เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน

บทที่ 19 สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน

บทที่ 19 สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน


บทที่ 19 สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน

[การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับโรงเรียนสำหรับการแข่งขันความรู้ฟิสิกส์ประยุกต์ระดับมัธยมต้นแห่งชาติ]

ข้อที่ 1.

ข้อสอบแบบเติมคำในช่องว่าง

"ดังที่แสดงในรูป ท่อนไม้ที่มีน้ำหนัก G=10N เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เป็นเส้นตรงบนพื้นราบเรียบลื่น หากได้รับแรงดึง F=5N ในแนวระดับ แรงเสียดทานที่ท่อนไม้ได้รับจะเท่ากับ () N"

เฉินจัวจับปากกา มือค้างอยู่กลางอากาศ จ้องมองตัวอักษรไม่กี่คำในโจทย์ข้อนั้น

พื้นราบเรียบลื่น

เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เป็นเส้นตรง

หว่างคิ้วของเขากระตุกโดยสัญชาตญาณ

ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงพุ่งพล่านไปตามเส้นประสาทตาตรงเข้าสู่สมอง

มาอีกแล้ว

ไอ้อุดมคติจอมปลอมที่ถูกตอนจนกุดและสร้างขึ้นมาเพื่อการสอบเฮงซวยนี่มาอีกแล้ว

ในสายตาของครูออกข้อสอบระดับมัธยมต้น โลกใบนี้ช่างเรียบง่ายและหยาบกระด้างอยู่เสมอ

พื้นดินเรียบลื่นสมบูรณ์แบบเสมอ วัตถุแข็งเกร็งเสมอ อากาศเป็นสุญญากาศเสมอ

ไม่มีการเสียรูป ไม่มีการแตกหัก ไม่ก่อให้เกิดพลังงานความร้อน ไม่มีปฏิกิริยาทางแม่เหล็กไฟฟ้า

คำว่า 'เรียบลื่น' เบาหวิวในโจทย์ ได้ลบล้างกลไกจุลภาคอันซับซ้อนและน่าหลงใหลทั้งหมด ให้กลายเป็นเลข '0' อันเย็นชา

"หยาบชะมัด......"

เฉินจัวบ่นพึมพำเสียงเบา

บนปลายนิ้วของเขาดูเหมือนจะยังหลงเหลือสัมผัสของชั้นออกไซด์อันหยาบกร้านบนพื้นผิวของตัวเก็บประจุแบบก้านเปลือยในห้องทดลองเมื่อครู่นี้อยู่เลย

นั่นแหละคือฟิสิกส์ที่แท้จริง

โลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน คลื่นแทรก การเลื่อนลอยของอุณหภูมิ และความคลาดเคลื่อนแบบไม่เชิงเส้น

การที่เขาพึ่งถอยออกมาจากโลกอันแม่นยำที่ต้องคำนึงถึงแม้กระทั่งการเลื่อนลอยของความถี่ระดับ 0.1Hz แล้วจู่ๆ ก็ต้องมาเผชิญกับโจทย์หยาบๆ ประเภท 'สมมติว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ' แบบนี้

มันก็เหมือนกับการให้ศัลยแพทย์มือหนึ่งที่พึ่งผ่าตัดเย็บเรตินาเสร็จ ไปหั่นแผ่นพลาสติกที่เต็มไปด้วยฟองน้ำ

คำตอบของโจทย์ข้อนี้ง่ายมาก

เรียบลื่น = ไร้แรงเสียดทาน

ความเร็วคงที่ = สมดุลของแรง

ถ้าไม่เรียบลื่น ก็คือ f=F=5N ถ้าเรียบลื่น ก็คือ 0

แต่เขาไม่อยากเติมเลข '0' นั่นลงไป

ถึงแม้สติปัญญาจะบอกเขาว่านี่เป็นแค่โจทย์มัธยมต้น เลข '0' คือคำตอบมาตรฐาน และเป็นทางเดียวที่จะนำไปสู่คะแนนเต็มก็ตามที

