- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุจักรวาล
- ตอนที่ 37 บังเอิญพบเจอ
ตอนที่ 37 บังเอิญพบเจอ
ตอนที่ 37 บังเอิญพบเจอ
“ได้ค่ะ”
เดิมทีเฉินฮุ่ยตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมให้ซูหมิงทานข้าวก่อน แต่สุดท้ายเธอก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป เธอพอจะดูออกว่านายน้อยกำลังลดน้ำหนักอยู่
ซูหมิงเตรียมตัวจะก้าวออกจากบ้าน แต่จู่ๆ เขาก็ชะงักเท้าที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูไปเพียงครึ่งเดียว
“นายน้อย มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เฉินฮุ่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรครับ แค่ลืมของไว้สิบอย่างน่ะ”
ซูหมิงรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนชั้นสองทันที
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็เดินกึ่งวิ่งออกจากห้องของซูหย่วน แล้วมุ่งหน้าออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
บนท้องถนน ซูหมิงออกวิ่งมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟลอยฟ้า เดิมทีเขาตั้งใจจะเรียกแท็กซี่ไปที่คลับนั่น
แต่พอคิดดูอีกที ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเลิกงานพอดี ถ้านั่งแท็กซี่ไปอาจจะต้องเผชิญกับปัญหารถติด แถมความเร็วก็คงไม่น่าประทับใจนัก สู้ไปนั่งรถไฟลอยฟ้าน่าจะดีกว่า
ไม่นานนัก ซูหมิงก็วิ่งมาถึงทางเข้าสถานีรถไฟลอยฟ้าที่อยู่ใกล้ที่สุด
ตัวสถานีรถไฟลอยฟ้านั้นสร้างอยู่ใต้ดิน บริเวณทางเข้ามีบันไดเลื่อนขึ้นลงถึงสิบตัว แต่ละตัวเต็มไปด้วยผู้คน สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณผู้โดยสารที่หนาแน่น
เมื่อแหงนหน้ามองไปข้างหน้า จะพบกับภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ขบวนรถไฟลอยฟ้าพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน แล้วแล่นฉิวพาดผ่านอากาศมุ่งหน้าสู่ที่หมายปลายทาง
ซูหมิงก้าวลงบันไดเลื่อน ไม่นานก็มาถึงโถงสถานีรถไฟลอยฟ้าอันกว้างขวาง ภายในโถงมีทั้งช่องจำหน่ายตั๋วแบบมีพนักงานและตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติตั้งเรียงรายอยู่
นับตั้งแต่ที่สหพันธรัฐเก่าถูกเผ่าจักรกลคุกคาม และจำต้องละทิ้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงไป ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้คนก็ถดถอยลงไปหลายระดับ การเดินทางไปไหนมาไหนกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาก
ซูหมิงเดินตรงไปยังตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่ว่างอยู่ เขาสัมผัสหน้าจอเพื่อเลือกจุดหมายปลายทางคือ ‘สถานีกวงกู่’ จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์มือถือชำระเงินค่าตั๋วโดยสาร
ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติพ่นบัตรแม่เหล็กออกมาหนึ่งใบ
ซูหมิงหยิบบัตรแม่เหล็กแล้วเดินลึกเข้าไปในสถานี เดินไปได้ประมาณห้าสิบเมตร ก็พบกับจุดตรวจความปลอดภัยที่มีพนักงานยืนประจำการอยู่เป็นแถว
เขากวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะเดินไปที่ช่องตรวจความปลอดภัยพิเศษที่อยู่ริมสุด
ช่องทางนี้แทบไม่มีคนใช้บริการ ทันทีที่ซูหมิงเดินผ่านประตูเครื่องสแกน เครื่องก็ส่งเสียงร้อง ‘ติ๊ด’
พนักงานตรวจความปลอดภัยวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเอ่ยกับซูหมิงว่า
“ขอดูบัตรประจำตัวด้วยครับ”
ซูหมิงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้พนักงานตรวจความปลอดภัย
พนักงานรับบัตรไปตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนจะส่งคืนให้ซูหมิงด้วยความสุภาพ
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบคุณครับ”
ซูหมิงรับบัตรคืนแล้วเดินตรงเข้าไปด้านใน
ไม่นานเขาก็มาถึงชานชาลา ขบวนรถไฟลอยฟ้ารูปร่างคล้ายหนอนแก้วจอดเทียบชานชาลาอยู่ ประตูรถทั้งสิบสองบานเปิดกว้าง ผู้โดยสารกลุ่มใหญ่ทยอยเดินลงมา
ซูหมิงรอจนคนลงเกือบหมดแล้วจึงก้าวขึ้นไปบนขบวนรถ
เมื่อขึ้นมาแล้วเขาก็หันมองสำรวจ ภายในห้องโดยสารมีที่นั่งสองแถวขนาบข้าง หน้าต่างใสบานใหญ่ข้างที่นั่งเผยให้เห็นทิวทัศน์ภายนอกอย่างชัดเจน ส่วนตรงกลางเป็นทางเดินสำหรับยืน มีห่วงจับห้อยลงมาจากเพดานเป็นระยะ
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเลิกงานแล้ว บนรถไฟจึงมีผู้โดยสารค่อนข้างแน่นขนัด ที่นั่งแทบทุกที่ถูกจับจองจนหมด
แต่ซูหมิงก็ยังโชคดีที่สายตาเหลือบไปเห็นที่นั่งริมหน้าต่างว่างอยู่หนึ่งที่ เขาจึงรีบเดินเข้าไปนั่งทันที
“ผู้โดยสารโปรดทราบ ประตูรถกำลังจะปิด โปรดระมัดระวังความปลอดภัย!”
ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นครู่หนึ่ง ประตูก็ปิดลง จากนั้นรถไฟลอยฟ้าก็เริ่มเร่งความเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะเร่งความเร็วอย่างรวดเร็ว แต่ผู้โดยสารแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระชากเลย
ไม่นานรถไฟก็ทะยานขึ้นเหนือพื้นดิน ซูหมิงมองผ่านหน้าต่าง เห็นอาคารบ้านเรือนถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพวกเขาก็ลอยอยู่กลางอากาศ มุ่งหน้าสู่สถานีต่อไปด้วยความเร็วคงที่
ซูหมิงเอนศีรษะพิงกระจกหน้าต่าง ทอดสายตามองลงไปยังความเจริญรุ่งเรืองของเขตที่สิบสาม ความคิดของเขาค่อยๆ ล่องลอยไปไกล ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“บางทีนี่อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปก็ได้”
——
ไม่กี่นาทีต่อมา
รถไฟลอยฟ้าก็เดินทางมาถึงสถานีซานชวน ประตูรถเปิดออก
ผู้โดยสารจำนวนมากหลั่งไหลขึ้นมา ทำให้ภายในขบวนรถเริ่มแออัดยัดเยียด หลายคนต้องยืนเบียดเสียดกัน
ซูหมิงปรายตามองไปรอบๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
เขาเห็นหลินชูอวี่ยืนอยู่บนทางเดินไม่ไกลจากที่นั่งของเขา เธอสวมเสื้อไหมพรมสีฟ้า กางเกงสีขาวนวลทับด้วยเสื้อโค้ทสีอ่อน
เธอยืนสงบนิ่งอยู่ที่นั่น ดูเรียบร้อยและอ่อนหวาน จนแทบจะนึกภาพความดุดันตอนที่เธอควบคุมหุ่นยนต์รบไม่ออกเลย
ซูหมิงไม่ได้เข้าไปทักทาย เพราะรู้ดีว่าผู้หญิงที่หน้าตาดีอย่างหลินชูอวี่ มักจะถูกผู้ชายเข้ามาทำความรู้จักอยู่บ่อยๆ เธอคงจะรู้สึกรำคาญใจไม่น้อยหากมีใครเข้าไปทักทายสุ่มสี่สุ่มห้า
เวลานั้นประตูรถไฟปิดลงอีกครั้ง และเริ่มออกตัวด้วยความเร็วสูง
ซูหมิงก้มดูโทรศัพท์มือถือ สถานีต่อไปคือสถานีกวงกู่แล้ว รถไฟลอยฟ้านี่วิ่งเร็วจริงๆ
แต่ในวินาทีนั้นเอง สายตาอันเฉียบแหลมของซูหมิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ชายหนุ่มสวมหมวกแก๊ปดึงปีกหมวกลงต่ำ จงใจเบียดแทรกตัวเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังซ้ายของหลินชูอวี่
จากนั้นชายคนนั้นก็ล้วงมีดพับขนาดเล็กที่ทำจากวัสดุพิเศษออกมาจากกระเป๋า แล้วใช้ความชำนาญกรีดก้นกระเป๋าเสื้อโค้ทของหลินชูอวี่อย่างแนบเนียน
ซูหมิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เขาไม่ได้ผลีผลามเข้าไปขัดขวาง กลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแอบถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์โจรกรรมนั้นไว้เงียบๆ
เพียงพริบตาเดียว ชายหนุ่มก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของหลินชูอวี่ไปได้อย่างไร้ร่องรอย จากนั้นก็หมุนตัวเบียดฝูงชนเดินหนีไป ท่วงท่าการกระทำทั้งหมดลื่นไหลเป็นธรรมชาติ บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพและน่าจะเป็นพวกหัวขโมยที่ก่อเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ตอนนั้นเอง รถไฟลอยฟ้าก็เดินทางมาถึงสถานีกวงกู่พอดี
ซูหมิงลุกขึ้นจากที่นั่ง เตรียมจะเข้าไปเรียกหลินชูอวี่
แต่หลินชูอวี่กลับก้าวลงจากรถไฟไปก่อน แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวมุ่งหน้าไปยังทางออก
ที่สถานีนี้มีคนลงเยอะมาก ซูหมิงถูกฝูงชนขวางทางอยู่เกือบสิบวินาทีกว่าจะเบียดตัวลงมาได้ พอลงมาถึง หลินชูอวี่ก็เดินห่างออกไปกว่าห้าสิบเมตรแล้ว
ซูหมิงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ไม่คิดเลยว่าเธอจะเดินเร็วขนาดนี้ เขาจึงต้องรีบวิ่งตามไป
แต่ซูหมิงก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง หลินชูอวี่เดินไปถึงหน้าประตูตรวจตั๋วทางออกแล้ว
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แต่กลับพบว่ากระเป๋าเป็นรูโหว่ โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์หายวับไปแล้ว
หลินชูอวี่ยืนนิ่งเงียบอยู่หน้าประตูตรวจตั๋ว
ผู้โดยสารที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองเธอเป็นตาเดียว
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินตรวจตราอยู่แถวนั้น สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเดินเข้ามาถามไถ่อย่างสุภาพ
“คุณผู้หญิง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ขอโทษค่ะ บัตรโดยสารของฉันอยู่ในกระเป๋าสตางค์ แล้วกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือของฉันก็โดนขโมยไป ตอนนี้เลยออกไปไม่ได้ค่ะ”
หลินชูอวี่อธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“เอ่อ...”
พอได้ยินแบบนั้น เจ้าหน้าที่ก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย เขาไม่ได้คิดว่าหลินชูอวี่จะหนีตั๋วหรอกนะ เพราะเธอก็หน้าตาสะสวย แถมการแต่งตัวก็ดูดีมีฐานะ
เวลานั้น ผู้โดยสารหลายคนหยุดเดินแล้วเข้ามายืนมุงดูเหตุการณ์ ในจำนวนนั้นมีวัยรุ่นหลายคนที่มองหลินชูอวี่ด้วยสายตาเป็นประกาย พลางซุบซิบกันอย่างตื่นเต้น
“โห สวยจังเลย”
ในขณะนั้นเอง ซูหมิงก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เขาเอ่ยขึ้นพร้อมอาการหอบเล็กน้อยว่า
“ผมเป็นพยานให้เธอได้ครับ”
“เพื่อนนักเรียนซูหมิง?”
หลินชูอวี่มองเขาด้วยความประหลาดใจ
ซูหมิงส่งยิ้มให้หลินชูอวี่ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายไว้
ในคลิปวิดีโอปรากฏภาพเหตุการณ์ที่หลินชูอวี่ถูกล้วงกระเป๋าอย่างชัดเจน รวมถึงใบหน้าของหัวขโมยคนนั้นด้วย
“คลิปนี้ยืนยันได้ครับ”