เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 - การสังเวยดันเจี้ยน

บทที่ 89 - การสังเวยดันเจี้ยน

บทที่ 89 - การสังเวยดันเจี้ยน


บทที่ 89 - การสังเวยดันเจี้ยน

༺༻

วิญญาณที่ส่องสว่างลอยออกมาจากร่างกายของลู่ชาง และมุดเข้าไปในทางเข้าดันเจี้ยนตรงหน้า

วูบ——

วงแหวนแสงตรงทางเข้าดันเจี้ยนเปลี่ยนจากสีฟ้าจางเป็นสีดำ

ชื่อเฉิงกะพริบตาปริบๆ

เขาไม่เคยเห็นการกระทำแบบนี้มาก่อนเลย

"นี่มัน..."

ลู่ชางยิ้มและตอบว่า "เป็นการทดลองความคิดของผมเองครับ"

"อาจารย์อิซไม่ได้บอกเหรอครับว่าเราควรจะมีความคิดเป็นของตัวเอง"

ในช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา ลู่ชางได้ขบคิดหลายสิ่งหลายอย่าง

ทั้งเรื่องเวทมนตร์

เรื่องความตาย

เรื่องปุโรหิต

และเรื่องการสังเวย

แก่นแท้ของการสังเวยคืออะไรกันแน่?

คือการทำให้สิ่งที่อ่อนแอกลายเป็นสิ่งที่แข็งแกร่ง

คือการเปลี่ยนจากความไม่คุ้นเคยให้กลายเป็นความชำนาญ

แก่นแท้... ควรจะเป็นการยกระดับ

ถ้าอย่างนั้น การสังเวยจะใช้ได้แค่กับร่างกายของตัวเองเท่านั้นหรือ?

ลู่ชางได้ทำการทดลองมาไม่น้อย เขาได้ลองสังเวยวิญญาณเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและได้ผลลัพธ์บางอย่างกลับมา

แต่เพียงแค่ใช้วิญาณไป 100 ดวง ลู่ชางก็รู้สึกถึงขีดจำกัดแล้ว

ร่างกายไม่สามารถทนทานต่อการยกระดับเช่นนี้ได้

แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สมรรถภาพทางกายในทุกด้านเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับนักรบเลเวล 1

ลู่ชางรู้สึกว่าเป็นเพราะเขาไม่มีอาชีพสายต่อสู้ พื้นฐานร่างกายที่อ่อนแอเกินไปจึงทำให้ไม่สามารถยกระดับต่อไปได้มากกว่านี้

ส่วนเวทมนตร์ เวทมนตร์เหนือขีดจำกัดเลเวล 201 สามารถรองรับการสังเวยวิญญาณได้สูงสุดถึงหนึ่งหมื่นดวงต่อครั้ง

หากเกินจำนวนนี้ไป ต่อให้ใส่เพิ่มเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่มีผลอีก

ส่วนเวทมนตร์แห่งความตายนั้น

ในตอนนี้เขายังไม่รู้สึกถึงขีดจำกัดสูงสุดในการสังเวยวิญญาณเลย

นี่อาจจะเป็นความแตกต่างระหว่างเวทมนตร์ของนักเวทและเวทมนตร์ของปุโรหิตแห่งความตาย ซึ่งเวทมนตร์แห่งความตายอาจเรียกได้ว่าถูกสร้างมาเพื่อรองรับการสังเวยโดยเฉพาะ

นอกจากการสังเวยเหล่านี้แล้ว ลู่ชางยังเคยพยายามสังเวยพรสวรรค์ของตัวเองด้วย

แต่ผลที่ได้รับกลับมาคือ... ไร้ผล

เมื่อคืนนี้ เขาได้ตรวจสอบบันทึกเกี่ยวกับปุโรหิตแห่งความตายเพิ่มเติม

ได้ยินมาว่าเพื่อที่จะก่อให้เกิดความตายที่เจ็บปวดรวดร้าว ปุโรหิตแห่งความตายบางคนจะสร้างดันเจี้ยนที่แข็งแกร่งขึ้นมาและปล่อยมอนสเตอร์ในนั้นออกมา

และในตอนนี้ เมื่อเห็นดันเจี้ยนตรงหน้า

ลู่ชางจึงเกิดความคิดขึ้นมา

เขาลองสังเวยให้กับดันเจี้ยนดู

และเป็นไปตามคาด...

