เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - แมวป่าเหยียบเมฆ

บทที่ 31 - แมวป่าเหยียบเมฆ

บทที่ 31 - แมวป่าเหยียบเมฆ


บทที่ 31 - แมวป่าเหยียบเมฆ

༺༻

ณ หอโอสถร้อยสมุนไพร

ลู่เสวียนเดินสำรวจในตลาดรอบหนึ่งแต่ไม่พบอะไรที่ต้องการ เขาจึงไม่ผิดหวังและถือโอกาสมาเยี่ยมเยียนผู้ดูแลเหอ

"ไอ้หนูลู่ มาแล้วหรือ?!"

ชายชราซูบผอมกำลังตรวจสอบบัญชี เขาปรายตามองลู่เสวียนแวบหนึ่งแล้วไม่ได้สนใจต่อ

ลู่เสวียนหาที่นั่งตามสบาย พลางมองดูเด็กรับใช้ยาวัยสิบสามสิบสี่ปีหลายคนวิ่งวุ่นเข้าออกยุ่งวุ่นวาย

พืชวิญญาณที่เก็บรวบรวมมาต้องผ่านขั้นตอนหลายอย่าง สิ่งที่เด็กรับใช้ทำคือการจัดการขั้นพื้นฐานที่สุด

งานนี้ไม่มีเทคนิคซับซ้อนอะไรนัก หอโอสถร้อยสมุนไพรจึงจัดการกลางห้องโถงอย่างเปิดเผย ไม่กลัวว่าใครจะมาแอบดู

"มา ดื่มชาร้อนสักจอก"

ไม่นานนัก ผู้ดูแลเหอที่เสร็จสิ้นธุระชั่วคราวก็เดินมาหาลู่เสวียน พร้อมยื่นจอกน้ำชาที่มีใบชาเนียนละเอียดลอยอยู่ให้

น้ำชาวิญญาณหนึ่งอึกไหลลงคอ กลิ่นหอมสดชื่นซึมซาบเข้าสู่โสตประสาท ทำให้ลู่เสวียนรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปนาน

"เป็นอย่างไรบ้าง? พืชวิญญาณเติบโตดีหรือไม่? หากไม่ได้มาตรฐานล่ะก็ ผลประโยชน์ของเจ้าคงเสียหายไม่น้อยนะ!"

ชายชราซูบผอมเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

"ดีครับ คุณภาพดีกว่าสินค้างวดก่อนเสียอีก"

ลู่เสวียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าพืชวิญญาณในทุ่งนาไม่ได้ส่งผลต่อรายได้ของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าตาของผู้ดูแลเหอด้วย เพราะอีกฝ่ายเป็นคนแนะนำเขาให้ร่วมงานกับหอโอสถร้อยสมุนไพร

เมื่อได้ยินคำตอบ ผู้ดูแลเหอก็เบาใจลง ทั้งสองพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ

ทันใดนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งพาลูกน้อยรีบร้อนบุกเข้ามาในหอโอสถร้อยสมุนไพร

หญิงสาวคนนั้นมีสีหน้าโศกเศร้า ร้องห่มร้องไห้จนตาบวมเป่ง เห็นได้ชัดว่าร้องไห้มาเป็นเวลานานแล้ว

เด็กน้อยมีสีหน้ามึนงง อ้าปากค้าง ปล่อยให้หญิงสาวกอดไว้แน่น

หญิงสาวสอบถามอยู่สองสามคำก่อนจะเข้าไปด้านในหอโอสถร้อยสมุนไพร ผู้ดูแลเหอกังวลว่าจะเกิดเรื่องจึงตามเข้าไปด้วย

ครู่ต่อมา เขาเดินกลับออกมาที่ห้องโถงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"นักปลูกพืชวิญญาณที่มีข้อตกลงร่วมกับหอคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวเขาเลยมาถามเรื่องการจัดการพืชวิญญาณที่เหลือ"

"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?"

"เห็นว่ามีคนชวนกันไปเก็บสมุนไพรในดินแดนลับแห่งหนึ่ง แต่ดวงไม่ดีไปเจออสุราระดับสองที่บาดเจ็บเข้า ในกลุ่มสี่คน ตายคาที่ไปสอง อีกสองคนบาดเจ็บสาหัส ปางตาย"

"นักปลูกพืชวิญญาณคนนั้นชื่ออะไรหรือครับ?"

เมื่อลู่เสวียนได้ยินคำบอกเล่าของผู้ดูแลเหอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหลยเฟยที่เคยมาชวนเขาเข้าดินแดนลับเมื่อไม่นานมานี้

"ชื่อเหลยเฟย เป็นหนึ่งในสองคนที่ตายไป... ทำไม หรือเจ้าจะรู้จัก?"

เป็นอย่างที่คิด ลู่เสวียนได้รับการยืนยันจากปากผู้ดูแลเหอว่าคือเหลยเฟยจริงๆ

"ตอนนั้นพวกเขาก็มาชวนข้าไปสำรวจดินแดนลับด้วยกันครับ แต่ข้าห่วงพืชวิญญาณในทุ่งนา แล้วก็กลัวอันตรายด้วย เลยไม่ได้ตอบตกลงไป"

ลู่เสวียนทอดถอนใจ

"โชคดีแล้วที่เจ้าไม่ตกลงไป ไม่อย่างนั้น... รายชื่อคนตายอาจจะมีเจ้าเพิ่มไปอีกคน"

ผู้ดูแลเหออดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา

"คงต้องบอกว่าเป็นคราวเคราะห์ของพวกเขา ดินแดนลับที่ผู้บำเพ็ญเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้วแท้ๆ กลับยังไปเจออสุราระดับสองได้"

"แล้วพืชวิญญาณที่เขาดูแลอยู่จะทำอย่างไรต่อครับ?"

"นักปลูกพืชวิญญาณตายไป ครอบครัวเขาก็เพาะปลูกพืชวิญญาณระดับหนึ่งไม่ค่อยเป็น ตามกฎแล้วหอต้องรับคืน ย้ายพืชวิญญาณมาปลูกที่นี่ แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวเขาจำนวนหนึ่ง"

"แต่นั่นก็จะได้เงินน้อยกว่าพืชวิญญาณที่สุกงอมมาก ครอบครัวเขาเลยมาอ้อนวอนขอให้หออนุญาตให้นางปลูกพืชที่เหลือต่อเอง"

ผู้ดูแลเหอไม่ได้บอกชัดเจนว่าจะจัดการอย่างไร แต่ลู่เสวียนมองจากสีหน้าเขาก็เดาได้เจ็ดแปดส่วน

หอโอสถร้อยสมุนไพรย่อมยึดถือผลประโยชน์เป็นหลัก ต่อหน้าผลประโยชน์ ความผูกพันเพียงเล็กน้อยนั้นแทบไม่มีความหมาย

ลู่เสวียนยิ่งย้ำเตือนตัวเองว่าห้ามเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด มิฉะนั้นหากเขาออกไปแล้วไม่ได้กลับมา พืชวิญญาณในสวนคงตกเป็นของคนอื่นอย่างง่ายดาย

เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาจึงไม่มีอารมณ์จะจิบชาต่อ หลังจากดื่มรวดเดียวหมดจอกก็ลุกตัวจากไป

...

"แมวป่าเหยียบเมฆตัวเล็กแค่นี้ เจ้าจะเอาสี่สิบศิลาวิญญาณเชียวหรือ? เจ้าบ้าไปแล้วรึเปล่า?"

"สหาย นี่ไม่ใช่แมวป่าเหยียบเมฆทั่วไปนะ ดูตาของมันสิ นี่มันแมวป่ากลายพันธุ์ ราคาย่อมไม่เหมือนปกติอยู่แล้ว"

ขณะเดินเล่นอยู่นั้น เสียงถกเถียงจากแผงลอยไม่ไกลนักก็ดึงดูดความสนใจของลู่เสวียน

ลู่เสวียนขยับเข้าไปใกล้แผงลอยนั้น สายตาถูกดึงดูดโดยกรงเหล็กที่วางอยู่ที่มุม

กรงเหล็กไม่รู้ว่าทำจากวัสดุอะไร ซี่กรงเรียวยาวมีลวดลายละเอียดส่งไอเย็นเยียบ ออกมา ที่มุมกรงทั้งสี่ด้านยังมียันต์แปะไว้เพื่อกันไม่ให้สิ่งที่อยู่ภายในหลบหนี

ผ่านช่องว่างของซี่กรง ลู่เสวียนเห็นลูกแมวป่าตัวเล็กอยู่ข้างใน

ขนของมันมีสีดำสนิท มีเพียงอุ้งเท้าทั้งสี่ที่ขาวราวกับหิมะ ยามยืนดูราวกับเหยียบอยู่บนก้อนเมฆขาวสี่ก้อน ชื่อเหยียบเมฆคงมีที่มาจากสิ่งนี้

ใบหูเรียวยาวสองข้างตั้งชัน บนปลายหูมีขนสีขาวสองปอยงอกตรงขึ้นมา ราวกับเสาอากาศคู่หนึ่ง

ดวงตาที่เป็นดุจมรกตสีเขียวขจีนั้นโดดเด่นอย่างยิ่ง มันจ้องมองไปรอบๆ ด้วยสายตาเย็นชา

เมื่อเห็นสายตาของลู่เสวียนที่มองมา แมวป่าเหยียบเมฆที่มีบาดแผลเต็มตัวก็แยกเขี้ยวใส่ โก่งตัวขึ้นเล็กน้อยในท่าเตรียมจู่โจม

"แค่ตาหนสวยหน่อยก็บอกว่าเป็นพันธุ์กลายหรือ? อย่างนั้นถ้าข้ามีไฝที่เอว ข้าจะเป็นผู้บำเพ็ญพันธุ์กลายด้วยไหม?"

ผู้บำเพ็ญระดับกลั่นลมปราณหน้าแผงอดไม่ได้ที่จะโต้กลับเจ้าของแผง

ไม่แปลกที่เขาจะโมโห เพราะลูกแมวป่าเหยียบเมฆหากตามราคาปกติ เพียงยี่สิบศิลาวิญญาณก็หาซื้อได้ง่ายๆ แต่เจ้าของแผงคนนี้กลับใช้เรื่องที่มันมีดวงตาประหลาดมาอัพราคาเรียกถึงสี่สิบศิลาวิญญาณ

"สี่สิบศิลาวิญญาณ ต่ำกว่านี้ไม่ได้!"

เจ้าของแผงไม่หวั่นไหว ยืนกรานราคาเดิม

"งั้นเจ้าก็เก็บแมวป่าพันธุ์กลายที่ว่าไว้ดูเองเถอะ! สวยนักก็ดูให้เต็มอิ่มทุกวันไปเลย!"

ผู้บำเพ็ญคนนั้นทิ้งคำพูดไว้แล้วเดินจากไปอย่างหัวเสีย

"คนไม่รู้จักของดี"

เจ้าของแผงเยาะเย้ยไล่หลัง

"สหายท่านนี้ ไม่ทราบว่าแมวป่าเหยียบเมฆตัวนี้ได้มาอย่างไร และดวงตาคู่นี้มันเป็นอย่างไรกันแน่?"

ทันใดนั้น มีเสียงนุ่มนวลดังขึ้นข้างๆ เจ้าของแผงมองตามเสียงเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดยืนอยู่หน้ากรงเหล็ก จ้องมองเขาด้วยสายตาใสซื่อ

"นี่ข้ากับพวกพ้องอุตส่าห์ฝ่าฟันอันตรายไปเอามาจากส่วนลึกของดินแดนลับเชียวนะ"

"แมวป่าเหยียบเมฆเป็นอสุราวิญญาณระดับหนึ่ง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ไร้สุ้มเสียง มีพลังโจมตีที่ไม่เลว ตัวที่อยู่ตรงหน้าเจ้านี้ยิ่งต่างจากแมวป่าเหยียบเมฆทั่วไป เมื่อโตขึ้นดวงตาคู่นี้อาจมีความลี้ลับซ่อนอยู่ก็ได้"

"สหายสนใจหรือไม่?"

"สามสิบศิลาวิญญาณเป็นอย่างไร?"

ลู่เสวียนต่อราคาลงไปกองใหญ่อย่างเคยชิน

"เหอะๆ"

เจ้าของแผงกอดอก ไม่คิดจะสนใจลู่เสวียน

"ท่านบอกว่าเป็นแมวป่าเหยียบเมฆพันธุ์กลาย ไม่ทราบว่ามีหลักฐานอะไร นอกจากดวงตามรกตคู่นี้?"

"ต้องรู้ก่อนว่า อสุราพันธุ์กลายนั้นหาได้ยากยิ่ง อสุราระดับหนึ่งจะกลายพันธุ์ยิ่งเป็นหนึ่งในหมื่น"

"ดวงตามรกตคู่นี้ อาจจะเป็นแค่ตอนเป็นตัวอ่อนได้รับผลกระทบจากอะไรบางอย่าง หรือถูกสภาพแวดล้อมวิญญาณพิเศษส่งผลกระทบ ท่านสรุปเอาเองว่าเป็นพันธุ์กลาย มันจะดูง่ายเกินไปหน่อย"

"อีกอย่าง ข้าเห็นว่าลูกแมวป่าเหยียบเมฆในกรงของท่านอาการไม่ค่อยดีนัก คาดว่าตอนที่ท่านจับมันคงได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แถมยังถูกขังไว้ในกรงตลอด ไม่ได้รับการรักษาหรือพักผ่อนที่ดี"

"ด้วยสภาพแบบนี้ จะเลี้ยงให้รอดได้หรือไม่ยังไม่รู้เลย"

"สามสิบหกศิลาวิญญาณ ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ เจ้ารู้ไหมว่าพวกข้าไปจับมาต้องแลกด้วยอะไรไปบ้าง"

"สามสิบสองศิลาวิญญาณ ข้าจะรับไปเดี๋ยวนี้เลย"

ลู่เสวียนรู้ว่าเจ้าของแผงถูกเหตุผลของเขาโน้มน้าวแล้ว ประกอบกับเขาเองก็ชอบแมวป่าที่มีดวงตามรกตคู่นี้เป็นพิเศษ จึงยอมผ่อนปรนราคาขึ้นมาหน่อย

"ก็ได้ ถือว่าข้ายกให้เจ้าในราคาถูกแล้วกัน"

เจ้าของแผงกัดฟันยอมตกลงในที่สุด

ในใจเขาก็รู้ดีว่าโอกาสที่จะเป็นพันธุ์กลายนั้นต่ำมาก และหากเก็บไว้กับตัวนานๆ ก็กลัวจะเลี้ยงไม่รอด การที่ทำกำไรได้มากกว่าลูกแมวป่าเหยียบเมฆทั่วไปเกินครึ่ง ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากแล้ว

༺༻

จบบทที่ บทที่ 31 - แมวป่าเหยียบเมฆ

คัดลอกลิงก์แล้ว