เขาลงปากกาไม่ได้

เมื่อมองดูพื้นที่ว่างขนาดใหญ่หลังวงเล็บ เฉินจัวรู้สึกว่ามันว่างเปล่าเกินไป

ว่างเปล่าราวกับกำลังเยาะเย้ยสติปัญญาของเขา

เฉินจัวถอนหายใจ

เขาคลำหาข้างๆ ข้อสอบ แล้วคว้ากระดาษขาวแผ่นใหญ่ที่เอาไว้วาดแบบเครื่องกลมาได้แผ่นหนึ่ง

"คลิก"

เขากดไส้ดินสอกด

ฟุ่บ

ปลายดินสอลากเส้นหนาหยักเป็นฟันปลาใต้ภาพท่อนไม้แสนเรียบง่ายนั่น

นั่นคือพื้นดินที่หยาบขรุขระ

ถัดมา ระบบพิกัดมาตรฐานก็ถูกสร้างขึ้น

แกน Y ตั้งฉากขึ้นด้านบน แกน X แนวนอนไปทางขวา

แรงโน้มถ่วง G พุ่งลงแนวดิ่ง

แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก N พุ่งขึ้นแนวดิ่ง

นี่ยังไม่พอ

สายตาของเฉินจัวเลื่อนลอยเล็กน้อย มืออีกข้างของเขาหมุนปลอกปากกาเล่นโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่มือข้างที่จับดินสอกลับเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง มันเขียนตัวอักษรกรีกตัวหนึ่งลงข้างๆ แผนภาพแรงนั่น

μ

สัมประสิทธิ์ความเสียดทานจลน์

ในเมื่อวาดพื้นหยาบขรุขระแล้ว งั้นนี่ก็ไม่ใช่ปัญหา f=F ง่ายๆ อีกต่อไป

นี่คือปัญหาการขบกันของโมเลกุลระดับจุลภาคบนพื้นผิวสัมผัส

นี่คือการแสดงออกของปฏิกิริยาทางแม่เหล็กไฟฟ้าในระดับมหภาค

ปลายดินสอส่งเสียงกรอบแกรบอยู่บนกระดาษด้วยความเร็วสูงลิ่ว ถึงขั้นก่อให้เกิดจังหวะที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำ

"วิธีทำ: สร้างกรอบอ้างอิงเฉื่อย S"

"กำหนดให้: พื้นดินไม่เรียบลื่นสัมบูรณ์ กำหนดให้สัมประสิทธิ์ความเสียดทานจลน์เป็น μ (μ≠0)"

"กำหนดให้: แรงต้านอากาศไม่สามารถละเลยได้ นำเข้าค่าสัมประสิทธิ์แรงต้าน k ดังนั้นแรงต้านอากาศ......"

แค่นี้จบแล้วเหรอ?

แน่นอนว่ายัง

ความคิดของเฉินจัวยังคงพุ่งไปข้างหน้า

เฉินจัวขมวดคิ้ว

ยังไม่รัดกุมพอ

ถ้าคำนึงถึงแรงเสียดทานสถิตในการดึงล่ะ?

แรงเสียดทานสถิตสูงสุดมักจะมากกว่าแรงเสียดทานจลน์เล็กน้อย

บนกระดาษขาว พื้นที่ที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยสูตรและแผนภาพจนเต็มพรืด

เส้นประของการแยกเวกเตอร์แบบตั้งฉาก

ลูกศรของการวิเคราะห์แรง

ตัวอักษรกรีกที่ใช้แทนปริมาณทางฟิสิกส์ต่างๆ

เฉินจัวยิ่งเขียนยิ่งเข้ามือ ยิ่งเขียนยิ่งเร็ว

ความรู้สึกนี้มันสบายเกินไปแล้ว

เขาแทบไม่ต้องใช้ความคิดด้วยซ้ำ

แผนภาพการวิเคราะห์แรงและขั้นตอนการแยกเวกเตอร์แบบตั้งฉากเหล่านี้ ถูกสลักลึกเข้าไปในกระดูกดำของเขาตั้งนานแล้ว มันกลายเป็นสัญชาตญาณที่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าการหายใจเสียอีก

ข้อที่ 2.

"ดังรูป คานอยู่ในสภาวะสมดุล......"

เฉินจัวปรายตามองภาพม้ากระดกแสนจะเรียบง่ายนั่น

โดยไม่ทันได้ผ่านสมอง

ปลายดินสอก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง

แขนของแรง?

ไม่ นั่นมันโมเมนต์ของแรง

Μ→=r→×F→

ครอสโปรดักต์

ผลคูณเชิงเวกเตอร์

โมเมนต์ความเฉื่อย I

ความเร่งเชิงมุม α

ตอนที่เขาเขียนสูตรกฎการหมุน ΣM=Iα ลงไป เขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่านี่คือแนวคิดที่จะได้เจอในวิชาฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายหรือแม้กระทั่งระดับมหาวิทยาลัย

เขาเพียงแค่รู้สึกว่าในเมื่อต้องคำนวณการหมุน สิ่งนี้ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น

นี่แหละคือความเฉื่อย

ความเฉื่อยของกระบวนการคิด

เหมือนกับคนที่คุ้นเคยกับการขับรถแข่ง F1 ถึงแม้จะขับรถจ่ายตลาดไปซูเปอร์มาร์เก็ต ตอนเข้าโค้งก็จะตีวงใน หาจุดยอด แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกจากโค้งไปโดยสัญชาตญาณ

สิบนาทีต่อมา

เฉินจัวหยุดเขียน

เขามองดูกระดาษขาวแผ่นใหญ่ตรงหน้าที่ถูกเขียนจนเต็มพรืด

บนนั้นมีภาพ มีสูตร มีสมมติฐาน มีการพิสูจน์

รัดกุม สวยงาม ไร้ที่ติ

ขาดก็แต่ไอ้เลข '0' เฮงซวยนั่น

“……”

เฉินจัวกะพริบตา คาบหลอดดูดแล้วนิ่งอึ้งไป

ชักจะทำเกินไปหน่อยแล้ว

เขาได้สติกลับคืนมา เมื่อมองดูสูตรฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายที่เต็มหน้ากระดาษ จู่ๆ เขาก็รู้สึกขบขันขึ้นมานิดหน่อย

ขืนส่งไอ้นี่ไป สงสัยเหล่าโจวคงต้องเอาแว่นขยายมาส่องดูเป็นนานสองนาน แล้วด่าว่า 'ไอ้ประสาท' แน่ๆ

"แอ๊ด"

ประตูห้องถูกดันเปิดออกเป็นช่อง

หลิวซิ่วอิงยกจานแอปเปิ้ลที่หั่นเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามา

"ทำการบ้านอยู่เหรอจ๊ะ?"

เธอวางจานลงตรงมุมโต๊ะอย่างแผ่วเบา ชะโงกหน้าเข้ามาดูแวบหนึ่ง

เพียงแวบเดียวนั้นก็ทำเอาเธอถึงกับอึ้ง

ภายใต้แสงโคมไฟ บนกระดาษข้อสอบที่เดิมทีขาวสะอาด มีกระดาษทดแผ่นหนึ่งวางทับอยู่ บนนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรสีดำปื้น

ถ้าเป็นข้อสอบวิชาภาษาจีนก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันข้อสอบฟิสิกส์ชัดๆ

แถมตัวอักษรพวกนั้น......

ทั้งเส้นตรงที่มีลูกศรกำกับ สัญลักษณ์แปลกๆ หน้าตาเหมือนไส้เดือน แล้วยังมีฟังก์ชันตรีโกณมิติที่มองแล้วชวนเวียนหัวพวกนั้นอีก

"นี่......นี่มันโจทย์มัธยมต้นเหรอ? ยากขนาดนี้เชียว?"

หลิวซิ่วอิงมึนงงไปเล็กน้อย

ถึงเธอจะเรียนมาไม่สูง แต่ก็เคยเห็นการบ้านของเด็กบ้านข้างๆ ไม่เคยเห็นใครวาดออกมาเป็นแบบนี้เลยนะ

"ทำไมเหมือนยันต์ผีบอกเลยล่ะลูก? ต้องวาดลูกศรเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"

เฉินจัวกะพริบตา

"ไม่ยากหรอกครับแม่"

เฉินจัวหยิบแอปเปิ้ลชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างแนบเนียน ปิดบังมุมปากที่กระตุกด้วยความอับอายเล็กๆ นั่นไว้

"ผมแค่......เขียนวิธีทำละเอียดไปหน่อยน่ะครับ"

"อ้อ ละเอียดๆ น่ะดีแล้ว เขียนละเอียดจะได้ไม่พลาดง่ายๆ"

หลิวซิ่วอิงพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็รู้สึกว่าเก่ง เธอเชื่อมั่นในการเรียนของลูกชายอย่างไม่มีเงื่อนไขมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"เอาล่ะ กินเสร็จก็รีบเข้านอนนะ อย่ามัวแต่นอนดึก พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก"

"ทราบแล้วครับ"

หลิวซิ่วอิงออกไปแล้ว พร้อมกับปิดประตู

ห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

เฉินจัวมองกระดาษที่ตัวเองเขียนจนเต็มพรืดแผ่นนี้อยู่ไม่กี่วินาที

เฉินจัวหยิบยางลบขึ้นมา กะจะลบพวกมันทิ้ง

แต่พอลบไปได้แค่สองครั้ง เขาก็หยุดชะงัก

เมื่อมองดูขี้ยางลบดำปี๋พวกนั้น เขาก็ขมวดคิ้ว

สกปรกเกินไปแล้ว

อีกอย่าง ทำไมเขาต้องลบด้วยล่ะ?

นี่แหละคือโฉมหน้าที่แท้จริงของโลกฟิสิกส์

ทำไมต้องลบการพิสูจน์ที่แท้จริงทิ้ง เพียงเพื่อเอาใจโจทย์ที่ถูกทำให้ง่ายลงข้อหนึ่งด้วย?

เฉินจัวโยนยางลบทิ้งไปข้างๆ

เขาขี้เกียจลบแล้ว

ขี้เกียจแก้ด้วย

เขาหยิบกระดาษขาวแผ่นใหญ่ใบนั้นขึ้นมา พับสองทบ แล้วสอดเข้าไประหว่างหน้าข้อสอบ

จากนั้น บนเส้นประเล็กๆ สำหรับเติมคำในช่องว่าง เขาก็ใช้ลายมือที่ค่อนข้างหวัดเขียนคำตอบที่ควรจะตอบลงไปบนข้อสอบ

เขียนทุกอย่างเสร็จ เขาก็โยนปากกาทิ้ง

บิดขี้เกียจสุดตัว

ข้อต่อส่งเสียงดังก๊อบแก๊บ

สบายตัวแล้ว

พลังการคำนวณที่อัดแน่นอยู่ในสมองจนไม่มีที่ระบาย ในที่สุดก็ถูกปลดปล่อยออกไปพร้อมกับสูตรต่างๆ ที่ไหลลื่นออกมาพวกนี้

เขาพับข้อสอบลวกๆ โดยไม่ได้จัดให้ตรงกันด้วยซ้ำ แล้วยัดใส่กระเป๋านักเรียนไปทั้งอย่างนั้น

ส่วนเรื่องการตรวจทานน่ะเหรอ

ถ้าโจทย์พรรค์นี้ยังต้องตรวจทานอีก มันก็ถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของเขาชัดๆ

ปิดไฟ

ขึ้นเตียง

เตรียมตัวนอน

เขานอนพลิกตัวอยู่บนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิด

พรุ่งนี้ตอนที่เอาข้อสอบแผ่นนี้ไปตบลงบนโต๊ะของเหล่าโจว สีหน้าของเหล่าโจวคงน่าดูพิลึก

เฉินจัวล่ะตั้งตารอจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 19 สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว