- หน้าแรก
- ศิษย์ห้องเศษโอสถ กับเตาหลอมสรรพสิ่ง
- บทที่ 16 หลอมรวมหญ้าหลอมวิญญาณอายุร้อยปี
บทที่ 16 หลอมรวมหญ้าหลอมวิญญาณอายุร้อยปี
บทที่ 16 หลอมรวมหญ้าหลอมวิญญาณอายุร้อยปี
บทที่ 16 หลอมรวมหญ้าหลอมวิญญาณอายุร้อยปี
ภายใต้สายตาจับจ้องแกมคาดคั้นของหลี่อัน งูเงินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะใช้สัมผัสวิญญาณที่ค่อยๆ ฟื้นคืนมาส่งเสียงสื่อสารกับเขาอย่างแผ่วเบา
"ใกล้ๆ กับเส้นชีพจรพลังวิญญาณธาตุไฟ... มีรังที่ท่านแม่ของข้าเคยสร้างทิ้งไว้... ในนั้นมีไฟปฐพีซ่อนอยู่..."
เมื่อได้ยินคำพูดของงูเงิน หลี่อันก็เข้าใจถึงความคิดและเจตนาของมันทันที
ไฟปฐพีนอกจากจะช่วยในการหลอมโอสถแล้ว ยังมีความลี้ลับอีกมากมาย การชำระล้างพลังวิญญาณและเสริมสร้างรากฐานให้มั่นคง ก็คือหนึ่งในคุณสมบัติของมัน
หากต้องการเป็นผู้บ่มเพาะพลังขั้นสร้างรากฐาน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องสกัดพลังวิญญาณให้ถึงระดับหกให้ได้เสียก่อน
และหากหวังจะสร้างรากฐานในระดับที่สูงกว่านั้น ก็จำเป็นต้องมีพลังวิญญาณระดับสามขึ้นไป
ส่วนตัวเขาในตอนนี้ เพิ่งจะบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณได้ถึงระดับแปดขั้นสูงเท่านั้น
การอาศัยไฟปฐพีมาชำระล้าง เพื่อเสริมรากฐานและสกัดพลังวิญญาณให้บริสุทธิ์ ย่อมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ผู้บ่มเพาะพลังคนอื่นๆ ไม่มีโอสถให้กินมากมายเหมือนเขา จึงไม่อาจทนรับการชำระล้างจากไฟปฐพีได้นานนัก ไม่นานพลังวิญญาณก็จะเหือดแห้งไป
แต่เขามีโอสถ เขาสามารถอาศัยสรรพคุณยามาช่วยพยุงร่างไว้ได้
เพียงแต่... งูเงินตัวนี้คงปิดบังอะไรบางอย่างไว้แน่
หากเรื่องมันง่ายดายปานนั้น งูเงินคงอาศัยไฟปฐพีช่วยยกระดับพลังและความแข็งแกร่งไปตั้งนานแล้ว
คงไม่ย่ำต๊อกอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามอย่างตอนนี้หรอก
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเคลือบแคลงของหลี่อัน งูปีศาจก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
สิ่งที่มันพูดเป็นความจริงทั้งหมด เพียงแต่หลังจากท่านแม่ตายไป พลังของมันยังไม่แกร่งพอ รังของมันจึงถูกพวก 'หนูหางเพลิง' ที่ร้ายกาจกว่ายึดครองไปแล้ว
หนูหางเพลิงมีสัญชาตญาณชอบสถานที่ที่ร้อนระอุมาตั้งแต่เกิด
แม้พละกำลังของหนูหางเพลิงแต่ละตัวจะไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่เพราะสายเลือดพิเศษ พวกมันจึงมีไฟสัตว์อสูรแฝงอยู่ในกายมาแต่กำเนิด และไฟเหล่านี้ก็สามารถผสานเข้าด้วยกันจนเกิดพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวได้
ส่งผลให้พละกำลังของพวกมันพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ยอมทิ้งรัง แล้วหนีหัวซุกหัวซุนออกตระเวนหาทรัพยากรบ่มเพาะพลังแบบนี้หรอก
มันอธิบายเหตุผลให้หลี่อันฟังคร่าวๆ หลี่อันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นอกจากจะสนใจในไฟปฐพีแล้ว เขาก็เริ่มสนใจพวกหนูหางเพลิงขึ้นมาบ้างเช่นกัน
"เล่ามาสิ พวกหนูหางเพลิงมีจำนวนเท่าไหร่? แล้วจ่าฝูงของพวกมัน ตอนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน?"
เมื่อเห็นหลี่อันให้ความสนใจ งูเงินก็รีบคายข้อมูลทั้งหมดที่รู้ให้เขาฟังอย่างไม่ปิดบัง
และหลังจากได้รับฟัง หลี่อันก็พอจะเข้าใจพวกหนูหางเพลิงขึ้นมาบ้าง
หนูหางเพลิงตัวจ่าฝูง มีระดับพลังถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามแล้ว
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากไฟสัตว์อสูรของหนูหางเพลิงตัวอื่นๆ พลังของมันอาจจะพุ่งขึ้นเทียบเท่ากับผู้บ่มเพาะพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่เลยทีเดียว ซึ่งระดับพลังขนาดนี้ แม้แต่ในสำนักสายนอก ก็ถือว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าแล้ว
มีเพียงพวกผู้ดูแลและอัจฉริยะสายนอกเท่านั้นที่จะสามารถกดข่มมันได้อยู่หมัด
แม้ตอนนี้ระดับพลังของเขาจะถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามขั้นสูงสุดแล้ว ซ้ำยังมีพลังจิตวิญญาณระดับแปดขั้นสูงที่แข็งแกร่งกว่าหนุนหลัง ทว่าช่องว่างของระดับพลัง และการผสานพลังของฝูงหนูหางเพลิง...
กลับทำให้หลี่อันต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
วิชาสายเลือดของงูเงินนั้นไม่ธรรมดา แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับหนูพวกนี้ สัตว์อสูรฝูงนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้างูเงินนี่ก็คงจะมีแผนการอื่นแอบแฝงอยู่อีกแน่
เขาเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ และไม่ได้ตอบตกลงร่วมมือกับงูเงินในทันที
"ไฟปฐพี... ข้ากับเจ้าแบ่งกัน..."
งูเงินส่งสัมผัสวิญญาณพยายามเกลี้ยกล่อม หวังให้หลี่อันตกลงร่วมมือ
แต่หลี่อันกลับนิ่งเฉย ทำเพียงแค่โคจรเคล็ดวิชา สกัดพลังวิญญาณและจิตวิญญาณต่อไปเงียบๆ
งูเงินไม่เข้าใจการกระทำของเขาสักนิด "ตอนนี้พลังของเจ้าก็ไม่ธรรมดาแล้ว..."
หากพวกมันร่วมมือกัน ย่อมต้องฆ่าล้างฝูงหนูหางเพลิงจนวิ่งหนีหางจุกตูดได้แน่
หลี่อันคนนี้ จะระแวดระวังตัวเกินไปหน่อยไหม?
ทว่าภายใต้สายตาของมัน หลี่อันกลับทำตัวเหมือนไม่ได้ยินข้อเสนอแนะนั้นเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ซุนเฉียนที่รับศิลาวิญญาณสามก้อนจากหลี่อันไปเมื่อวาน ก็มาถึงที่พักของหลี่อันพร้อมกับแสงอรุณรุ่ง
"สหายหลี่ นี่คือหญ้าหลอมวิญญาณยี่สิบเจ็ดต้น เจ้าลองตรวจสอบดูสิ ซุนเฉียนอย่างข้าทำการค้า ยุติธรรมทั้งเด็กและผู้ใหญ่!"
เมื่อเห็นหลี่อันนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้อง ซุนเฉียนก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ากลิ่นอายของหลี่อัน ดูเหมือนจะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
มันแผ่แรงกดดันจางๆ มาที่เขา!
พลังของหลี่อัน ยกระดับขึ้นอีกแล้วหรือ?
ซุนเฉียนรู้สึกอิจฉาตาร้อน พลางยื่นห่อผ้าให้หลี่อัน
เขาอุตส่าห์ฝึกฝนอย่างยากลำบากอยู่ในสายนอกมาถึงสามปี กว่าจะทะลวงขึ้นเป็นขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามได้ ความเร็วขนาดนี้ในหมู่สายนอกก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
นี่คือทุนรอนที่ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจมาโดยตลอด
แต่ตอนนี้ เมื่อเทียบกับหลี่อัน พรสวรรค์ของเขาดูเหมือนจะธรรมดาไปเลย
หลี่อันปรายตามองซุนเฉียนแวบหนึ่ง ก่อนจะมองเข้าไปในห่อผ้าที่มีหญ้าหลอมวิญญาณปลอมอยู่ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"อืม ของไม่มีปัญหา เจ้าไปได้แล้ว คราวหน้าถ้าข้าต้องการหญ้าวิญญาณอีก ข้าจะไปหาเจ้าแน่นอน!"
เมื่อระดับพลังของเขาก้าวเข้าสู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามขั้นสูงสุด สัมผัสวิญญาณและการรับรู้ของเขาก็เฉียบคมขึ้นมาก
ตั้งแต่ซุนเฉียนเดินมาถึงประตู หลี่อันก็ตรวจสอบหญ้าหลอมวิญญาณปลอมในห่อผ้าดำนั้นจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ว่าพวกมันไม่มีปัญหาอะไร
หญ้าหลอมวิญญาณปลอม แม้จะมีคำว่า 'ปลอม' แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือหญ้าวิญญาณกำมะลอ มันก็แค่เป็นผลผลิตที่ล้มเหลวจากการเพาะปลูกหญ้าหลอมวิญญาณของแท้เท่านั้น
เขามีปราณหยินหยางอยู่ สามารถหลอมรวมพวกมันให้กลายเป็นหญ้าหลอมวิญญาณของแท้ได้อย่างแน่นอน
ส่วนสายตาที่ซุนเฉียนมองมา หลี่อันก็คร้านจะใส่ใจ ตราบใดที่พลังของเขายังสามารถข่มขวัญอีกฝ่ายได้ ซุนเฉียนก็ถือเป็นคู่ค้าที่ดีคนหนึ่ง
"ศิษย์น้องหลี่ เจ้ามีเคล็ดวิชาลับอะไรหรือเปล่า? ทำไมถึงบ่มเพาะพลังได้เร็วขนาดนี้? หากเจ้ายอมบอกความลับนี้ให้ข้ารู้ ข้าจะแถมสมุนไพรที่เจ้าสนใจให้อีก!"
"แถมข้ายังช่วยให้เจ้าไปเป็นเด็กรับใช้เก็บสมุนไพรอยู่ใต้อาณัติของน้าสาวข้าได้ด้วย แม้จะสู้เด็กรับใช้คุมไฟไม่ได้ แต่หากไม่มียอดเขาเก็บสมุนไพรคอยเพาะปลูกและรวบรวมสมุนไพรวิญญาณมาให้ พวกนักหลอมโอสถก็เหมือนแม่ครัวที่ไร้ข้าวสาร จะไปทำอะไรได้ล่ะ?"
ต่อให้ซุนเฉียนจะพยายามหว่านล้อมแค่ไหน หลี่อันก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด ยิ่งในสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์มีคนมาสนใจเขามากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาที่แต่ละยอดเขาของสายในจะเปิดรับศิษย์สายในแล้ว ถึงเวลานั้นหนิงหรงหรงจะต้องมาหาเขาอีกแน่
ดังนั้น เขาต้องรีบเก็บตัวยกระดับพลังให้เร็วที่สุด!
เพื่อถึงเวลานั้น จะได้จัดเซอร์ไพรส์ให้นางแบบไม่ทันตั้งตัว!
"ถ้าเจ้ายอมบอกวิธีที่ทำให้ยกระดับได้เร็วขนาดนี้ แถมมันยังใช้ได้ผลจริงๆ ข้าจะให้น้าสาวมอบหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีของแท้ให้เจ้าต้นหนึ่งเลยเอ้า!"
"นั่นมันของดีของแท้เลยนะ ช่วยยกระดับรากวิญญาณเจ้าได้มากโขเลยเชียวล่ะ!"
ซุนเฉียนซักไซ้อยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้การตอบรับจากหลี่อัน จึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วหันหลังเดินจากไปด้วยความเสียดาย
และเมื่อซุนเฉียนเดินลับสายตาไป หลี่อันก็รีบหันมาสนใจหญ้าหลอมวิญญาณตรงหน้าทันที!
[พบหญ้าหลอมวิญญาณที่ผลัดเปลี่ยนล้มเหลวจำนวนยี่สิบเจ็ดต้น ต้องการใช้ปราณหยินหยางเก้าสาย นำมาหลอมรวมกันทีละสามต้น เพื่อให้กลายเป็นหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีจำนวนเก้าต้นหรือไม่?]
หญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปี!
หญ้าหลอมวิญญาณระดับนี้ แม้จะต่ำต้อย แต่มันก็เริ่มมีสรรพคุณในการช่วยยกระดับรากวิญญาณได้แล้ว!
หลี่อันย่อมไม่ลังเลที่จะกดตกลงทันที
เพราะหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีนั้นหาได้ยากยิ่ง ปลูกลงแปลงนาวิญญาณหนึ่งแปลง ส่วนใหญ่มักจะมีหญ้าหลอมวิญญาณที่ผลัดเปลี่ยนสำเร็จเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น
ส่วนหญ้าต้นอื่นๆ แทบจะไร้ค่าไปเลย
และหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปี ก็ถูกคัดสรรและเพาะพันธุ์มาจากหญ้าหลอมวิญญาณที่ผลัดเปลี่ยนสำเร็จเหล่านี้นี่แหละ
เรียกได้ว่า ต่อให้เป็นยอดเขาเก็บสมุนไพร สมุนไพรวิญญาณชนิดนี้ก็ยังเป็นของหายาก!
ทว่า หลี่อันรู้สึกว่ากายาของตนนั้นย่ำแย่เกินไป ต่อให้หญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปี จะช่วยผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นให้กับผู้บ่มเพาะพลังทั่วไปได้ แต่สำหรับเขาแล้ว เกรงว่ามันคงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่!
บางทีอาจจะต้องยกระดับอายุของหญ้าหลอมวิญญาณให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย จึงจะสามารถทำให้รากวิญญาณของเขา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้
หากรากวิญญาณถูกยกระดับ ความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณก็จะเพิ่มขึ้น และระดับของพลังวิญญาณก็จะได้รับการยกระดับตามไปด้วย
ดังนั้น ภายใต้การจ้องมองของหลี่อัน หญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีทั้งเก้าต้นก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา จากนั้นปราณสีดำและขาว ก็พวยพุ่งขึ้นมาเบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง
[พบหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีจำนวนเก้าต้น ต้องการใช้ปราณหยินหยางสิบสองสาย นำมาหลอมรวมกันทีละสามต้น เพื่อให้กลายเป็นหญ้าหลอมวิญญาณอายุห้าสิบปีจำนวนสามต้นหรือไม่?]
[ปราณหยินหยางปัจจุบัน: แปดสิบสี่สาย!]
ปราณหยินหยางสิบสองสาย!
เมื่อเทียบกับหญ้าหลอมวิญญาณที่ไม่เข้าขั้นที่ต้องใช้ปราณหยินหยางเพียงหนึ่งสาย
จำนวนปราณหยินหยางที่ใช้หลอมรวมหญ้าหลอมวิญญาณอายุสิบปีนั้น เพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าตัว
แต่เมื่อการหลอมรวมสิ้นสุดลง แสงวิญญาณก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่อันอย่างรวดเร็ว จากนั้นหญ้าหลอมวิญญาณที่เปล่งประกายแสงดาวระยิบระยับจำนวนสามต้น ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เพียงแค่ได้อาบแสงดาวนั้น รากวิญญาณของเขาก็รู้สึกเหมือนต้นไม้แก่ที่กำลังผลิใบใหม่
หญ้าหลอมวิญญาณที่ผ่านการหลอมรวมมาแล้วถึงสองครั้ง สามารถสร้างประโยชน์และทำให้รากวิญญาณของเขาเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแท้จริง
หลี่อันดีใจสุดขีด
หากรากวิญญาณของเขาถูกยกระดับมาตั้งแต่แรก ตอนนี้ระดับพลังของเขาคงพุ่งไปถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่แล้ว ไม่ใช่แค่ระดับสาม
เพราะรากวิญญาณของเขาย่ำแย่เกินไป จึงทำให้สูญเสียสรรพคุณของโอสถไปตั้งมากมาย
แต่ทว่า หลังจากลังเลใจอยู่ชั่วครู่ หลี่อันก็ไม่ได้กินหญ้าหลอมวิญญาณอายุห้าสิบปีทั้งสามต้นนี้ในทันที แต่ตัดสินใจที่จะหลอมรวมพวกมันต่อไปอีกครั้ง!
เพราะยิ่งหญ้าหลอมวิญญาณมีอายุมากเท่าไหร่ สรรพคุณก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น!
สู้ทุ่มสุดตัวไปเลยในคราวเดียวดีกว่า
รากวิญญาณคือรากฐานของผู้บ่มเพาะพลัง แม้เขาจะมีกายาเอกาหยางสุดพิเศษแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจชดเชยผลกระทบด้านลบที่เกิดจากรากวิญญาณได้
[พบหญ้าหลอมวิญญาณอายุห้าสิบปีจำนวนสามต้น ต้องการใช้ปราณหยินหยางสิบสองสาย เพื่อหลอมรวมเป็นหญ้าหลอมวิญญาณอายุหนึ่งร้อยปีจำนวนหนึ่งต้นหรือไม่?]
[ปราณหยินหยางปัจจุบัน: เจ็ดสิบสองสาย!]
หลี่อันกัดฟัน แล้วกดตกลงทันที!
แม้จะผลาญปราณหยินหยางไปมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หญ้าหลอมวิญญาณอายุร้อยปี เกรงว่าคงมีให้เห็นแค่ในสายนอกเท่านั้น เพื่อมอบให้แก่ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศโดยเฉพาะ
แต่ตอนนี้ เขาอาศัยเตาหลอมหยินหยาง หลอมมันออกมาได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อแสงวิญญาณอันเจิดจ้าบาดตาปรากฏขึ้น บนใบหน้าของหลี่อันก็เผยให้เห็นความกระหายอยากออกมาทันที
มันคือหญ้าหลอมวิญญาณที่เปล่งประกายแสงวิญญาณอันเข้มข้น เพียงแค่ปรายตามอง ก็ยากที่จะละสายตาไปจากมันได้
หลี่อันสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นก็กลืนมันลงท้องไปอย่างรวดเร็ว
ของวิเศษพรรค์นี้ ขืนเก็บไว้นานจะเป็นภัย หากปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นถูกศิษย์คนอื่นสัมผัสได้ ถึงเวลานั้นเขาคงต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
เมื่อหญ้าหลอมวิญญาณตกถึงท้อง พลังวิญญาณอันมหาศาลก็หลั่งไหลพลุ่งพล่านราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก ทะลวงผ่านเส้นชีพจรต่างๆ และไปบรรจบกันที่รากวิญญาณ
รากวิญญาณระดับเหลืองขั้นต่ำของเขา ภายใต้การหล่อเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณอันเข้มข้นนี้ จากที่เคยหม่นหมองไร้แสง ก็พลันเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับไข่มุกเม็ดงาม
ระดับของมันกำลังถูกยกระดับขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
และเมื่อระดับเพิ่มสูงขึ้น หลี่อันก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ความเข้ากันได้ระหว่างตัวเขากับพลังวิญญาณ ก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
หากเปรียบเทียบว่าก่อนหน้านี้ เขาเพียงแค่สัมผัสถึงพลังปราณได้จางๆ มาตอนนี้ เมื่อรากวิญญาณถูกยกระดับอย่างต่อเนื่อง เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่ขาดสายแล้ว!