เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ศึกคลั่งสะท้านภพ

บทที่ 45 ศึกคลั่งสะท้านภพ

บทที่ 45 ศึกคลั่งสะท้านภพ


บทที่ 45 ศึกคลั่งสะท้านภพ

หกวันต่อมา

ไป๋ตงหลินเข้าใกล้ใจกลางเกาะเข้าไปทุกที หลายวันมานี้เขาเดินทางไปพลางรบไปพลาง ผ่านการกรำศึกหนักมาหลายสิบครั้ง ทั้งยังได้พบเจอยอดฝีมือระดับเดียวกับซูชีอยู่หลายคน จนเกือบจะถูกตีตายคาที่เสียให้ได้!

ทว่าเขาก็อาศัยความสามารถในการฟื้นฟูอันแกร่งกล้า ใช้ยุทธวิธีแลกหมัดแลกชีวิตจนสามารถสยบคู่ต่อสู้ลงได้ทีละคน

นอกจากส่วนน้อยที่ถูกเขาตีจนพ่ายแพ้แล้วล่าถอยไปอย่างสงบ คนส่วนใหญ่ที่เหลือล้วนถูกกระตุ้นแผ่นหยกจนต้องออกจากการแข่งขันไป และยังมีคนโฉดอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกเขาลงมือสังหารคามือ!

มิใช่ว่าเขาเป็นคนกระหายเลือด ทว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นอัจฉริยะผู้เลิศล้ำที่มีพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งยิ่ง จนเขาต้องระเบิดพลังทั้งหมดออกมาทุกครั้งที่ปะทะกัน เมื่อเริ่มสู้แล้วก็มิอาจออมมือได้ทัน กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมิได้พกแผ่นหยกไว้ ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว

เขาไม่ได้รู้สึกผิดอันใด เพราะนี่คือสิ่งที่คนเหล่านั้นเลือกเอง เขาเพียงเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย สำหรับหลายคนแล้ว การถูกคัดออกอาจทรมานยิ่งกว่าความตายเสียด้วยซ้ำ!

นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนของสำนักศักดิ์สิทธิ์มรรคสูงสุด!

ไป๋ตงหลินผู้มีกลิ่นอายสังหารควบแน่นกดดันขึ้นเรื่อย ๆ เร่งเดินทางพลางระแวดระวังรอบกาย เมื่อหมอกดำบีบคั้นหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ยามนี้จึงเหลือเพียงพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ณ ใจกลางเกาะ เรียกได้ว่าเข้าสู่เขตตัดสินผลแพ้ชนะแล้ว!

คาดว่าคงเหลือผู้คนไม่ถึงพันคน ซึ่งหากเทียบกับขนาดพื้นที่แล้วถือว่ามีความหนาแน่นสูงมาก หากจะมีใครสักคนกระโดดออกมาจากพงหญ้าข้างทางเพื่อลอบโจมตีเขา เขาก็คงไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย

ใจกลางเกาะคือภูเขาไฟดับสนิทลูกย่อม ๆ ลูกหนึ่ง ภูมิประเทศเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไป เพราะเกาะจำนวนมากเกิดจากการเบียดอัดของเปลือกโลก ภูเขาไฟบนเกาะจึงถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องมี

ทันใดนั้น ภูเขาไฟดับสนิทในสายตาของไป๋ตงหลินกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น

ครืนนนนน—

เสียงกัมปนาทกึกก้องกัมปนาท พร้อมกับพื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ภูเขาไฟระเบิดแล้ว!

ลาวาจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมา ธารอัคคีสีแดงฉานร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านับพันเมตร ในขณะเดียวกัน ควันหนาทึบและเถ้าถ่านภูเขาไฟก็บดบังน่านฟ้าเหนือเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ในชั่วพริบตา

ท้องนภาที่เคยสว่างไสวพลันมืดสลัวลง ท่ามกลางลาวาที่พุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง หินเพลิงที่ถูกพ่นขึ้นไปสูงเฉียดฟ้าเริ่มร่วงหล่นลงมา ประดุจห่าฝนดาวตกอัคคีที่ถล่มลงใส่ทุกส่วนของเกาะ!

ราวกับวันสิ้นโลกมาถึง!

ไป๋ตงหลินที่กำลังมึนงงวูบหนึ่งรีบเบี่ยงกายหลบก้อนหินร้อนระอุ พลางสบถออกมาว่า

"จะประจวบเหมาะขนาดนี้เชียวหรือ? มาเจอภูเขาไฟระเบิดเอาตอนนี้เนี่ยนะ?"

"หากตัดเรื่องบังเอิญทิ้งไป ดูเหมือนจะมีคนยอมล้มกระดานเสียแล้ว! ไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลใดถึงได้จุดระเบิดภูเขาไฟขึ้นมาได้!"

กลเม็ดเด็ดพรายของผู้ฝึกตนนั้นมีร้อยแปดพันเก้า การจะมีพละกำลังระดับนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ไป๋ตงหลินมั่นใจว่าสิ่งที่เขาคาดเดานั้นคงไม่คลาดเคลื่อนไปจากความจริงนัก

ไม่รู้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะคนไหนที่ช่างสรรหาทำ ช่างเล่นพิเรนทร์โดยการเร่งความเร็วของเกม บีบให้ทุกคนต้องปรากฏตัวออกมาเพื่อเปิดศึกตะลุมบอนนับพันคน!

ยามนี้ลาวาเริ่มไหลบ่าไปทั่วใจกลางเกาะ ป่าทึบจำนวนนับไม่ถ้วนถูกจุดติดไฟ เปลวเพลิงโชติช่วงขับเน่ใจกลางเกาะที่เคยมืดสลัวให้สว่างโร่

ด้านนอกมีหมอกดำโอบล้อมจนไร้ทางถอย ผู้คนจำนวนมากเริ่มเผยตัวออกมา สำหรับผู้ฝึกตนที่เก่งกล้าเหล่านี้ ลาวาย่อมไม่ถึงขั้นพรากชีวิต แต่ก็ไม่อาจเมินเฉยได้เสียทีเดียว ส่วนใหญ่จึงเริ่มโคจรพลังโลหิตธาตุแผ่ออกมาปกคลุมทั่วร่างเพื่อกำบังความร้อน

ผู้บำเพ็ญจำนวนมหาศาลถูกบีบออกมา หลายคนเริ่มปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงคำรามก้องดังไปทั่วทุกสารทิศ!

"สู้! สู้! สู้!"

"ฆ่า!"

"โฮก—"

"สังหาร!"

"ไปตายซะ!"

ลาวาเดือดพล่าน เปลวเพลิงลุกโชน เขม่าควันฟุ้งกระจาย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ราวกับขุมนรก มหาสงครามพลันปะทุขึ้นทันที!

ประดุจถังดินปืนที่ถูกจุดชนวน ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้าร่วมในสนามรบ ต่างฝ่ายต่างเข้าห่ำหั่นกันอย่างสยดสยองเป็นที่สุด มีคนกลายเป็นแสงสีขาวถูกคัดออกไปเป็นระยะ และมีคนถูกตีจนตายคาที่เช่นกัน!

สายตาของไป๋ตงหลินเยือกเย็น เคล็ดหยกขาวขัดเกลากายาถูกเดินเครื่องเต็มกำลัง ทั่วร่างเปล่งประกายหยกนวลตาดุจผลึกแก้ว ลาวาแผดเผารองเท้าจนสิ้นซาก เขาจึงยืนหยัดด้วยเท้าเปล่าท่ามกลางธารลาวาอันร้อนระอุ

"สู้!"

เท้าเปล่ากระทืบลงอย่างแรง ลาวาแตกกระจายราวกับดอกบัวอัคคีที่เบ่งบาน ร่างของเขาหายวับไปในพริบตา เข้าโรมรันพันตูอย่างดุเดือดกับผู้บำเพ็ญที่พุ่งเข้ามาหา!

วิชาหมัดเจ็ดบาดเจ็บถูกใช้ออกอย่างสุดกำลัง หลังจากผ่านศึกใหญ่มาหลายสิบครั้งในช่วงไม่กี่วันนี้ ฝีมือของเขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การหยิบจับใช้สอยเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ต่าง ๆ บรรลุถึงขั้นสูงส่งจนยากจะหยั่งถึง

ทุกกระบวนท่าที่เสริมด้วยพละกำลังมหาศาลล้วนเปี่ยมไปด้วยอานุภาพทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ คู่ต่อสู้ที่รบกับเขามิใช่ระดับยอดฝีมือแถวหน้า เพียงยี่สิบกระบวนท่าก็ถูกเขาตีจนกลายเป็นแสงสีขาวปลิวหายไป

ผู้บำเพ็ญรอบข้างเมื่อเห็นเขามีพลังกล้าแกร่งเพียงนี้ ยอดฝีมือสองคนที่เดิมทีสู้กันปางตายกลับหันมาร่วมมือกันจู่โจมใส่เขาทันที!

ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย มีเพียงการกำจัดคนเก่งออกไปก่อน พวกเขาจึงจะมีหวังเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย!

"ฆ่า!"

คนอื่นอาจจะครั่นคร้ามยามต้องรับศึกรุม แต่ไป๋ตงหลินหาได้หวาดกลัวไม่! เขาสละการป้องกันโดยสิ้นเชิงแล้วเข้าปะทะกับคนทั้งสองอย่างบ้าระห่ำ!

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

หมัดและเท้าของทั้งสามเข้าปะทะกัน คลื่นกระแทกซัดกระหน่ำจนลาวาสาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง หินผานับไม่ถ้วนแหลกละเอียดเป็นผุยผง

เงาร่างพร่าเลือนพาดผ่าน ทั่วบริเวณที่ทั้งสามก้าวล่วงเต็มไปด้วยทรายปลิวว่อนหินปลิววอน การต่อสู้ด้วยวิธีแลกบาดแผลต่อบาดแผลนั้นช่างโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก และมันจบลงอย่างรวดเร็วเกินคาด!

มือขวาของไป๋ตงหลินถูกดาบฟันจนขาดสะบั้น ทว่าเขาไม่ได้ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย กลับอาศัยกระดูกแหลมคมที่โผล่พ้นจากท่อนแขนขาดแทงทะลวงหน้าอกของคู่ต่อสู้คนหนึ่ง หัวใจที่แตกสลายส่งผลให้ร่างนั้นกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งหายไปจากการคัดเลือกทันที

เขาฝืนรับกระบี่ที่แทงทะลุหน้าอก ก่อนจะฟาดมือซ้ายดุจดาบสับเข้าที่ลำคอของจอมยุทธ์ผู้ถือกระบี่จนหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ฉีกขาด ร่างนั้นพลันสลายเป็นแสงสีขาวหายไปเช่นกัน

มือซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวดึงกระบี่ยาวออกจากร่าง ก่อนจะหยิบโอสถรักษาอาการบาดเจ็บกลืนลงคอไป แม้จะไม่มีใครสนใจการต่อสู้ของพวกเขา แต่การเสแสร้งทำเป็นเจ็บป่วยเช่นนี้ยังคงเป็นเรื่องจำเป็น

บาดแผลสมานตัวอย่างรวดเร็ว แม้แต่มือที่ถูกฟันขาดไปก็งอกเงยออกมาใหม่ราวกับปาฏิหาริย์

เมื่อกวาดสายตามองไปรอบด้าน เห็นเพียงเงาร่างที่กำลังพัวพันกันในการต่อสู้ทุกหย่อมหญ้า ผู้คนล้มตายลงคนแล้วคนเล่า บรรยากาศช่างน่าเวทนาและโหดร้าย ยามนี้ทุกคนต่างสู้กันจนคลุ้มคลั่งเสียสติไปแล้ว!

กะด้วยสายตาคงเหลือคนไม่ถึงห้าร้อยคน ความเร็วในการคัดออกช่างน่าตระหนก เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวคนก็หายไปกว่าครึ่ง

ยังไม่ทันจะได้ครุ่นคิดสิ่งใดต่อ ชายร่างยักษ์ผู้หนึ่งก็ปรี่เข้าหาเขา ชายผู้นี้คือยักษ์ปักหลั่นของจริง ไม่รู้ว่าใช้วิชาลับแขนงใดจึงได้มีความสูงกว่าสี่เมตร!

กลิ่นอายดุดันอำมหิต ทั่วร่างมีลาวาร้อนแรงไหลเวียน ประหนึ่งอสูรกายจากขุมนรกที่โถมเข้าใส่เขา!

ไป๋ตงหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นส่งผลให้ดาบและกระบี่บนพื้นกระดอนขึ้นมา มือขวาคว้าดาบ มือซ้ายกุมกระบี่ แล้วพุ่งเข้าปะทะกับยักษ์ใหญ่ผู้นั้น!

ยักษ์ตนนี้ทำให้เขานึกถึงปีศาจหัวหมาป่าบนเขาพายุหมุนดำ การรับมือกับศัตรูที่มีร่างกายใหญ่โตเช่นนี้ การใช้ศาสตราอาวุธย่อมได้เปรียบกว่ามือเปล่าเป็นไหน ๆ!

ในขณะเดียวกัน บนยอดภูเขาไฟ การต่อสู้อันดุเดือดกำลังจะปะทุขึ้น ซูชีผู้มีเท้าเปลือยเปล่าขาวนวลเนียนยืนอยู่เหนือลาวาร้อนระอุที่กำลังเดือดพล่าน ร่างของนางเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก เคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะกระเพื่อมของลาวา

ฝั่งตรงข้ามของซูชี มีชายหนุ่มท่าทางองอาจผมสีแดงฉานยืนอยู่ กลิ่นอายไม่ธรรมดา ทั่วร่างโอบล้อมด้วยเปลวลาวา ประหนึ่งเทพสงครามแห่งอัคคีจุติลงมา

"ซูชี เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก เพียงไม่กี่วัน คนที่ต้องปราชัยให้แก่พิษของเจ้ามีไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนเข้าไปแล้ว"

"ใครต่อใครต่างบอกว่าเจ้าคือยอดฝีมือด้านการใช้พิษ เกรงว่าคงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เจ้ายังมีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ด้วย!"

ชายหนุ่มมีสีหน้าผ่อนคลาย ราวกับว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นการสนทนากับสหายเก่าก็ไม่ปาน

"เหอะ เมื่อเทียบกับเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าแล้ว เสวียนเย่ วิธีของข้าจะนับเป็นอะไรได้? แม้แต่การทำให้ภูเขาไฟระเบิดเจ้ายังคิดออกมาได้ ช่างเป็นเจ้าจริง ๆ"

"ไม่ต้องพล่ามให้มากความ เข้ามาสู้กันเสียดีกว่า!"

น้ำเสียงของซูชีเย็นเยียบ ประหนึ่งไม่ลดตัวลงไปสนทนากับชายตรงหน้าให้นานความ นางร่ายวิชาลับกลายเป็นเงาพร่าเลือนเข้าโรมรันกับชายหนุ่มทันที

ฉากการต่อสู้ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นทั่วทุกแห่งหนในใจกลางเกาะที่ไม่ได้กว้างใหญ่นัก ยามนี้ผู้ที่ยังเหลือรอดอยู่ไม่มีใครธรรมดาสักคน ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะปีศาจที่ขุดเอาไม้ตายและกลเม็ดเด็ดพรายออกมาใช้กันอย่างไม่ขาดสาย!

"ฆ่า!"

ไป๋ตงหลินกระโดดขึ้นสูง สองมือกุมกระบี่แทงเข้าที่ดวงตาของยักษ์ใหญ่อย่างสุดกำลัง!

ชายร่างยักษ์ที่ข้อเท้าขวาถูกฟันจนขาดหลบไม่พ้น ถูกกระบี่แทงเข้าที่ดวงตาอย่างจัง!

เคร้ง!

กระบี่ยาวกลับถูกกระดูกกะโหลกหนีบเอาไว้แน่นจนแทงต่อไปไม่ได้ ไป๋ตงหลินสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอากาศจากด้านหลัง เจ้ายักษ์นี่คิดจะรวบกอดเขาไว้!

ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาตัดสินใจทิ้งกระบี่ทันที พร้อมใช้ท่าร่างพันชั่งกดทับร่างดิ่งลงพื้น หลบเลี่ยงการกอดรัดมรณะของยักษ์ใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด!

ด้วยพละกำลังและขนาดตัวของยักษ์ผู้นี้ หากถูกกอดรัดเข้าจริง ๆ เกรงว่าร่างคงถูกบดจนกลายเป็นก้อนเนื้อเละ ๆ เป็นแน่!

เขาถอยร่นออกมาไม่กี่ก้าว มองดูยักษ์ใหญ่ที่กำลังคำรามด้วยความเจ็บปวดขณะดึงกระบี่ออกจากตาอย่างอ่อนใจ การป้องกันของหมอนี่ช่างน่าสยดสยองนัก ผิวหนาเนื้อเหนียว ยากจะสังหารให้ตายได้โดยง่าย!

หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ไป๋ตงหลินก็หยิบกระบองเขี้ยวหมาป่าขนาดมหึมาออกมาจากแหวนมิติ ทั่วทั้งร่างกระบองเป็นสีดำสนิท มีน้ำหนักมหาศาลและแข็งแกร่งยิ่ง

นี่คือศาสตราที่ได้รับจากการสุ่มรางวัลที่วังที่สิ้นหวัง อย่าได้ถามว่ากล่องทองเหลืองใบเล็ก ๆ นั่นบรรจุกระบองเขี้ยวหมาป่าขนาดใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะมันคือวิชาบรรจุมิติไว้ในแก่น!

กระบองเขี้ยวหมาป่านี้เกรงว่าจะมีน้ำหนักหลายพันชั่ง ทว่าเมื่ออยู่ในมือของไป๋ตงหลินกลับเบาราวกับไม้ปัดขนไก่ เขาควงมันจนเกิดเสียงลมหวีดหวิวดูดุดัน

ไป๋ตงหลินถือกระบองเขี้ยวหมาป่าพุ่งเข้าโจมตีต่อ เงาร่างของเขาหายวับไปปรากฏอยู่ที่ด้านหลังของยักษ์ใหญ่ ก่อนจะกระโดดขึ้นสูงแล้วฟาดลงบนท้ายทอยของเจ้ายักษ์อย่างเต็มแรง!

ท่ามกลางเสียงฉีกกระชากอากาศอันน่าสะพรึงกลัว กระบองหนักอึ้งกระแทกเข้าที่ศีรษะของยักษ์ใหญ่ที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าอย่างจัง!

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนามรบ แม้แต่การต่อสู้อันดุเดือดรอบข้างยังหยุดชะงักไปชั่วครู่ หลายคนถึงกับหันมามองด้วยความตกตะลึง

ร่างยักษ์ใหญ่ถูกฟาดจนล้มฟุบลงกับพื้นและสลบเหมือดไป แสงสีขาววาบขึ้นร่างนั้นก็ถูกส่งตัวออกจากโลกใบเล็กทันที

เมื่อมองดูหนามบนกระบองเขี้ยวหมาป่าที่เริ่มบิดเบี้ยว เขาก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง การป้องกันของเจ้านั่นช่างน่ากลัวจริง ๆ

แต่จะว่าไป อาวุธหนักแบบนี้ก็ใช้งานได้ดีไม่เลว ไป๋ตงหลินรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างที่แปลกประหลาดตื่นขึ้นภายในร่างกายของเขา

ยามนี้การต่อสู้อันดุเดือดในสนามรบใกล้จะถึงบทสรุป จำนวนคนเริ่มร่อยหรอจนใกล้จะเหลือเพียงหนึ่งร้อยคน และไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องเขาอีก

ผลงานจากการทุบยักษ์ใหญ่จนหมอบราบคาบเมื่อครู่ ได้ข่มขวัญผู้คนไปไม่น้อยทีเดียว

เฮ้อ—

ไป๋ตงหลินระบายลมหายใจยาว สีหน้าผ่อนคลายลง

อาศัยความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายอันผิดมนุษย์ประกอบกับความพยายามอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็จะได้เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์มรรคสูงสุด ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกกายาเสียที!

ก้าวแรกบนวิถีแห่งมหามรรค ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 45 ศึกคลั่งสะท้านภพ

คัดลอกลิงก์แล้ว