- หน้าแรก
- มาร์เวล เรียกมากิมะตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 23 การมาเยือนของอสูร (3/5)
บทที่ 23 การมาเยือนของอสูร (3/5)
บทที่ 23 การมาเยือนของอสูร (3/5)
บทที่ 23 การมาเยือนของอสูร (3/5)
สายตาของฮอว์คอาย บาร์ตันนั้นยอดเยี่ยมมาก เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอีเล็คตร้าซึ่งกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายได้อย่างชัดเจน
กระสุนที่ระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายเพียงแต่ทำให้ร่างนั้นกลายเป็นหมอกควัน ก่อนจะฟื้นฟูสภาพกลับมาอย่างรวดเร็ว
'อมตะงั้นเหรอ? หรือว่ามันภูมิคุ้มกันการโจมตีด้วยกระสุน หรือแค่รักษาตัวได้เร็วกันแน่' ฮอว์คอายครุ่นคิด
เขาหยิบลูกธนูสั่งทำพิเศษจากด้านหลัง น้อมคันธนู เล็งเป้า แล้วปล่อยสายทันที
หัวธนูที่ผ่านการกำกับดูแลและคำนวณมาอย่างดีโดยฮอว์คอาย เกิดระเบิดขึ้นทันทีที่ปักลงบนร่างของอีเล็คตร้า
อีเล็คตร้าในร่างอสูรยังคงไม่หลบเลี่ยง นางรับแรงระเบิดเข้าไปเต็มเหนี่ยว
ฮอว์คอายจ้องมองไปยังกลุ่มควันที่พวยพุ่งอย่างไม่วางตา เขาต้องการตัดสินให้แน่ชัดว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางกายภาพจริงหรือไม่
เมื่อกลุ่มควันค่อยๆ จางลง ฮอว์คอายก็เห็นว่าอีเล็คตร้าที่เคยยืนอยู่ตรงนั้นได้กลายเป็นมวลสารขนาดใหญ่ที่กำลังประกอบร่างและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
'มันไม่ได้ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางกายภาพ แต่มันไม่ได้รับความเสียหายที่มีประสิทธิภาพเลย ดูเหมือนหมอกควันนั่นจะเป็นเอฟเฟกต์การฟื้นตัว การระดมยิงด้วยอำนาจการทำลายล้างที่รุนแรงอาจจะพอได้ผล และดูเหมือนว่ามันจะสติปัญญาม่ำมากด้วย'
ฮอว์คอาย บาร์ตัน ออกคำสั่งทันที 'ทีมบี เจ้าหน้าที่ 5 นาย ใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมยิงกดดันเพื่อตรึงเจ้าสัตว์ร้ายนั่นไว้ พวกนายมีเครื่องยิงจรวดบ้างไหม'
เจ้าหน้าที่นายหนึ่งตอบกลับ 'ท่านครับ เรามีเครื่องยิงจรวด อาร์พีจี 7 จำนวน 2 กระบอกครับ'
'ดีมาก ใช้เครื่องยิงจรวดทันทีหากเกิดความผิดปกติในการยิงกดดัน เพื่อตรึงมันไว้กับที่ให้ได้'
ที่บริเวณขอบเขตโดมหมอกสีดำของอีเล็คตร้า อเล็กซานดราอยู่ในอาการลนลานอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ชีลด์พวกนี้ ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดถึงได้ตอบโต้รวดเร็วและเตรียมพร้อมมาก่อนที่พวกนางจะมาถึงเสียอีก
แต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลยิ่งกว่าคือสภาพของอีเล็คตร้า
นับตั้งแต่ตอนที่ร่างกายของอีเล็คตร้าเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป นางก็หยุดฟังคำสั่งของอเล็กซานดรา และทำตัวเหมือนสัตว์ร้ายที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว
อเล็กซานดราแผดเสียงสั่งการอย่างร้อนรน:
'อีเล็คตร้า อย่าเสียเวลา! ไปจัดการคนพวกนั้นให้หมด แล้วไปเอากระดูกมังกรมาให้ข้า!'
