- หน้าแรก
- เฮลไฮม์ ตำนานท่านลอร์ดน้อยผู้กลายเป็นยมฑูต
- บทที่ 11 ศาสนจักรพิพากษาศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 ศาสนจักรพิพากษาศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 ศาสนจักรพิพากษาศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 11 ศาสนจักรพิพากษาศักดิ์สิทธิ์
"เวทมนตร์วารีระดับเริ่มต้น: คาถากระจกน้ำแข็ง!"
ภายนอกอาคารหลักของปราสาทไฮม์ เฮลใช้พลังเวทธาตุวารีที่เหลืออยู่เฮือกสุดท้าย
กระจกน้ำแข็งเจ็ดบานที่สร้างขึ้นจากเวทมนตร์ปรากฏขึ้นทั้งภายในและภายนอกปราสาท
โดยอาศัยหลักการหักเหของแสง แสงอาทิตย์จึงถูกฉายส่องเข้าไปยังภายในปราสาท
"โบร๋ว... โบร๋ว..."
"กี๊ซ... กี๊ซ..."
ทันทีที่เฮลทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เสียงคำรามอันน่าขนลุกและเสียงกรีดร้องประหลาดระลอกหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน
ราวกับเสียงคร่ำครวญของปีศาจร้ายจากขุมนรก
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครทราบได้ จนกระทั่งไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากภายในปราสาทอีก
กระจกน้ำแข็งที่เฮลสร้างขึ้นก็แตกกระจายเป็นเศษน้ำแข็งเช่นกัน
"โอ้ ขอบคุณสวรรค์ ท่านเอิร์ลแห่งไฮม์ ช่างวิเศษเหลือเกินที่ท่านปลอดภัย ขอองค์เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ทรงคุ้มครองท่าน"
"ขอบคุณบาทหลวงเกอร์ฮาร์ดที่เป็นห่วง ต้องขอบคุณพรจากองค์เทพแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้พวกเราเอาชีวิตรอดจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิดในครั้งนี้"
เฮลปัดฝุ่นตามร่างกาย แสร้งทำสีหน้าเหมือนคนที่เพิ่งรอดพ้นจากหายนะ แล้วกล่าวว่า:
"ทว่า บาทหลวงเกอร์ฮาร์ด อย่างที่ท่านทราบ พวกเราต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเหล่านั้นมาทั้งคืน และตอนนี้พวกเราก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆ อีกแล้วจริงๆ"
"เรื่องนี้... คือว่า..." เกอร์ฮาร์ดดูเหมือนจะคิดว่าเฮลต้องการความช่วยเหลือจากเขา และเขาก็อยากจะปฏิเสธในทันที
"ข้าอยากจะขอให้ท่านบาทหลวงส่งคนไปใช้ 【ตรวจจับความชั่วร้าย】 เพื่อตรวจสอบว่ายังมีข้ารับใช้โลหิตหลงเหลืออยู่ในปราสาทอีกหรือไม่"
"ข้ารับใช้โลหิตงั้นรึ?"
"ถูกต้องครับ ผู้บุกรุกคือผีดูดเลือดที่บาดเจ็บสาหัส มันโจมตีเหล่าอัศวินในปราสาทและเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นข้ารับใช้โลหิต
แต่โชคดีที่อัศวินยาฟินนั้นกล้าหาญพอ และตระกูลไฮม์ของเราก็ยังมีอุปกรณ์เวทมนตร์บางอย่างที่บรรพบุรุษทิ้งเอาไว้ให้
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเราถึงสามารถยืนหยัดอดทนจนกระทั่งม่านพลังแตกสลาย และใช้พลังของแสงอาทิตย์ในการสังหารพวกมันได้"
"แล้ว... ผีดูดเลือดตนนัันล่ะ..."
"น่าจะตายไปแล้วครับ มันบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนแล้ว แถมยังถูกโจมตีด้วยม้วนคัมภีร์เวทมนตร์ระดับสูงอีก
หลังจากนั้น วินาทีที่ข้าพังประตูออกมา ข้าก็ใช้คาถากระจกน้ำแข็งเพื่อฉายแสงอาทิตย์ใส่มัน หากมันยังรอดชีวิตอยู่ได้หลังจากโดนไปขนาดนั้น มันก็คงจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว"
"นับเป็นความโชคดีอย่างแท้จริง" เกอร์ฮาร์ดถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"หากเป็นเช่นนั้น ศาสนจักรของเราย่อมสามารถช่วยท่านลอร์ดตรวจสอบอันตรายได้อย่างแน่นอน แต่หมู่นี้มีคนมาบริจาคให้กับศาสนจักรของเราน้อยลง ทำให้พวกเราไม่มีเงินไปแจกจ่ายขนมปังดำให้กับเหล่าสาวก..."
เกอร์ฮาร์ดถูมือไปมา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาอย่างลึกซึ้ง ทว่าถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยกลับเต็มไปด้วยความตระหนี่ถี่เหนียวทางโลกอย่างถึงที่สุด
"ไม่มีปัญหา คฤหาสน์ท่านลอร์ดจะจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งเพื่อบริจาคให้กับศาสนจักร พ่อบ้านของข้าจะไปหารือรายละเอียดกับท่านเอง"
"ถ้างั้นก็ต้องรบกวนท่านลอร์ดแล้วล่ะ วิเวียน~"
บาทหลวงเกอร์ฮาร์ดร้องเรียก และไม่นาน เด็กสาวผมสีทองในชุดแม่ชีก็เดินออกมาจากด้านหลังของเขา
เธอโค้งคำนับให้เฮลและเกอร์ฮาร์ดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เดินเข้าไปในปราสาทโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ราวกับไม่ได้เกรงกลัวเลยว่าข้ารับใช้โลหิตที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอาจจะพุ่งเข้าโจมตีเธออย่างกะทันหันเมื่ออยู่ภายในปราสาท
ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบาทหลวงเกอร์ฮาร์ดที่กลัวแทบตายและยังคงไม่ยอมเฉียดกรายเข้าไปใกล้ปราสาท
หลังจากนั้นไม่นาน วิเวียนก็ร่ายเวทมนตร์ตรวจจับความชั่วร้ายเสร็จสิ้น และได้เก็บรวบรวมเถ้าธุลีของผีดูดเลือดบางส่วนที่หลงเหลืออยู่หลังจากการตายของโรสในห้องโถงปราสาท
เถ้าธุลีของผีดูดเลือดส่วนนี้คือหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบตามปกติของศาสนจักร
นอกเหนือจากนี้ สิ่งของอย่างผลึกธาตุและเถ้าธุลีของผีดูดเลือดส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ล้วนเป็นของที่ริบได้จากสงครามของเฮล ซึ่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นผลงานกับทางราชรัฐได้ เขาจึงไม่ได้หยิบพวกมันไป
และเฮลก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี เขาจึงเพียงแค่ควบแน่นพลังงานมรณะ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานมรณะที่ตกค้างอยู่ในเถ้าธุลีของผีดูดเลือดนั้นอยู่ในระดับของจอมเวทระดับสูงเท่านั้น
ผลึกธาตุที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางเถ้าธุลีของผีดูดเลือดก็ถูกนำมาจากข้ารับใช้โลหิตตนอื่นเพื่อนำมาสวมรอยให้ดูสมจริงเช่นกัน
หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน คณะของศาสนจักรก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน
บาทหลวงเกอร์ฮาร์ดรีบกล่าวว่าศาสนจักรยังมีเรื่องด่วนอื่นที่ต้องไปจัดการแล้วก็จากไปอย่างเร่งรีบ
ทว่า เฮลมีเหตุผลให้สงสัยว่าเกอร์ฮาร์ดก็แค่คนขี้ขลาดที่อยากจะเผ่นไปจากสถานที่อันวุ่นวายแห่งนี้เท่านั้น
หลังจากที่คณะของศาสนจักรจากไปไกลแล้ว เฮลก็พายาฟินและลิลลี่เดินไปหาอัศวินไลแมน
ในฐานะหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์แห่งปราสาทไฮม์ และเป็นนายทหารระดับสูงผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยทั้งหมดของปราสาทไฮม์
ปราสาทไฮม์ถูกผีดูดเลือดบุกรุก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตภายในปราสาทถึงหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน โดยที่กองทหารรักษาการณ์ไม่มีการตอบสนองใดๆ เขาต้องรับผิดชอบเป็นหลักอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม กองทหารรักษาการณ์ปราสาทไฮม์คือกองทหารที่แกรนด์ดยุกแมนดาลาส่งมา อัศวินยี่สิบนายและทหารอีกสองร้อยนายที่สังกัดอยู่ในนั้นจะเชื่อฟังเพียงไลแมน ผู้สืบสายเลือดโดยตรงของดยุกเท่านั้น
และแม้ว่าเฮลจะมีความสามารถพอที่จะกวาดล้างคนสองร้อยกว่าคนเหล่านี้ได้ แต่การทำเช่นนั้นจะเป็นที่สะดุดตามากเกินไป
มันคงไม่ต่างอะไรกับการชูนิ้วกลางให้ศาสนจักรพิพากษาศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับพูดว่า "เข้ามาสิ ถ้าแน่จริงก็มาตรวจสอบฉันเลย"
ดังนั้น ในตอนนี้ไลแมนยังตายไม่ได้
แต่ถ้าไลแมนไม่ตาย เขาก็จะยากต่อการควบคุมเช่นกัน
เฮลมองดูคำสำคัญบนตัวไลแมน ที่มีชื่อว่า 【ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของดยุกแมนดาลา สีดำ】 แล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่าถึงเวลาต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงเสียที
"อัศวินไลแมน ท่านคงไม่อยากให้ท่านดยุกเฒ่ารู้เรื่องที่ปราสาทถูกผีดูดเลือดบุกรุกเพราะการละทิ้งหน้าที่ของท่านหรอกใช่ไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไลแมนก็เอามือวางบนด้ามดาบโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นยาฟินและอีกคนกำลังตั้งท่าเตรียมขนาบข้างเขาอย่างแนบเนียน
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างจนใจและลดมือลงในที่สุด
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาจะสามารถเอาชนะการโจมตีร่วมกันของยาฟินและลิลลี่ได้หรือไม่ ต่อให้เขาทำได้ ผลที่ตามมาจากการชักดาบใส่เฮลผู้เป็นนาย ย่อมร้ายแรงกว่าการละทิ้งหน้าที่ในปัจจุบันของเขามากนัก
"ท่านต้องการอะไร?" ไลแมนกล่าวอย่างหมดหนทาง
แม้เขาจะรู้ว่าดยุกเฒ่าต้องการยึดดินแดนไฮม์คืนด้วยการวางยาพิษเฮล
แต่นั่นล้วนเป็นข้อตกลงที่ทำกันอย่างลับๆ และมีเพียงคนสนิทของดยุกเฒ่าเท่านั้นที่ล่วงรู้
ฉากหน้า เฮลก็ยังคงเป็นบุตรชายของดยุกเฒ่า แม้เขาจะไม่ได้ใช้นามสกุลแมนดาลาแล้วก็ตาม ทว่าในสายตาของขุนนางคนอื่นๆ เขาก็ยังมีความเกี่ยวพันกับตระกูลแมนดาลาอยู่นับไม่ถ้วน
"อัศวินไลแมน ท่านคงยังไม่ลืมหรอกนะว่าข้าคือบุตรชายของท่านดยุก?"
"เรื่องนั้นย่อมไร้ข้อกังขาครับท่านลอร์ด แต่โปรดจำไว้ด้วยว่า ตอนนี้ท่านใช้นามสกุลไฮม์ ไม่ใช่แมนดาลา"
ไลแมนเบ้ปาก แม้เขาจะรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เฮล เด็กเมื่อวานซืนคนนี้มาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ แต่เขาก็ยังแสร้งทำตัวเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีต่อหน้า
ทว่า คำพูดของเขากลับแฝงความหมายว่า "ข้า ไลแมน รับใช้เพียงท่านดยุกและตระกูลแมนดาลาเท่านั้น ไม่ใช่ตระกูลไฮม์ของท่าน ดังนั้นท่านจะมาออกคำสั่งข้าไม่ได้"
ต่อให้ท่านจะเป็นถึงบุตรชายของท่านดยุกก็ตามที