- หน้าแรก
- มาร์เวล เรียกมากิมะตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 15 กระดูกน้อย
บทที่ 15 กระดูกน้อย
บทที่ 15 กระดูกน้อย
บทที่ 15 กระดูกน้อย
'คุณนี่วิเศษไปเลยนะ! วิธีการนี้มันต่างจากพวกเนโครแมนเซอร์ตรงไหนกันเนี่ย'
ซูยุนรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับวิธีการควบคุมกระดูกมังกรของมากิมะ อำนาจแห่งการควบคุมของนางทรงพลังเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
กระดูกมังกรขนาดมหึมาเคลื่อนไหวได้เอง ทั้งที่ไม่มีกล้ามเนื้อแม้แต่มัดเดียวแต่มันกลับขยับร่างกายได้ ดินที่เคยฝังโครงกระดูกขนาดยักษ์นี้ไว้ถูกสลัดออกจนหมดสิ้น โครงกระดูกมังกรยักษ์ปีนขึ้นมาจากหลุมด้วยตัวเอง ก่อนจะกดส่วนที่น่าจะเป็นจมูกลงบนฝ่ามือที่ยื่นออกมาของมากิมะ ราวกับลูกสุนัขที่เชื่อฟัง
'เด็กดี' มากิมะลูบจมูกของกระดูกมังกรเบาๆ ในขณะที่มันคลอเคลียนาง
มากิมะเอ่ยกับซูยุนว่า 'มาดามเกากำลังกลับมาค่ะ'
'ก็ดีสิ ให้ฉันได้เจอหน้าหนึ่งในห้าขุนพลของเดอะแฮนด์หน่อย' หลังจากพูดจบ ซูยุนก็จ้องมองกระดูกมังกรที่ดูร่าเริงและทำตัวเหมือนลูกสุนัข ก่อนจะถามมากิมะว่า 'มันตัวใหญ่เกินไป มีวิธีเอาออกไปจากที่นี่ไหม'
มากิมะกวักมือเรียกกระดูกมังกรแล้วเอ่ยว่า 'กระดูกน้อย มานี่มา'
ชื่อนี้ทำให้ซูยุนรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนอย่างประหลาด แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าทำไม
มากิมะกดลงบนร่างกายของกระดูกมังกร—ซึ่งการที่โครงกระดูกจะนับเป็นร่างกายได้หรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ—ทันใดนั้นกระดูกมังกรทั้งร่างก็เริ่มหดเล็กลง จนในที่สุดก็มีขนาดเท่ากับลูกสุนัขจริงๆ
'ได้เลี้ยงหมาเพิ่มอีกตัวแล้วสินะ'
'ไปกันเถอะ'
'ดาร์ค ผู้หญิงที่พวกเดอะแฮนด์คุมตัวลงไปนั่นคือใคร'
ภายในรถตู้ ฟิล โคลสัน เอ่ยถามผู้ช่วยของเขา โดยหมายถึง จอย มีแชม ที่กำลังถูกคุมตัวอยู่ในภาพ
เจ้าหน้าที่นามว่า ดาร์ค รีบระบุตัวตนจากภาพและทำการเปรียบเทียบใบหน้าทันที ไม่นานเขาก็ตอบกลับโคลสันว่า:
'ท่านครับ ผู้หญิงคนนั้นคือ จอย มีแชม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของแรนด์ คอร์ปอเรชันครับ'
'ทำไมคนของเดอะแฮนด์ต้องจับตัวนางไป เรื่องราวมันชักจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ ดาร์ค ทักษะการต่อสู้ของนายเป็นยังไงบ้าง'
'ท่านครับ ทั้งการต่อสู้จริง การต่อสู้ระยะประชิด และการยิงปืนของผมล้วนอยู่ในระดับดีเยี่ยมตั้งแต่อยู่ในสถาบันชีลด์ครับ'
'ตกลง เตรียมตัวให้พร้อม นายต้องลอบเข้าไปในฟิสก์ทาวเวอร์กับฉันเพื่อตรวจสอบสถานการณ์'
'ครับท่าน'
ทางด้านมาดามเกา นางกำลังคิดถึงวิธีการแบ่งสันปันส่วนกระดูกมังกรหลังจากที่ได้มันมา นางจะต้องได้ส่วนแบ่งที่มากที่สุด เพราะนอกจากมุราคามิแล้ว คนอื่นก็แทบไม่มีผลงานอะไรเลย อเล็กซานดรายังเข้ามาทำให้แผนของนางพังพินาศเสียอีก—คนพวกนี้มีแต่จะสร้างภาระมากกว่าจะมีประโยชน์
'ฉันกับมุราคามิจะแบ่งกันหกสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วฉันค่อยไปตกลงกับมุราคามิเอง ส่วนที่เหลืออีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ให้พวกอเล็กซานดรา บาคูโตะ และโซวันเด้ไปฟัดกันเอาเอง'
จินตนาการของมาดามเกานั้นช่างยิ่งใหญ่นัก ทว่าความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป
'หยุดนะยัยแก่! ที่นี่คือเขตแดนของเจ้านายเรา คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไป!'
นินจาคนหนึ่งชี้หน้ามาดามเกาและเอ่ยเยาะเย้ยนาง
ใบหน้าที่ดูภาคภูมิใจของมาดามเกาแข็งค้างไปทันที นางหน้าถอดสีและถามอย่างเย็นชาว่า:
'บาคูโตะ โซวันเด้ หรือว่าอเล็กซานดรา? พวกแกถูกสลับตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่'
มาดามเกาคิดว่าขุนพลอีกสามคนที่เหลือคงแอบสลับตัวนินจาของนาง เพื่อตั้งใจจะชุบมือเปิบผลประโยชน์ไปโดยตรง
'บุก!' มาดามเกาสะบัดมือ นินจาทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังนางก็ชักดาบสั้นออกมาและพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด นินจาของเดอะแฮนด์ถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนล้วนเป็นเครื่องจักรสังหารที่มีประสิทธิภาพ นินจาที่มาดามเกาพามานับสิบคนล้วนเป็นระดับหัวกะทิ แม้ว่านินจาที่เฝ้าฟิสก์ทาวเวอร์อยู่จะมีฝีมือไม่ทัดเทียมนินจาข้างกายมาดามเกา แต่พวกเขาก็มีข้อได้เปรียบด้านจำนวนมหาศาล
มาดามเกาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก ทำไมดูเหมือนฝั่งตรงข้ามจะมีคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ? ก่อนที่นางจะทันได้เข้าใจอะไร นินจาทั้งหมดซึ่งตอนนี้กลายเป็น 'สุนัข' ของมากิมะไปแล้ว ก็กรูเข้ามาล้อมรอบตัวมาดามเกาไว้
มาดามเกาที่ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ถึงกับยืนเซ่อ นางไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงทรยศนางต่อหน้าต่อตา หรือว่านินจาพวกนี้จะถูกสลับตัวไปนานแล้วและแกล้งแสดงละครมาโดยตลอด?
มาดามเกาไม่อาจทำความเข้าใจได้ นางจึงรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ตั้งใจจะใช้พลังหมัดเหล็กฝ่าวงล้อมออกมาให้ได้ก่อน
'ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานเลยนะ มาดามเกา!'
น้ำเสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยแว่วเข้าหูมาดามเกา นางมองไปตามทิศทางของเสียง เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในครรลองสายตา มาดามเกาจำใบหน้าของชายคนนั้นไม่ได้ สังเกตเห็นเพียงว่าเขาสวมแว่นกรอบทอง ส่วนผู้หญิงคนนั้นมีรูปลักษณ์ที่สะดุดตามาก ผมยาวสีแดงของนางดูงดงามและเจิดจ้าราวกับเปลวเพลิงของปีศาจ
นินจาที่เคยเป็นคนของนางบัดนี้เดินตามหลังพวกเขาราวกับเป็นข้ารับใช้
'ผู้มีพลังพิเศษที่เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตงั้นเหรอ'
มาดามเกาคาดเดาในใจ เมื่อมองไปที่ชายคนนั้น มาดามเกาก็พลันนึกถึงชายสวมแว่นลึกลับที่ระบุไว้ในจดหมายจากคนที่ชื่อซิน ซึ่งเหลือเพียงหัวกับลำตัว 'เป็นเขานี่เอง!'
ซูยุนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจเรื่องราว: 'คุณรู้จักฉันงั้นเหรอ เจ้ามนุษย์ไม้ที่ชื่อซินนั่นบอกคุณมาสินะ!'
'แกเป็นใครกันแน่ และทำไมต้องเข้ามาสอดแทรกเรื่องของสมาคมเดอะแฮนด์'
'ก็แค่มาสค์ไรเดอร์ที่ผ่านทางมาเท่านั้นแหละ!' ซูยุนตอบอย่างจริงจังเพื่อตัดบท
มากิมะกระซิบกับซูยุน 'ซูยุนคะ ตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว มีเจ้าหน้าที่สองคนกำลังแอบจ้องมองเราอยู่ค่ะ'
โคลสันและดาร์คที่แอบจัดการรปภ. ตรงทางเข้าลอบหลบอยู่ในมุมมืดเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ในสนาม
'ดาร์ค สแกนไอ้หนุ่มสวมแว่นกับผู้หญิงคนนั้นหน่อย ฉันอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร!'
ดาร์คซึ่งสะพายอุปกรณ์มาพะรุงพะรังถอนหายใจออกมา เครื่องมือไฮเทคพวกนี้ช่างหนักเสียจริง
เขาชูพวงกล้องพิเศษที่ห้อยคอขึ้นมา ถ่ายภาพซูยุนและมากิมะ จากนั้นก็อัปโหลดลงคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ตรงหน้าอก และเริ่มค้นหาในฐานข้อมูลของชีลด์
'ท่านครับ อุปกรณ์ของเราไม่สามารถระบุตัวตนของชายสวมแว่นคนนั้นได้ อาจจะเป็นปัญหาทางเทคนิคครับ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไม่พบใบหน้าที่ตรงกันในฐานข้อมูลเลย เรายังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่นางจะเป็นสายลับต่างชาติหรือเจ้าหน้าที่ขององค์กรลับครับ'
'สรุปคือนายหาตัวตนพวกเขาไม่เจอใช่ไหม!'
โคลสันสงสัยอย่างสมเหตุสมผลว่าพวกฝ่ายเทคนิคในชีลด์คงจะเป็นพวกกินแรงพะยาธิ และสหรัฐอเมริกาคงต้องพังพินาศเพราะคนพวกนี้เข้าสักวัน
'ไรเดอร์อะไรกัน'
มาดามเกาไม่เข้าใจสิ่งที่ชายสวมแว่นพูด แต่นางก็ยังดำเนินการตามแผนของตัวเองต่อไป:
'ฉันไม่สนว่าแกจะมาจากคุนหลุน ชีลด์ หรือสเปียร์ แต่ฉันบอกวิธีเปิดผนึกกระดูกมังกรให้แกได้ แกเพิ่งขึ้นมาจากเหมือง ดังนั้นแกคงได้พบกำแพงหินที่ผนึกกระดูกมังกรไว้แล้วสินะ หากไม่มีวิธีการของฉัน แกจะไม่มีทางเปิดผนึกนั้นได้เลย เมื่อได้กระดูกมังกรมาแล้ว ฉันขอแบ่งแค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือก็เป็นของแก'
'คุณหมายถึงกระดูกมังกรอันนี้เหรอ' ซูยุนตบไปที่หัวกะโหลกซึ่งยังคงทำท่าทางเหมือนลูกสุนัข ทว่าเจ้าลูกสุนัขกระดูกมังกรกลับไม่ให้หน้าซูยุนเลย มันงับปากลงมาหวังจะกัดมือที่ซูยุนใช้ลูบหัวมัน
'กระดูกน้อย สุภาพหน่อยสิ จะไปเที่ยวกัดคนอื่นแบบนั้นไม่ได้นะ'
มากิมะย่อตัวลงและลูบหัวสุนัขกระดูกมังกร เจ้ากระดูกมังกรล้มเลิกความคิดที่จะกัดซูยุนทันที มันอ้าปากค้างไว้แล้วคลอเคลียไปกับมือของมากิมะ หากมันมีลิ้น มันคงจะเลียมือของนางไปแล้ว
'กระดูกมังกร? นั่นคือกระดูกมังกรเหรอ! ทำไมมันถึงได้ตัวเล็กขนาดนั้นล่ะ? หรือจะเป็นกระดูกของลูกมังกันนะ? ถ้าฉันได้แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ มันก็ดูเหมือนจะได้ไม่เท่าไหร่เลยนะนี่' มาดามเกาตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสน
ซูยุนหันไปถาม 'มากิมะ คุณสามารถควบคุมคนตายและทำให้พวกเขาพูดได้ด้วยใช่ไหม'
'ใช่ค่ะ ฉันควบคุมซากศพได้ด้วย'
'เยี่ยมเลย ใช้ดาบคาทาน่าของคุณเถอะ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้วอร์มอัป!'
ซูยุนมองไปที่ [คำบรรยาย] — [ลมปราณ] — ที่ลอยอยู่เหนือหัวของมาดามเกา แล้วตวัดดาบเข้าใส่นางทันที
การโจมตีที่กะทันหันของซูยุนทำให้มาดามเกาตกใจ แม้ว่าบทสนทนาเมื่อครู่นี้จะไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่มันก็ไม่ถึงขั้นต้องลงมือทันทีไม่ใช่หรือไง
นางยกฝ่ามือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยลมปราณขึ้นมา ป้องกันการฟันของซูยุนจากระยะไกล ดาบคาทาน่าถูกหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศด้วยพลังลมปราณที่มองไม่เห็น
'พละกำลังอะไรขนาดนี้!' มาดามเการู้สึกได้ว่าพละกำลังของซูยุนนั้นไม่ใช่ของมนุษย์ปกติ นางใช้คุณสมบัติพิเศษของลมปราณเบี่ยงทิศทางดาบคาทาน่าของซูยุนออกไป
'ฉันยังมีเงื่อนไขอื่นอีก ฉันมีวิธีการใช้กระดูกมังกรเพื่อต่ออายุขัย และฉันยังควบคุมโลกใต้ดินของนิวยอร์กเอาไว้...'