั้นยอดในการฟาร์มพลังงาน!
หอคอยท่องนภาชั้นที่หนึ่ง
ไป๋ตงหลินปรากฏกายขึ้นท่ามกลางทะเลทรายที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา หอคอยท่องนภาแต่ละชั้นล้วนเป็นโลกย่อยที่สมจริง มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ก็เพื่อฝึกฝนความสามารถในการต่อสู้ของผู้บำเพ็ญภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
สำนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ช่างทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเหล่าศิษย์เสียจริง สำนักเช่นนี้แหละที่ข้าถูกใจยิ่งนัก!
มาแล้ว!
แมงป่องทรายยักษ์ตัวหนึ่งซุ่มซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายสีเหลือง พยายามจะลอบโจมตีเขา แต่น่าเสียดายที่ภายใต้การกวาดตรวจด้วยจิตสัมผัสเทพของเขา มันไม่อาจซ่อนตัวได้พ้น
ปัง!
แมงป่องทรายกระโจนขึ้นจากทรายเหลือง หางยักษ์ที่มีตะขอแหลมคมพุ่งตรงเข้าใส่กลางหว่างคิ้วของไป๋ตงหลิน รวดเร็วปานสายแลบ
ไป๋ตงหลินมิได้หลบเลี่ยง และมิได้โคจรพลังป้องกันแม้แต่น้อย แมงป่องทรายตัวนี้ในความรู้สึกของเขามันเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับปราณโลหิตเท่านั้น ไม่อาจทำลายการป้องกันของเขาได้
ติ๊ง!
เสียงกระทบกันใสกระจ่าง ที่กลางหว่างคิ้วไม่มีแม้แต่รอยขาวหลงเหลืออยู่ เขาส่ายหน้าเบา ๆ รู้สึกได้ว่ามันพยายามทำดีที่สุดแล้ว
เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว มวลอากาศถูกบีบอัดด้วยพละกำลังมหาศาลจนกลายเป็นคมมีดอากาศพุ่งวาบออกไป แมงป่องทรายถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนในทันที
จากนั้นเขาก็ยกเท้าขวาขึ้นแล้วกระทบลงบนพื้นอย่างรุนแรง ตูม! ทะเลทรายสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น พลังอันมหาศาลส่งผ่านลงไปเบื้องล่าง แมงป่องทรายอีกหลายสิบตัวที่รอจังหวะซุ่มโจมตีล้วนถูกสั่นสะเทือนจนตายสิ้น
เขาไม่ได้ใช้แม้แต่โลหิตปฐม เป็นเพียงพละกำลังจากร่างกายเพียว ๆ เท่านั้น การเปิดช่องวิญญาณแต่ละแห่งจะช่วยเพิ่มพละกำลังกายได้ประมาณหนึ่งพันชั่ง แต่นั่นเป็นเพียงผลพลอยได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ปัจจุบันพละกำลังกายของเขาอยู่ที่ประมาณสองแสนสองหมื่นชั่ง!
แสงจาง ๆ วาบขึ้น เขาก็เข้าสู่ชั้นถัดไป
ชั้นนี้เป็นโลกแห่งป่าทึบ มีมนุษย์หัววัวสูงกว่าสามเมตรหนึ่งร้อยตนถือขวานยักษ์พุ่งเข้าใส่เขา
เคร้ง! ขวานยักษ์จามลงบนหน้าผากของไป๋ตงหลิน แต่ยังคงไร้รอยขีดข่วน พวกมันแข็งแกร่งกว่าแมงป่องทรายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ยังไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
มนุษย์หัววัวเหล่านี้ฝีมือไม่เท่าไหร่ แต่กลิ่นเหม็นโฉ่กลับสร้างความเสียหายทางจิตใจให้เขาเล็กน้อย เขาตั้งฝ่ามือเป็นคมดาบแล้วฟันออกไปในสี่ทิศทางอย่างรุนแรง คมมีดอากาศขนาดใหญ่สี่สายตัดผ่านต้นไม้ยักษ์และร่างของมนุษย์หัววัวทั้งหมดจนขาดสะบั้น
ไป๋ตงหลินไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เพื่อรีบไปให้ถึงชั้นที่เหมาะสม เขาเริ่มจัดการศัตรูในพริบตาเดียวตลอดทาง!
ยิ่งชั้นสูงขึ้น ความแข็งแกร่งของอสูรเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชั้นที่สิบเริ่มทำให้ผิวของเขาถลอกได้ ชั้นที่ยี่สิบสามารถซัดเขาจนกระอักเลือด แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทำให้เขาพอใจ พลังงานที่ได้มานั้นช่างน้อยนิดเหลือเกิน
ชั้นที่สามสิบห้า นอกจากเทพไร้ตำหนิที่อยู่ชั้นสามสิบหกแล้ว อันดับหนึ่งพันคนแรกล้วนติดอยู่ที่ชั้นนี้ เพียงแต่ใช้เวลาในการผ่านต่างกันเท่านั้น
ที่นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยหินละลายลาวา คู่ต่อสู้คือปีศาจผิวหนังสีกาฬตนหนึ่ง บนหัวมีเขาคู่หนึ่ง ในมือถือหอกยาว พละกำลังของมันบรรลุถึงระดับจุดกำเนิดเทวะขั้นสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าเป็นเพียงระดับจุดกำเนิดเทวะสมบูรณ์เมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญทั่วไป
แต่การที่ศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์สามารถเอาชนะศัตรูระดับจุดกำเนิดเทวะสมบูรณ์ได้ด้วยขอบเขตระดับปฐพีหรือแม้แต่ระดับมนุษย์ นั่นถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดไปหนึ่งถึงสองช่วงระดับชั้น!
สมกับเป็นเหล่าอัจฉริยะที่โดดเด่นออกมาจากผู้คนนับล้านล้าน พลังการต่อสู้ล้วนไม่ธรรมดา
ปีศาจผิวสีกาฬจ้องมองไป๋ตงหลินด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ ยิ่งเป็นหอคอยชั้นลึก ๆ ปีศาจเหล่านี้ก็ยิ่งมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นไม่น้อย
ไป๋ตงหลินไพล่มือไว้เบื้องหลังพลางพยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางไม่เลวเลย มีไฟใช้ได้ทีเดียว!
เจ้าปีศาจผิวหมึกราวกับถูกยั่วโทสะ มันคำรามก้อง ร่างวูบไหวเข้าประชิดตัวไป๋ตงหลินในพริบตา
ตูม!
หอกยาวฟาดตวัดตามขวางเข้าที่หน้าอกของไป๋ตงหลินอย่างจังจนกระดูกยุบฮวบ เขาพ่นเลือดออกมาเต็มคำ ร่างกระเด็นไกลนับร้อยจั้ง ตกลงสู่ใจกลางธารลาวา
กระดูกหน้าอกแหลกสลายอวัยวะภายในกลายเป็นเศษเนื้อ แม้แต่ทะเลโลหิตก็สั่นสะเทือนปั่นป่วนไม่หยุด พลังงานเสริมแกร่งขุมหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา จิตวิญญาณในทะเลเทพประสานมือร่ายเวท ใช้อิทธิฤทธิ์ชักนำพลังงานเสริมแกร่งนั้น จิตวิญญาณกลืนกินพลังงานอย่างบ้าคลั่งจนเปล่งประกายเรืองรอง
ไป๋ตงหลินปีนขึ้นมาจากลาวา สัมผัสได้ว่าอาการบาดเจ็บฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแสนสาหัสจู่โจมเจตจำนงในห้วงสมองระลอกแล้วระลอกเล่า
เขาเอื้อมมือป้ายโลหิตที่เปรอะเต็มหน้า ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดที่ชุ่มไปด้วยเลือด
"ฮ่า ๆ ๆ เยี่ยม! เยี่ยมมาก! รู้สึกดีจริง ๆ!"
เมื่อเห็นว่าไป๋ตงหลินไม่เพียงลุกขึ้นมาได้ แต่ยังหัวเราะเยาะเย้ยใส่ เจ้าปีศาจผิวหมึกก็โกรธจัดจนแทบคลั่ง
โฮก—
มันคำรามลั่นก่อนจะกระโจนขึ้นสูง สองมือกระชับหอกมั่น ฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของไป๋ตงหลินด้วยท่าทลายขุนเขา
คิดจะสังหารข้าในทีเดียวงั้นหรือ ฝันไปเถอะ ไป๋ตงหลินเบี่ยงศีรษะหลบเล็กน้อย หอกยาวถากใบหูซ้ายฟาดเข้าที่ไหล่ซ้ายอย่างรุนแรงจนใบหูและแขนซ้ายกระเด็นหายไป ไหล่และหน้าอกถูกฟันแยกออกเป็นสองซีก เจ้าปีศาจผิวหมึกกวาดหอกตามขวางอีกครั้ง แขนขวาของเขาหักสะบั้นพร้อมกับร่างที่กระเด็นออกไปอีกรอบ
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ไป๋ตงหลินก็ฟื้นคืนพละกำลังเต็มเปี่ยมลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เขาขยับนิ้วกวักเรียกเจ้าปีศาจผิวหมึกอย่างท้าทาย
"ต่อสู้ต่อไปสิ"
ปัง—
"เอาอีก"
เปรี้ยงปร้าง!
"..."
สองชั่วยามผ่านไป
"ใส่แรงหน่อย! ยังไม่ได้กินข้าวหรือไง?"
เจ้าปีศาจผิวหมึกหอบหายใจรัวริน สองมือที่กำหอกสั่นระริก หัวหอกสีดำแตกหักจนเหลือความยาวไม่ถึงครึ่ง
ตรงข้ามกันนั้น ไป๋ตงหลินกลับดูมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
บาดแผลที่เจ้าปีศาจตนนี้สร้างให้เขานั้นอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ท่าทางออมมือน่าสมเพชเช่นนี้ทำให้เขาชิงชังยิ่งนัก!
เป็นถึงปีศาจหัดมีศักดิ์ศรีบ้างจะได้ไหม?
เขาเดินเข้าประชิดตัวเจ้าปีศาจผิวหมึก มันตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ก็ยังถูกไป๋ตงหลินคว้าคอเอาไว้ได้
เพียะ เพียะ เพียะ! เขาฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของมันหลายครั้งซ้อน
"ไอ้สวะ! ได้แค่นี้เองรึ? ไม่ไหวแล้วเหรอ? เมื่อกี้ยังทำซ่าอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?"
"เจ้ายังมีความละอายใจอยู่บ้างไหม? ข้ายืนเฉย ๆ เจ้ายังเจาะพลังป้องกันข้าไม่เข้า นี่เจ้าคงเป็นปีศาจที่สวะที่สุดในหมื่นแดนแห่งสวรรค์แล้วกระมัง?"
เพียะ เพียะ เพียะ เสียงตบหน้าดังสนั่นอีกหลายครา
"บอกมาสิว่าเจ้าไหวไหม? ไอ้สวะเอ๊ย มองตาข้าซะ แล้วโยนขยะในมือนั่นทิ้งไปเสีย มานี่... เดี๋ยวข้าจะสอนเจ้าเองว่าเขาฟันคนกันอย่างไร!"
ไป๋ตงหลินแย่งท่อนไม้ผุ ๆ ในมือเจ้าปีศาจทิ้งไป แล้วหยิบดาบยักษ์ซึ่งเป็นศาสตราเวทชั้นเลิศออกมาจากกำไล ยัดใส่มือมันแล้วกุมมือมันให้จ่อคมดาบไว้ที่คอของตนเอง
"ไอ้สวะ เห็นหรือยัง? ดูให้ดีแล้วเรียนรู้ซะ ตรงนี้... ใช่ ตรงเส้นเลือดใหญ่นี่แหละ ฟันลงมาทีเดียวเลย! จำไว้ว่าต้องใส่แรงให้สุด!"
ไป๋ตงหลินสวมวิญญาณคนเถื่อน พ่นวาจาถากถางอย่างบ้าคลั่ง หวังจะกระตุ้นเจตจำนงการต่อสู้ของเจ้าปีศาจขึ้นมาอีกครั้ง!
เจ้าปีศาจผิวหมึกถูกตบจนหน้าหันสมองมึนงงไปหมด มันถือดาบยักษ์ด้วยแววตาเหม่อลอย ยอมให้ไป๋ตงหลินบงการตามใจชอบ ตอนนี้มันสติหลุดลอยไปโดยสมบูรณ์แล้ว!
ข้าคือใคร? ข้าอยู่ที่ไหน? แล้วข้ากำลังทำอะไรอยู่?
ไป๋ตงหลินเริ่มเมื่อยคอ เมื่อเห็นเจ้าปีศาจยังคงยืนบื้อราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าปีศาจตนนี้ถูกเขาปั่นหัวจนพังพินาศไปเสียแล้ว
ไป๋ตงหลินยืดตัวตรง ประคองใบหน้าสีดำของมันไว้ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"เจ้าผิวหมึก ระเบิดตัวเองซะเถอะ นี่เป็นโอกาสเดียวที่เจ้าจะฆ่าข้าได้!"
ประกายแสงวาบผ่านดวงตาที่เหม่อลอยของเจ้าปีศาจ ใช่แล้ว! มันยังระเบิดตัวเองได้! มันสามารถลากเจ้าปีศาจในคราบมนุษย์ตนนี้ไปตายตกตามกันได้! ราวกับมันได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้
โฮก—
สิ้นเสียงคำรามลั่น มันก็โผเข้ากอดไป๋ตงหลินแล้วระเบิดร่างตัวเองทันที ตูม!
ทว่าน่าเสียดาย เพราะมันสูญเสียพลังไปมากเกินไปจนพลังงานในกายเหือดแห้ง แรงระเบิดจึงมีจำกัด ทำได้เพียงส่งไป๋ตงหลินไปใกล้ความตายได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น
บาดแผลบนร่างกายฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เขาพยักหน้าพลางยิ้มกว้าง นึกขอบคุณที่ได้รับพลังงานมาฟรี ๆ อีกระลอก ถือว่าผลงานก่อนตายของเจ้าผิวหมึกนั้นน่าพึงพอใจอยู่บ้าง
เจ้าปีศาจผิวหมึกสิ้นชีพ การท้าทายชั้นที่สามสิบห้าสำเร็จลุล่วง แสงขาวพลันวาบขึ้น ไป๋ตงหลินก็ก้าวเข้าสู่ชั้นถัดไป