เสียงตะโกนของนางดูเหมือนจะได้ผล เพราะอีเล็คตร้าหันหน้ามาทางนาง
อเล็กซานดรายิ้มออกมาทันที พลางรู้สึกว่าทุกอย่างยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง
ทว่าวินาทีต่อมา อีเล็คตร้าในร่างอสูรกลับยกมือขึ้นมาทางนาง พลังงานสีดำพวยพุ่งออกมาและกลืนกินหนึ่งในห้านิ้วของเดอะแฮนด์เข้าไปในทันที
'ไม่... ไม่—'
'พลเมืองตายไปอีกหนึ่ง! ให้ตายเถอะ ทำไมพวกตำรวจนิวยอร์กถึงช้านัก แล้วพวกคนที่ยืนดูอยู่นี่ไม่กลัวตายกันหรือไง'
ฮอว์คอายสบถออกมา เพราะเขาเข้าใจผิดว่าอเล็กซานดราเป็นเพียงหญิงชราธรรมดาคนหนึ่ง
หลังจากเขมือบอเล็กซานดราเข้าไป จิตใจของอีเล็คตร้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ก่อนหน้านี้ แม้ว่าจิตใจจะวุ่นวายสับสนอย่างหนัก แต่เจตจำนงของอีเล็คตร้ายังพอจะเป็นฝ่ายครอบงำได้บ้าง แต่หลังจากกลืนกินวิญญาณมนุษย์เข้าไปมากมาย จิตสำนึกของอสูรก็เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบ และจิตสำนึกของอีเล็คตร้าก็ถูกกดทับลง
ผลลัพธ์ก็คือ ดวงตาที่เคยดำสนิทของอีเล็คตร้าในร่างอสูรกลับมีอีกสีหนึ่งปรากฏขึ้น นั่นคือรูม่านตาสีแดงฉาน
'ในที่สุด ข้าก็ควบคุมร่างกายนี้ได้เสียที!'
เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและบาดหูเหมือนเสียงพัดลมเก่าๆ ที่กำลังเสียดสีกัน อีเล็คตร้าในตอนนี้ไม่ใช่ชื่อที่ควรเรียกนางอีกต่อไป แต่ควรเรียกว่า 'อสูร'
อสูรทบทวนความทรงจำที่ได้รับมาจากวิญญาณของอเล็กซานดรา 'กระดูกมังกรอย่างนั้นรึ? ร่างกายนี้ยังเปราะบางเกินไป ก่อนที่ยัยแม่มดคลั่งแองเชี่ยนวันจะหาข้าเจอ ข้าต้องเสริมแกร่งร่างกายนี้แล้วหาที่ซ่อนตัว กระดูกมังกรดูจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว'
อสูรครุ่นคิดถึงวิธีที่จะฉวยโอกาสนี้จุติลงสู่โลกแห่งความจริงโดยไม่ถูกแองเชี่ยนวันจับได้และนำไปใช้ประโยชน์
เบื้องหน้าของอสูร เจ้าหน้าที่ชีลด์ที่ติดอาวุธครบมือหลายนายปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
พวกเขายืนอยู่ภายนอกอาณาเขตพลังงานสีดำ พร้อมกับถือปืนไรเฟิลจู่โจม
อสูรผู้ไร้ประสบการณ์ไม่รู้จักสิ่งของเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวสุนทรพจน์ให้สมกับเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ หัวหน้าทีมก็ออกคำสั่งทันที 'ยิง!'
ประกายไฟปะทุขึ้นพร้อมกับห่ากระสุนที่ระดมยิงเข้าใส่อสูรราวกับพายุ
ตับๆๆๆ!
ภายในโรงภาพยนตร์ หนังกำลังดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย
ในฟิล์มภาพยนตร์ โรงหนังกำลังลุกเป็นไฟ ชายผู้มีหนวดเหนือริมฝีปากถูกสาดกระสุนใส่จนร่างพรุนด้วยฝีมือของสายลับสองคนที่ใช้ปืนกล และเหล่าข้าราชการระดับสูงของจักรวรรดิที่สามก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นในโรงหนังแห่งนั้น
'พล็อตเรื่องนี่มันบ้าบอเกินไปแล้ว!' ซูหยุนบ่นอุทานในใจ เพราะเขาคิดว่ามันจะเป็นหนังประวัติศาสตร์ที่เคร่งเครียด
'แต่มันก็ดูสะใจชะมัด!'
เมื่อมองไปยังก้อนเหล็กที่พุ่งเข้ามา อสูรยื่นมือออกไปคว้าไว้ได้หนึ่งนัด ขณะที่นัดอื่นๆ พุ่งเข้าปักตามร่างกายของเขา
ก้อนเหล็กในมือนั้นร้อนจัด และร่างกายของเขาก็ถูกกระสุนเจาะจนเป็นรู ทว่าเขากลับแสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า 'ของพวกนี้มันดีจริงๆ!'
แม้ว่าอสูรจะเขมือบวิญญาณของอเล็กซานดราและได้รับความทรงจำมา แต่นายท่านอสูรผู้นี้เลือกรับเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจเท่านั้น ไม่ได้ยอมรับทั้งหมดมาในคราวเดียว
บาดแผลที่ถูกเจาะฟื้นตัวคืนสภาพในทันที และเมื่ออสูรยกมือขึ้น อาณาเขตพลังงานสีดำก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว
'อาร์พีจี!'
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี หัวหน้าทีมก็ตะโกนสั่งให้เจ้าหน้าที่ด้านหลังยิงจรวดที่เตรียมไว้
หัวรบสองลูกถูกยิงออกมาจากตำแหน่งที่ต่างกัน
อสูรยกมือขึ้นคว้าลูกหนึ่งไว้ได้ ส่วนอีกลูกหนึ่งพุ่งทะลุผ่านร่างของอสูรไปโดยตรงและระเบิดขึ้นด้านหลังเขาไม่ไกลนัก
'พลังทำลายไม่เลว!'
จากนั้นอสูรกลับอ้าปากและกลืนหัวรบในมือลงไปดื้อๆ
'มันกินเข้าไปแล้ว!' เจ้าหน้าที่นายหนึ่งตกตะลึงจนตาค้าง
คำว่ากลืนลูกปืนใหญ่เข้าไปทั้งลูกมันหมายความว่ายังไงกันแน่!
'ยิงกดดันต่อไป!' เมื่อเห็นว่าจรวดไม่ได้ผล หัวหน้าทีมจึงสั่งการอีกครั้ง โดยหวังจะใช้อำนาจการยิงสยบอสูรไว้
คราวนี้ อสูรไม่ได้ยืนเป็นเป้านิ่งอีกต่อไป
พลังงานสีดำรอบกายควบแน่นมาอยู่ตรงหน้า ก่อตัวเป็นโล่เพื่อกำบังกระสุนที่พุ่งเข้ามา
กระสุนเหล่านั้นสลายตัวทันทีที่สัมผัสกับพลังงานสีดำ โดยไม่มีแม้แต่ประกายไฟให้เห็น
เขายกมือขึ้น เปลวเพลิงแห่งการระเบิดก็ปะทุออกมา หัวรบที่อสูรเพิ่งกินเข้าไปได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้เอง
เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างถูกแรงระเบิดพัดจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
โชคดีที่ชุดปฏิบัติการของพวกเขาทำจากวัสดุสังเคราะห์ล่าสุดของชีลด์ ภายใต้การคุ้มครองของชุดทำให้พวกเขาไม่เสียชีวิต แต่ก็ไม่สามารถกลับมาต่อสู้ได้อีกในช่วงเวลาสั้นๆ นี้
'ช่างเปราะบางเสียจริง แต่ของพวกนี้ก็ยังใช้ได้อยู่นะ!'
อสูรคำรามด้วยเสียงที่แหบพร่าราวกับสนิมเขรอะ ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้วิธีการพูดจาให้เป็นปกติ
เขาหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมที่เจ้าหน้าที่ทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา ห่อหุ้มพวกมันด้วยพลังงานสีดำและหลอมรวมใหม่
เมื่อพลังงานสีดำจางหายไป ปืนกลหลายกระบอกในมือของอสูรก็ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นปืนกลแกตลิงที่มีรูปร่างอัปลักษณ์อย่างถึงที่สุด
ปากลำกล้องของปืนแกตลิงอัปลักษณ์นั้นเล็งไปที่เหล่าเจ้าหน้าที่ซึ่งนอนกองอยู่บนพื้น และเสียงแหบพร่านั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
'พวกเจ้าก็ลองเล่นของเล่นชิ้นใหม่ของราชาผู้นี้ดูหน่อยเป็นไง!'
วึ่บ!
อสูรยกมือขึ้นคว้าลูกธนูที่พุ่งมายังหัวของเขาไว้ได้ทัน ทว่านั่นก็ทำให้เขาหยุดชะงักจากการเหนี่ยวไก
เสียงแหบพร่าเค่นหัวเราะอย่างหยิ่งยโส:
'เจ้าคิดว่าอาวุธพรรค์นี้จะโจมตีราชาผู้นี้ได้งั้นรึ?'
ตูม!
ลูกธนูระเบิดออก
ร่างของอสูรถูกแรงระเบิดพัดถอยหลังไปหลายเมตร
พลังป้องกันของเขาพัฒนาขึ้น คราวนี้เขาไม่จำเป็นต้องกลายเป็นหมอกดำเพื่อฟื้นตัวอีกต่อไป
ฮอว์คอาย บาร์ตัน เอ่ยกับเจ้าหน้าที่ที่ตามเขามา:
'พาวคนเจ็บออกไป!'
จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องยิงจรวดที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา เจ้าหน้าที่นายหนึ่งรีบช่วยเขาบรรจุหัวรบลูกใหม่ และฮอว์คอายก็เหนี่ยวไกยิงไปยังทิศทางที่อสูรกระเด็นไปทันที
'ต่อด้วยระเบิดมือ!'
ระเบิดมือถูกระดมปาเข้าไปในกลุ่มควันราวกับเป็นของฟรี
การระเบิดต่อเนื่องนานครึ่งนาที ฮอว์คอายจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่หยุดมือ
เขาน้อมคันธนู ปลายธนูเล็งค้างไปยังทิศทางที่อสูรถูกซัดไป เพื่อเตรียมปลิดชีพทันทีที่มันปรากฏตัว
กลุ่มควันที่พวยพุ่งค่อยๆ สงบลง ทว่าฮอว์คอายกลับขมวดคิ้ว
ภายในนั้นไม่มีอะไรเลย มีเพียงพื้นดินที่พังยับเยิน
มันหายไปไหน? ด้วยความเร็วในการฟื้นตัวและพลังป้องกันของมัน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกระเบิดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
'ว้าว มนุษย์เอ๋ย สิ่งนี้เรียกว่าดอกไม้ไฟใช่ไหม? พวกเจ้าช่างกระตือรือร้นกันเสียจริง! เกือบจะทำของเล่นชิ้นใหม่ของราชาพังเสียแล้ว แต่ราชาผู้นี้จะไม่ถือสาเอาความ มาเถอะ ราชาจะมอบรางวัลให้พวกเจ้าเช่นกัน!'
เสียงแหบสนิมดังขึ้นจากด้านหลังเหล่าเจ้าหน้าที่ ตามมาด้วยเสียงรัวของ 'ปืนแกตลิง'
ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ฮอว์คอายตอบสนองในทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง เขาคว้าตัวเจ้าหน้าที่ข้างกายแล้วพุ่งหลบลงข้างทางอย่างสุดกำลัง