เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 วิกฤตศิษย์รับใช้ สำรวจรังแม่

บทที่ 18 วิกฤตศิษย์รับใช้ สำรวจรังแม่

บทที่ 18 วิกฤตศิษย์รับใช้ สำรวจรังแม่


บทที่ 18 วิกฤตศิษย์รับใช้ สำรวจรังแม่

ผู้บ่มเพาะพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับแปด ถือว่าเป็นตัวตนในระดับปลายของขั้นรวบรวมลมปราณ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งอย่างมากในหมู่ผู้บ่มเพาะพลังระดับเดียวกัน เป็นจุดแบ่งแยกความแข็งแกร่งที่ชัดเจนจากขั้นต้นและขั้นกลางของขั้นรวบรวมลมปราณ

ขั้นรวบรวมลมปราณระดับหนึ่งถึงสาม หรือที่เรียกกันว่าขั้นต้น คือระดับของศิษย์รับใช้ในสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์

ผู้บ่มเพาะพลังในระดับนี้ เป็นเหมือนวัวเหมือนม้าในสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ตายไปก็ไม่มีใครสนใจ

ส่วนขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ถึงหก คือขั้นกลาง ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ดูแลศิษย์รับใช้สายนอก แม้จะเป็นวัวเป็นม้าเหมือนกัน แต่ก็มีสถานะสูงขึ้นมาหน่อย ปกติสำนักจะไม่ลงมือฆ่าทิ้งโดยตรง

ส่วนขั้นรวบรวมลมปราณระดับเจ็ดถึงเก้า ถือเป็นกลุ่มหัวกะทิของสายนอก

หากมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ หรือสร้างผลงานโดดเด่น หรือผ่านการทดสอบในการประลองสายนอกประจำปี ก็มีโอกาสได้เลื่อนขั้นเข้าไปอยู่ในสายใน

มีเพียงศิษย์สายในเท่านั้น ที่ถือว่าเป็นศิษย์ที่แท้จริงของสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ ได้รับสิทธิพิเศษที่ดีที่สุด

ยอดเขาเก็บสมุนไพรและห้องหลอมโอสถของสายนอก ล้วนมีหน้าที่รับใช้ศิษย์สายในเหล่านี้

ศิษย์สายในไม่ต้องมานั่งทำงานพวกนี้ มีหน้าที่แค่เสวยสุขกับทรัพยากรชั้นยอด แล้วมุ่งเน้นไปที่การทะลวงระดับก็พอ

ส่วนศิษย์สายนอกอย่างพวกเขา ก็มีหน้าที่แบกรับภาระและทำงานหนักเพื่อคนพวกนั้น

ตอนนี้เขาเพิ่งอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม แม้จะมีเคล็ดวิชาสุดพิเศษ และมีพลังวิญญาณระดับเจ็ด แต่หากนำไปเทียบกับผู้บ่มเพาะพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับแปด ช่องว่างมันก็กว้างใหญ่เกินไป

"เจ้าวางใจเถอะ ข้ารู้ตัวดี ช่วงนี้ก็ให้เจ้าทนลำบากไปก่อนนะ"

หลี่อันถอนหายใจเบาๆ

รสชาติของการเป็นวัวเป็นม้าให้คนอื่น หลี่อันในชาติที่แล้วเคยซาบซึ้งกับมันมาอย่างลึกซึ้ง

เมื่อได้ยินถ้อยคำห่วงใยจากหลี่อัน หัวใจของหลานเยว่เอ๋อร์ก็อบอุ่นขึ้นมา

"พี่หลี่ แม้ข้าจะเซ็นสัญญากับท่านอาจารย์ แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่ทุ่มเทฝึกฝนข้าอย่างเต็มที่หรอก"

พูดพลาง นางก็ล้วงเอาสำเนาวิชาหลอมโอสถสองเล่มออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้หลี่อัน

"ท่านลองดูนี่สิ วิชาหลอมโอสถระดับมนุษย์! หากฝึกสำเร็จ จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถได้ถึงสามส่วนเชียวนะ!"

เมื่อมองดูสมุดสองเล่มในมือหลานเยว่เอ๋อร์ ดวงตาของหลี่อันก็สว่างวาบขึ้นมาทันที

วิชาหลอมโอสถ!

นี่คือหัวใจสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นนักหลอมโอสถ!

ของดีแบบนี้ เป็นสิ่งที่นักหลอมโอสถไร้อาจารย์ได้แต่ฝันถึงเท่านั้น!

และเมื่อเขาได้เป็นนักหลอมโอสถแล้ว หากหลอมล้มเหลว ก็ยังมีเตาหลอมหยินหยางคอยหลอมรวมเป็นหลักประกัน แต่ถ้าหลอมสำเร็จ เมื่อนำไปหลอมรวม คุณภาพของโอสถก็จะก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาล!

นั่นเทียบเท่ากับระดับการเป็นนักหลอมโอสถของเขา เหนือชั้นกว่านักหลอมโอสถคนอื่นๆ ไปไกลถึงหนึ่งหรือสองระดับเลยทีเดียว!

ในอนาคตการหาทรัพยากรภายนอกก็จะง่ายขึ้นมาก!

เพราะเจ้าจะทำตัวไม่เห็นหัวนักหลอมโอสถระดับเก้าก็ได้ แต่นักหลอมโอสถระดับแปด หรือระดับเจ็ด ต่อให้อยู่ในสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังต้องให้ความเกรงใจอยู่บ้าง!

"สองเล่มนี้ ข้าแอบคัดลอกมาตอนที่กำลังศึกษาอยู่ พี่หลี่ลองเอาไปศึกษาดูนะ รอให้อีกสักพัก ท่านอาจารย์สอนวิธีหลอมโอสถอย่างเป็นทางการแล้ว ข้าจะมาหาท่านอีก!"

หลานเยว่เอ๋อร์ไม่ได้อยู่นาน นางรีบหันหลังเดินจากไปทันที

และหลังจากนางเดินจากไป สายตาของหลี่อันก็พุ่งเป้าไปที่สมุดทั้งสองเล่มทันที

วิชาหลอมโอสถสมปรารถนา!

วิชาหลอมโอสถฮุนหยวน!

ล้วนเป็นวิชาหลอมโอสถระดับมนุษย์ทั้งสิ้น

นักหลอมโอสถคนอื่นๆ อาจจะพอใจกับมันมาก แต่หลี่อันที่มีเตาหลอมหยินหยาง ย่อมมองไม่เห็นวิชาหลอมโอสถทั้งสองเล่มนี้อยู่ในสายตา

ขอเพียงหาวิชาหลอมโอสถระดับมนุษย์มาได้อีกสักเล่ม ก็น่าจะหลอมรวมจนได้วิชาหลอมโอสถระดับปฐพีมาครองแล้ว!

และวิชาหลอมโอสถระดับปฐพีนั้น จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถได้ถึงสี่ส่วน แถมคุณภาพของโอสถก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก!

ตอนนี้จิตวิญญาณของเขามาถึงขั้นสำเร็จวิชาระดับเล็กแล้ว ถือว่ามีคุณสมบัติในการหลอมโอสถแล้ว หากทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ได้ ก็จะสามารถเริ่มรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบวิญญาณ เพื่อเตรียมทดลองหลอมโอสถได้เลย!

"ไฟปฐพีเป็นของวิเศษที่มีแต่ในห้องหลอมโอสถระดับปฐพีและระดับสวรรค์เท่านั้น หากครั้งนี้สามารถครอบครองมันได้ การจะได้เป็นนักหลอมโอสถระดับเก้า ก็ถือเป็นเรื่องที่แน่นอนราวกับตอกตะปูปิดฝาโลง!"

หลี่อันพึมพำกับตัวเอง ใบหน้ายิ่งฉายแววตื่นเต้น

ไฟปฐพีมีประโยชน์ต่อการหลอมโอสถอย่างมหาศาล แต่เพราะมันหายากและมีค่ามาก นักหลอมโอสถทั่วไปจึงไม่มีสิทธิ์ได้สัมผัส

ส่วนงูเงินเมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของหลี่อัน ก็ส่ายหัวเบาๆ

ช่วงนี้มันคอยเลื้อยตามหาเศษโอสถที่มีพลังวิญญาณตกค้างมากินอยู่ตลอด จึงรู้ดีว่าการจะก้าวขึ้นเป็นนักหลอมโอสถนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

ด้วยระดับพลังของหลี่อันในตอนนี้ ดีใจเร็วเกินไปหน่อยล่ะมั้ง

และขณะที่หลี่อันกำลังเตรียมจะเปิดอ่านวิชาหลอมโอสถทั้งสองเล่มเพื่อปูพื้นฐาน จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามา เขาจึงรีบยัดสมุดทั้งสองเล่มเก็บลงในอกเสื้อ

"หลี่อัน!"

น้ำเสียงขุ่นเคืองดังมาจากนอกห้อง เมื่อหลี่อันเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นผู้ดูแลจ้าวเดินหน้าตึงเข้ามา

"ผู้ดูแลจ้าว? มีธุระอะไรหรือขอรับ?"

หลี่อันทำความเคารพอย่างเรียบง่าย ก่อนจะเอ่ยถามตรงๆ

"เจ้ากลับมาเร็วขนาดนี้เชียวหรือ? ทำความสะอาดเศษโอสถในห้องหลอมหมดหรือยัง? หากไปทำให้เหล่านักหลอมโอสถผู้มีเกียรติขัดเคืองใจ เจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม?"

เดิมทีผู้ดูแลจ้าวตั้งใจจะแอบตามหลี่อันไปดูว่า จะเจอเศษโอสถที่มีสรรพคุณอยู่อีกไหม แต่ดันหาตัวเขาไม่เจอ

ตอนนี้หลานเยว่เอ๋อร์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการจะก้าวขึ้นเป็นนักหลอมโอสถ เขาเองยังแทบไม่ได้พักผ่อนเลย แล้วหลี่อันมีสิทธิ์อะไรมาแอบอู้ในห้อง?

"ผู้ดูแลจ้าว ห้องหลอมโอสถทุกห้อง ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วขอรับ..."

หลี่อันยังพูดไม่ทันจบ ผู้ดูแลจ้าวก็พูดขัดขึ้นมาทันที

"แล้วเศษโอสถล่ะ? เศษโอสถที่เจ้าทำความสะอาดเอาไปทิ้งหมดแล้วหรือ?"

เขาจำคำพูดของหลานเยว่เอ๋อร์ได้ขึ้นใจว่า ตอนนี้นางต้องการเศษโอสถไปศึกษา

ดูเหมือนว่าหลี่อันจะทำความสะอาดห้องหลอมได้เร็วเอาการ ต้องใช้ประโยชน์จากเขาให้คุ้มค่าเสียหน่อย

ของพรรค์นี้ ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ

เมื่อหลี่อันได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป นึกขึ้นได้ว่าหลานเยว่เอ๋อร์ให้ถุงเศษโอสถมา

ดูท่าต่อไปจะเอามาหลอมรวมตรงๆ ไม่ได้แล้ว ทางที่ดีควรเอาไปให้ผู้ดูแลจ้าวผู้นี้ก่อน

ยังไงซะเดี๋ยวมันก็จะกลับมาอยู่ในมือเขาอยู่ดี

ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นนักหลอมโอสถ อย่าเพิ่งสร้างปัญหาจะดีกว่า รอให้มีพลังมากพอและได้เป็นนักหลอมโอสถแล้ว ค่อยมาคิดบัญชีแค้นกับเขาทีหลัง

ในฐานะผู้ดูแลสายนอก ผู้ดูแลจ้าวย่อมมีเส้นสายอยู่ไม่น้อย

"เศษโอสถของวันนี้จัดการไปแล้วขอรับ แต่ในเมื่อผู้ดูแลจ้าวสั่งมา พรุ่งนี้..."

ผู้ดูแลจ้าวยังคงไม่ปล่อยให้หลี่อันพูดจบ เขาส่งเสียงฮึดฮัดแล้วพูดว่า

"ไม่ต้องรอพรุ่งนี้แล้ว เมื่อกี้ตอนที่จางซานกำลังทำความสะอาดเศษโอสถ เขาถูกพิษกำเริบจนตายไปแล้ว ในเมื่อเจ้าว่าง ก็ไปจัดการเอาศพไปทิ้งที่เขาหลังซะ!"

หลี่อันลอบถอนหายใจ

แม้เขาเพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน แต่ก็พอมีความทรงจำเกี่ยวกับจางซานอยู่บ้าง เขาเป็นคนซื่อๆ ขยันขันแข็ง ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ คล้ายคลึงกับเจ้าของร่างเดิมมาก

มุ่งมั่นแสวงหาวิถีแห่งเต๋า ยอมทำความสะอาดเตาหลอมให้ศิษย์คนอื่นๆ อย่างลับๆ เพื่อหาศิลาวิญญาณเพิ่ม จะได้มีทุนรอนในการบ่มเพาะพลัง

แม้จะหาศิลาวิญญาณได้มากขึ้น แต่พิษโอสถในกายก็ยิ่งสะสมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะต้องมาตายกะทันหันแบบนี้!

"ต่อไปนี้หน้าที่ของจางซาน เจ้าก็รับไปทำแทนก่อนนะ แล้วอย่าลืมเอาเศษโอสถมาส่งทุกวันด้วยล่ะ!"

ผู้ดูแลจ้าวสั่งความเสร็จ ก็หันหลังเดินจากไป

หลี่อันเพิ่งจะเดินออกจากห้อง เพื่อไปจัดการศพของจางซาน งูเงินก็ส่งสัมผัสวิญญาณมาให้เขาทันที

"เขาหลัง... รังของท่านแม่ข้าก็อยู่ที่เขาหลังเหมือนกัน..."

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่อันก็รีบประสานอินกระตุ้นพลังวิญญาณ ใช้พลังจิตวิญญาณห่อหุ้มตัวงูเงินเอาไว้ แล้วรีบยัดมันลงไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว

ในเมื่อเป็นทางผ่าน เดี๋ยวค่อยแวะไปดูก็ได้ จะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกตของศิษย์คนอื่นๆ ด้วย

...

ไม่นาน หลี่อันก็เดินทางมาถึงห้องหลอมโอสถหมายเลขปิ่ง

ร่างของจางซานนอนสงบนิ่งอยู่ที่นั่น เสื้อผ้าของเขาหลุดลุ่ย เห็นได้ชัดว่าถูกค้นตัวเพื่อหาของมีค่าไปแล้ว

เมื่อมองไปที่ถุงใส่เศษโอสถ ก็พบว่ามันถูกเอาไปแล้ว คนที่ฉกของดูต่างหน้าของจางซานไป ก็น่าจะเป็นผู้ดูแลจ้าวนั่นแหละ

เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นจนชินตาในสายนอก เหมือนกับแร้งทึ้งซากศพนั่นแหละ

แต่ทว่า วินาทีต่อมา เมื่อสายตาของหลี่อันตกลงไปที่ร่างของจางซาน คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

จางซานถูกพิษลึกจริงๆ แต่เขาไม่ได้ตายเพราะพิษ เขาตายเพราะถูกฝ่ามือกระแทกจนชีพจรหัวใจขาดสะบั้นต่างหาก

หลี่อันหรี่ตาลงทันที

ภาพของผู้ดูแลจ้าวผุดขึ้นมาในหัว

ผู้ดูแลจ้าวคงเริ่มฆ่าหมูเพื่อเอาใจหลานเยว่เอ๋อร์แล้วสิ!

ศิษย์รับใช้ที่ทำงานในสายนอกมาหลายปี ย่อมมีเงินเก็บกันอยู่บ้าง

จางซานคนนี้ก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าจะถูกผู้ดูแลจ้าวหมายหัวเข้าให้แล้ว!

แม้เขาจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับจางซาน แต่ในตอนนี้ก็อดรู้สึกเวทนาไม่ได้

หากเขาไม่มีเตาหลอมหยินหยางคอยช่วยเหลือ ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะไปนอนตายอยู่ที่ไหนแล้ว

บางทีอาจจะน่าเวทนายิ่งกว่าจางซานเสียอีก

และจากที่เขารู้จักผู้ดูแลจ้าว ในเมื่อมันกล้าลงมือกับจางซาน เกรงว่ามันคงคิดจะลงมือกับศิษย์รับใช้คนอื่นๆ ในสายนอกด้วย!

เพราะศิษย์รับใช้ในสายนอก ตายไปก็ไม่มีใครสนใจ ขอแค่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของสายนอก ต่อให้เบื้องบนจะรับรู้ถึงความผิดปกติ ก็มักจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

ท้ายที่สุดแล้ว คนที่จะมาเป็นผู้ดูแลในสายนอกได้ ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่มีเส้นสายกันทั้งนั้น

ใครจะยอมไปขัดใจคนอื่น เพียงเพราะวัวม้าไร้ค่าพวกนี้

หลี่อันไม่รู้ว่าผู้ดูแลจ้าวหมายหัวเขาไว้หรือเปล่า แต่การที่ผู้ดูแลจ้าวเพิ่งจะโยนงานของจางซานมาให้เขาทำ ในระยะเวลาอันสั้นนี้ คงยังไม่ลงมือกับเขาหรอก

เพราะดูเผินๆ แล้ว เขาก็ไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรให้รีดไถ

ไม่นาน หลี่อันก็ส่ายหัว สลัดความคิดทิ้งไป แล้วแบกศพจางซานขึ้นบ่า มุ่งหน้าตรงไปยังเขาหลัง

เขาหลังอยู่ไม่ไกลจากห้องหลอมโอสถนัก

เดินไปได้ประมาณครึ่งชั่วยาม หลี่อันก็มาถึงเขาหลังที่มีเมฆหมอกปกคลุม

เมื่อมาถึงที่นี่ ด้วยประสาทสัมผัสของหลี่อันในตอนนี้ เขาก็สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรได้แล้ว

พวกมันดูเหมือนจะได้กลิ่นอายของเขา โดยเฉพาะกลิ่นอายแห่งความตายจากจางซานที่อยู่บนบ่าของเขา

"ทิ้งศพไว้ที่นี่ เพื่อเบนความสนใจสัตว์อสูรตัวอื่นๆ แล้วรีบไปที่ถ้ำใต้ดินกันเถอะ!"

งูเงินเอ่ยปาก ส่งสัมผัสวิญญาณถึงหลี่อัน

ที่นี่เป็นเพียงบริเวณรอบนอกของเขาหลัง แม้สัตว์อสูรจะไม่ค่อยแข็งแกร่ง แต่ก็มีจำนวนมาก

หากถูกพวกมันเพ่งเล็ง คงต้องเสียเวลาไปมากแน่

หลี่อันพยักหน้า เขาวางศพของจางซานพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่เสียดฟ้า จากนั้นก็วิ่งตรงไปยังโพรงไม้ตามคำแนะนำของงูเงินอย่างรวดเร็ว

ตามที่งูเงินบอก โพรงไม้นั้นเชื่อมต่อกับแม่น้ำใต้ดิน และส่วนลึกของแม่น้ำใต้ดิน ก็คือถ้ำหินปูนที่แม่ของมันอาศัยอยู่

หลี่อันไม่ได้เชื่อใจงูเงินอย่างเต็มร้อย จึงแผ่พลังวิญญาณส่วนหนึ่งไปคุ้มครองมันไว้ ส่วนอีกส่วนก็เตรียมพร้อมรับมือ หากมีอะไรผิดปกติ เขาก็พร้อมจะถอยกลับทันที!

แม้เขาจะอยู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม แต่พละกำลังของเขาก็เทียบชั้นได้กับผู้บ่มเพาะพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่เลยทีเดียว!

จบบทที่ บทที่ 18 วิกฤตศิษย์รับใช้ สำรวจรังแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว