เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 88 - การใช้งานอีกรูปแบบ

บทที่ 88 - การใช้งานอีกรูปแบบ

บทที่ 88 - การใช้งานอีกรูปแบบ


บทที่ 88 - การใช้งานอีกรูปแบบ

༺༻

ภารกิจที่ได้รับมอบหมายของเมืองวงแหวนก็มีมากกว่าที่เมืองเรนน์เยอะมาก

ภารกิจที่เมืองเรนน์โดยพื้นฐานแล้วจะอยู่แค่ในพื้นที่เล็กๆ รอบตัวเมือง แต่ภารกิจของเมืองวงแหวนนั้นครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล

[รังมดแดงทอง]

[หลุมมดดำจอมขยัน]

[หลุมมดคลั่ง]

……

ลู่ชางรับภารกิจสำรวจรังมดมาทั้งหมดห้าแห่ง แล้วก็รับภารกิจดันเจี้ยนอื่นที่อยู่ทางเดียวกันมาอีกสองแห่งตามคำแนะนำของพนักงานต้อนรับสาว

อาจเป็นเพราะเขาอยู่ในคณะนักผจญภัยระดับตำนาน

การมารับภารกิจจึงถูกเชิญเข้าไปในห้องรับรองเฉพาะ มีพนักงานสาวสวยสวมชุดกระโปรงคอคว้านต่ำใส่ถุงน่องสีดำมาคอยแนะนำลักษณะเด่นของแต่ละดันเจี้ยนให้ฟัง

อืม……

ระดับคณะนักผจญภัยนี่มันมีประโยชน์มากจริงๆ แฮะ

บริการดีเกินไปแล้ว

หลังจากรับภารกิจเสร็จ ก็ตามชื่อเฉิงมาถึงสะพานสื่อสวรรค์

เมืองวงแหวนนั้นใหญ่เกินไป

ภายในเมืองยังห้ามขี่สัตว์พาหนะอีกด้วย

สะพานโปร่งแสงที่ทอดข้ามฟากฟ้าเชื่อมโยงไปในทุกทิศทางนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมืองวงแหวน

[เร่งความเร็ว]

[เคลื่อนที่รวดเร็ว]

[พุ่งทะยาน]

[ฟื้นฟูความทนทาน]

บนสะพานเต็มไปด้วยการเสริมพลังเวทมนตร์ ได้ยินมาว่านี่คือผลงานที่ร่วมมือกันระหว่างสถาปนิกเลเวล 5 และนักเวทเลเวล 5

ตามจุดต่างๆ ของเมืองวงแหวน จะมีสถานีขึ้นสะพานติดตั้งอยู่ สะพานทอดผ่านไปในทุกทิศทาง เชื่อมถึงกันหมด

เมื่อเดินอยู่บนนั้น เพียงแค่ก้าวออกไปก้าวเดียว ก็เปรียบเสมือนก้าวไปได้ร้อยก้าวแล้ว

ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับสถานีรถเมล์ เพียงแต่เป็นการเร่งความเร็วในการเดินของคนแทน

ก็นะ เพราะห้ามใช้สัตว์พาหนะนี่นา

คนธรรมดาที่ไม่มีสัตว์พาหนะ และต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ใหญ่ขนาดนี้ หากอาศัยอยู่แถวใจกลางเมืองแล้วไม่มีสะพานนี้ล่ะก็ แค่จะเดินจากข้างในเมืองออกมาข้างนอกเมืองก็คงต้องใช้เวลาตั้งหลายวันแล้ว

……

ออกมาจากเมืองวงแหวน จนมาถึงถ้ำพันคูหาสุดแดน ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้ความเร็วในการบินรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

แม้กระสวยน้ำแข็งจะยังเป็นวิธีการบินหลัก แต่ลู่ชางก็มีเวทมนตร์เพิ่มความเร็วบทอื่นเพิ่มเข้ามาอีกไม่น้อย

ในระหว่างทางที่บินมา ก็เห็นนักผจญภัยจำนวนมากที่ขี่ม้า นกวิ่งทางเรียบ หรือกิ้งก่าเดินดินอยู่ข้างล่าง

ถ้ำพันคูหาสุดแดน เป็นพื้นที่ผจญภัยที่ยอดนิยมมากในแถบเมืองวงแหวน

มีคลื่นมอนสเตอร์ชุกชุมตลอดทั้งปี และมีเขาวงกตใต้ดินปรากฏขึ้นมาไม่ขาดสาย

การที่มอนสเตอร์ชุกชุมเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดี แต่นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เลี้ยงชีพนักผจญภัยได้จำนวนมากเช่นกัน

เมื่อร่อนลงสู่พื้นดินที่ถ้ำพันคูหาสุดแดน

ลู่ชางก็หยิบเข็มทิศออกมา นี่คือเข็มทิศที่สมาคมนักผจญภัยจัดหาให้ ซึ่งจะชี้ไปยังทิศทางของดันเจี้ยน

ไม่อย่างนั้นในสถานที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ คงหลงทางได้ง่ายๆ

ปากถ้ำที่อยู่ตรงหน้า คือ [รังมดแดงทอง]

เป็นดันเจี้ยนขั้น 3

ลู่ชางก้าวเข้าไปข้างใน ชื่อเฉิงก็กอดท้ายทอยเดินตามลู่ชางเข้าไปอย่างไม่ใส่ใจ

ถ้ำที่เชื่อมต่อกันไปทั่วในทุกทิศทาง

ตามผนังโดยรอบ มีมดตัวเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

มดพวกนี้มีขนาดประมาณหัวแม่มือเท่านั้น แต่พวกมันคือนอนสเตอร์ขั้นหนึ่ง——มดแดง

[ทะเลเพลิง]

ตูม!

ก่อนที่มดพวกนี้จะได้ทันเริ่มโจมตีใส่ลู่ชาง

สิ่งแรกที่ลู่ชางทำ คือการปูพรมด้วยทะเลเพลิงทันที!

ทะเลเพลิงที่ลุกโชนแผ่ไปทั่วทั้งพื้นและผนังถ้ำ พร้อมกับที่คลื่นอัคคีพุ่งสูงขึ้น!

เปลวไฟถูกผลักออกไปราวกับกำแพง!

แผดเผาทุกสรรพสิ่งตรงหน้าจนสิ้น

[วิญญาณ +125]

[วิญญาณ +152]

[วิญญาณ +111]

[วิญญาณ +164]

[วิญญาณ +138]

……

ลู่ชางสามารถสัมผัสได้ถึงวิญญาณดวงจิ๋วนับพันดวงที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา และถูกจัดเก็บไว้ด้วยความเชี่ยวชาญ [การกักเก็บวิญญาณคนตาย] ของปุโรหิตแห่งความตาย

ทั้งสองคนเดินหน้าต่อไปแบบนั้น

ลู่ชางเปิดใช้เวทมนตร์ประเภทม่านพลังคุ้มกันไว้หกชนิดตลอดเวลา เพื่อปกป้องความปลอดภัยของตัวเอง

ส่วนมดที่ถูกเผาอยู่บนพื้นนั้น……

มดมอนสเตอร์

มักจะเป็นมอนสเตอร์ที่เหล่านักผจญภัยไม่อยากจะข้องเกี่ยวด้วยมากที่สุดประเภทหนึ่ง

เพราะขนาดตัวที่เล็กเกินไป ทำให้อาชีพอย่างนักรบ นักธนู หรือมือสังหาร รับมือได้ลำบากมาก

ที่สำคัญไปกว่านั้น

มดมอนสเตอร์เป็นที่รู้กันดีว่าแทบจะไม่มีมูลค่า ในตัวพวกมันยากที่จะดรอปของดีๆ ออกมา ฆ่าไปก็แทบจะหาเงินไม่ได้เลย

ชื่อเฉิงหยิบมดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ขึ้นมาจากพื้นตัวหนึ่ง

เขาลองขยี้ดูเบาๆ

ร่างกายของมดตัวนี้ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ชื่อเฉิงดึงขาของมดตัวนี้ออกมา แล้วเก็บเข้าไว้ในมิติเก็บของ

เขายังเป็นผู้เก็บเกี่ยวเลเวล 3 ด้วย เลยช่วยเจ้าหนูคนนี้เก็บเกี่ยวไปด้วยเลยในตัว

ข้างหน้าคือหัวมุม

ก่อนที่ลู่ชางจะเข้าใกล้หัวมุม เขาก็ยกมือขึ้น——

เห็นเพียงเวทมนตร์ธาตุแสง มืด น้ำแข็ง น้ำ ไฟ สายฟ้า ไม้ ลม ดิน มานา และอาร์เคน พุ่งระเบิดออกไปพร้อมกัน!

ตูม!

ข้างหน้าปรากฏเป็นกองเพลิงที่สว่างไสวเจิดจรัส!

ปากถ้ำทั้งถ้ำถึงกับสั่นสะเทือน

เมื่อเดินผ่านหัวมุมไป ก็เห็นเพียงซากมดตัวเล็กๆ เกลื่อนพื้น

และยังมีมดขนาดใหญ่สองตัวที่มีขาหน้าเหมือนดาบ ซากศพของพวกมันก็เละเทะไปหมดแล้ว

เจ้าหนู……

แค่เคลียร์ทาง ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มขนาดนี้ก็ได้มั้ง?

นี่มันระแวงเกินเหตุไปหน่อยแล้วนะ

มดคมดาบ สองตัวนี้คมดาบที่มือพังยับเยินเลย

ชื่อเฉิงแอบอุทานในใจ

หลังจากจัดการสองตัวระดับหัวกะทินี้ไปแล้ว ข้างหน้าก็คือบอสระดับจอมราชันย์

ทีมักผจญภัยเลเวล 3 ทั่วไป หากเจอระดับจอมราชันย์ขั้น 3 ก็คงต้องสู้กันอย่างหนักหนาสาหัสและยืดเยื้อ

แต่สำหรับลู่ชางมันกลับดูง่ายดายกว่ามาก

ในวินาทีที่เจอหน้า หนามพสุธาธาตุน้ำแข็ง ดิน และไม้ ก็พุ่งออกมาจากทุกทิศทาง ทิ่มแทง [ราชาเจ้ามดดำแดงโลหิต] จนพรุนไปทั้งตัวในพริบตา

ชื่อเฉิงปรบมืออยู่ข้างหลัง: "สุดยอดไปเลย"

แล้วเขาก็เดินไปลูบซากศพเพื่อเก็บของ

"พี่ชื่อเฉิง คิดว่าเก็บเกี่ยวได้เป็นยังไงบ้างครับ?"

ลู่ชางเดินเข้ามาถาม

"เก็บเกี่ยวได้... ประมาณ 5 เหรียญทองล่ะมั้ง"

น้อยจริงๆ ด้วยแฮะ

เทียบกับเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวไม่ได้เลยจริงๆ ตอนเดือนแห่งการเก็บเกี่ยว แค่ระดับจอมราชันย์ในป่า อย่างน้อยก็ได้สิบเหรียญทองแล้ว

หากเคลียร์ดันเจี้ยนขั้น 3 ได้ล่ะก็ เริ่มต้นที่ยี่สิบเหรียญทองขึ้นไปแน่นอน

ตั้งแต่เดินเข้าไปจนออกมา ใช้เวลารวมกันยังไม่ถึง 5 นาทีเลย

ส่วนวิญญาณนั้นเก็บเกี่ยวมาได้กว่า 50,000 ดวง

แน่นอนว่ามดมอนสเตอร์คือทางเลือกที่ดีที่สุดจริงๆ

หากดันเจี้ยนที่เหลือเป็นระดับประมาณนี้ล่ะก็ รอบนี้เขาก็จะเก็บวิญญาณได้ถึง 250,000 ดวง

แต่ว่า ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ค่อยพอใช้อยู่ดีแฮะ

"ว่ายังไงล่ะ? จะไปดันเจี้ยนตรงนั้นไหม?"

ชื่อเฉิงชี้ไปที่ถ้ำอีกด้านหนึ่ง

"ดันเจี้ยนนั้น เราไม่ได้ลงภารกิจไว้ไม่ใช่เหรอครับ?"

"ยังไงซะภารกิจมอบหมายก็ได้เงินไม่เท่าไหร่ ไม่รับไว้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย"

ทางเข้าของดันเจี้ยนนี้มีแสงสีฟ้าจางๆ วนเวียนอยู่ ดูท่าทางน่าจะเป็นดันเจี้ยนขั้น 3

และที่ข้างๆ ดันเจี้ยน ไม่มีสัญลักษณ์ของสมาคมนักผจญภัยติดอยู่ นั่นหมายความว่าดันเจี้ยนนี้ยังไม่ได้ถูกประกาศเป็นภารกิจมอบหมาย

ลู่ชางคิดดูแล้ว สิ่งที่ชื่อเฉิงพูดมาก็มีเหตุผล

ตอนที่อยู่เมืองเรนน์ ดันเจี้ยนมันหายากและกระจัดกระจาย จำเป็นต้องรับภารกิจก่อนถึงจะรู้ตำแหน่งที่แน่นอนได้ง่าย

แต่ที่นี่……

แค่เดินมาตามทาง ก็เจอดันเจี้ยนไปเจ็ดแปดแห่งแล้ว ต่อให้ไม่รับภารกิจ การมาปั๊มที่นี่วันหนึ่ง ผลตอบแทนก็นับว่าไม่น้อยเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูดันเจี้ยนแห่งนี้

ลู่ชางก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง

"พี่ชื่อเฉิง รอบตัวเรามีคนอยู่ไหมครับ?"

"หือ? ถามทำไมเหรอ?"

"ผมมีเรื่องอยากจะทดลองน่ะครับ"

ชื่อเฉิงมองไปรอบๆ

คนที่มาถ้ำพันคูหาสุดแดน โดยพื้นฐานแล้วก็พุ่งเป้าไปที่ดันเจี้ยนกันทั้งนั้น พอหาดันเจี้ยนของตัวเองเจอ วางแผนการรบเสร็จก็มุดเข้าไปกันหมดแล้ว

หากจะพูดถึงคนที่อยู่ข้างนอกจริงๆ กลับมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

ชื่อเฉิงแผ่ประสาทสัมผัสกวาดดูรอบหนึ่ง

ถึงเขาจะเป็นนักรบ พลังจิตใจจะไม่แข็งแกร่งเท่านักเวท แต่ความสามารถในการรับรู้ของนักรบเลเวล 6 ก็นับว่าน่าสะพรึงกลัวพอสมควร

"รอบๆ ในระยะหนึ่งกิโลเมตรมีคนอยู่ห้าคน แต่ไม่มีใครมองเห็นพวกเราหรอก"

ถ้ำพันคูหาสุดแดน มีถ้ำน้อยใหญ่สลับซับซ้อนเชื่อมต่อกัน ภูมิประเทศซับซ้อนมากจริงๆ

"ดีครับ"

ลู่ชางยกมือขึ้น เล็งไปที่ดันเจี้ยน

[การสังเวย——1,000 วิญญาณ]

༺༻

จบบทที่ บทที่ 88 - การใช้งานอีกรูปแบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว