- หน้าแรก
- ทุกอาชีพของผม พรสวรรค์เป็นระดับพระเจ้าทั้งหมดเลยหรือ
- บทที่ 87 - แสดงฝีมือเล็กน้อย
บทที่ 87 - แสดงฝีมือเล็กน้อย
บทที่ 87 - แสดงฝีมือเล็กน้อย
บทที่ 87 - แสดงฝีมือเล็กน้อย
༺༻
ลู่ชางตัดสินใจว่า ต่อไปถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาจะไม่ไปหานักพยากรณ์เพื่อทำนายอีกเด็ดขาด
ไม่ใช่ว่าผลลัพธ์ที่ได้มานั้นไม่มีประโยชน์นะ
เพียงแต่มันมีความรู้สึกว่าเสียเงินไปแล้ว แต่มันได้มาไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่
การไม่รู้ผลลัพธ์นี้ก็เหมือนจะไม่เสียหายอะไร
ประโยชน์ของเงินก้อนนี้ทำหน้าที่แค่เพียงทำให้สบายใจขึ้นเท่านั้น... นั่นมันตั้ง 55,000 เหรียญทองเลยนะ ลู่ชางนี่ใจแทบขาด
หลังจากกลับมาที่ห้อง ก็หยิบคู่มือการท่องเที่ยวเมืองวงแหวน การกระจายตัวของมอนสเตอร์รอบเมืองวงแหวน ภูมิศาสตร์เมืองวงแหวน อาหารขึ้นชื่อเมืองวงแหวน อาณาจักรลอเรนกับประเทศศัตรูและการทูต บทวิเคราะห์แสนยานุภาพของชาติ...
พวกนี้คือหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดทั้งหมด
เดิมทีตั้งใจจะอ่านที่ห้องสมุดเลย แต่พาลีนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์พนักงาน
รู้สึกว่าการอยู่ห้องเดียวกับนักพยากรณ์แล้วอ่านหนังสือไปด้วย มันช่างไม่สบายใจเอาเสียเลย เหมือนความลับทุกอย่างจะถูกมองจนทะลุปรุโปร่ง
สุดท้ายเลยตัดสินใจหอบกลับมาอ่านที่ห้อง
"ถ้ำพันคูหาสุดแดนงั้นเหรอ……"
"โครงสร้างถ้ำแบบเปิดโล่งที่ซับซ้อนสลับไปมา บางถ้ำอาจจะเป็นทางเข้าของดันเจี้ยน มักจะมีมอนสเตอร์ประเภทแมลงปรากฏออกมาบ่อยครั้ง โดยที่มดมอนสเตอร์จะเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด"
"มดมอนสเตอร์ อยู่กันเป็นกลุ่ม มีความสามารถในการเคลื่อนไหวแบบกลุ่มที่แข็งแกร่ง แต่ละตัวมักจะอ่อนแอมาก ส่วนใหญ่จะแพ้ทางไฟ รูปแบบการโจมตีมักจะเป็นกรดมด การกัดด้วยก้าม พิษมด หนามที่ขา……"
ลู่ชางครุ่นคิด เขาตั้งใจจะไปเติมวิญญาณก่อน
วิญญาณคือไพ่ตายของเขา
ในกรณีที่มีวิญญาณมากพอ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับราชาขั้น 5 เขาก็มีความสามารถที่จะล้มกระดานได้เลย
ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้เขายังสร้างเวทมนตร์เนโครแมนเซอร์เพิ่มขึ้นมาเองอีกหลายบท ซึ่งการร่ายเวทเหล่านี้ก็ล้วนต้องใช้วิญญาณทั้งสิ้น
อีกประการหนึ่ง ลู่ชางได้ลองทดสอบในสนามประลองการต่อสู้มาแล้ว
การใช้วิญญาณในสนามประลองการต่อสู้ จะเป็นการสิ้นเปลืองไปจริงๆ
สนามประลองการต่อสู้ จะไม่คืนสู่สภาวะสมบูรณ์ที่สุดเมื่อเริ่มการต่อสู้รอบใหม่
นั่นหมายความว่า สนามประลองการต่อสู้รับประกันเพียงแค่การมีชีวิตอยู่หลังการต่อสู้เท่านั้น ส่วนสถานะอื่นๆ จะซิงค์กับความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ ไอเทมที่ใช้ไปในสนามประลองการต่อสู้ ก็จะถูกใช้ไปจริงๆ เช่นกัน
"ต้องหาวิธีป้องกันการถูกทำนายด้วยแฮะ"
ในเมื่อเขาขอให้พาลีทำนายได้ คนอื่นที่อาจจะคิดไม่ดีกับเขาก็อาจจะขอให้นักพยากรณ์ทำนายได้เหมือนกัน
ในสายตาของลู่ชาง แม้นักพยากรณ์จะไม่มีจุดยืนของตัวเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์
และจะว่าไปแล้ว คำกล่าวที่ว่านักพยากรณ์เป็นกลางนั้น
มันก็เป็นคำที่ฟังดูคลุมเครือมาก
สมมติว่าถ้าฉันต้องการจะช่วยใครสักคน ฉันก็แค่ปรากฏตัวให้เขาเห็นบ่อยๆ และถ้าฉันไม่อยากช่วยใคร ฉันก็แค่ไม่ไปให้เขาเห็นตลอดกาล
แบบนี้จะนับว่าเป็นกลางได้ด้วยเหรอ?
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชางได้พบกับโอเบดัสที่ห้องอาหาร
มันถึงกับมาทำงานพิเศษที่ห้องอาหารอีกแล้ว
ผู้พิทักษ์พิทักษ์ปฐพีเลเวล 6 ผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่ห้องอาหารนี่นะ
"โอเบดัส ขอผัดหินน้ำแข็งที่หนึ่งครับ"
ในต่างโลก ลู่ชางค่อนข้างชอบชิมอาหารจานเด่นที่ไม่สามารถหาทานได้บนโลก
ลู่ชางนั่งลงตรงหน้าโอเบดัส ตะหลิวอันเล็กในมือของโอเบดัสพลิกไปมาอย่างรวดเร็ว ดูท่าทางสิ่งที่กำลังผัดอยู่จะเป็นก้อนหินเล็กๆ ทีละเม็ดๆ
เคร้งๆ——
ในที่สุดก็ใช้ตะหลิวตักขึ้นมาสองที หินที่ส่งควันร้อนฉ่าออกมา ก็ถูกตักมาวางบนจานตรงหน้าลู่ชาง
"ไง ลู่ชาง!"
มาแล้ว ชื่อเฉิงที่มักจะปรากฏตัวแบบลึกลับเสมอ
เมื่อเห็นมือข้างหนึ่งมาวางบนไหล่ของเขาอย่างแปลกประหลาด ลู่ชางก็รู้ทันทีว่าใครมา
"เหะๆ~ เมื่อวานพักผ่อนเต็มที่แล้วสินะ"
"คืนนี้ว่ายังไงดีล่ะ"
ชื่อเฉิงทำท่าทางมีลับลมคมใน
ลู่ชางนึกขึ้นมาได้ทันที ครั้งที่แล้วตอนที่เขาเป็นเจ้ามือเลี้ยง มีใครบางคนบอกว่าจะพาเขาไป "สถานที่แห่งหนึ่ง"
"ว่ายังไงเรื่องอะไรครับ?"
ลู่ชางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
ชื่อเฉิงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูลู่ชาง: "ไปที่ที่จะทำให้เธอรู้สึกสบายสุดๆ ไงล่ะ"
อ้อ~ จะมาแล้วสินะ?
นั่นสินะ ที่เมืองเรนน์มองยังไงก็ไม่มีที่แบบนั้นจริงๆ ต้องเป็นเมืองใหญ่อย่างนี้แหละถึงจะใช่
"แต่ว่าวันนี้ผมตั้งใจจะไปสำรวจดันเจี้ยนครับ"
ชื่อเฉิง: "ตั้งใจจะไปที่ไหนล่ะ?"
"ไปสำรวจรังมดสักสองสามแห่ง เพื่อเก็บวิญญาณน่ะครับ"
อาชีพปุโรหิตแห่งความตาย แม้คนนอกจะรู้ไม่ได้ แต่ทุกคนในทีมต่างก็รู้กันหมด
และเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่าทีของทุกคนก็ชัดเจนมาก
ขอเพียงเขาไม่ไปฆ่าคนมั่วซั่วก็พอ
"โอ้~ ว่ายังไงดีล่ะ ไปด้วยกันไหม?"
"พี่ชื่อเฉิงจะไปด้วยเหรอครับ?"
"ยังไงซะช่วงนี้ก็เป็นโรคแทรกซ้อนเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวอยู่แล้วด้วย"
"โรคแทรกซ้อนเดือนแห่งการเก็บเกี่ยว?"
ชื่อเฉิงอธิบายว่า: "มันก็คือ พอเดือนแห่งการเก็บผ่านพ้นไปแล้ว หาเงินมาได้ตั้งเยอะ เลยไม่อยากจะไปวิ่งรอกรับภารกิจที่ให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ จนไม่มีกะจิตกะใจจะไปตีมอนสเตอร์ยังไงล่ะ"
ทำไมฟังดูเหมือนโรคไม่อยากทำงานหลังวันหยุดยาวเลยนะ?
โดยเฉพาะวันหยุดฉลองวันชาติ
"ผมจะไปตีมอนสเตอร์นะ"
ชื่อเฉิงฉีกยิ้มกว้าง: "ไม่เป็นไร ยังไงฉันก็จะไปยืนดูเธอตีอยู่แล้ว"
การเก็บวิญญาณของปุโรหิตแห่งความตาย ต้องลงมือสังหารด้วยตัวเองเท่านั้น
อ้อ……
ที่แท้ก็แค่อยากจะไปเที่ยวเล่นสินะ
มีนักรบเลเวล 6 มาคอยปกป้อง ก็นับว่าทำให้อุ่นใจได้มากทีเดียว
ลู่ชางไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
จะว่าไปแล้ว ความจริงลู่ชางเองก็กำลังคิดจะชวนเขาไปกับเขาอยู่เหมือนกัน เพราะเขามีความคิดบางอย่างที่ต้องใช้ผู้แข็งแกร่งมาช่วยรับมือในกรณีที่เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา
หากเขาทดลองไปมั่วๆ ลู่ชางเองก็กลัวว่าจะทำพังเอาได้
ตอนนี้โอเบดัสกำลังทำงานอยู่ คูมิโรนีก็ไปเผยแผ่ศาสนาที่วิหารแห่งชีวิต……
ทุกคนดูเหมือนจะยุ่งกันหมดเลย
ที่เหลืออยู่คนเดียว ก็คือพี่ชายนนักรบที่ดูท่าทางจะว่างจัดเดินไปเดินมาคนนี้นี่แหละ
ชื่อเฉิงหัวเราะร่า: "ฮ่าๆ ก็สองครั้งก่อนเธอเป็นเจ้ามือเลี้ยงนี่นา วันนี้ถือซะว่าฉันไปทำหน้าที่ชดใช้หนี้แล้วกันนะ"
7 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน แลกกับนักรบเลเวล 6 มาปกป้องตัวเองหนึ่งวันงั้นเหรอ?
ดูเหมือนที่เลี้ยงไปคราวก่อนจะคุ้มค่ามากจริงๆ
"ตกลงครับ งั้นไปด้วยกันเลย"
……
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ก็แวะไปดูภารกิจที่สมาคมนักผจญภัยระหว่างทาง
สมาคมนักผจญภัยของเมืองวงแหวนดูโอ่อ่ากว่าที่เมืองเรนน์มาก
พื้นที่ใหญ่กว่าสมาคมที่นั่นตั้งหลายสิบเท่า
ห้องโถงที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา แถมยังมีเคาน์เตอร์บริการตั้งหลายจุด
ยังมีชั้นสอง มีห้องรับรองแขกวีไอพี และยังมี... [ห้องต่อยตี (ห้องระงับข้อพิพาท)] มันหมายความว่ายังไงกันนะ?
ในขณะที่ลู่ชางกำลังคิดแบบนั้นอยู่ในใจ
เพียะ——
ชื่อเฉิงก็ไปเดินชนเข้ากับชายคนหนึ่ง
เห็นคอเสื้อตรงอกของชื่อเฉิง ถูกชายร่างสูงใหญ่หัวโล้นที่มีรอยสักรูปงูหิ้วขึ้นมา ทำให้ชื่อเฉิงตัวลอยอยู่กลางอากาศ
"เฮ้ย! เดินดูทางบ้างสิวะ! ไม่มีตาหรือไง!"
หือ?
เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ เหรอเนี่ย?
ดูเหมือนจะรู้ทันทีเลยว่า ห้องต่อยตี (ห้องระงับข้อพิพาท) นั่นมีไว้ทำอะไร
แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะได้พูดประโยคต่อไป
ตูม!
เห็นเพียงเงาสีดำวูบหนึ่งพุ่งออกไป
พอได้สติกลับมา ชายคนนั้นก็เข้าไปฝังอยู่ในกำแพงที่อยู่ไกลออกไปเรียบร้อยแล้ว บนกำแพงมีรอยร้าวแตกออกเป็นวงกว้าง
เอ่อ……
ไม่ไปห้องต่อยตีเหรอครับ?
"คุณลูกค้าครับ หากเกิดข้อพิพาทกรุณาไปแก้ไขที่ห้องระงับข้อพิพาทด้วยครับ!"
ชื่อเฉิงเกาหัวพลางพูดว่า: "ฮ่าๆ ขอโทษทีครับ พอดีมันเผลอลงมือไปตามสัญชาตญาณน่ะ"
พนักงานสาวที่ยื่นใบสั่งปรับให้ชื่อเฉิงถอนหายใจ: "กรุณาไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ด้วยครับ นี่คือใบสั่งของคุณ"
อ้อ... การตีคนข้างนอกนี่ต้องเสียค่าปรับด้วยสินะ
ลู่ชางแอบชำเลืองมองจำนวนเงินในใบสั่ง
ตีนักผจญภัยเลเวล 3 ปรับ 50 เหรียญเงิน ทำกำแพงพังปรับ 10 เหรียญทอง
นักผจญภัยเลเวล 3 มีค่าแค่ 50 เหรียญเงินเองเหรอเนี่ย
แล้วทำไมกำแพงนี้ต้อง 10 เหรียญทองล่ะ กำแพงนี่ทำด้วยทองหรือไง? ทำไมแพงจัง? ราคากลางเหรอ?
ในขณะที่ชื่อเฉิงกำลังไปเสียค่าปรับ ทางด้านนั้นก็มีพนักงานทำความสะอาดรับหน้าที่ไปขุดนักผจญภัยที่ชื่อเฉิงเพิ่งจะอัดติดกำแพงออกมา แล้วใช้ไม้ถูพื้นกวาดไปไว้ข้างๆ
ล้างคราบเลือดบนกำแพงออก
ดูท่าทางพวกเขาจะชำนาญและนิ่งมาก ราวกับว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง
จะว่าไปแล้ว ไม่ต้องช่วยหน่อยเหรอครับ?
ผมเห็นพี่ชายที่นอนตาเหลือกอยู่บนพื้นคนนั้นดูเหมือนจะใกล้ตายแล้วนะ……
༺༻