เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94 - ร่างที่อมตะมันไม่มีอยู่จริง

บทที่ 94 - ร่างที่อมตะมันไม่มีอยู่จริง

บทที่ 94 - ร่างที่อมตะมันไม่มีอยู่จริง


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 94 - ร่างที่อมตะมันไม่มีอยู่จริง

“ทำให้เจ้าผิดหวังงั้นหรือ? ไร้สาระ! เจ้ามันอะไรกัน? ช่างกล้านัก เอาแต่พูดจาไร้สาระต่อหน้าข้าอยู่ได้”

เสียงของสลักดังขึ้นขณะที่เขาอยู่กลางอากาศ

วู้บบ!

เขาโบกหมัดขนาดมหึมาพร้อมด้วยใบหน้าที่ดุร้าย

หมัดยักษ์เหมือนอุกกาบาตที่น่าสะพรึงกลัวได้พุ่งเข้ามา แต่ก่อนที่พวกมันจะโจมตีหลินเฉินได้ เขาก็หลบพวกมันราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นอนาคต

“บนดาวเคราะห์นาเม็ก มีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่าสัมผัสพลังอยู่ ในช่วงที่ดาวเคราะห์นาเม็กตกอยู่ในวิกฤต พวกเขาปรับปรุงวิชานี้และพัฒนาเทคนิคในการเคลื่อนไหวของศัตรู โดยรับรู้จากการไหลของพลัง โดยไม่ต้องใช้สายตา”

“เมื่อเทียบกับชาวดาวนาเม็กทั่วไปแล้ว แม้ว่าเจ้าจะมีพลังมากกว่ามาก แต่เจ้ากลับไม่สามารถใช้มันได้เต็มที่เลย”

เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่แยแสของหลินเฉิน หน้าผากของสลักก็นูนขึ้นมาพร้อมกับเส้นเลือดสีน้ำเงิน

"หุบปาก!"

ทันใดนั้นหมัดที่ลอยอยู่ในอากาศก็พุ่งเข้าหาหลินเฉิน แต่เขาก็หลบได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง

จากนั้นหลินเฉินก็ยืนอยู่บนหมัดของสลักและเริ่มวิ่งไปตามแขนของเขา

ปัง!

หมัดของหลินเฉินกระแทกเข้าที่ใบหน้าของสลัก ทำให้ดวงตาของเขามองเห็นเพียงดวงดาว

หลังจากหมัดที่โหดเหี้ยมนั้นแล้ว มันก็ตามมาด้วยการโจมตีอย่างรวดเร็ว

ในชั่วพริบตาหมัดของหลินเฉินกระแทกเข้ากับสลักนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่เขาจะรวมฝ่ามือเข้าด้วยกันและทันใดนั้น ออร่าสีทองก็ปะทุออกมา

“พลังคลื่นเต่า!”

คลื่นพลังงานที่เปล่งแสงสีทองพุ่งตรงไปยังสลักอย่างรวดเร็วราวกับมังกรคำราม มันกระแทกเข้าไปในศีรษะของเขาด้วยพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

เมื่อลำแสงหายไป ศีรษะของสลักก็หายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน!

“อ ….องค์ราชา!”

"ราชาสลัก!"

นักรบปีศาจร้องออกมาด้วยความเศร้าโศก

ในขณะที่ชาวไซย่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความยินดี

“ชนะแล้ว!”

"ฝ่าบาททรงพระเจริญ ราชาลิงค์ทรงพระเจริญ!"

ในขณะที่ส่งเสียงออกมาด้วยความยินดี ชาวไซย่าเหล่านี้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักรบที่เก่งที่สุดบนดาวเคราะห์เบจิต้าก็คล้ายตระหนักบางเรื่องได้

โดยเฉพาะบาร์ดัคที่เข้าใจอยากลึกซึ้ง

แม้นจะมีเหลื่อมล้ำในด้านความแข็งแกร่ง ก็ใช่ว่ามันจะเป็นตัวกำหนดผลต่อการสู้เสมอไป

คำพูดของหลินเฉินทำให้พวกเขาเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

ทว่าเมื่อทุกคนคิดว่าผลลัพธ์ได้ถูกตัดสินแล้ว หลินเฉินไม่ได้ยกเลิกร่างต่อสู้ของเขา แต่เขากลับจ้องไปที่ศพของสลักที่ไร้ศีรษะ

ทันใดนั้น หัวของสลักก็โผล่ออกมาจากร่างของเขา

ฉากนี้ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว

แม้แต่นักรบปีศาจก็ไม่คิดว่าสลักจะฟื้นคืนชีพได้ แม้ว่าเขาจะสูญเสียศีรษะไปแล้วก็ตาม

สลักอ้าปากค้างและมองไปทางหลินเฉินด้วยดวงตาสีแดง: "บัดซบเอ้ย! เห็นได้ชัดว่าพลังของข้าแข็งแกร่งกว่าพลังของเจ้ามาก! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้!"

“ข้าจะแพ้ได้ยังไงกัน!”

ทันใดนั้น สลักพลันอ้าปากกว้างและลำแสงพลังงานก็ได้พุ่งออกมาจากปากของเขา

ลำแสงพลังงานนี้ทรงพลังยิ่งกว่าพลังคลื่นเต่าของหลินเฉิน หากมันกระแทกพื้น มันอาจทะลุผ่านดาวเคราะห์ไปได้โดยตรง

แต่แม้ว่ามันจะเป็นวิชาที่ทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ แต่มันมีประโยชน์อะไรถ้ามันไม่โดนศัตรู?

ก่อนที่ลำแสงพลังงานจะกระแทกหลินเฉิน เขาหายตัวไปและปรากฏตัวที่เท้าของสลัก จากนั้นก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วโดยสะสมพลังที่รุนแรงไว้ในกำปั้นของเขา

“ทำไมเจ้าถึงว่องไวเช่นนี้?”

เมื่อสลักตอบสนอง เขาก็มีเวลาเพียงแค่เหยียดแขนออกและพยายามป้องกันการโจมตี

ปัง!

เมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ตรงหน้าอกของเขา สลักก็ก้มลงมองและตระหนักว่ามีรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในหน้าอกของเขายามใดก็ไม่ทราบ

"ย๊าา!" สลักคำรามออกมาด้วยความโกรธ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวผิดมนุษย์

แต่ทันใดนั้น เขาก็หันกลับมาและมองไปทางหลินเฉินที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเหยียดหยัน

ถึงแม้เขาจะถูกพลังของอีกฝ่ายทำให้เกิดหลุมที่ท้องของเขา แต่ผ่านไปครู่เดียวมันก็ฟื้นฟูกลับมาเช่นเดิมเลย

“ชาวไซย่า! เจ้าแข็งแกร่งจริงๆ แต่ข้าได้ขอพรให้โปรุนก้ามอบร่างอมตะให้ข้าแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะฆ่าข้ากี่ครั้ง ข้าก็จะไม่ตาย!”

หลังจากได้รับความแข็งแกร่งจากเทพเจ้ามังกรของดาวเคราะห์นาเม็กแล้ว ความสามารถในการฟื้นฟูของสลักก็เทียบได้กับเซลล์ที่เป็นมนุษย์จักรกล

เมื่อมองไปที่ออร่าของสลัก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีเพียงความสามารถการฟื้นฟูของชาวดาวนาเม็กธรรมดาๆ

แม้จะเจอผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า สลักก็ไม่มีวันพ่ายแพ้

ช่างโชคร้ายที่คนที่เขาพบในครั้งนี้คือหลินเฉิน

“ร่างอมตะงั้นเหรอ? ตรงหน้าข้า ข้าไม่เห็นมีอะไรเช่นนั้นสักหน่อย ก็แค่ความสามารถในการฟื้นฟูของเจ้ามันดีก็เพียงเท่านั้น ตราบใดที่ข้าทำลายร่างกายทั้งหมดของเจ้า เจ้าจะสร้างใหม่ได้อย่างไรกัน?” หลินเฉินหัวเราะเยาะออกมา

สลักตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง: "ไร้สาระสิ้นดี! เจ้าจะทำลายข้าอย่างสมบูรณ์ด้วยพละกำลังอันน้อยนิดของเจ้าได้ยังไงกัน? ไหนเจ้าลองแสดงให้ข้าดูหน่อยสิ"

“ถ้าอย่างนั้นจงเบิกตากว้างและมองดูให้ดู!”

หลังจากที่เขาพูดจบ หลินเฉินก็คำรามอย่างเกรี้ยวกราดและร่างกายของเขาก็ใหญ่ขึ้นทันที ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวของเขาพลันเพิ่มขึ้นอีก

ร่างกายของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและสูงกว่าสองเมตร ร่างกายของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยออร่าสีเขียวอมเหลืองที่โหมกระหน่ำ

ร่างซูเปอร์ไซย่าขั้น 2 ในตำนาน! นับตั้งแต่ที่หลินเฉินได้กลับสู่จักรวาลของตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เปิดเผยร่างในตำนานนี้ให้ทุกคนเห็น

“จ-เจ้าแปลงร่างอีกครั้งได้ยังไงกัน?”

เมื่อเห็นร่างที่น่าสะพรึงกลัวของหลินเฉิน สลักก็กลืนน้ำลายและรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่าง

ซึ่งไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่ผู้คนทั่วทั้งดาว รวมถึงบาร์ดัคและฮานาเซียก็พยายามใช้ออร่าของตนเข้าสู้ เนื่องจากออร่าของหลินเฉินได้ทำให้พวกเขาทรุดตัวลงและไม่อาจเคลื่อนไหวได้

"น...น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว! ไม่ใช่ว่าฝ่าบาทกลายร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าแล้วไม่ใช่หรือ? มีการกลายร่างซูเปอร์ไซย่าร่างอื่นด้วยงั้นเหรอ?" ในฐานะซูเปอร์ไซย่าเอง ฮานาเซียก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างตัวนางเองกับหลินเฉินมากที่สุด

สำหรับชาวไซย่าคนอื่นๆ เพราะผลของสายเลือดซูเปอร์ไซย่าในตำนานของหลินเฉิน พวกเขาจึงไม่อาจแม้กระทั่งเปิดปากพูดได้เลย

“ฮ่าฮ่าฮ่า จงอย่าพยายามแสร้งทำเลย! เจ้าคิดว่าเพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ จะสามารถฆ่าข้าได้อย่างงั้นเหรอ?”

สลักหัวเราะออกมาและทันใดนั้น เขาก็ได้ยินหลินเฉินพูดว่า “ได้อยู่แล้ว”

จากนั้นหลินเฉินก็หายตัวไปทันที และเมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็อยู่ข้างๆ ศีรษะของสลักพร้อมกับชกหน้าผากของสลักอย่างแรง

คราวนี้หัวของสลักระเบิดราวกับลูกโป่งและเขาก็ล้มลงพร้อมกับเสียงดังปัง

เมื่อร่างของสลักกระแทกกับพื้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาตาม แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ศีรษะของสลักก็งอกขึ้นมาใหม่

"ก...เกิดอะไรขึ้น? ความแข็งแกร่งของเจ้ามัน..."

สลักรู้สึกเวียนศีรษะพร้อมกับลุกขึ้นมา เขารู้สึกสับสนเป็ฯอย่างยิ่ง

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมชาวไซย่าที่เพียงเปลี่ยนรูปลักษณ์ถึงมีความแข็งแกร่งเปลี่ยนไปคนละโยชน์?

เป็นไปได้ไหมว่าการกลายร่างของหลินเฉินจะเป็นเช่นเดียวกับเขาที่เพิ่มระดับพลังเป็นสองเท่า?

“เจ้าไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นหรอก จงนอนลงและรอความตายเสีย!”

กลางอากาศ หลินเฉินตะโกนเสียงดังขณะที่เขาพลิกฝ่ามือและกดลงไป

อากาศโดยรอบพลันเลือนหายไปภายใต้แรงดันฝ่ามือของหลินเฉิน สลักเมื่อถูกมันกระแทกใส่ก็ได้แต่นอนลงบนพื้นอีกครั้งทันที

"ตู้ม!!!"

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 94 - ร่างที่อมตะมันไม่มีอยู่จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว