- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 36 - ผลลัพธ์ที่ประจักษ์
บทที่ 36 - ผลลัพธ์ที่ประจักษ์
บทที่ 36 - ผลลัพธ์ที่ประจักษ์
บทที่ 36 - ผลลัพธ์ที่ประจักษ์
นี่คือแผนการยั่วโมโหที่แสนเรียบง่าย ทุกคนต่างคิดว่าซูเฉิงจะหลงกล แต่ใครจะคิดว่าซูเฉิงกลับนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่นิดเดียว
ฮ่องเต้ตรัสด้วยท่าทีจริงจัง "ซูเฉิง เราหวังว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะมันมีความหมายอันยิ่งใหญ่ต่อราชวงศ์ถัง!"
ซูเฉิงค้อมตัวลง "หม่อมฉันจะทำให้สุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ! เพียงแต่... ขอฝ่าบาทช่วยหาสถานที่สำหรับสร้างเตาเผาให้หม่อมฉันด้วย"
ถังเจี่ยน เสนาบดีกรมโยธากราบทูลว่า "ฝ่าบาท นอกเมืองฉางอันมีเตาเผาของกรมโยธาอยู่มากมายพ่ะย่ะค่ะ"
ฮ่องเต้พยักหน้า "ดีมาก กรมโยธาจงให้ความร่วมมือกับซูเฉิงให้ดี และจงคัดเลือกช่างฝีมือมาอีกหนึ่งร้อยคนเพื่อรอรับคำสั่งจากซูเฉิง!"
ถังเจี่ยนและซูเฉิงกล่าวพร้อมกัน "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ถึงแม้แผนการยั่วโทสะของถังเจี่ยนจะไม่ได้ผล แถมยังถูกซูเฉิงเหน็บแนมกลับมา แต่ถังเจี่ยนก็ไม่ได้โกรธเคือง เพราะลึกๆ แล้วเขาเองก็ปรารถนาให้ซูเฉิงทำสำเร็จมากกว่าใคร
หลังจากเลิกประชุมท้องพระโรงยามเช้า ถังเจี่ยนก็รีบดึงตัวซูเฉิงเดินออกไปข้างนอกทันที
"เตาเผานอกเมืองมีเยอะแยะ เจ้าไปดูด้วยกันก่อนเถอะ ชอบใจหลังไหนก็เลือกเอาได้เลย ช่างฝีมือก็มีพร้อมอยู่แล้ว หากมีอะไรไม่ถูกใจหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มก็บอกข้าได้ทุกเมื่อ ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เจ้าจะเอาดินเหนียวกับหินปูนมาเผาให้มันออกมาสวยหรูได้อย่างไร!" ถังเจี่ยนดึงตัวซูเฉิงเดินพลางบ่นพึมพำ
ใบหน้าของซูเฉิงยังคงประดับด้วยความมั่นใจ เขาไม่สามารถเผาดินเหนียวให้ออกมาสวยหรูได้หรอก แต่เขาสามารถเผามันให้ออกมาเป็นปูนซีเมนต์และอิฐมอญได้!
"
เฉิงย่าวจินเดินอาดๆ เข้ามาพลางตบไหล่ซูเฉิงดังปัง แล้วตะโกนเสียงดัง "เจ้าหนูซูไม่ต้องกลัว หากเจ้าคนแซ่ถังมันกล้าเล่นตุกติกละก็ ลุงเฉิงคนนี้จะคุ้มกะลาหัวเจ้าเอง!"
ถังเจี่ยนถึงกับหน้าดำหน้าแดง นี่เป็นเรื่องที่ฮ่องเต้ทรงให้ความสนใจเชียวนะ เขาจะกล้าเล่นตุกติกได้อย่างไร? ถ้าไม่ติดว่าสู้ไม่ได้ เขาคงซัดเจ้าปีศาจเฒ่าเฉิงจนกองกับพื้นไปนานแล้ว
พวกเขาตรงดิ่งไปยังนอกเมือง หลังจากวนดูรอบๆ หนึ่งรอบ ซูเฉิงก็พยักหน้า "พอใช้ได้ ปรับปรุงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว!"
ถังเจี่ยนพยักหน้า "ได้ งั้นข้าจะคอยดูสิว่า เจ้าจะเผาดินเหนียวกับหินปูนให้ออกมาเป็นอย่างไร"
ซูเฉิงกล่าวด้วยความมั่นใจ "พวกท่านคอยดูปาฏิหาริย์เถอะ!"
เมื่อถังเจี่ยนจากไป ซูเฉิงก็เริ่มสั่งการให้ช่างฝีมือปรับปรุงเตาเผาตามภาพในความทรงจำของเขา
จากนั้น เฉิงฉู่มั่วและน้องชายก็พากันขี่ม้ามาอย่างรวดเร็ว
"พวกเจ้ามาทำอะไรกัน?" ซูเฉิงถาม
"
"พวกเรามาช่วยงานน่ะสิ!" เฉิงฉู่มั่วและน้องชายยืนเอามือไพล่หลัง ท่าทางดูไม่เหมือนคนจะมาช่วยงานเลยสักนิด ที่จริงพวกเขาถูกตาแก่ที่บ้านเตะโด่งให้มาที่นี่ต่างหาก
ซูเฉิงรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เจ้าปีศาจเฒ่าเฉิงคงกลัวว่าเขาจะคุมคนไม่อยู่เลยส่งพี่น้องคู่นี้มาช่วยสนับสนุน แน่นอนว่าถ้าทำสำเร็จ พี่น้องเฉิงก็จะได้หน้าไปด้วย อย่างน้อยก็ได้สร้างความประทับใจที่ดีให้แก่ฮ่องเต้
"พวกเจ้ากลับไปเอาผ้าไหมมาสักสองสามพับสิ!" ซูเฉิงสั่งการอย่างไม่เกรงใจ
"เอาผ้าไหมมาทำไม?" เฉิงฉู่มั่วถามอย่างสงสัย
"เอามาทำหน้ากาก!" ซูเฉิงตอบอย่างหงุดหงิด
บนเนินเขาเล็กๆ แห่งนั้นเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวายของการทำงานอย่างขยันขันแข็ง
...
"ความคืบหน้าของซูเฉิงเป็นอย่างไรบ้าง?" หลี่ซื่อหมินถามขึ้น
"ได้ยินว่าเริ่มก่อกำแพงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เหยากงกงกราบทูล
"เริ่มก่อกำแพงแล้วหรือ?" หลี่ซื่อหมินถามด้วยความประหลาดใจ
"
เขารู้สึกตกใจจริงๆ ผ่านไปเพียงสิบกว่าวันก็เริ่มก่อกำแพงแล้วหรือ? มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ?
และเพราะความเร็วนี่เอง หลี่ซื่อหมินจึงรู้สึกกังวลขึ้นมาในใจว่า มันจะเชื่อถือได้จริงหรือเปล่า?
"เตรียมรถม้า เราจะไปดูสักหน่อย!" หลี่ซื่อหมินลุกขึ้นทันที
ถึงแม้คำพูดของซูเฉิงในท้องพระโรงเมื่อวันก่อนจะทำให้ขุนนางทั้งหลายตกตะลึง แต่ในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมากลับไม่มีใครสนใจนัก เพราะไม่มีใครคิดว่าซูเฉิงจะทำมันออกมาได้เร็วขนาดนี้
หลี่ซื่อหมินไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เขายังพาคนไปอีกมากมาย ทั้งหลี่จิ้ง, ฉินหวยเต้า, เฉิงย่าวจิน, เว่ยฉือกง, จางซุนอู๋จี้, ฝางเสวียนหลิง, ถังเจี่ยน...
ขบวนแถวยาวเหยียดมุ่งตรงไปยังเตาเผาทันที
บนเนินเขา ทุกคนกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน
ตอนที่ปูนซีเมนต์และอิฐแดงเพิ่งถูกเผาออกมาใหม่ๆ ทุกคนต่างพากันอึ้งไป โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ ไอ้สิ่งนี้มันจะซ่อมกำแพงเมืองได้จริงๆ หรือ?
ทว่าตอนนี้เหล่าช่างฝีมือต่างพากันเลื่อมใสหมดใจ แม้แต่พี่น้องเฉิงเองก็ยังยอมสยบ
ในยามนี้พี่น้องเฉิงที่สวมหน้ากากผ้าไหมกำลังตะโกนสั่งการอย่างคึกคะนอง แทบจะถลกแขนเสื้อลงไปลุยเองอยู่แล้ว
ในทางกลับกัน ซูเฉิงกลับนอนเอกเขนกหลับตาพริ้มรับแสงแดดอย่างมีความสุข หลังจากสอนทุกอย่างที่เขารู้ให้แก่เหล่าช่างฝีมือแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรต้องทำอีก
ช่างฝีมือผู้มีประสบการณ์เหล่านี้เรียนรู้ไวมาก ทั้งยังรู้จักประยุกต์ใช้เองได้ และไม่ต้องคอยคุมเลยสักนิด เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า หากทำสำเร็จแล้วผลตอบแทนที่ตามมาคืออะไร... การปูนบำเหน็จ!
พวกเขาได้สัมผัสถึงข้อดีของปูนซีเมนต์และอิฐแดงอย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งนี้จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อราชวงศ์ถัง!
ในยามนี้ พวกเขาต่างมองซูเฉิงที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ด้วยความเคารพและเลื่อมใส
ซูเฉิงนอนหลับจนน้ำลายสอ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลง
ฟ้าครึ้มแล้ว! ฝนจะตกแล้ว!
ซูเฉิงพลันลืมตาขึ้น แต่แล้วเขาก็พบกับใบหน้าขนาดมหึมาใบหนึ่ง
ฝนยังไม่ตก แต่เศษน้ำลายนี่สิที่กระเด็นใส่หน้าเขา
"ซูเฉิง ฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว ยังไม่รีบลุกขึ้นอีก!" เฉิงย่าวจินตะโกนใส่
ซูเฉิงกระเด้งตัวลุกขึ้นทันที ก่อนจะเห็นกลุ่มคนชุดดำพรืดกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา ผู้นำขบวนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือหลี่ซื่อหมิน ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถังนั่นเอง
"เราตั้งความหวังในตัวเจ้าไว้มาก หวังว่าเจ้าจะใช้ดินเหนียวกับหินปูนซ่อมกำแพงเมืองได้จริงๆ แต่เจ้ากลับมานอนเอกเขนกอยู่นี่!" หลี่ซื่อหมินกล่าวอย่างเจ็บปวดรวดร้าว สีหน้าดูไม่ดีเอาเสียเลย
ซูเฉิงขยี้ตาพลางกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า "ก็ทำออกมาเสร็จแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ?"
ตรงนั้นมีกำแพงเมืองสูงสามจั้ง ยาวหลายสิบจั้งตั้งตระหง่านอยู่ ช่างฝีมือนับร้อยคนต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ผลงานที่เห็นนั้นชัดเจนยิ่งนัก
ที่จริงทุกคนต่างสังเกตเห็นกำแพงนี้มานานแล้ว ต้องยอมรับว่าหากพูดถึงเรื่องความเร็วแล้วมันเร็วมากจริงๆ เพียงแค่สิบกว่าวันก็สร้างกำแพงขนาดนี้ขึ้นมาได้ แถมยังมีคนทำงานแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น
ความเร็วเช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยกล้าคิดฝันมาก่อน
ความเร็วนั้นดีมาก แต่ตอนนี้ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่ต่อหน้าพวกเขาก็คือ กำแพงนี้มันจะแข็งแกร่งจริงหรือไม่?
หลี่ซื่อหมินเตะก้นซูเฉิงไปหนึ่งทีพลางดุว่า "ยังไม่รีบพาเราไปดูอีก!"
เหล่าช่างฝีมือต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นเป็นแถวหน้ากระดาน แม้แต่พี่น้องเฉิงเองก็คุกเข่าลงด้วย
ซูเฉิงพลางปัดเศษหญ้าตามตัว พลางพาถุกคนไปยังที่วางกองอิฐไว้
"นี่คืออิฐแดงที่เผามาจากดินเหนียวพ่ะย่ะค่ะ!" ซูเฉิงอธิบาย
หลี่ซื่อหมินหยิบอิฐแดงขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ เขาลองใช้มือบีบดูอย่างแรงและพบว่ามันแข็งมากจริงๆ
ทางด้านเฉิงย่าวจินที่อยากรู้อยากเห็นมากกว่าใคร ต่อยหมัดลงบนอิฐแดงดังปัง อิฐแดงแตกออกเป็นหลายเสี่ยง
ทุกคนมองดูอิฐแดงที่ถูกเฉิงย่าวจินต่อยแตกกระจายอย่างง่ายดาย สีหน้าของแต่ละคนพลันหม่นหมองลงทันที
สีหน้าของหลี่ซื่อหมินเองก็เริ่มขรึมลง เฉิงย่าวจินกล่าวอย่างเสียดายว่า "ไอ้นี่มันสู้ความแข็งของหินไม่ได้นี่หว่า!"
ซูเฉิงกล่าวอย่างเซ็งๆ "พูดเป็นเล่น มันจะไปแข็งกว่าหินได้ยังไงล่ะพ่ะย่ะค่ะ!"
ถังเจี่ยนส่ายหน้า "หากเจ้าจะหวังพึ่งไอ้นี่มาซ่อมกำแพงเมืองล่ะก็ คงจะไม่ได้เรื่องเสียแล้ว!"
(จบแล้ว)