เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ฉันขอชีสเบอร์เกอร์ก่อน!

บทที่ 4: ฉันขอชีสเบอร์เกอร์ก่อน!

บทที่ 4: ฉันขอชีสเบอร์เกอร์ก่อน!


ภายในเครื่องบินลำเลียงพล C-17 ของกองทัพ อวลไปด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์และกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ชวนให้หงุดหงิด

โทนี่ สตาร์ค เอนกายพิงผนังห้องโดยสารที่เย็นเฉียบ ปลายนิ้วลูบไล้นามบัตรในกระเป๋ากางเกงไปมา

สิ่งนี้ไม่ใช่ของจากโลกแน่นอน

สัมผัสของมันมีความอุ่น ไม่เหมือนโลหะ และยิ่งไม่เหมือนโพลิเมอร์ชนิดใดที่เขารู้จัก

"โทนี่"

ผู้พันโรดส์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามจ้องมองเพื่อนรักที่หายตัวไปนานถึงสามเดือนเต็ม ดวงตาของเขาซ่อนความสับสนลึกๆ ไว้ภายใต้ความห่วงใย

"นอกจากกองเศษซากขีปนาวุธของสตาร์คแล้ว ในที่เกิดเหตุมีแต่... ร่องรอยการต่อสู้ที่อธิบายไม่ได้"

"นายบอกว่านายสร้างชุดเกราะเพื่อฝ่าวงล้อมออกมา แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?"

โทนี่ไม่แม้แต่จะปรายตาขึ้นมอง มีเพียงนิ้วมือที่ชะงักไปครู่หนึ่ง

ชุดเกราะงั้นเหรอ?

อยู่ในหัวเข็มขัด หรือจะพูดให้ถูกคือมันหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาไปแล้ว?

พลังที่เรียกว่าอมาดัมนั้นเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่เขาคืนร่าง

หากหัวใจของเขายังไม่เต้นรัวอย่างทรงพลัง และหากยินเซนไม่ได้นอนหลับสนิทเป็นตายอยู่ตรงนั้น เขาคงคิดว่าตัวเองยังฝันอยู่ในถ้ำนั่น

"มันเป็นแค่เครื่องต้นแบบที่ใช้แล้วทิ้งน่ะ โรดส์"

"โครงสร้างมันไม่เสถียรอย่างแรง พอระบบทำลายตัวเองทำงาน มันก็ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน"

โทนี่ปั้นน้ำเป็นตัวอย่างลื่นไหล

"นายก็รู้ ฉันไม่ชอบเก็บขยะไว้ใกล้ตัว"

"แต่มันไม่สมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์เลยนะ จากสภาพที่เกิดเหตุ..." โรดส์พยายามจะซักต่อ

"ฟังนะ ตอนนี้ฉันแค่ยากกลับบ้าน"

โทนี่ขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

"ฉันคิดถึงเตียง คิดถึงวิสกี้ดีๆ แล้วก็... ชีสเบอร์เกอร์"

โรดส์อ้าปากค้างแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจ

ก็จริง แค่กลับมามีชีวิตรอดก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ใครจะสนว่าเขาใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยแค่ไหนกัน...

สองชั่วโมงต่อมา ณ ฐานทัพทหาร

ประตูเครื่องบินเปิดออก แสงแดดของแคลิฟอร์เนียสาดส่องลงมาจนแสบตา

โทนี่ผลักเปลพยาบาลที่มารับออกไป จัดแจงชุดสูทเปื้อนคราบน้ำมันที่ไม่พอดีตัว แล้วก้าวเดินลงจากทางลาดอย่างมั่นคง

"โทนี่!"

เสียงร้องเรียกที่ปนไปด้วยแรงสะอื้น

เปปเปอร์ พอตต์ ผู้หญิงที่รักษากฎเกณฑ์และเหตุผลอยู่เสมอ บัดนี้ใบหน้าเลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำตาขณะวิ่งฝ่าแนวกั้นตำรวจเข้ามา

โทนี่รู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ

ในบ่อโคลนที่เต็มไปด้วยแผนการร้าย เปปเปอร์คือสิ่งเดียวที่สะอาดบริสุทธิ์

"น้ำตาช่วยขับสารพิษได้ก็จริง แต่มันจะทำให้เมคอัพคุณพังนะ แม่บ้านพอตต์"

โทนี่อ้าแขนรับเปปเปอร์ที่โผเข้ามากอด

ทว่าดวงตาที่แดงก่ำของเขากลับมองข้ามไหล่ของเปปเปอร์ไป จ้องเขม็งไปยังรถโรลส์-รอยซ์สีดำที่เพิ่งจอดสนิท

ประตูรถเปิดออก ชายหัวล้านไว้เคราดกหนาก้าวลงมา

โอบาไดอาห์ สเตน

ผู้อาวุโสแห่งสตาร์ค อินดัสทรีส์ และ "คุณอา" ที่โทนี่ไว้ใจที่สุด

"โทนี่! ขอบคุณพระเจ้า!"

