- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 124 - เจ้าคนล้างผลาญ
บทที่ 124 - เจ้าคนล้างผลาญ
บทที่ 124 - เจ้าคนล้างผลาญ
บทที่ 124 - เจ้าคนล้างผลาญ
หลี่จื้อกลืนน้ำลายพลางกล่าวว่า "เสด็จพี่ นี่คือข้าวโพดพะยะค่ะ! หอมมากเลย กระหม่อมอยากกินเหลือเกิน!"
หลี่เฉิงเฉียนยิ้มพลางกล่าว "จื้อหนู เจ้าเด็กเห็นแก่กินระวังจะอ้วนเหมือนพี่สี่ของเจ้านะ!"
ใบหน้าที่อ้วนกลมของหลี่ไท่บิดเบี้ยวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบอย่างเสียไม่ได้ว่า "จิตใจกว้างขวางร่างกายย่อมสมบูรณ์ก็ดีออก ดีกว่าพวกใจแคบเป็นไหนๆ"
ซูเฉิงย่างข้าวโพดไปพลางลอบถอนหายใจ บรรยากาศที่เคยสงบสุขและร่าเริงพลันเปลี่ยนเป็นสมรภูมิคารมในชั่วพริบตา ช่างโชคร้ายจริงๆ
หลี่เค่อรีบเปลี่ยนประเด็นสนทนา "ข้าวโพดนี่ฝักใหญ่จริงๆ พืชชนิดนี้คงให้ผลผลิตมากกว่าพวกข้าวฟ่างตั้งเยอะ!"
หลี่ไท่อุทานด้วยความทึ่ง "นั่นสินะ นี่คือข้าวโพดที่ซูเฉิงเดิมพันกับอู๋หยูสื่อหรือ? รวงใหญ่ขนาดนี้เชียว!"
ดวงตาของหลี่เฉิงเฉียนเป็นประกายพลางเอ่ยชม "นี่คือข้าวโพดหรือ? รวงใหญ่ขนาดนี้ ผลผลิตจะมากมายเพียงใด? นี่คือวาสนาของต้าถัง วาสนาของราษฎรโดยแท้! เมื่อเปิ่นกงกลับไปจะต้องทูลเสด็จพ่อ เพื่อให้มีการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดไปทั่วใต้หล้า!"
ซูเฉิงก้มหน้าก้มตาย่างข้าวโพดพลางแอบกรอกตาในใจ ข้ายังต้องให้เจ้าไปทูลรายงานฮ่องเต้อีกหรือ?
"ข้าวโพดย่างสุกแล้ว มาสิ มาลองชิมกัน!" ซูเฉิงยิ้มพลางหยิบส่งให้หลี่จื้อก่อนคนแรก แล้วจึงค่อยแจกจ่ายให้คนอื่นๆ
ไม้เสียบข้าวโพดดูเรียบง่ายนัก แต่กลิ่นหอมไหม้ของข้าวโพดกลับยั่วยวนใจยิ่งนัก นี่คือกลิ่นหอมที่พวกเขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน
"อืม อร่อย!"
"ไม่เลว หอมมากจริงๆ!"
"อร่อยมาก!"
"ข้าวโพดอร่อย ฝีมือพี่เขยก็เยี่ยม!"
ซูเฉิงเองก็หยิบข้าวโพดย่างขึ้นมาแทะหนึ่งคำ กลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั้งปากทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจ ราวกับความทรงจำที่ค่อยๆ เลือนรางไปเริ่มกลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
"กลิ่นอะไรหอมขนาดนี้ ทำไมถึงยั่วยวนใจเช่นนี้?"
เสียงหัวเราะกังวานทำลายความเงียบสงบ หลี่ซื่อหมินและฮองเฮาจางซุนเดินเคียงคู่กันเข้ามา
ทุกคนรีบเข้าไปทำความเคารพ ซูเฉิงอดไม่ได้ที่จะแอบกรอกตาในใจ แต่ละคนนี่จมูกไวเหมือนสุนัขกันจริงๆ ได้กลิ่นหอมก็พากันมาหมด
"หึ ครึกครื้นกันจริงๆ นะ!" หลี่ซื่อหมินมองไปรอบๆ พลางกล่าวอย่างอารมณ์ดี
ทุกคนต่างมีความคิดในใจที่ต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง หลี่เฉิงเฉียนและหลี่ไท่นั้นไม่ต้องพูดถึง พวกเขามาเพื่อดึงตัวซูเฉิงในใจจึงมีความละอายอยู่บ้าง
องค์หญิงฉางเฉิงและเซียวรุ่ยเองก็รู้สึกผิด เพราะซูเฉิงและฉางเล่อยังไม่ได้แต่งงานกัน การแอบมาพบกันเช่นนี้ย่อมผิดจารีตประเพณี
องค์หญิงฉางเล่อรู้สึกเขินอาย เมื่อตอนที่พี่หญิงฉางเฉิงชวนนางมาที่อุทยานนางก็เดาได้ว่าซูเฉิงต้องอยู่ที่นี่ด้วย จึงได้กราบทูลขออนุญาตเสด็จแม่มาอย่างร่าเริง แต่กลับไม่ได้บอกเสด็จแม่ว่าซูเฉิงจะมาด้วย คราวนี้กลับถูกเสด็จพ่อและเสด็จแม่จับได้คาหนังคาเขา
ฮองเฮาจางซุนยิ้มกล่าว "ล้วนเป็นคนกันเอง ไม่ต้องมากพิธี วันนี้มีรายงานชัยชนะส่งมา บอกว่าเค่อหานเสียลี่ถูกจับตัวได้แล้ว ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญมาก จึงอยากออกมาเดินเล่นเสียหน่อย"
"ยินดีกับเสด็จพ่อด้วยพะยะค่ะ/เพคะ!" ทุกคนต่างพากันยินดีและกล่าวอวยพรพร้อมกัน
หลี่ซื่อหมินหัวเราะร่า "ความจริงนับตั้งแต่ศึกเมืองเซียงเฉิงเป็นต้นมา เติร์กตะวันออกก็สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว การจับตัวเค่อหานเสียลี่ได้เป็นเพียงเรื่องน่ายินดีที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น ว่าแต่พวกเจ้ากินอะไรกันอยู่หรือ? เจิ้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
หลี่จื้อกล่าวอย่างดีใจ "นี่คือข้าวโพดพะยะค่ะ พี่เขยเป็นคนย่างให้ ทั้งหอมทั้งหวาน อร่อยมากเลยพะยะค่ะ!"
ฮองเฮาจางซุนยิ้มถาม "จริงหรือ?"
ซูเฉิงรีบหยิบข้าวโพดที่เพิ่งย่างเสร็จสองฝักกุลีกุจอส่งให้ทันที "ฝีมือกระหม่อมพอใช้ได้ เชิญฝ่าบาทและฮองเฮาทรงลองชิมพะยะค่ะ!"
หลี่ซื่อหมินและฮองเฮาจางซุนรับไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่คือข้าวโพดที่เป็นข่าวลือสินะ?
รวงใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
แถมกลิ่นยังหอมมาก ดูท่าน่าจะอร่อยทีเดียว
ฮองเฮาจางซุนค่อยๆ กัดลงไปหนึ่งคำเล็กๆ อย่างสง่างาม ดวงตาหงส์เป็นประกายพลางพยักหน้าชมว่า "อืม อร่อยจริงๆ"
หลี่ซื่อหมินพิจารณาข้าวโพดในมือพลางอุทานอย่างตกใจ "รวงข้าวใหญ่จริงๆ เมล็ดก็ใหญ่! ช่างเป็นพืชที่ดีนัก!"
พูดจบหลี่ซื่อหมินก็แทะเข้าไปคำใหญ่พลางเคี้ยวไปชมไปไม่ขาดปาก "อืม รสชาติก็ดีมาก ซูเฉิง เมล็ดพันธุ์ใหม่ของเจ้าไม่เลวเลยนะ!"
รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียนกล่าวอย่างตื่นเต้น "เสด็จพ่อ ข้าวโพดนี่คือวาสนาของต้าถัง คือวาสนาของราษฎรโดยแท้ อันคังโป๋สร้างความดีความชอบใหญ่อีกครั้ง หากส่งเสริมการปลูกข้าวโพดออกไป ต้าถังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากขึ้นเพียงใด จากนี้ไปราษฎรจะไม่มีใครต้องอดตายอีกแล้ว!"
หลี่ซื่อหมินหัวเราะอย่างมีความสุข "เกามิงพูดถูก กสิกรรมคือรากฐานของชาติ ปีหน้าเจิ้นจะต้องส่งเสริมการปลูกข้าวโพดให้ได้ รวมถึงข้าวเจินกวานด้วย หลังฤดูเก็บเกี่ยว แคว้นหลินอี้จะส่งข้าวชุดใหม่กลับมายังต้าถังเพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์..."
เมื่อพูดถึงเมล็ดพันธุ์ หลี่ซื่อหมินก็ชะงักไปทันที จ้องมองข้าวโพดในมือด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ซูเฉิง พร้อมกับแผ่ซ่านไอสังหารออกมา
เมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารในแววตาของหลี่ซื่อหมิน ซูเฉิงก็งุนงงอย่างยิ่ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่ยังอารมณ์ดีอยู่เลยไม่ใช่หรือ?
ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนสีหน้าได้ล่ะ? ซูเฉิงไม่เข้าใจจริงๆ วันนี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แม้แต่มือเล็กๆ ของฉางเล่อเขายังไม่ได้แตะเลยด้วยซ้ำ
อีกอย่าง ต่อให้แตะจริงๆ จะเป็นอะไรไป? งานแต่งก็ประทานมาแล้ว ฉางเล่อก็เป็นคนของเขาแล้ว แตะมือสักนิดจะเป็นอะไร?
ฮองเฮาจางซุนเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของหลี่ซื่อหมิน จึงถามอย่างสงสัย "ฝ่าบาท เป็นอะไรไปเพคะ?"
"ซูเฉิง เจ้าคนล้างผลาญ!" หลี่ซื่อหมินตะคอกด่าจนน้ำลายกระเด็น
ซูเฉิงทำหน้าเหวอพลางถามว่า "เดี๋ยวพะยะค่ะ กระหม่อมล้างผลาญตรงไหน?"
"นี่มันเมล็ดพันธุ์นะโว้ย! เจ้าเด็ดลงมากินได้ยังไง! ปีหน้าเจิ้นยังต้องเอาไปส่งเสริมให้ปลูกทั่วใต้หล้าอยู่นะ!" หลี่ซื่อหมินแกว่งข้าวโพดในมือไปมา อยากจะเอาฝักข้าวโพดฟาดหัวซูเฉิงสักที แต่สุดท้ายก็ทำใจไม่ได้
ไม่ใช่ว่าทำใจตีซูเฉิงไม่ได้นะ แต่ทำใจฟาดข้าวโพดในมือไม่ได้ต่างหาก
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ตกใจ รีบกลืนข้าวโพดในปากลงคอทันที และไม่กล้ากินต่อ
ซูเฉิงสัมผัสได้ถึงความคิดที่หลี่ซื่อหมินอยากจะซ้อมคน จึงรีบกล่าวว่า "ฝ่าบาท ทรงดูให้ดีๆ พะยะค่ะ คนที่กินข้าวโพดเยอะที่สุดคือลูกชายลูกสาวของท่านนะพะยะค่ะ หากอยากจะซ้อมคนเชิญไปซ้อมพวกเขานู่น"
หลี่เฉิงเฉียน หลี่ไท่ องค์หญิงอวี้จาง และคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นถึงกับน้ำตาเล็ด อันคังโป๋ช่างโยนความซวยให้ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วและหมดจดจริงๆ
มีเพียงองค์หญิงฉางเล่อที่พยักหน้าเบาๆ เห็นด้วยกับคำพูดของซูเฉิง
ฮองเฮาจางซุนยิ้มกล่าว "ในเมื่อย่างสุกไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ฝ่าบาททรงระงับโทสะเถิดเพคะ"
ซูเฉิงพยักหน้าหงึกๆ "ใช่แล้วๆ สุกไปแล้วเอาไปทำเมล็ดพันธุ์ไม่ได้แล้วพะยะค่ะ"
พูดจบซูเฉิงก็นึกขึ้นได้ว่า นี่มันข้าวโพดในบ้านข้าเองนะ ข้าจะกินหรือไม่กินมันเกี่ยวอะไรกับท่านด้วยหลี่ซื่อหมิน?
แน่นอนว่าซูเฉิงก็แค่คิดในใจเล่นๆ ไม่กล้าพูดออกมาจริงๆ
หลี่ซื่อหมินมองข้าวโพดในมือพลางกัดลงไปอีกหนึ่งคำโต เคี้ยวพลางบ่นอย่างเสียดายว่า "น่าเสียดายจริงๆ เฮ้อ เจ้าคนล้างผลาญ! นี่มันเมล็ดพันธุ์นะ"
ซูเฉิงแอบดูหมิ่นในใจ หลี่เอ้อ ท่านกินอร่อยกว่าใครเพื่อนเลยนะนั่น ยังกล้าพูดออกมาอีกหรือ?
เดิมทีมีข้าวโพดแค่สิบกว่าฝัก นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีปากมีท้องเพิ่มมาตั้งเยอะจนไม่พอกิน ซูเฉิงหยิบข้าวโพดไม่กี่ฝักสุดท้ายขึ้นมาเสียบไม้เตรียมจะย่างไฟ
"ช้าก่อน!"
เสียงตะโกนดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาซูเฉิงสะดุ้งจนตัวโยน
(จบแล้ว)