มันประสบความสำเร็จ

ดันเจี้ยนที่วงแหวนแสงเปลี่ยนเป็นสีดำตรงหน้านี้ คือผลลัพธ์ของการสังเวย

"เข้าไปดูกันไหมครับ?" ลู่ชางเอ่ยถาม

"ฮ่าๆ น่าสนใจจริงๆ! ไปกันเลย!" ชื่อเฉิงเอ่ยอย่างใจถึง และก้าวเข้าไปเป็นคนแรก

ลู่ชางย่อมไม่ยอมล้าหลัง

เขาเดินตามเข้าไปทันที

แต่เมื่อก้าวเข้าไป ลู่ชางก็ถึงกับชะงัก

เขามองเห็นพื้นที่กว้างขวางและโอ่อ่าอยู่ตรงหน้า เบื้องหน้าคือภูเขาที่มีรูถ้ำตรงดิ่งเข้าไป

ส่วนทางด้านซ้ายและขวา มีแมลงยักษ์หกขาสองตัว ท่อนบนของพวกมันเหมือนแมลงคามิกิริ แต่มีมือเหมือนมนุษย์ที่ถือดาบดำขนาดยักษ์เอาไว้

เมื่อหันกลับไปมอง... ทางออกกลับหายไปแล้ว

เรื่องนี้ทำให้ลู่ชางขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แมลงวัวเขาสลาตันดาบดำ!"

"แถมมีถึงสองตัว!"

ชื่อเฉิงอุทานออกมา

"มอนสเตอร์ระดับราชาขั้น 3 มาปรากฏตัวให้เห็นตั้งแต่ตรงทางเข้าเลยเหรอเนี่ย"

ระดับราชา?

ลู่ชางเตรียมจะยกมือขึ้น

ตูม!

เห็นเพียงประกายการฟันสีแดงฉานพาดผ่าน!

ฉับ!

ท่อนบนของแมลงยักษ์ทั้งสองตัวก็ลื่นไถลขาดออกจากร่างในแนวเฉียง

"โอ้! สัมผัสนี่มันระดับราชาของจริงเลยแฮะ!"

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชื่อเฉิงไปปรากฏตัวอยู่ด้านหน้า และเดินผ่านซากศพสองร่างที่ถูกฟันขาดนั้นไป

"ฉันจะไปดูข้างหน้าหน่อยนะ"

พูดจบ ร่างของเขาก็หายไปอีกครั้ง

ครืน——

ได้ยินเสียงการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงดังมาจากทั่วทั้งแผ่นดิน!

ลู่ชางหันไปมอง ทางออกที่หายไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

เพียงห้าวินาทีต่อมา ชื่อเฉิงก็แบกซากศพที่สูงราวกับภูเขาเลูกเล็กๆ เดินออกมาจากถ้ำ

"ฮ่าๆ ผลเก็บเกี่ยวรอบนี้ล้นหลามจริงๆ!"

"ไม่นึกเลยว่าจะมีมอนสเตอร์ระดับราชาตั้งสิบตัว"

พี่ชื่อเฉิงครับ ดันเจี้ยนนี้ผมเป็นคนเปิดนะ

ผมยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยสักนิด

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ยังไงวิญญาณหนึ่งพันดวงก็ไม่ได้มากมายอะไร ทั้งหมดก็เป็นแค่มดที่ไม่มีค่าพวกนั้น

"มาแบ่งสมบัติกันเถอะ!"

"คนละครึ่งเป็นไง?"

ลู่ชางบ่นอุบายว่า "พี่ชื่อเฉิงครับ ผมรู้สึกเหมือนพี่มาแย่งมอนสเตอร์ของผมไปเลยนะ..."

มอนสเตอร์ระดับราชาขั้น 3 เขาก็สามารถสังหารในพริบตาได้เหมือนกัน

แต่อีกฝ่ายกลับชิงลงมือก่อนไปก้าวหนึ่ง

"ฮ่าๆ ก็ฉันเป็นคนเก็บเกี่ยวให้นี่นา"

"อีกอย่าง ฉันฆ่าได้เร็วกว่าด้วย"

ก็จริงอย่างที่เขาว่า

ชื่อเฉิงแบ่งสมบัติอย่างชำนาญ ต้องยอมรับเลยว่าพละกำลังของเขามหาศาลจริงๆ เขาแบกซากศพพวกนี้โยนไปมาเหมือนกับว่ามันไม่มีน้ำหนักเลยสักนิด

เพียงไม่กี่นาที เขาก็จัดการสรุปผลประโยชน์จากรางวัลสงครามเสร็จสิ้น

เหล็กดำขัดเงา, เขาฟ้าทมิฬ, ขาหนามแหลม...

ล้วนเป็นวัสดุจากมอนสเตอร์ระดับราชา แต่ละตัวมีมูลค่าประมาณสองพันเหรียญทอง

สิบตัวรวมกันก็ได้มาสองหมื่นเหรียญทอง

แบ่งคนละครึ่ง ลู่ชางจึงได้ไปหนึ่งหมื่น

เงินทองเริ่มหาได้ง่ายขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

เฮ้อ แต่ว่าความแตกต่างระหว่างช่วงที่ไม่มีเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวนี่มันชัดเจนเกินไปไหมเนี่ย?

ลู่ชางจำได้ลางๆ ว่า ตอนนั้นราชาต้นกำเนิดโลหิตตัวเดียวก็ได้วัสดุที่มีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทองแล้ว แต่ตอนนี้สิบตัวรวมกันเพิ่งจะได้แค่สองหมื่นเองเหรอ?

เมื่อเห็นผลตอบแทนเช่นนี้ ในใจเขาก็เริ่มมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย

หลังจากได้สัมผัสกับเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวมาแล้ว ก็ไม่สามารถหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกจริงๆ

ตอนที่รู้จักเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ยังแอบคิดอยู่เลยว่ามันจะเป็นกับดักที่โหดร้ายที่ล่อลวงให้ทุกคนออกไปผจญภัยหรือเปล่า

แต่ตอนนี้กลับรู้สึกแค่ว่า... กับดักเอ๋ย จงมาอีกเยอะๆ เถอะนะ

"ไปต่อไหม?"

"ไปครับ"

หลังจากแบ่งรางวัลสงครามเสร็จ ทั้งสองคนต่างก็รู้ใจกันดี

เมื่อออกจากใต้ดินนี้ ชื่อเฉิงก็มองไปทางซ้ายทีขวาที แล้วก็ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่งทันที

ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเขาสัมผัสได้ว่า ดันเจี้ยนที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางด้านนั้น

ทั้งสองคนเร่งเดินทาง

จนมาถึงที่นี่

ลู่ชางมองดูสัญลักษณ์บนผนังที่อยู่ข้างๆ

"ดันเจี้ยนที่มีตราประทับไว้แล้วเหรอครับ"

"ช่างเถอะ เปิดเลยแล้วกัน"

ก็นั่นสินะ อย่างมากก็แค่ให้คนที่รับภารกิจไปมารับรางวัลภารกิจไปโดยตรงก็พอ ยังไงเงินส่วนนั้นก็ไม่ได้มากมายอะไรอยู่แล้ว

"พี่ชื่อเฉิงครับ ถ้ามันแข็งแกร่งขึ้นอีกนิด พี่ก็น่าจะสู้ไหวใช่ไหมครับ?"

ชื่อเฉิง: "หึๆ เธอเห็นฉันเป็นใครกัน?"

"ในทวีปเร่ยหลุนนี่ยังจะมีนักรบคนไหนที่แข็งแกร่งกว่าฉันอีกเหรอ? ถ้าฉันอยู่ที่นี่เธอก็วางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย"

ลู่ชาง: "งั้นผมเชื่อใจพี่ชื่อเฉิงนะครับ"

ลู่ชางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปทางดันเจี้ยน และทำการสังเวยในทันที!

[การสังเวย——10,000 วิญญาณ]

วูบ!

เห็นเพียงวิญญาณที่ขาวบริสุทธิ์บินออกมาจากร่างกายของลู่ชาง

และมุดเข้าไปในดันเจี้ยนเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง

ครืน——

วงแหวนแสงของดันเจี้ยนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ประหลาด

จากสีส้มจางๆ กลายเป็นสีส้มเข้ม และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง...

ในที่สุด วงแหวนแสงของดันเจี้ยนตรงหน้าก็กลายเป็นสีแดงจางๆ

ในที่สุดสีก็คงที่ และวิญญาณก็หยุดบินออกมาจากร่างกายของลู่ชาง

ทั้งสองคนสบตากันและพยักหน้าให้กัน

ชื่อเฉิงก้าวไปข้างหน้า และเดินเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น

ลู่ชางรออยู่ข้างนอกประมาณ 10 วินาที

เขาคิดในใจว่า ดูเหมือนทางเข้านี้จะไม่หายไปแล้ว สิ่งที่หายไปมีเพียงทางออกเท่านั้น

จากนั้นเขาจึงเดินตามเข้าไป

และเมื่อก้าวเข้าไป เขาก็เห็นเพียงซากศพของมอนสเตอร์ขนาดมหึมาเกลื่อนอยู่บนพื้น

เสียงสะท้อนจากการระเบิดยังคงดังก้องอยู่ในอากาศ

ฝุ่นควันมหาศาลยังไม่ทันได้จางหายไป

ดูเหมือนว่า ในช่วงเวลาเพียงสิบวินาที ชื่อเฉิงก็ได้จัดการมอนสเตอร์พวกนี้จนสิ้นซากแล้ว

༺༻

จบบทที่ บทที่ 89 - การสังเวยดันเจี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว