- หน้าแรก
- ไอรอนแมนแปลงร่างเป็นคูกะ เมื่อผมขายกาชาในโลกมาร์เวล
- บทที่ 5: งานศพของสตาร์ค อินดัสทรีส์
บทที่ 5: งานศพของสตาร์ค อินดัสทรีส์
บทที่ 5: งานศพของสตาร์ค อินดัสทรีส์
สำนักงานใหญ่สตาร์ค อินดัสทรีส์ ณ ห้องโถงแถลงข่าว
แสงแฟลชสาดส่องลงมาดั่งห่าฝน
โอบาไดอาห์ยืนอยู่บนเวที ใบหน้าดูภูมิฐานของเขาฉาบไว้ด้วยสีหน้า 'งดเว้นการให้ความเห็น' จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังแทรกฝูงชนเข้ามา
"อย่าดันสิครับ ในมือผมมีชีสเบอร์เกอร์นะ"
โทนี่ สตาร์ค มาถึงแล้ว
ไม่มีชุดสูทผูกไท ไม่มีท่าทางภูมิฐานอย่างเคย
เขาดูเหมือนคนพึ่งสร่างเมาที่เร่ร่อนไปเรื่อย ในมือถือฟาสต์ฟู้ดอเมริกันก้อนโต ก้าวย่างไม่มั่นคงนัก แต่ใบหน้ากลับฉายแววตื่นเต้นจนน่าขนลุก
เขาไม่ได้เดินขึ้นไปบนเวที แต่กลับนั่งลงบนขั้นบันไดหน้าโพเดียมโดยตรง
"ทุกคนนั่งลงสิ"
โทนี่เคี้ยวเนื้อบดพลางโบกมือไปมาอย่างขอไปที
"อย่าทำหน้าเครียดกันนักเลย เหมือนมางานศพอย่างนั้นแหละ ถึงแม้สำหรับบางคน วันนี้อาจจะเป็นงานศพจริงๆ ก็เถอะ"
โรดส์และเปปเปอร์ยืนอยู่ตรงมุมห้อง สายตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
โอบาไดอาห์ยังคงรักษามาดอาผู้ใจดี เขายิ้มพลางเดินเข้ามาหมายจะพยุงโทนี่ขึ้น "โทนี่ นายเพิ่งกลับมา ร่างกายนายยัง..."
"ฉันสบายดี โอบาไดอาห์"
โทนี่เบี่ยงตัวหลบมือนั้นแล้วถอดแว่นกันแดดออก แววตาที่เคยเสเพลในอดีตเลือนหายไป หลงเหลือเพียงความกระจ่างแจ้งที่น่าเกรงขาม
"ฉันยังไม่ตาย" โทนี่กลืนเบอร์เกอร์คำสุดท้ายแล้วปัดเศษขนมปังออกจากมือ "แต่ฉันไปเห็นนรกมา"
ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นเป็นระยะ
"เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าตัวเองกำลังปกป้องโลก"
เสียงของโทนี่ไม่ดังนัก แต่กลับส่งผ่านไมโครโฟนไปถึงทุกมุมห้อง "แต่สิ่งที่ฉันเห็น คือขีปนาวุธของฉันกำลังพรากชีวิตเด็กๆ ที่ฉันควรจะปกป้อง"
"ฉันเห็นความกลัว มันไม่ใช่ความกลัวต่อศัตรู แต่มันคือความกลัวต่อชื่อ 'สตาร์ค'"
รอยยิ้มของโอบาไดอาห์แข็งค้าง เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงอันตราย สัญชาตญาณของนายทุนที่รู้ว่าผลประโยชน์กำลังจะเสียหายเริ่มทำงาน
"โทนี่..." เขาพยายามจะขัดจังหวะ
"เพราะฉะนั้น!" โทนี่ลุกขึ้นยืนพลางเร่งเสียงให้ดังขึ้น "ฉันตื่นแล้ว"
โทนี่ค้ำมือลงบนโพเดียม สายตาจ้องเขม็งผ่านเลนส์กล้องราวกับกำลังพิพากษาโลกทั้งใบ
"ฉันตระหนักได้ว่า ฉันสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าการสร้างเครื่องจักรสังหารที่เอาแต่ระเบิดตูมตาม"
"นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป สตาร์ค อินดัสทรีส์ จะขอ..."
โทนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง
"ปิดแผนกผลิตอาวุธอย่างถาวร!"
บึ้ม!
ประโยคนี้ระเบิดกลางงานแถลงข่าวทันที
เหล่านักข่าวต่างเบียดเสียดพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง หวังจะถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการถูกลักพาตัวของโทนี่
เปปเปอร์เอามือปิดปาก ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
โรดส์ถอนหายใจพลางฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
ส่วนโอบาไดอาห์ สเตน ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวอลล์สตรีท จากใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อก็กลายเป็นซีดเผือด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นดูน่ากลัว
เขารีบพุ่งไปที่ไมโครโฟน พลางผลักโทนี่ออกไปอย่างแรง
"โทนี่แค่เหนื่อยเกินไปน่ะครับ! เขาพูดเล่น! นี่เป็นอาการสะเทือนใจหลังเหตุการณ์รุนแรง!"
โอบาไดอาห์คำรามใส่กล้อง พยายามกู้คืนราคาหุ้นที่กำลังดิ่งเหว
แต่โทนี่สวมแว่นกันแดดแล้วหันหลังเดินจากไปแล้ว
ลูกผู้ชายตัวจริงไม่เหลียวหลังไปมองระเบิด
แม้ว่าสิ่งที่ระเบิดไปนั้นจะเป็นมูลค่าตลาดนับแสนล้านดอลลาร์ของบริษัทตัวเองก็ตาม...
ตรงโถงทางเดิน โอบาไดอาห์ตามโทนี่ทัน เขาคว้าไหล่โทนี่ไว้แน่นจนนิ้วแทบจะจมลงไปในเนื้อ
"นายทำบ้าอะไรลงไป! โทนี่!"
"รู้ไหมว่าหุ้นจะตกวินาศสันตะโรแค่ไหน? เรากำลังฆ่าตัวตายชัดๆ!"
ใบหน้าของโอบาไดอาห์บิดเบี้ยว ในที่สุดเขาก็กระชากหน้ากากผู้ใหญ่ใจดีทิ้งไป
โทนี่หยุดเดินแล้วก้มลงมองมือที่ขยำชุดสูทราคาแพงของเขาอยู่
"ไม่ใช่ 'เรา' โอบาไดอาห์"
โทนี่เงยหน้าขึ้น สายตาภายใต้แว่นกันแดดเย็นเยียบราวกับกำลังมองซพ
"มันคือฉันคนเดียว"
"สตาร์ค อินดัสทรีส์ มีชื่อว่า 'สตาร์ค'"
พูดจบเขาก็สะบัดมือโอบาไดอาห์ทิ้งแล้วก้าวเข้าลิฟต์ไป
"แฮปปี้ ไปควีนส์"
...อัฟกานิสถาน
ค่ำคืนมืดมิดดั่งน้ำหมึก ลมพัดแรงหอบเอาทรายและกรวดเข้ากระทบใบหน้าจนเจ็บแสบ
ค่ายที่เคยเป็นของกลุ่มเท็นริงส์ บัดนี้กลายเป็นทุ่งร้างที่ถูกแผดเผา
รถเอสยูวีสีดำไม่ติดแผ่นป้ายหลายคันจอดอยู่ใกล้ซากปรักหักพัง ทหารรับจ้างพร้อมอาวุธครบมือนับสิบชีวิตกำลังใช้ไฟฉายกำลังสูงค้นหาตามซากศพและเศษซากเหล็ก
"เจอแล้ว! หัวหน้า!"
ทหารรับจ้างคนหนึ่งตะโกนขึ้น
ที่ก้นหลุมเนินทรายห่างออกไปหลายร้อยเมตร เศษเหล็กบิดเบี้ยวถูกขุดขึ้นมา
มันคือซากของมาร์ค วัน
มาร์ค วัน ถูกทิ้งไว้ในถ้ำตอนที่เกิดระเบิด ความเสียหายจึงไม่รุนแรงนัก
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ณ ลอสแอนเจลิส
โอบาไดอาห์นั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัว ในมือถือแก้ววิสกี้ จ้องมองภาพถ่ายทอดสดบนหน้าจอขนาดใหญ่
"นี่คือสิ่งที่มันใช้หนีออกมางั้นเหรอ?"
เขาจิบเหล้าพลางฉายแววตาแห่งความโลภ
"กองเศษเหล็กชัดๆ แต่โครงสร้างนี้ ผังระบบขับเคลื่อนนี่..."
ในฐานะเบอร์สองของสตาร์ค อินดัสทรีส์ เขาดูออกทันที
ภายใต้กองเศษเหล็กนี้ คืออนาคตที่จะเปลี่ยนรูปแบบของสงครามไปตลอดกาล
"หัวหน้าครับ เราพบร่องรอยประหลาดในที่เกิดเหตุด้วย"
เสียงของหัวหน้าทหารรับจ้างดังผ่านเครื่องสื่อสาร "นอกจากนี้ คำให้การของผู้รอดชีวิตยังพูดถึง 'ปีศาจสีแดง' ซ้ำไปซ้ำมาครับ"
หน้าจอกะพริบวูบ ก่อนจะปรากฏวิดีโอที่ภาพสั่นไหวอย่างรุนแรง
มันคือวิดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายไว้ด้วยมือถือ
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่พวยพุ่ง เห็นร่างสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์สีแดงเข้มลางๆ มันชกเข้าที่รถกระบะจนกระเด็นไปไกล จากนั้นร่างของมันก็มีแสงสีแดงวาบผ่านก่อนจะหายลับไปในกลุ่มควัน
"ปีศาจงั้นเหรอ?"
โอบาไดอาห์แค่นหัวเราะด้วยความเหยียดหยามตามสไตล์พวกวัตถุนิยม
"มันก็แค่การสะท้อนของเกราะเหล็กหรือไม่ก็ภาพโฮโลแกรมเท่านั้นแหละ สตาร์คเป็นวิศวกร ไม่ใช่พ่อมด"
"เขาสร้างสัตว์ประหลาดไม่ได้หรอก แต่เขาสร้างชุดเกราะนี่ขึ้นมาได้"
โอบาไดอาห์ขยายภาพหมวกของมาร์ค วัน บนหน้าจอ
"ตราบใดที่เรามีเครื่องต้นแบบนี้ นักวิทยาศาสตร์ของเราก็สามารถทำวิศวกรรมย้อนกลับได้"
"อ้อ จัดการพวกผู้รอดชีวิตนั่นด้วยล่ะ ฉันไม่ต้องการให้มีข่าวรั่วไหลออกมา"
เขาดื่มเหล้าจนหมดแก้ว ไฟแห่งความทะเยอทะยานลุกโชนในดวงตา
โทนี่สั่งปิดแผนกอาวุธงั้นเหรอ?
ไม่เห็นจะเป็นไร
ตราบใดที่เขาครอบครองเทคโนโลยีนี้ โอบาไดอาห์ สเตน คนนี้ ก็ยังเป็นพ่อค้าอาวุธอันดับหนึ่งของโลกได้อยู่ดี
"ขนซากนั่นกลับมา เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"แล้วก็..."
โอบาไดอาห์วางแก้วลง สายตาไปหยุดอยู่ที่บันทึกการเดินทางเล่มหนึ่ง
เลขที่ 108 ถนนสาย 70, ควีนส์, นิวยอร์ก
"ตรวจสอบที่อยู่นี่ด้วย"
"คุณชายที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างโทนี่ สตาร์ค ไม่มีทางไปเหยียบย่านสลัมหรอก"
"ไม่ว่ามันจะซ่อนอะไรไว้ที่นั่น ผู้หญิง ลูกนอกสมรส หรือแบบแปลนเทคโนโลยีอื่น..."
"ฉันต้องได้มาทั้งหมด"