- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 89 - คนที่เฝ้ารอเขา
บทที่ 89 - คนที่เฝ้ารอเขา
บทที่ 89 - คนที่เฝ้ารอเขา
บทที่ 89 - คนที่เฝ้ารอเขา
องค์หญิงฉางเล่อนั่งลงพลางสวมกอดฮองเฮาด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความกังวล "เสด็จแม่ ลูกได้ยินมาว่าอันคังโป๋ต้องติดตามกองทัพไปออกศึกด้วยหรือเจ้าคะ?"
ฮองเฮาจางซุนหลุดสรวลออกมาเบาๆ "กังวลมากเชียวหรือ?"
องค์หญิงฉางเล่อก้มหน้าลงด้วยความเอียงอาย "เจ้าค่ะ"
ฮองเฮาจางซุนยิ้มพลางตรัสว่า "เรื่องนี้มีอะไรน่าอายกัน เสด็จพ่อของเจ้าประทานสมรสให้แล้ว เขาคือราชบุตรเขยของเจ้า การที่เจ้าจะเป็นห่วงเขาก็เป็นเรื่องธรรมดา"
องค์หญิงฉางเล่อกล่าวเสียงเบา "เสด็จแม่ เขาเป็นถึงยอดบัณฑิต ทั้งยังรบไม่เป็น เหตุใดเสด็จพ่อถึงต้องให้เขาติดตามกองทัพไปออกศึกด้วยเล่าเจ้าคะ?"
​
"เสด็จพ่อของเจ้าก็ไม่ได้รบเป็นมาตั้งแต่เกิดหรอกนะ ต่อให้เขาจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น แต่การไม่รู้เรื่องการทหารเลยก็คงไม่ดีนัก เขาไปในตำแหน่งขุนนางอาลักษณ์ทัพ พวกหลูกั๋วกงย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาออกไปจับอาวุธฆ่าศัตรูในสนามรบจริงๆ หรอก! แน่นอนว่าคงไม่อาจบอกได้ว่าไม่มีอันตรายเลย แต่เราก็ไม่อาจยอมทิ้งโอกาสเพียงเพราะความกลัวได้"
"เมื่อก่อนตอนเสด็จพ่อของเจ้านำทัพออกศึกบ่อยครั้ง ท่านต้องบุกตะลุยฝ่ากองทัพศัตรูจริงๆ แม่ยังต้องกังวลมากกว่าเจ้าเสียอีก ผู้ชายออกไปต่อสู้ข้างนอก ส่วนผู้หญิงเราเฝ้ารออยู่ที่บ้านด้วยความกระวนกระวายใจ นี่คือโชคชะตา สิ่งที่เราทำได้คือภาวนาให้เขาปลอดภัยกลับมา และเตรียมบ้านที่อบอุ่นไว้รอเขา"
"วางใจเถิด ศึกครั้งนี้ต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน และเขาเองก็จะกลับมาอย่างปลอดภัย เชื่อแม่เถอะ และเชื่อในเสด็จพ่อของเจ้าด้วย" ฮองเฮาจางซุนโอบกอดองค์หญิงฉางเล่อพลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"
"ท่านโป๋ บุตรชายคนโตของซ่งกั๋วกง ราชบุตรเขยเซียวรุ่ยมาขอพบเจ้าค่ะ!"
ซูเฉิงได้ยินแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้ ในฉางอันมีกั๋วกงมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่สำหรับซ่งกั๋วกงเซียวอวี่นั้น ตั้งแต่เขามาถึงฉางอันก็ได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง
เขาเป็นน้องชายของเซียวฮองเฮาในรัชสมัยก่อน หากนับตามศักดิ์ก็ถือเป็นท่านลุงเขยของหลี่เอ้อ ทั้งยังเป็นขุนนางคนสำคัญที่ยืนหยัดอยู่ข้างหลี่เอ้อมาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ประตูเสวียนอู่
เพียงแต่หลังจากหลี่เอ้อขึ้นครองราชย์ เขาก็เริ่มวางตัวเรียบง่ายขึ้น เนื่องจากมีความสนิทสนมกับอดีตฮ่องเต้ ทว่าเขาก็ยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในฉางอัน
ทว่าตั้งแต่เข้าฉางอันมา ซูเฉิงไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับคนในจวนซ่งกั๋วกงเลย เขาจึงรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
"ข้านึกว่าวันนี้เหตุใดนกสาลีกคราญถึงร้องไม่หยุด ที่แท้ก็มีแขกผู้มีเกียรติมาเยือนนี่เอง พี่เซียว ท่านเป็นแขกที่หาพบได้ยากจริงๆ!" ซูเฉิงเดินออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง
"มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย หวังว่าอันคังโป๋จะโปรดให้อภัยด้วย!" เซียวรุ่ยประสานมือยิ้มตอบ
"พี่เซียวมาเยือนข้าย่อมยินดียิ่งนัก มาเถิด เชิญด้านใน" ซูเฉิงผายมือเชื้อเชิญ
เซียวรุ่ยกล่าวอย่างเก้อเขินเล็กน้อย "ความจริงวันนี้ที่ข้ามาก็เพื่อเชิญอันคังโป๋ไปสนทนาที่จวนเสียหน่อย มีคนกำลังรอท่านโป๋อยู่!"
รอข้า? ซูเฉิงยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก หากมีใครอยากพบเขา เหตุใดจึงไม่มาหาที่จวนโดยตรง แต่กลับต้องอ้อมค้อมเช่นนี้?
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคงต้องรบกวนพี่เซียวแล้ว เริ่นกุ้ย ไปเอาชามาหนึ่งไหตามข้าไปที่จวนกั๋วกง!"
จวนซ่งกั๋วกงอยู่ห่างจากจวนตระกูลเฉิงไม่ไกลนัก แต่กลับเงียบเหงากว่ามาก ซูเฉิงเคยผ่านทางนี้บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเข้าไปด้านในเลย
จวนซ่งกั๋วกงใหญ่โตกว่าจวนตระกูลเฉิงเสียอีก และที่ทำให้ซูเฉิงประหลาดใจยิ่งกว่าคือเซียวรุ่ยพาเขาตรงไปยังสวนหลังบ้าน
ที่นั่นเป็นที่พำนักของสตรีฝ่ายในไม่ใช่หรือ การมาเยือนครั้งแรกกลับเรียบง่ายเช่นนี้เชียวหรือ? ใครกันที่กำลังรอเขาอยู่? ซูเฉิงยิ่งนึกสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ
เหล่าสาวใช้และหญิงรับใช้ยืนรออยู่ด้านนอกศาลา เซียวรุ่ยยิ้มแล้วกล่าวว่า "ในที่สุดก็พาอันคังโป๋มาจนได้!"
ในศาลามีน้ำเสียงนุ่มนวลดังออกมา "ไอ้หยา อันคังโป๋มาแล้วหรือ"
หญิงสาวที่ดูสง่างามและสูงศักดิ์เดินออกมาจากศาลา พลางยิ้มกล่าวว่า "อันคังโป๋ รีบเข้าไปเถิด มีคนรอท่านอยู่นานแล้วนะ!"
กล่าวจบหญิงสาวนางนั้นก็ดึงแขนเซียวรุ่ยพลางยิ้มระรื่น "เจ้าคนทื่อ รีบไปกันเถอะ!"
สามีภรรยาคู่นี้เดินจากไปดื้อๆ เช่นนี้เลยหรือ?
ซูเฉิงเดินเข้าไปด้วยความงุนงง เซียวรุ่ยปิดบังความลับมาตลอดทาง สรุปแล้วใครกันที่รอเขาอยู่?
เด็กสาวคนหนึ่ง เด็กสาวที่งดงามหยาดเยิ้ม ใบหน้าแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและความคาดหวัง กำลังมองดูเขาด้วยความตื่นเต้น
ซูเฉิงอดไม่ได้ที่จะตบหน้าผากตัวเอง ใช่แล้ว เขาควรจะนึกออกตั้งนานแล้ว
เซียวรุ่ยคือราชบุตรเขย เขาแต่งงานกับองค์หญิงเซียงเฉิงซึ่งเป็นพี่สาวขององค์หญิงฉางเล่อ ดูท่าองค์หญิงฉางเล่อจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่สาวต่างมารดาผู้นี้ไม่น้อย
องค์หญิงฉางเล่อถวายบังคม "ฉางเล่อคำนับท่านโป๋เจ้าค่ะ"
ซูเฉิงยิ้มพลางกล่าวว่า "เจ้าคำนับข้า ข้าคำนับเจ้า ช่างยุ่งยากเสียจริง! เท้ายยังเจ็บอยู่หรือไม่?"
องค์หญิงฉางเล่อได้ยินดังนั้นใบหน้าก็พลันแดงระเรื่อ นางรีบหดเท้าเล็กๆ ภายใต้ชายกระโปรงพลางส่ายหัวรัวๆ "ไม่เจ็บแล้วเจ้าค่ะ หายตั้งนานแล้ว"
ไม่ได้พบกันเสียนาน องค์หญิงฉางเล่อดูจะขี้อายมากขึ้น ซูเฉิงยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปกุมมือเล็กๆ ของนางไว้ "นั่งเถิด!"
องค์หญิงฉางเล่อก้มหน้าลงด้วยความเอียงอาย "เจ้าค่ะ"
นางกำลังจะนั่งลงข้างๆ ซูเฉิง ทว่าทันใดนั้นก็หลุดร้องอุทานออกมาเบาๆ
เพราะซูเฉิงดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน และให้นางนั่งลงบนตักของเขาโดยตรง
องค์หญิงฉางเล่อก้มหน้าต่ำ ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำจนแทบจะมีหยดน้ำไหลออกมา
อิงลั่วยืนอยู่ด้านข้างถึงกับตะลึงค้าง ท่านโป๋ช่างดุดันเกินไปแล้ว! หากได้พบองค์หญิงอีกไม่กี่ครั้ง ไม่เข้าห้องหอกันไปเลยหรือ?
นางเริ่มลังเลในใจว่าการยืนอยู่ตรงนี้ดูจะไม่เหมาะสมหรือไม่ หากจะออกไป องค์หญิงก็ไม่ได้สั่ง ทั้งนางยังต้องคอยรินน้ำชาด้วย
นางทำได้เพียงปลอบใจตัวเองในใจว่า อิงลั่ว เจ้าต้องใจเย็นไว้ เจ้าเป็นสาวใช้คนสนิทขององค์หญิง ต่อให้องค์หญิงเข้าห้องหอเจ้าก็ต้องคอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใช่แล้ว... เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
"ข้านึกสงสัยอยู่ว่าเหตุใดเซียวรุ่ยถึงไปเชิญข้าถึงจวน ที่แท้ก็เป็นเจ้าที่อยากพบข้านี่เอง!" ซูเฉิงยิ้มกล่าว
"ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากไปที่จวนเว่ยอ๋อง จึงต้องขอความช่วยเหลือจากพี่เซียงเฉิงเจ้าค่ะ" องค์หญิงฉางเล่อกล่าวด้วยความเขินอาย
ซูเฉิงมองไปรอบๆ แล้วถามว่า "เอ๊ะ? จิ้นอ๋องเล่า?"
องค์หญิงฉางเล่อนิ่งไปครู่หนึ่ง "ท่านอยากพบจื้อหนูจริงๆ หรือเจ้าคะ?"
นางนึกว่าที่ซูเฉิงบอกอยากพบจื้อหนูคราวก่อนเป็นเพียงข้ออ้าง ที่แท้เขาก็อยากพบจื้อหนูจริงๆ
ซูเฉิงพยักหน้า "จริงๆ สิ ข้าอยากพบเขามาก!"
"เช่นนั้น... คราวหน้าข้าจะพาเขาออกมาเจ้าค่ะ" กล่าวจบใบหน้าขององค์หญิงฉางเล่อก็หม่นแสงลงเล็กน้อย คราวหน้า... ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก
เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูหม่นหมองและกังวลขององค์หญิงฉางเล่อ ซูเฉิงก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดนางถึงนัดพบเขากะทันหันเช่นนี้ คงเป็นเพราะรู้เรื่องที่เขาต้องออกศึกแล้วแน่นอน
บอกตามตรง ซูเฉิงเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจ องค์หญิงฉางเล่อเป็นหญิงสาวที่ดีจริงๆ นางมีฐานะสูงศักดิ์ทว่ากลับไม่มีความถือตัวเลยแม้แต่น้อย
"รู้เรื่องที่ข้าต้องติดตามกองทัพไปออกศึกแล้วหรือ?" ซูเฉิงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เจ้าค่ะ เมื่อได้ยินข่าวข้าก็กังวลใจยิ่งนัก จึงรีบไปหาเสด็จแม่ทันที แต่เสด็จแม่กลับบอกว่าเสด็จพ่อทำไปก็เพื่อตัวท่านเจ้าค่ะ" องค์หญิงฉางเล่อพยักหน้า
ซูเฉิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "ทำเพื่อข้าจริงๆ นั่นแหละ ข้าไปในตำแหน่งขุนนางอาลักษณ์ทัพ ไม่ได้ต้องออกไปรบในสนามรบจริงๆ โอกาสเช่นนี้คนอื่นพยายามแทบตายยังหาไม่ได้เลย! วางใจเถอะ ข้าต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน!"
องค์หญิงฉางเล่อพยักหน้าอย่างหนักแน่น "เจ้าค่ะ ข้าจะสวดอ้อนวอน ข้าจะสวดมนต์ ข้าจะภาวนาให้ท่านปลอดภัยอยู่เสมอ!"
"จะบอกความลับให้อย่างหนึ่ง ข้างกายข้ามีคนผู้หนึ่งที่วรยุทธ์ล้ำเลิศมากเชียวล่ะ" ซูเฉิงยิ้มกล่าว
"
องค์หญิงฉางเล่อดีใจเป็นอย่างยิ่ง "จริงหรือเจ้าคะ?"
ซูเฉิงพยักหน้า "แน่นอนสิ นี่คือยอดขุนพลที่ข้าค้นพบด้วยตัวเอง วันหน้าเขาต้องกลายเป็นแม่ทัพใหญ่เหมือนหลูกั๋วกงหรืออิงกั๋วกงแน่นอน"
(จบแล้ว)