เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: ถ้ำหล่อหลอมกระดูกและคลื่นใต้น้ำ

บทที่ 5: ถ้ำหล่อหลอมกระดูกและคลื่นใต้น้ำ

บทที่ 5: ถ้ำหล่อหลอมกระดูกและคลื่นใต้น้ำ


บทที่ 5: ถ้ำหล่อหลอมกระดูกและคลื่นใต้น้ำ

ผู้อาวุโสสิงเถี่ยเป็นคนทำอะไรรวดเร็วเด็ดขาด เพียงไม่กี่วัน เมื่อเห็นว่าลู่หยวนสามารถจดจำเส้นทางการเดินลมปราณของ 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายาหินผา' และแก่นแท้ของ 'ท่วงท่าหินผา' ได้ในเบื้องต้นแล้ว เขาก็ตัดสินใจพาลู่หยวนไปยังสถานที่บำเพ็ญเพียรที่สำคัญที่สุดของตำหนักหล่อหลอมกายา—ถ้ำหล่อหลอมกระดูก

"ลู่หยวน วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปสัมผัสว่าความทุกข์ทรมานที่แท้จริงของการฝึกกายานั้นเป็นอย่างไร" สีหน้าของผู้อาวุโสสิงเถี่ยจริงจังและเคร่งขรึม "ถ้ำหล่อหลอมกระดูกตั้งอยู่ในจุดที่พลังปราณมารแห่งชีพจรปฐพีไหลมารวมกันที่ภูเขาด้านหลัง ลมหยินปฐพีที่อยู่ภายในนั้นสามารถแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก ขูดกระดูกและหล่อหลอมเส้นเอ็น มันเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่ากลับมีสรรพคุณวิเศษสำหรับผู้ฝึกกายาอย่างพวกเราในการขัดเกลารากฐานและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแกร่ง เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเข้าไป จงรักษาจิตใจให้มั่นคง หากทนไม่ไหวก็ให้รีบถอยออกมาทันที อย่าได้ฝืนตัวเองเด็ดขาด!"

"ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ" ลู่หยวนพยักหน้า ทว่าภายในใจกลับสั่นไหว ลมหยินปฐพีอย่างนั้นหรือ? เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า 'วังวนโกลาหล' ของเขาจะสามารถสกัดกลั่นพลังงานด้านลบของฟ้าดินชนิดนี้ได้หรือไม่

ทางเข้าถ้ำหล่อหลอมกระดูกนั้นทั้งลึกและแคบ ก่อนจะก้าวเข้าไป ความหนาวเย็นที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกก็พุ่งเข้าปะทะร่าง ทำเอาผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าของลู่หยวนลุกซู่ด้วยความหนาวเหน็บในทันที ศิษย์ของตำหนักหล่อหลอมกายาหลายคนกำลังโคจรปราณและเลือดลมอยู่บริเวณปากถ้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไป เมื่อเห็นผู้อาวุโสสิงเถี่ยและลู่หยวน พวกเขาก็ล้วนประสานมือคำนับเพื่อทักทาย

"เข้าไปเถอะ พวกเจ้าแต่ละคนจงหาสถานที่ที่เหมาะสมในการบำเพ็ญเพียร และจงทำตามกำลังของตนเอง" ผู้อาวุโสสิงเถี่ยกำชับก่อนจะเดินนำเข้าไปในถ้ำ

ลู่หยวนเดินตามไปติดๆ ทันทีที่เข้าไปในถ้ำ แสงสว่างก็มืดลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิก็ลดฮวบลงเช่นกัน ความหนาวเย็นนี้ไม่ใช่อุณหภูมิที่ลดต่ำลงแบบธรรมดา แต่เป็นพลังปราณมารหยินชนิดหนึ่งที่สามารถแทรกซึมผ่านเนื้อหนังและบุกรุกเข้าสู่ไขกระดูกได้โดยตรง กระแสอากาศสีเทาจางๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่คือลมหยินปฐพี

ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ ลมหยินก็ยิ่งทวีความเสียดแทงมากขึ้นเท่านั้น ศิษย์บางคนนั่งขัดสมาธิอยู่ในบริเวณที่ไม่ลึกมากนัก ปราณและเลือดลมของพวกเขาพลุ่งพล่านจนผิวหนังกลายเป็นสีแดงก่ำ พวกเขากำลังต่อต้านการกัดกร่อนของลมหยินด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวจากความเจ็บปวด

ลู่หยวนลองเดินลึกเข้าไปอีกสองสามก้าวแล้วหามุมสงบที่ไม่มีคนอยู่มุมหนึ่ง เขาไม่ได้เร่งเร้า 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมกายาหินผา' อย่างเต็มกำลังในทันที แต่กลับแยกสายลมหยินปฐพีสายเล็กๆ สายหนึ่งออกมา แล้วค่อยๆ ชักนำมันเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างระมัดระวัง

"ซี่!"

สายลมหยินนั้นทะลวงเข้าสู่ร่างกายราวกับเข็มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเส้นลมปราณ นำมาซึ่งความเจ็บปวดแสนสาหัสและความหนาวเหน็บที่จับขั้วหัวใจ ทว่า เมื่อสายลมหยินสายนี้ไหลเวียนไปใกล้กับจุดตันเถียน วังวนโกลาหลที่หมุนวนอย่างเชื่องช้ามาตลอดก็ราวกับสัตว์เทวะเถาเที่ยจอมตะกละที่สัมผัสได้ถึงอาหารอันโอชะ จู่ๆ มันก็เร่งความเร็วในการหมุน สร้างแรงดูดมหาศาลที่กลืนกินสายลมหยินปฐพีเข้าไปในชั่วพริบตา!

กระแสพลังสีทองหม่นสายหนึ่ง ซึ่งเย็นเยียบยิ่งกว่าพลังที่เปลี่ยนมาจากปราณและเลือดลมแต่กลับบริสุทธิ์ไม่แพ้กัน ได้ไหลรินออกจากวังวนแล้วหลอมรวมเข้ากับกระดูกของเขา ลู่หยวนสัมผัสได้ว่ากระดูกแขนบริเวณที่กระแสพลังไหลไปรวมกันนั้น รู้สึกถึงความหนาวเย็นที่บาดลึกถึงกระดูกในคราแรก ตามมาด้วยความรู้สึกมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างบอกไม่ถูก!

"ได้ผลจริงๆ ด้วย!" ลู่หยวนดีใจจนแทบเนื้อเต้น วังวนโกลาหลสามารถสกัดกลั่นลมหยินปฐพีได้จริงๆ! ยิ่งไปกว่านั้น พลังงานที่ถูกเปลี่ยนมานั้น ดูเหมือนจะมีผลอย่างมากในการหล่อหลอมกระดูกเป็นพิเศษ

เขาไม่ลังเลอีกต่อไปและเริ่มดูดซับลมหยินปฐพีอย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจ เขาปล่อยให้ปราณและเลือดลมยังคงพลุ่งพล่านอยู่ภายนอกร่างกาย ทำให้ดูราวกับว่าเขากำลังดิ้นรนต่อต้านอย่างยากลำบาก ทว่า ลมหยินส่วนใหญ่ที่บุกรุกเข้าสู่ร่างกายของเขานั้น กลับถูกวังวนโกลาหลเปลี่ยนสภาพไปอย่างเงียบๆ ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคนอื่นๆ ซึ่งต้องพึ่งพาเพียงปราณและเลือดลมในการทนรับอย่างเทียบไม่ติด

ในขณะที่ลู่หยวนกำลังดื่มด่ำกับความปิติยินดีในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนี้ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากนอกถ้ำ ปะปนมากับเสียงสบถด่าอย่างเย่อหยิ่ง

"หลีกไป ถอยไปให้พ้น! ตาบอดหรือไงไม่เห็นหรือว่าศิษย์พี่จ้าวของพวกเรากำลังจะมาบำเพ็ญเพียร? คนของตำหนักหล่อหลอมกายาอย่างพวกเจ้ามาจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุดไปทำไมกัน?"

ลู่หยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาตั้งสติแล้วมองไปทางปากถ้ำ เขาเห็นศิษย์ขั้นหลอมปราณหลายคนที่แต่งกายในชุดของยอดเขาเทียนเสวียน กำลังเดินคุ้มกันชายหนุ่มที่มีท่าทางหยิ่งยโสผู้หนึ่งเข้ามา กลิ่นอายของชายหนุ่มผู้นั้นไม่ธรรมดาเลย เขาบรรลุถึงขั้นหลอมปราณระดับกลางแล้ว เขาคือ 'ศิษย์พี่จ้าว' ที่คนพวกนั้นพูดถึง มีนามว่า 'จ้าวกัน' ซึ่งตระกูลของเขามีอำนาจบารมีไม่น้อยภายในสำนัก

ศิษย์ของตำหนักหล่อหลอมกายาหลายคนเผยให้เห็นถึงความขุ่นเคือง พื้นที่ที่ถูกแย่งชิงไปนั้นมีลมหยินปฐพีหนาแน่นที่สุด และเดิมทีก็เป็นสถานที่ที่ผู้อาวุโสสิงเถียมักจะมานั่งสมาธิ แต่เนื่องจากตำหนักหล่อหลอมกายานั้นอ่อนแอ พวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากต่อว่าแม้จะโกรธแค้นเพียงใดก็ตาม

สายตาของจ้าวกันกวาดมองไปทั่วทั้งถ้ำ เมื่อเห็นลู่หยวนกำลัง 'ดิ้นรนต่อต้านอย่างยากลำบาก' อยู่ในส่วนลึกของถ้ำ รอยยิ้มเย้ยหยันก็ผุดขึ้นที่มุมปาก

"เหอะ ศิษย์อาสิงรับไอ้พวกบ้าพลังหัวรั้นมาอีกคนแล้วสินะ ถ้ำหล่อหลอมกระดูกนี่มันใช่สถานที่ที่เด็กใหม่อย่างเจ้าจะมาอยู่นานๆ ได้งั้นรึ? ระวังพลังปราณมารจะแช่แข็งรากฐานของเจ้าเอาล่ะ!"

คำพูดของเขานั้นช่างทิ่มแทงใจดำ จุดประสงค์ก็เพื่อข่มขวัญและกดขี่ผู้ฝึกกายาที่ไม่เคยถูกเหลียวแลเหล่านี้จนเป็นนิสัย

หากเป็นศิษย์ใหม่ทั่วไปที่ถูกดูถูกเช่นนี้ เลือดในกายคงเดือดพล่านและลุกขึ้นมาโต้เถียงไปแล้ว แต่ลู่หยวนเพียงแค่ปรายตามองจ้าวกันแวบหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อไป ในสายตาของเขา การยั่วยุที่น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้มีค่าน้อยกว่าการสกัดกลั่นลมหยินปฐพีเพิ่มอีกสักสายเสียด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นว่าลู่หยวนกล้าเมินเฉยต่อเขา ความหงุดหงิดก็วาบผ่านใบหน้าของจ้าวกัน ทว่าด้วยกฎของสำนักและสภาพแวดล้อมที่จำกัด ทำให้เขาไม่สามารถลงมือได้อย่างโจ่งแจ้ง เขาทำได้เพียงแค่นเสียงเย็นชา แล้วนั่งลงตรงจุดที่ดีที่สุดเพื่อเริ่มการหลอมปราณของตนเอง ถึงกระนั้น เขาก็ได้จดจำไอ้เด็กผู้ฝึกกายา 'ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง' คนนี้เอาไว้ในใจแล้ว

ลู่หยวนไม่รู้เลยว่า ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ นี้ เป็นเพียงภาพสะท้อนเล็กๆ ของความตึงเครียดที่สะสมมาอย่างยาวนานระหว่างสายการหลอมปราณและสายการฝึกกายาภายในสำนัก

และเขายิ่งไม่รู้เลยว่า 'กายาโกลาหลหงเหมิง' ของเขา ซึ่งสามารถสกัดกลั่นปราณหยินปฐพีได้นั้น ได้ดึงดูดความสนใจของอีกขุมกำลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเข้าให้แล้ว

ลึกลงไปในถ้ำหล่อหลอมกระดูก เบื้องหลังโขดหินที่ดูธรรมดาก้อนหนึ่ง ร่องรอยของปราณมารที่แผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ ได้หดตัวกลับลงไปใต้ดินอย่างเงียบเชียบราวกับงูพิษ

"แปลกจริง... ไอ้หนูมนุษย์คนนี้ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายที่ดึงดูดราชาผู้นี้..." เสียงเย็นเยียบดังก้องอยู่ในส่วนลึกของชีพจรปฐพี เต็มไปด้วยความละโมบและความสับสน

จบบทที่ บทที่ 5: ถ้ำหล่อหลอมกระดูกและคลื่นใต้น้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว