เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 หนึ่งนิ้วบดบังฟ้า

บทที่ 32 หนึ่งนิ้วบดบังฟ้า

บทที่ 32 หนึ่งนิ้วบดบังฟ้า


บทที่ 32 หนึ่งนิ้วบดบังฟ้า

ภูเขาไฟใต้ก้นแม่น้ำ!

ไป๋ตงหลินสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นผิดปกติ อีกทั้งยังมีแสงอัคนีโชติช่วงจากที่ไกล ๆ เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด

แม่น้ำลู่เจียงสายนี้ในแทบทุกด้านไม่ได้ต่างไปจากท้องทะเลในชาติปางก่อนของเขาสักเท่าใดนัก การมีภูเขาไฟอยู่ใต้ก้นแม่น้ำจึงมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจ

ภูเขาไฟใต้ก้นแม่น้ำแห่งนี้คือสถานที่อันยอดเยี่ยมที่สุดในการจัดการกับกล่องทองสัมฤทธิ์ หากทิ้งมันไว้ที่ก้นแม่น้ำเฉย ๆ ก็อาจถูกกระแสน้ำพัดพาขึ้นสู่ผิวน้ำได้

เมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาด ไป๋ตงหลินก็โอบกอดกล่องทองสัมฤทธิ์ไว้แนบอก ก่อนจะย่างเท้าก้าวไปหาโตรกผาภูเขาไฟที่มีแสงเพลิงสาดไหวอย่างยากลำบาก

ยิ่งเข้าใกล้รอยแยกของลาวามากเท่าใด อุณหภูมิของน้ำก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนเริ่มเดือดพล่าน บังเกิดฟองอากาศสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนเป็นสายยาว

ในยามนั้นเอง หมอกเทาภายในห้วงสำนึกคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง มันหยุดการโจมตีลง เพราะตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ทำไปล้วนไร้เปล่า มนุษย์ผู้นี้ไม่อาจถูกฆ่าให้ตายได้ ซ้ำร้ายดวงวิญญาณยังกลับกล้าแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ตัวมันเองต่างหากที่จะถูกไอพลังบริสุทธิ์หยางแผดเผาจนสูญสิ้น

ทันทีที่หมอกเทาพุ่งทะลุออกมา มันก็พลันล่วงรู้ถึงเจตนาของไป๋ตงหลินทันที

"โฮก—!"

ในที่สุด หลังจากเข้าโรมรันกันมาเนิ่นนาน หมอกเทาก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นเป็นครั้งแรก!

แค่นี้รึ? ร้อนรนแล้วสินะ?

ไป๋ตงหลินยกยิ้มบาง ๆ คำรามไปเถอะ ก็แค่โทสะของผู้ไร้ความสามารถ ตอนอยู่บนเรือชางหลานยังทำตัวอวดดีอยู่เลยไม่ใช่หรือ?

ข้าละชอบจริง ๆ ท่าทางที่เจ้าเกลียดข้าเข้าไส้แต่ก็ทำอะไรข้าไม่ได้เช่นนี้ กระอักความแค้นตายไปเสียเถอะ!

เขาหาได้นำพาต่อหมอกเทาที่วนเวียนอยู่รอบกาย เมื่อเข้าใกล้รอยแยกของลาวาเข้าไปทุกที ขอเพียงจมกล่องทองสัมฤทธิ์ลงในลาวาทุกอย่างก็เป็นอันจบสิ้น

หมอกเทาเห็นว่าไม่อาจหยุดยั้งไป๋ตงหลินได้ก็ร้อนรนจนทุรนทุราย ในที่สุดมันก็แผดร้องลั่นแล้วมุดหายเข้าไปในกล่องทองสัมฤทธิ์

ทันทีที่หมอกเทามุดเข้าไป กล่องทองสัมฤทธิ์ก็ราวกับถูกกระตุ้นกลไกบางอย่าง แสงลึกลับสาดประกายเจิดจ้า ลวดลายที่บิดเบี้ยวเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต

ไป๋ตงหลินเห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ด้วยเกรงว่ามันจะเล่นตุกติกอะไรอีก เขาจึงเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าแล้วเหวี่ยงกล่องทองสัมฤทธิ์ลงสู่รอยแยกลาวาทันที

กล่องทองสัมฤทธิ์ตกลงบนผิวลาวา ทว่ามันกลับไม่จมลงไป แต่กลับลอยนิ่งอยู่เหนือสายธารอัคนีนั้น

แสงสีดำทวีความเข้มข้นขึ้น ลวดลายที่เลื้อยรัดเริ่มก่อตัวเป็นภาพลักษณ์ลึกลับพิสดารที่บิดเบี้ยวสุดประมาณ

ไป๋ตงหลินขมวดคิ้วมุ่น กล่องทองสัมฤทธิ์นี้ดูอย่างไรก็เหมือนกำลังเตรียมจะปล่อยกระบวนท่าใหญ่ ในเมื่อเจ้าไม่ยอมจมลงไปเอง ข้าก็จะส่งเจ้าลงไปเอง!

เขาคิดจะกระโดดลงไปแต่พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถอดแหวนมิติออกแล้วดีดนิ้วส่งมันหายวับไปทันที ใต้ลาวานั้นเป็นเช่นไรมิอาจล่วงรู้ จะปล่อยให้แหวนมิติเสียหายไม่ได้เป็นอันขาด

เมื่อจัดการเสร็จสิ้น ไป๋ตงหลินก็โจนทะยานลงไป โอบกอดกล่องทองสัมฤทธิ์แล้วดำดิ่งสู่ส่วนลึกของลาวา

อุณหภูมิของลาวายังไม่นับว่าสูงนัก เพียงสองพันกว่าองศาเท่านั้น แต่เมื่อบวกกับการอยู่ใต้ก้นแม่น้ำ ทั้งความร้อนระอุ ความดันมหาศาล และพิษอัคนีที่แฝงด้วยไอจิตวิญญาณ!

ปัจจัยทั้งสามประการผสานกันจนกดขี่ความเร็วในการฟื้นฟูของเขา เพียงชั่วครู่ ร่างกายของเขาก็เหลือเพียงซากโครงกระดูก

โครงกระดูกดั่งหยกขาวโอบกอดกล่องทองสัมฤทธิ์ที่ส่องแสงสีดำทมิฬ ดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของสายธารลาวา

หมอกเทาภายในกล่องทองสัมฤทธิ์แทบคลุ้มคลั่ง เดิมทีทุกอย่างควรจะราบรื่นแท้ ๆ จนกระทั่งมาเจอไอ้มนุษย์ที่ฆ่าไม่ตายผู้นี้!

มาถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น มิเช่นนั้นหากถูกจมลงสู่ส่วนลึกของลาวา ก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่หมื่นกี่แสนปีถึงจะมีโอกาสเช่นนี้อีก

หมอกเทาสังเวยดวงวิญญาณทั้งหมดที่มันเคยกลืนกินมาเพื่อกระตุ้นกล่องทองสัมฤทธิ์ให้ทำงาน!

ผิดเวลา! ผิดตำแหน่ง! อีกทั้งดวงวิญญาณยังมิอาจเทียบได้กับความต้องการ!

ความล้มเหลวนั้นเป็นเรื่องแน่นอน แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ไม่ว่าจะทำหรือไม่ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน สู้ลองเสี่ยงดูสักตั้ง เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น?

เมื่อดวงวิญญาณทั้งหมดถูกสังเวย แสงสีดำของกล่องทองสัมฤทธิ์ก็พลันหดกลับเข้าภายใน ถูกลวดลายที่ขยับเขยื้อนกลืนกินเข้าไป กล่องทองสัมฤทธิ์สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนหลุดออกจากอ้อมแขนของไป๋ตงหลิน ลอยนิ่งอยู่กลางลาวา พร้อมกับระเบิดพลังไร้รูปที่ขับไล่ลาวารอบด้านจนเหือดหายกลายเป็นที่ว่าง!

ไป๋ตงหลินจ้องมองกล่องทองสัมฤทธิ์ที่เริ่มหมุนวนและปรับเปลี่ยนรูปทรงราวกับลูกบาศก์กล ลวดลายด้านบนบิดเบี้ยวและเลื้อยรัดอย่างบ้าคลั่ง ดูน่าสะอิดสะเอียนราวกับหนวดของตัวประหลาด

หึ่ง—

เสียงครางกระหึ่มดังขึ้น กล่องทองสัมฤทธิ์หยุดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นลูกบาศก์ขนาดมหึมาที่ฉลุโปร่ง! เส้นสายจำนวนนับไม่ถ้วนบิดพริ้วอยู่ภายใน เชื่อมโยงเข้าหาจุดสีดำ ณ ใจกลาง

ยิ่งจุดสีดำขยายใหญ่ขึ้น มันก็ยิ่งดูราวกับหลุมดำที่เชื่อมต่อสู่โลกอันเร้นลับ

หลุมดำนั้นสั่นไหวไม่มั่นคง พลิกผันไประหว่างความจริงและลวงตาอย่างบ้าคลั่ง คล้ายกับจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

ไป๋ตงหลินจับจ้องไปยังหลุมดำเขม็ง ลางสังหรณ์ถึงมหันตภัยรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นในใจ ภายในหลุมดำนั้นมีบางสิ่งที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง สัญชาตญาณบางอย่างสั่งการให้เขาต้องหยุดยั้งการก่อตัวของหลุมดำนี้ให้ได้!

ไป๋ตงหลินที่เริ่มมีกล้ามเนื้อผุดพรายขึ้นมาใหม่ระเบิดพลังทั้งหมดพุ่งทะยานเข้าหาหลุมดำ ในยามนั้นหลุมดำสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังจะสลายไป

เมื่อเข้าถึงขอบของลูกบาศก์ฉลุ ไป๋ตงหลินไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ยื่นมือที่ไร้ผิวหนังคว้าขอบโลหะของลูกบาศก์ไว้แน่น พยายามมุดศีรษะเข้าไปข้างใน!

ในวินาทีที่ศีรษะของเขามุดเข้าไป ภายในหลุมดำก็ปรากฏดวงตาคู่หนึ่งที่มิอาจพรรณนา สบเข้ากับดวงตาของไป๋ตงหลินที่พุ่งเข้ามาอย่างพอดิบพอดี!

บิดเบี้ยว คลุ้มคลั่ง เสื่อมทราม เหนอะหนะ ชั่วร้าย อัปลักษณ์...

วิญญาณของไป๋ตงหลินแตกสลายลงในพริบตา

……

เขตกระบี่ สำนักกระบี่ต้าหลัว

บุรุษรูปงามในชุดคลุมสีดำผู้หนึ่งห้อยดาบยาวไว้ที่เอว กำลังเดินทอดน่องไปตามเส้นทางสายเล็ก ๆ ท่ามกลางขุนเขาอย่างเชื่องช้า

ทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงักฝีเท้า ดวงตาทั้งคู่ทอประกายคมปลาบดุจแสงดาบ ทะลวงผ่านห้วงมิติ จับจ้องไปยังทิศทางของแม่น้ำลู่เจียง

เขตชาง ทะเลสาบไท่หู

ริมทะเลสาบมีผู้เฒ่าในชุดสีเทาผู้หนึ่งถือคันเบ็ด นั่งหลับตาสัปหงกอยู่ มือที่เคยนิ่งสนิทพลันสั่นสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นมองไปยังทิศทางที่แม่น้ำลู่เจียงตั้งอยู่

การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนี้กลับทำให้ปลามังกรที่กำลังจะฮุบเหยื่อตกใจจนว่ายหนีไป

เขตเถื่อน เขตเหลยเจ๋อ เขตภูเขา...

ชั่วพริบตาที่ดวงตาคู่นั้นปรากฏขึ้นในหลุมดำใต้ก้นแม่น้ำลู่เจียง ก็ได้สั่นสะเทือนไปถึงเหล่าตัวตนสูงสุดในเขตปกครองใหญ่นับสิบโดยรอบ ต่างพากันจับจ้องมองมายังแม่น้ำลู่เจียงเป็นจุดเดียว

เขตเหนือสุด ณ วังที่สร้างอยู่บนยอดเขาหิมะอันตั้งตระหง่าน ภายในตำหนักอันหรูหราตระการตาถึงขีดสุด มีสตรีโฉมงามล้ำเลิศในชุดวังหลวงนอนเอนกายพิงบัลลังก์อยู่อย่างเกียจคร้าน

ในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาในหลุมดำปรากฏขึ้น คิ้วหลิวเรียวงามของสตรีนางนั้นก็ขมวดมุ่นเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างรังเกียจ

"เหอะ! แมลงที่น่าสะอิดสะเอียน!"

นางยื่นนิ้วชี้ที่ขาวนวลราวกับหยกมันแพะออกมา แล้วกรีดกรายลงที่เบื้องหน้าเบา ๆ

ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือแม่น้ำลู่เจียงห่างออกไปจากเรือชางหลานหลายสิบลี้พลันบังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เมฆาขาวนับพันลี้ม้วนตัวบิดเบี้ยวอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นวังวนขนาดยักษ์ในชั่วพริบตา สายฟ้าฟาดคำรามกึกก้อง พลังปราณฟ้าดินปั่นป่วนโกลาหล!

นิ้วมือยักษ์ประดุจเสาค้ำฟ้าปรากฏออกมาจากใจกลางวังวน ดูเหมือนเชื่องช้าแต่ความจริงกลับรวดเร็วดุจสายฟ้า กดดิ่งลงสู่ผิวน้ำ!

ผิวน้ำที่เคยเดือดพล่านด้วยคลื่นยักษ์ กลับถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นสยบจนเรียบเนียนดุจกระจกเงาในทันใด น้ำมหาศาลยังไม่ทันจะได้สัมผัสกับนิ้วมือก็สลายกลายเป็นความว่างเปล่า

หินใต้ก้นแม่น้ำและลาวาก็แหลกสลายกลายเป็นความว่างเปล่าเช่นกัน นิ้วยักษ์กดลงบนกล่องทรงลูกบาศก์โปร่งแสงขนาดใหญ่โดยตรง แรงสั่นสะเทือนแผ่ซ่านออกไป ทำให้รอยแยกมิตินับไม่ถ้วนถาโถมไปทั่วก้นแม่น้ำ

ยอดสำเนียงไร้เสียง ยอดลักษณ์ไร้รูป

ลูกบาศก์ที่กลายมาจากกล่องทองสัมฤทธิ์อันแข็งแกร่งไร้เทียมทาน กับหลุมดำที่ไม่เสถียรด้านใน ถูกบดขยี้จนสูญสิ้นไปในพริบตา

นิ้วยักษ์นั้นประหนึ่งเพียงกดบี้มดตัวหนึ่งให้ตายคามือ จากนั้นจึงค่อย ๆ ถอยกลับเข้าไปในวังวนบนท้องฟ้าแล้วเลือนหายไป

สายตานับสิบคู่ที่วนเวียนอยู่เหนือแม่น้ำลู่เจียงต่างก็ล่าถอยกลับไปพร้อมกัน

แม่น้ำลู่เจียงรวมไปถึงก้นแม่น้ำหลงเหลือเพียงหลุมยักษ์อันว่างเปล่าที่อบอวลไปด้วยพลังลี้ลับที่มองไม่เห็น ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโดยรอบไม่อาจไหลกลับมาบรรจบกันได้เป็นเวลานาน

……

ไป๋ตงหลินที่อยู่ในลาวาพลอยถูกหางเลขไปด้วย ร่างของเขาถูกกดจนสลายกลายเป็นความว่างเปล่า ทว่าเรื่องนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะในตอนนั้นสถานการณ์ของเขาค่อนข้างพิเศษ วิญญาณยังคงแตกสลายอย่างต่อเนื่อง คนภายนอกจึงไม่อาจสัมผัสได้เลยว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้าง ๆ กล่องทองสัมฤทธิ์

ยามนี้จิตสำนึกและวิญญาณของเขาเวียนว่ายอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย จึงไม่รับรู้เลยว่าโลกภายนอกเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง

ร่างกายที่สลายไปคืนชีพขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่ในขณะเดียวกันวิญญาณก็แตกสลายจนดับสิ้นลงอีกครั้ง

วิญญาณแตกสลาย คืนชีพ แตกสลาย คืนชีพ...

วนเวียนซ้ำซากอยู่เช่นนี้นับพันครั้ง จนกระทั่งเขาลืมเลือนภาพลักษณ์ของดวงตาคู่นั้นไปจนสิ้น ลบเลือนกลิ่นอายอัปมงคลนั้นออกไปได้ วิญญาณจึงหยุดแตกสลายเสียที!

ในที่สุดก็รอดตายกลับมาได้อีกครั้ง!

ความเจ็บปวดจากการแตกสลายของวิญญาณทรมานเขาจนแทบกระอัก สิ่งชั่วร้ายที่อยู่หลังหลุมดำนั่นมันคือตัวประหลาดอะไรกันแน่? แค่เหลือบมองเพียงแวบเดียว ผลลัพธ์กลับรุนแรงถึงเพียงนี้!

ดวงตาคู่นั้นใช้วิธีการใดในการโจมตีเขา พลังทำลายล้างถึงได้น่าสยดสยองเพียงนี้

การมอง? เหตุต้นผลกรรม? หรือเป็นกฎเกณฑ์ทางเกินจินตนาการกันแน่?

มารดามันเถอะ! ช่างไร้จรรยาบรรณสิ้นดี! เขายังเป็นเพียงเด็กน้อยอายุสิบสามปีเองนะ! กับผู้ฝึกตนมือใหม่เช่นเขายังลงมืออำมหิตเพียงนี้ นี่มันจงใจรังแกกันชัด ๆ!

เมื่อได้สติ เขาก็ต้องตกตะลึงกับสภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้า กล่องทองสัมฤทธิ์หายไปไหนแล้ว? แล้วหลุมดำขนาดใหญ่ของข้าล่ะ? เมื่อครู่ยังอยู่ที่นี่อยู่เลย!

ยามนี้เขานอนเปลือยกายร่อนจ้อนอยู่ภายในหลุมลึกขนาดมหึมา ลาวาหายไปหมดแล้ว แม้แต่น้ำในแม่น้ำก็ไม่เหลือ เพียงแหงนหน้าขึ้นก็มองเห็นท้องฟ้าสีครามสดใส

เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?

ในเมื่อหาคำตอบไม่ได้ ไป๋ตงหลินก็ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก ในเมื่อกล่องทองสัมฤทธิ์และหลุมดำหายไปแล้ว ปัญหาเรื่องหมอกเทาก็คงถือว่าคลี่คลายลงได้เสียที แม้ว่ากระบวนการจะดูขลุกขลักไปบ้าง แต่คราวนี้เขาก็สามารถกลับไปเดินทางต่อได้อย่างสบายใจแล้ว

เขามองไปรอบ ๆ ลาวาถูกรีดเค้นจนแห้งเหือด น้ำในแม่น้ำโดยรอบเริ่มไหลย้อนกลับมา

เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายของแหวนมิติ ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งจึงตามหาแหวนจนพบ แล้วรีบนำชุดออกมาจากแหวนมิติมาสวมใส่

โชคดีที่เตรียมการเผื่อไว้ ไม่อย่างนั้นคงต้องวิ่งแก้ผ้าแน่!

ไป๋ตงหลินแยกแยะทิศทาง ก่อนจะว่ายน้ำมุ่งหน้าไปยังเรือชางหลาน

จบบทที่ บทที่ 32 หนึ่งนิ้วบดบังฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว