เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - สร้างชื่อในคราเดียว

บทที่ 3 - สร้างชื่อในคราเดียว

บทที่ 3 - สร้างชื่อในคราเดียว


บทที่ 3 - สร้างชื่อในคราเดียว

หือ? ข้างหน้าตรงริมแม่น้ำมีสวนแห่งหนึ่ง มองดูจากระยะไกลมีผู้คนพลุกพล่านหนาตา ดูเหมือนกำลังจัดงานเลี้ยงกันอยู่กระมัง?

ซูเฉิงเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสามารถแฝงตัวเข้าไปหาอะไรกินได้ก็คงจะดีไม่น้อย

"ขอประทานอภัยคุณชาย ท่านมีนามว่ากระไร? แล้วมีเทียบเชิญสำหรับงานประชันบทกวีหรือไม่?"

เป็นไปตามคาด เขาถูกขวางไว้ที่หน้าประตู งานประชันบทกวี? เทียบเชิญ? แน่นอนว่าเขาไม่มีของพรรค์นั้นอยู่แล้ว!

ซูเฉิงสะบัดแขนเสื้อ เชิดหน้าขึ้นทำมุมสี่สิบห้าองศากับท้องฟ้าพลางปั้นหน้าหยิ่งยโส "เทียบเชิญของข้าหายไปแล้ว!"

ท่าทางแบบนี้น่าจะพอข่มขวัญได้บ้างกระมัง? ชีวิตคือบทละคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแสดง ซูเฉิงแอบยกนิ้วชมตัวเองอยู่ในใจ

"ถ้าเช่นนั้นรบกวนคุณชายแจ้งนามของท่านให้ข้าน้อยทราบ ข้าน้อยจะได้เข้าไปแจ้งเพื่อตรวจสอบข้างใน!"

ซูเฉิงแค่นเสียงเย็นชา "ข้าอุตส่าห์ลดตัวมาที่นี่ก็นับว่าให้เกียรติมากพอแล้ว นี่ยังบังอาจมาถามชื่อข้าอีกรึ? หึ งานประชันบทกวีนี้ไม่เข้าก็ได้!"

เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างองอาจ

"เรียกข้าสิ! รีบเรียกข้าสิ!" ซูเฉิงก้าวเท้าอย่างช้าๆ แต่เสียงเรียกที่เขาเฝ้ารอก็ยังไม่ดังขึ้นเสียที

ทัศนียภาพช่างงดงาม ลมพัดเอื่อยๆ แต่ท้องของซูเฉิงกลับร้องหิวโหย เขาแหงนหน้ามองฟ้าถอนหายใจยาว "ข้าช่างลำบากเหลือเกิน!"

"โฮสต์ จะสุ่มการ์ดไหม?"

ซูเฉิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง "ลองสุ่มดูสักใบเป็นไง?"

"จัดไป! ยินดีด้วยโฮสต์สุ่มได้ ลอบผ่านด่านเฉินชาง!"

ทันใดนั้นซูเฉิงก็ยิ้มจนปากแทบฉีก "เร็วเข้า! ใช้งานลอบผ่านด่านเฉินชาง ข้าจะเข้าสวน!"

"ใช้งานลอบผ่านด่านเฉินชาง!"

ฟุ่บ! จู่ๆ ซูเฉิงก็มาปรากฏตัวอยู่ภายในสวน

เข้ามาได้จริงๆ ด้วย? ระบบนี้มันก็พอมีประโยชน์อยู่บ้างนี่นา ซูเฉิงดีใจยิ่งนัก ในสวนที่มีผู้คนเดินไปมาไม่มีใครสังเกตเห็นการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขาเลย

ลำธารน้ำใสไหลเอื่อย มีการลอยจอกเหล้าไปตามน้ำ เสียงดนตรีบรรเลงและเสียงร่ายบทกวีดังมาไม่ขาดสาย แต่สายตาของซูเฉิงกลับถูกดึงดูดด้วยอาหารที่วางอยู่ในศาลาทันที

ท้องของเขาร้องประท้วงเหมือนเสียงตีกลอง ซูเฉิงมือซ้ายคว้าไก่ มือขวาคว้าเป็ด เขมือบเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย

"คุณชายก็มาร่วมงานประชันบทกวีด้วยหรือ?"

ซูเฉิงหันกลับไปพบว่ามีคนหนุ่มสาวหลายคนยืนอยู่ข้างหลังเขา พวกเขากำลังมองดูเขาด้วยความรังเกียจและสงสัย คนที่เอ่ยถามคือเด็กสาวผู้หนึ่งที่มีน้ำเสียงอ่อนหวาน

อย่าลนลานเชียวนะ!

ยามนี้ต้องสงบนิ่งเข้าไว้!

ซูเฉิงกัดน่องไก่คำโตก่อนจะค่อยๆ เอ่ยคำว่า "แน่นอน!" ออกมาสองคำ

รอบข้างพลันเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาทันที

"จะเป็นคนมาร่วมงานประชันบทกวีได้อย่างไร?"

"นั่นสิ คนแบบนี้แต่งบทกวีเป็นด้วยรึ? ดูเหมือนผีอดโซมาเกิดแท้ๆ!"

"ใครเป็นคนให้เทียบเชิญเขามากัน?"

เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าเล็กๆ ของเธอยังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่แม้จะดูอึดอัดแต่ก็มีมารยาท "โอ้? งานประชันบทกวีสดุดีฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ คุณชายมีบทกวีจะนำเสนอหรือไม่?"

สดุดีฤดูใบไม้ผลิรึ? ถ้าเป็นมวยหย่งชุนล่ะก็ข้าไม่เป็นหรอก แต่ถ้าเป็นบทกวีสดุดีฤดูใบไม้ผลิล่ะก็ หึๆ

ซูเฉิงพลันยิ้มกว้าง พลางกวัดแกว่งน่องไก่และเป็ดย่างในมือ เดินทอดน่องอย่างช้าๆ "อ้อ แต่งบทกวีรึ? ตื่นเช้ายามใบไม้ผลิไม่รู้ตัว นกน้อยเพรียกพร้องทั่วทุกหนแห่ง เมื่อคืนมีเสียงลมและฝนโปรยปราย ดอกไม้จะร่วงหล่นไปเท่าใดกันนะ ท่านว่าบทนี้พอไหวไหม?"

นี่เขาแต่งบทกวีเป็นจริงๆ หรือ? ผู้คนรอบข้างเตรียมจะหัวเราะเยาะ แต่พอได้ฟังจนจบ บทกวีนี้ดูเหมือนจะเข้าท่าไม่น้อยเลยทีเดียว

เด็กสาวตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินประโยคแรก หลังจากฟังจบเธอก็ท่องบทกวีซ้ำเบาๆ แล้วเงยหน้ามองซูเฉิงด้วยความทึ่ง

เมื่อครู่ภาพที่ซูเฉิงกำลังแทะน่องไก่ดูหยาบคายยิ่งนักในสายตาเธอ ทว่ายามนี้เธอกลับรู้สึกว่าเขามีท่วงท่าที่เป็นอิสระไม่ยึดติดในกฎเกณฑ์

เด็กสาวก้มตัวลงเล็กน้อยพลางกล่าวว่า "คุณชายช่างมีความสามารถยิ่งนัก เมื่อครู่เป็นข้าที่มีตาหามีแววไม่ หวังว่าคุณชายจะโปรดประทานอภัย!"

ซูเฉิงโบกน่องไก่ไปมาเบาๆ แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย "ไม่เป็นไร!"

คนรอบข้างต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน ขนาดคุณหนูข่งยังแสดงความเคารพและกล่าวชมเชย แต่ชายผู้นี้กลับนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านเลยรึ?

คุณหนูข่งเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถชื่อดังในฉางอัน ปู่ของเธอคือข่งอิ่งต๋า ผู้เป็นรองอธิบดีสำนักศึกษากลาง แม้ตำแหน่งจะไม่สูงส่งแต่ก็นับว่าเป็นผู้ทรงเกียรติและมีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่บัณฑิต

ชายผูนี้ช่างเสียมารยาทเกินไปแล้ว!

ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตะลึงจนอ้าปากค้างก็คือ คุณหนูข่งกลับไม่ถือสาเลยแม้แต่น้อย เธอยังเป็นฝ่ายถือพู่กันเตรียมบันทึกอยู่ข้างๆ พร้อมรอยยิ้ม "หากคุณชายไม่รังเกียจ ข้าจะช่วยบันทึกบทกวีบทนี้ไว้ให้ ข้ารู้สึกว่าบทกวีของคุณชายอาจจะเป็นบทที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวันนี้เลยทีเดียว!"

ยอดเยี่ยมที่สุดเลยรึ?

บทกวีนี้ถึงขั้นจะได้รับรางวัลชนะเลิศเชียวรึ? มันดีขนาดนั้นเลยหรือ?

คนรอบข้างเริ่มตกตะลึงอย่างแท้จริง เพราะทีแรกที่ได้ฟังพวกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันดีเด่อะไร ภาษาที่ใช้ก็ไม่ได้หรูหราเลยแม้แต่น้อย

แต่เมื่อเห็นคุณหนูข่งยกย่องถึงเพียงนี้ พวกเขาจึงเริ่มพินิจพิจารณาบทกวีนี้ใหม่อย่างละเอียด ยิ่งคิดก็ยิ่งพบว่าบทกวีนี้มีรสนิยมและแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ยิ่งนัก

"ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่ากระไร?" คุณหนูข่งถามพร้อมรอยยิ้ม

ซูเฉิงตอบอย่างเรียบง่าย "ซูเฉิง!"

"คุณชายซูช่างเป็นผู้มีพรสวรรค์ทางกวีจริงๆ ไม่ทราบว่าคุณชายยังมีบทกวีอื่นอีกหรือไม่?" คุณหนูข่งจ้องมองซูเฉิงด้วยดวงตาที่เป็นประกายและเต็มไปด้วยความคาดหวัง

มีสิ มีแน่นอน แต่ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยเล่า? ซูเฉิงส่ายหน้าเบาๆ "วันนี้อารมณ์ไม่สู้ดีนัก ไม่เหมาะจะแต่งบทกวีเพิ่ม"

คุณหนูข่งได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ยังยิ้มและกล่าวว่า "เพียงแค่บทกวีบทเดียวนี้ ชื่อเสียงในความสามารถของคุณชายก็คงจะขจรขจายไปทั่วฉางอันแล้ว!"

ซูเฉิงอึ้งไปเล็กน้อย ชื่อเสียงงั้นรึ?

ชื่อเสียงมันเอามาเป็นข้าวป้อนลงท้องได้รึไง?

แน่นอนว่าย่อมได้ ไม่เพียงแต่จะเอามาเป็นข้าวได้เท่านั้น ดูอย่างกวีใหญ่หลิวยงในสมัยราชวงศ์ซ่งเขายังสามารถ...

ไม่นานนักบทกวีของซูเฉิงก็ถูกแพร่กระจายไปทั่วงานประชันบทกวี บทกวีรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิของเมิ่งฮ่าวหรานบทนี้เป็นบทที่เล่าขานกันมานับพันปี เมื่อซูเฉิงนำมาเสนอในงานประชันบทกวีครั้งนี้ มันจึงเปรียบเสมือนระเบิดที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสวน

ผู้อาวุโสเจ็ดแปดคนถือแผ่นกระดาษที่บันทึกบทกวีเดินเร่งฝีเท้าเข้ามาในศาลา แล้วเอ่ยถามว่า "ใครเป็นคนแต่งบทกวีรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ?"

ซูเฉิงกัดน่องไก่พลางตอบอย่างเรียบเฉย "ข้าเอง!"

ผู้อาวุโสหลายคนมองซูเฉิงด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เชื่อว่าบทกวีที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้จะถูกแต่งขึ้นโดยชายที่กำลังนั่งแทะน่องไู่อยู่

คุณหนูข่งที่ตามมาข้างหลังยืนยันว่า "ท่านปู่ เป็นคุณชายซูผู้นี้จริงๆ ที่เป็นคนแต่งเจ้าค่ะ!"

ข่งอิ่งต๋ามองพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามด้วยความประหลาดใจว่า "เจ้าเป็นคนแต่งจริงๆ รึ?"

ซูเฉิงตอบสั้นๆ "แน่นอน แค่บทกวีบทเดียวจะยากเย็นอะไร?"

แค่บทกวีบทเดียวเองรึ? เจ้าจะรู้ไหมว่าบทกวีเมื่อครู่นี้สร้างความประทับใจให้ผู้คนมากเพียงใด? ทุกสายตาที่จ้องมองมาที่ซูเฉิงต่างเต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ

หรือว่าบทกวีบทนี้จะเป็นฝีมือของชายหนุ่มผู้นี้จริงๆ? ชายหนุ่มคนนี้มีความสามารถถึงขั้นแต่งบทกวีที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้เชียวรึ?

ข่งอิ่งต๋ายิ้มและกล่าวว่า "บทกวีบทนี้ควรค่าแก่การเป็นบทกวีที่เป็นอมตะ! ไม่ยากงั้นรึ? หรือว่าคุณชายยังมีบทกวีสดุดีฤดูใบไม้ผลิบทอื่นอีก?"

ซูเฉิงกล่าวอย่างไม่แยแส "ก็แค่แต่งบทกวี จะร่ายออกมาเมื่อไหร่ก็ได้!"

แค่แต่งบทกวีรึ? จะร่ายออกมาเมื่อไหร่ก็ได้รึ?

ช่างเป็นคำพูดที่โอหังนัก!

ชายหนุ่มคนนี้ช่างอวดดีเสียจริง!

อวดดีตามประสาคนหนุ่ม นั่นคือคำนิยามที่พวกตาแก่อย่างข่งอิ่งต๋ามีให้แก่ซูเฉิง ส่วนคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ ต่างก็เฝ้ารอดูด้วยความหวังว่าซูเฉิงจะแต่งบทกวีดีๆ ออกมาไม่ได้แล้วหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

ข่งอิ่งต๋ายิ้มแล้วกล่าวว่า "บทกวีสดุดีฤดูใบไม้ผลิบทเมื่อครู่นี้ทำให้รู้สึกซาบซึ้งไม่รู้ลืม นับว่าเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของงานในวันนี้จริงๆ มันทำให้พวกเราประทับใจมาก ทว่าพวกเรายังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม คุณชายลองแต่งเพิ่มให้อีกสักบทเถิด!"

"นั่นสิ นั่นสิ คุณชายซูช่วยแต่งเพิ่มอีกสักบทเถอะ!" คนหนุ่มสาวคนอื่นๆ ต่างก็พากันเชียร์ตามไปด้วย

ซูเฉิงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะแต่งเพิ่มอีกสักบท!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - สร้างชื่อในคราเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว