- หน้าแรก
- ดินแดนโต้วหลัว ผมเริ่มต้นด้วยการแฉอวี้เสี่ยวกันให้เสียคน
- บทที่ 12: ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์!
บทที่ 12: ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์!
บทที่ 12: ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์!
หยุนฉีรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นถึงอัคราจารย์วิญญาณสามวงแหวนที่ครอบครองวงแหวนวิญญาณร้อยปีหนึ่งวงและพันปีสองวงซึ่งถือเป็นการผสานพลังที่ยอดเยี่ยมก็ตาม! เขาไม่กล้าลดความระมัดระวังลงแม้แต่น้อย เจ้าตัวยักษ์ตรงหน้ามีตบะบำเพ็ญเพียรถึงหมื่นปี! ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นสัตว์วิญญาณระดับสูงที่ใกล้จะสูญพันธุ์อีกด้วย!
ถึงกระนั้น เขาก็ต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้ให้ได้ หากปล่อยสัตว์วิญญาณตัวนี้หลุดมือไป หยุนฉีคงต้องตบหน้าตัวเองในความฝันเป็นแน่! หากเขาล้มสัตว์วิญญาณตัวนี้ได้ เขาก็ไม่ต้องไปคอยเหนื่อยยากรวบรวมวัสดุและแร่ธาตุต่างๆ เหมือนถังซานในต้นฉบับ! ในขณะเดียวกัน หยุนฉีก็รู้สึกได้ในใจว่าวิญญาณยุทธ์ของเขากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
หยุนฉีหันไปมองเสี่ยวอู่ ด้วยความสัมพันธ์อันสนิทสนมของทั้งคู่ วงแหวนวิญญาณอีกสองวงของเขาจึงได้มาด้วยความช่วยเหลือจาก 'เอ้อร์หมิง' น้องชายของเสี่ยวอู่ ตอนที่เอ้อร์หมิงเห็นเสี่ยวอู่ครั้งแรก เขาคิดว่าเธอเป็นตัวปลอมเพราะไม่มีกลิ่นอายของสัตว์วิญญาณหลงเหลืออยู่เลย จนกระทั่งหยุนฉีและเสี่ยวอู่ช่วยกันอธิบาย พร้อมกับปลดการปกปิดกลิ่นอายของเธอออก และยังช่วยสร้างการปกปิดกลิ่นอายให้เอ้อร์หมิงด้วย เขาจึงยอมเชื่อในที่สุด ถึงอย่างนั้นเอ้อร์หมิงก็ไม่ได้เกรงใจคนที่คอยช่วยเหลือพี่เสี่ยวอู่สุดที่รักของเขาเลยแม้แต่น้อย ทำเอาหยุนฉีต้องลำบากอยู่ไม่น้อยทีเดียว!
ส่วนเรื่องการสังหารสัตว์วิญญาณน่ะหรือ เสี่ยวอู่จะรู้สึกผิดไหม? แน่นอนว่าไม่ ตอนนี้หยุนฉีได้เข้าไปครอบครองพื้นที่ในหัวใจของเธอจนหมดสิ้น เธอไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดมากนักนอกเหนือจากคนและสัตว์ที่เธอแคร์ ลองคิดดูสิว่าตอนที่ต้าหมิงและเอ้อร์หมิงหิว พวกเขาต้องกินเยอะขนาดไหนในหนึ่งมื้อ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เมื่อถึงระดับของพวกเขา ก็ไม่จำเป็นต้องกินอะไรมากมายอีกต่อไป!
ตอนนี้พวกเขามีความรู้ใจกันในระดับที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจ พวกเขาเริ่มใช้รางวัลที่ได้มาตั้งแต่ตอนที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ครั้งแรก นั่นคือ 'ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์' ร่วมกับเสี่ยวอู่มานานแล้ว แม้ว่าลักษณะวิญญาณยุทธ์ของพวกเขาจะไม่เข้ากันเลยก็ตาม แต่รางวัลนี้มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี เพราะมันบีบบังคับให้พวกเขาสามารถผสานพลังกันได้! นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหยุนฉีถึงกล้าเผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวตัวนี้!
เสี่ยวอู่เข้าใจความหมายในสายตาของหยุนฉีเป็นอย่างดี ทันทีที่ใช้วิญญาณยุทธ์สถิตร่าง เธอก็กลายสภาพเป็นแสงสีชมพูอ่อนพุ่งหายเข้าไปในร่างกายของหยุนฉี ร่างกายของหยุนฉีเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง หูกระต่ายสองข้างผุดขึ้นมาบนศีรษะ เส้นผมสีดำสลวยเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในชั่วพริบตา! ดวงตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพู รูปร่างของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก มีเพียงกล้ามเนื้อขาที่ปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายทั่วร่างเปลี่ยนไปในทันที จากพี่ชายข้างบ้านแสนดี กลายเป็นชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ยั่วยวนงั้นหรือ?
หยุนฉีสัมผัสได้ถึงพลังงานที่อัดแน่นจนแทบระเบิดอยู่ภายในร่าง และความรู้สึกพุ่งพล่านที่ไม่มีที่ระบาย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดร่างยักษ์แบบนี้ เขามีแต่ต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น มิฉะนั้น แค่จะเจาะเกราะป้องกันของมันให้เข้าก็ยังเป็นเรื่องยาก!
หยุนฉีเอ่ยกับเสี่ยวอู่ที่อยู่ภายในร่างว่า
"ลุยกันเลย เสี่ยวอู่!"
"รีบจัดการให้จบเร็วๆ นะ! ข้าเหนื่อยมากเลยเวลาอยู่ในสถานะผสานวิญญาณยุทธ์เนี่ย! ถ้าไม่ได้กินแครอทคริสตัลสักยี่สิบหัว ข้าฟื้นตัวไม่ได้แน่!"
หยุนฉียิ้มบางๆ เขาออกแรงถีบตัวทะยานไปข้างหน้า วงแหวนสีเหลืองบนร่างทอประกาย ส่งผลให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน! ปราณกระบี่ของเขาพุ่งตรงไปยังดวงตาของมังกรกระบี่เกราะเหล็ก การจะสังหารเจ้าตัวยักษ์นี่ได้ มีเพียงต้องเล็งไปที่ดวงตาหรือจุดอ่อนด้านหลังเท่านั้น หยุนฉีเลือกโจมตีที่ดวงตา เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเสี่ยวอู่ที่เป็นสัตว์วิญญาณเหมือนกันด้วย!
มังกรกระบี่เกราะเหล็กไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย ขณะที่มันกำลังดื่มน้ำอย่างเงียบๆ ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหามัน ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างกะทันหัน และปรากฏขึ้นอีกครั้งเพื่อทิ่มแทงเข้าที่ดวงตาของมัน!
หยุนฉีฉวยโอกาสตอนที่มังกรกระบี่เกราะเหล็กกำลังชะงักงันด้วยความเจ็บปวด แทงกระบี่ทะลวงเข้าไปในปากของมันอย่างจัง!
ปราณกระบี่แผลงฤทธิ์คลุ้มคลั่งอยู่ภายในเบ้าตาของมังกรกระบี่เกราะเหล็ก! เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปากของมัน ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วมันจะคอยปกป้องจุดอ่อนของตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้จะเจอสัตว์วิญญาณหรือวิญญาจารย์ที่คิดจะฆ่ามัน พวกที่เข้ามาใกล้ก็ไม่อาจทำลายเกราะป้องกันของมันได้ ส่วนพวกที่พอจะทำลายเกราะได้ก็มักจะถูกกระบี่แหลมคมบนหลังของมันทิ่มแทงจากระยะไกลเสียก่อน! มันจึงอดไม่ได้ที่จะแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น!
"ตู้ม!"
เศษใบไม้ร่วงหล่นกระจายไปทั่วทิศ ผิวน้ำในแม่น้ำสายเล็กสั่นกระเพื่อมเป็นวงคลื่น!
เมื่อมองดูมังกรกระบี่เกราะเหล็กที่กำลังคลุ้มคลั่ง หยุนฉีก็กระโดดถอยหลังหลบการกัดของมันไปหลายก้าว ก่อนจะแอ่นตัวหลบการตวัดหางในระยะประชิดได้อย่างฉิวเฉียด!
เมื่อเห็นว่าด้านหลังของมังกรกระบี่เกราะเหล็กเปิดโล่ง หยุนฉีก็ใชัทักษะวิญญาณที่สองของเขาทันที ทักษะวิญญาณนี้ได้มาตอนที่หยุนฉีและเสี่ยวอู่ได้รับความช่วยเหลือจากเอ้อร์หมิงในการสังหาร 'มดกลืนทอง' ที่มีอายุบำเพ็ญเพียรเกือบสามพันปีในป่าใหญ่ซิงโต่ว เนื่องจากมันมีพลังในการเจาะทะลวงที่รุนแรงมาก จึงถูกตั้งชื่อว่า 'ทะลวงขั้วหัวใจ'!
กระบี่ในมือหยุนฉีพุ่งทะยานราวกับงูขาวแลบลิ้น ส่งเสียงขู่ฟ่อแหวกอากาศ แทงตรงไปยังจุดอ่อนด้านหลังอย่างแม่นยำ
แต่มังกรกระบี่เกราะเหล็กมีหรือจะไม่รู้จุดอ่อนของตัวเอง? มันรีบหดหางปิดบังไว้ทันที คมกระบี่จมลึกเข้าไปในร่างของมัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตัวกระบี่ก็ยาวไม่พอที่จะแทงทะลุเข้าไปถึงอวัยวะภายในได้!
เมื่อได้รับบาดเจ็บซ้ำสอง มังกรกระบี่เกราะเหล็กก็ขดตัวม้วนกลม เผยให้เห็นเพียงคมกระบี่ที่แหลมคมบนแผ่นหลัง มันพุ่งกลิ้งเข้าหาหยุนฉีราวกับเม่น เป็นการรีดเร้นพลังโจมตีและป้องกันออกมาจนถึงขีดสุด!
ทว่าการทำเช่นนี้ก็ทำให้มันสูญเสียการมองเห็นไปเกือบทั้งหมดเช่นกัน หยุนฉีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเคลื่อนที่หลบหลีกต่อไป พลางปล่อยปราณกระบี่ที่ผสานกับทักษะวิญญาณที่สองโจมตีใส่มันเป็นระยะ ปราณกระบี่ที่มีคุณสมบัติเจาะเกราะและมีวิถีการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้ เฉือนร่างของมันจนเกิดบาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า!
มังกรกระบี่เกราะเหล็กเองก็ตระหนักว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ แม้ท่าทางคลุ้มคลั่งของมันจะดูน่ากลัว แต่หากปราศจากการมองเห็น มันก็ไม่มีทางโจมตีโดนชายผู้ซึ่งเร่งความเร็วขั้นสุดคนนี้ได้เลย! มันจึงลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วแผดเสียงคำรามกึกก้องกังวาน มันฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส สลัดกระบี่แหลมคมบนหลังให้หลุดออกจากร่างทีละเล่ม แล้วพุ่งเข้าใส่หยุนฉีโดยตรง
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!"
กระบี่แหลมคมพุ่งเฉียดร่างหยุนฉีไปมาอย่างต่อเนื่อง ภาพตรงหน้าทำเอาเขาแทบช็อก สัตว์วิญญาณตัวนี้เล่นไม่ซื่อเอาเสียเลย มันเล่นยิงกระบี่บนหลังออกมาเป็นชุดราวกับห่ากระสุนปืนกล หยุนฉีต้องคอยใช้ 'ฝีเท้าเงาพราย' และ 'เนตรปีศาจสีม่วง' เพื่อหลบหลีกคมกระบี่เหล่านั้น ทว่ากระบี่พวกนี้กลับเหมือนมีระบบนำวิถีติดอยู่! เขาไม่สามารถสลัดพวกมันให้หลุดพ้นได้เลย
ใบหน้าของหยุนฉีมืดครึ้มลง วงแหวนวิญญาณวงที่สามทอแสงสว่างวาบ เงากระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้า พาเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ใช่แล้ว! ทักษะวิญญาณที่สามของหยุนฉี 'กระบี่เหินนภา' ได้มาจากอสรพิษหงอนไก่หัวหงส์ในป่าใหญ่ซิงโต่ว ซึ่งเป็นสัตว์วิญญาณที่มีความสามารถในการบินอันยอดเยี่ยม และยังช่วยเสริมพลังให้กับวิญญาณยุทธ์ของเขาได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย!
เมื่อเห็นว่ากระบี่เหล่านั้นยังคงตามรังควานไม่เลิกแม้ว่าเขาจะบินขึ้นฟ้าแล้ว หยุนฉีจึงตัดสินใจเด็ดขาด บินพุ่งทะยานเข้าหามังกรกระบี่เกราะเหล็กโดยตรงพร้อมกับลากฝูงกระบี่ที่ไล่ตามหลังมาด้วย ปลายกระบี่ยาวในมือชี้ตรงไปยังเป้าหมาย
เมื่อเห็นหยุนฉีพุ่งตรงมาหาอย่างรวดเร็ว มังกรกระบี่เกราะเหล็กที่กลัวว่าจะถูกแทงเข้าที่ตาอีก จึงรีบหลับตาทั้งสองข้างลง ใช้เปลือกตาที่หนาเตอะราวกับแร่หินขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง
แต่หยุนฉีจะยอมให้เรื่องมันจบง่ายๆ แบบนั้นหรือ? เมื่อเข้าประชิดตัวมังกร หยุนฉีก็ใช้ทักษะกระบี่เหินนภาหยุดชะงักกลางอากาศกะทันหันแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนทันที ฝูงกระบี่แหลมคมที่ไล่ตามหลังมาเลี้ยวหลบไม่ทัน จึงพุ่งเข้ากระแทกร่างของมังกรกระบี่เกราะเหล็กทีละเล่มๆ! แม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่มันก็ช่วยสกัดกั้นรูปแบบการโจมตีของเจ้ามังกรได้สำเร็จ!
ตอนนี้ มันก็เป็นแค่เป้านิ่งที่มีพลังป้องกันมหาศาลเท่านั้น!
ขณะที่หยุนฉีกำลังจะลงมือ เสี่ยวอู่ก็รีบเอ่ยเตือน
"พี่ ข้าใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว พลังวิญญาณในร่างข้าใกล้จะหมดแล้ว!"
สีหน้าของหยุนฉีกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
"เสี่ยวอู่ รีบจบเรื่องนี้กันเถอะ ใช้กระบวนท่านั้นเลย!"
"ตกลงค่ะ พี่!"
แน่นอน! ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำร่างกายของคนสองคนมารวมกันเท่านั้น
หยุนฉีชูหยิบกระบี่ยาวในมือขึ้นสูงแล้วตวัดกวัดแกว่งอย่างรุนแรง วิญญาณยุทธ์ของเขาแปรสภาพเป็นเงากระบี่ขนาดยักษ์สีม่วงดำ ฟันแสงกระบี่ที่ยาวกว่าสิบเมตรออกไปตรงๆ ทุกที่ที่ปราณกระบี่พาดผ่านได้สลักลึกเป็นรอยแยกขนาดมหึมา
ชักกระบี่ดุจสายฟ้าฟาด บั่นคอให้ขาดในชั่วพริบตา
ท่ามกลางสายตาอันสิ้นหวังของมังกรกระบี่เกราะเหล็ก แสงกระบี่นั้นได้บากผ่านลำคอของมัน ตัดผ่าแม่น้ำที่อยู่เบื้องหลัง ต้นไม้รอบด้านถูกตัดขาดอย่างหมดจดก่อนจะโค่นล้มลงมาเสียงดังสนั่น!
และร่างของหยุนฉีก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กระแทกพื้นอย่างแรงในจุดที่ไม่ไกลนัก!
"ตึง!"
ร่างของหยุนฉีกระแทกพื้นจนฝุ่นควันฟุ้งกระจาย!
เสี่ยวอู่คืนร่างกลับมาเป็นแสงสีชมพูอ่อนและผละออกจากร่างของหยุนฉี เธอทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้นพลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่!