ใบหน้าของโอบาไดอาห์เต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้นขณะรีบเดินเข้ามาหา

หากเป็นเมื่อสามเดือนก่อน โทนี่คงเชื่อในความห่วงใยนี้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

แต่ตอนนี้... ตึก! ตึก!

อาจเป็นเพราะพลังงานจากหินวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่าง โทนี่จึงได้ยินเสียงหัวใจของโอบาไดอาห์

นั่นไม่ใช่จังหวะของความประหลาดใจ

แต่มันคือความตกใจเพียงชั่ววูบ ความหงุดหงิด และ... ความผิดหวังของพรานที่เห็นเหยื่อหลุดรอดจากกับดักไปได้

นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายอยากเห็นใช่ไหมล่ะ โอบาไดอาห์?

"คิดถึงฉันไหม ตาแก่?"

โทนี่ผละจากเปปเปอร์แล้วยอมให้เกิดการสวมกอดที่จอมปลอมนั้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก

"แน่นอนสิ ฉันคิดถึงนายทุกวันเลย!"

โอบาไดอาห์ตบหลังโทนี่แรงๆ แต่ดวงตากลับเหลือบมองเตาปฏิกรณ์ที่ส่องแสงจางๆ บนอกของโทนี่ด้วยแววตาเย็นชา

"นายดู... สบายดีนะ? หมายถึง สภาพจิตใจนายดูดีกว่าที่คิดไว้สำหรับคนที่ติดอยู่ในนรกนั่นถึงสามเดือน"

"ฉันโชคดีน่ะที่ได้เจอพ่อมดที่น่าสนใจคนหนึ่ง"

โทนี่พูดอย่างมีนัยแอบแฝงก่อนจะปล่อยตัวจากโอบาไดอาห์ "ขนาดพระเจ้าแห่งความตายยังต้องไว้หน้าสตาร์คเลย จริงไหม?"

รอยยิ้มของโอบาไดอาห์แข็งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับเป็นปกติ "นายรอดมาได้ก็ดีแล้ว รถเตรียมไว้พร้อมแล้ว ไปโรงพยาบาลกันเถอะ..."

"ไม่"

"โทนี่ นายต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดนะ..."

"ฉันบอกว่า ฉันไม่ไปโรงพยาบาล"

โทนี่กระชากประตูรถเปิดออก น้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าขนลุก "ตอนนี้ฉันจะทำแค่สองอย่าง หนึ่ง ฉันต้องการชีสเบอร์เกอร์จากเบอร์เกอร์คิง และสอง แจ้งสื่อมวลชนด้วย ฉันจะเปิดแถลงข่าว"

"แถลงข่าว?"

โอบาไดอาห์ขมวดคิ้ว "นายเพิ่งกลับมานะ มันกะทันหันเกินไป ไว้อีกสักสองสามวัน..."

"โอบาไดอาห์"

โทนี่หันไปจ้องหน้าชายหัวล้านเขม็ง ดวงตาคมปราบราวกับใบมีด "ตกลงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนตัดสินใจในสตาร์ค อินดัสทรีส์?"

บรรยากาศนิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง

หนังตาของโอบาไดอาห์กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน "นายนั่นแหละโทนี่ แน่นอนว่าเป็นนาย"

เมื่อมองตามหลังของโอบาไดอาห์ที่เดินจากไป ความอบอุ่นในดวงตาของโทนี่ก็ลดวูบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง

อยากแสดงละครนักใช่ไหม? งั้นฉันจะเล่นด้วยให้ถึงที่สุด...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ คฤหาสน์ริมทะเลของสตาร์ค

โทนี่นั่งอยู่ในห้องโถงที่ว่างเปล่า ในมือถือชีสเบอร์เกอร์ที่กินไปได้ครึ่งหนึ่ง

บนโต๊ะโฮโลแกรมตรงหน้า นามบัตรโลหะสีดำใบนั้นถูกฉายด้วยลำแสงสแกนสีน้ำเงิน

"เจ้านายครับ สิ่งนี้มันไร้ตรรกะสิ้นดี"

เสียงสำเนียงบริติชมาตรฐานของจาร์วิสแฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่หาได้ยาก

"ผมใช้ทรัพยากรทั้งหมดแล้ว ทั้งฐานข้อมูลภายในของสตาร์ค อินดัสทรีส์ หรือแม้แต่ข้อมูลในดาร์กเว็บ แต่ผลลัพธ์ยังคงเป็น 'ไม่ทราบที่มา' ครับ"

บนหน้าจอโฮโลแกรม เครื่องหมายคำถามสีแดงฉานกะพริบถถี่ไม่หยุด

"เจ้านายครับ วัตถุนี้ไม่ได้อยู่ในตารางธาตุ และไม่ได้มาจากเศษซากนอกโลกที่เรารู้จักเลยครับ"

โทนี่หยุดเคี้ยวเบอร์เกอร์ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น

ขนาดจาร์วิสยังวิเคราะห์ไม่ได้งั้นเหรอ?

ลีออนที่อ้างว่าเป็นแค่พ่อค้ากาชาปองที่บังเอิญผ่านมาคนนี้ มีเบื้องหลังเป็นอะไรกันแน่?

"ไม่ว่ามันจะเป็นเวทมนตร์หรือเทคโนโลยีต่างดาว มันต้องมีวิธีใช้สิ"

โทนี่กลืนเบอร์เกอร์คำสุดท้ายแล้วเช็ดมือ "ลีออนบอกว่านี่คือนามบัตรของเขา อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นรหัสผ่านบางอย่าง"

"กำลังพยายาม... เดี๋ยวครับเจ้านาย"

จาร์วิสพูดเร็วขึ้น "ตรวจพบการป้อนกระแสไฟฟ้าชีวภาพเฉพาะตัว ซึ่งก็คือคลื่นความถี่จากฝ่ามือของเจ้านายครับ... มีการตอบรับแล้ว!"

"บิงโก"

โทนี่ดีดนิ้ว "แสดงผลเลย"

ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไปทันที

ไม่มีรหัสซับซ้อน มีเพียงพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่เรียบง่ายจนน่าเหลือเชื่อ

【เลขที่ 108 ถนนสาย 70, ควีนส์, นิวยอร์ก】

"ควีนส์งั้นเหรอ?"

โทนี่เลิกคิ้ว สีหน้าดูประหลาดใจ

"ไอ้พวกต้มตุ๋นนั่นอาศัยอยู่ในย่านคนธรรมดาแบบนั้นเนี่ยนะ? ฉันนึกว่าเขาจะอยู่ในวัดบนเทือกเขาหิมาลัย หรือวังคริสตัลใต้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าซะอีก"

"แผนที่ระบุว่าที่นั่นเป็นร้านขายของชำธรรมดาๆ ครับ เคยเป็นร้านโดนัทที่เลิกกิจการไปแล้ว"

"ชักจะน่าสนใจขึ้นทุกทีแล้วสิ"

โทนี่ลุกขึ้นยืนพลางมองออกไปยังท้องทะเลสีคราม

เขาคลำที่เอว มันว่างเปล่า ไม่มีเข็มขัดที่ใช้แปลงร่างเส้นนั้นอยู่

แต่เมื่อเขามองเงาสะท้อนในกระจก เขากลับเห็นเข็มขัดโลหะสีเงินปรากฏขึ้นลางๆ รอบเอว หินวิญญาณสีแดงเต้นตุบๆ อยู่ตรงกลาง สอดประสานไปกับจังหวะของเตาปฏิกรณ์บนอก

เขาหันขวับกลับไปมอง แต่ข้างหลังกลับไม่มีอะไรเลย

มันคือประทับแห่งพลังที่สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณ

"โลกใบนี้มันกว้างใหญ่มากนะ จาร์วิส"

โทนี่กระซิบกับอากาศ ดวงตาเริ่มฉายแววคลั่งไคล้ "กว้างใหญ่กว่าที่เราจินตนาการไว้เยอะเลย"

"เจ้านายครับ?"

"เตรียมรถให้พร้อม"

โทนี่จัดปกเสื้อให้เข้าที่ อัจฉริยะจอมโอหังคนเดิมกลับมาแล้ว

โทนี่ สตาร์ค ที่รู้จักแค่การสร้างขีปนาวุธได้ตายไปแล้วในถ้ำนั่น

ตอนนี้ เขาคือมาสค์ไรเดอร์...

"แต่การแถลงข่าวจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วโมงนะครับ และคุณโอบาไดอาห์ก็กำลังเดินทางมาแล้ว"

"เหอะ ตาแก่นั่นกลัวจนลนลานขนาดนั้นเลยเหรอ?"

โทนี่แค่นหัวเราะ ดวงตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต "รอให้ฉันแถลงข่าวจบแล้วกวาดไอ้ขยะในบริษัททิ้งก่อนเถอะ เราจะไปควีนส์กัน"

เขาสะบัดนิ้ว นามบัตรสีดำลอยเป็นเส้นโค้งสวยงามในอากาศก่อนจะตกลงบนฝ่ามืออย่างแม่นยำ

"ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า นอกจากเข็มขัดไรเดอร์กับถั่วเซียนแล้ว ไอ้ตู้กาชาปองที่อ้างว่ามีพลังจากหมื่นโลกนั่นจะคายของน่ากลัวอะไรออกมาได้อีก"

ก่อนจะเดินพ้นประตู โทนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง

"แล้วก็ ช่วยเช็คเส้นทางการเงินกับบันทึกการโทรของโอบาไดอาห์ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาให้ฉันด้วย โดยเฉพาะพวกที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง"

"เจ้านายกำลังสงสัยว่า..."

"ฉันไม่ได้สงสัยหรอก จาร์วิส"

โทนี่ผลักประตูเปิดออก แสงแดดสาดส่องจนเงาของเขาทอดตัวยาวเฟื้อย

"แต่ฉันมั่นใจเลยล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 4: ฉันขอชีสเบอร์เกอร์ก่อน!

คัดลอกลิงก์แล้ว