- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุจักรวาล
- ตอนที่ 36 คลับ
ตอนที่ 36 คลับ
ตอนที่ 36 คลับ
ยี่สิบวันต่อมา
ซูหมิงตื่นนอนแต่เช้าตรู่ หลังจากวิดพื้นและซิทอัพไปหลายเซ็ต เขาก็ไปอาบน้ำให้สดชื่น แล้วรีบวิ่งลงบันไดมาอย่างเร่งรีบ
เมื่อมาถึงโต๊ะอาหาร เขาก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าอย่างตะกละตะกลาม
“กินช้าๆ หน่อยลูก เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”
จ้าวหนิงมองซูหมิงที่กินเร็วเกินไปพลางเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ผมอิ่มแล้วครับ ขอตัวไปเรียนพิเศษบ้านอาจารย์ถังก่อนนะครับ”
ซูหมิงลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที
“เฮ้อ... ระวังตัวด้วยนะลูก”
จ้าวหนิงมองดูความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังของซูหมิงแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ หากไม่ใช่เพราะการสอบระดับเมืองที่ใกล้เข้ามา เธอคงจะเอ่ยปากบอกให้เขาพักผ่อนบ้าง ไม่อยากให้เหนื่อยจนล้มหมอนหนอนเสื่อไปเสียก่อน
บนถนนที่กว้างขวาง ซูหมิงวิ่งเหยาะๆ ด้วยความเร็วสม่ำเสมอมุ่งหน้าไปที่บ้านอาจารย์ถังเหยี่ยน จากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าพละกำลังของตัวเองดีขึ้นมาก น้ำหนักตัวก็ลดลงไปบ้างแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ ภายใต้การติวเข้มอย่างหนักหน่วง คะแนนของเขากำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว และคลังความรู้ก็อัดแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ
ซูหมิงเริ่มมีความมั่นใจกับการสอบระดับเมืองที่กำลังจะมาถึงมากขึ้นทุกที
ไม่นานนัก ซูหมิงก็วิ่งมาถึงหน้าบ้านของอาจารย์ถังเหยี่ยน ประตูบ้านเปิดอ้าไว้
เมื่อเขาก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหมิงเค่อกำลังพูดคุยกับอาจารย์ถังด้วยน้ำเสียงกังวลใจ
“อาจารย์ครับ คะแนนวิชาเสริมไม่มีทางเพิ่มได้แล้วจริงๆ เหรอครับ?”
“เฮ้อ... หมิงเค่อ ครูเข้าใจความฝันของเธอนะ แต่คนเราต้องรู้จักยอมรับความจริง แม้ว่าเธอจะเรียนเก่งมากแค่ไหน แต่ด้วยสถานการณ์ของเธอในตอนนี้ มันยังไม่พอที่จะสนับสนุนให้เธอไปตามล่าความฝันได้หรอก”
“อย่างแรกเลยคือคะแนนสอบรวมของเธอยังไม่ถึงเกณฑ์ และที่สำคัญคะแนนวิชาเสริมของเธอก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ด้วย แทนที่เธอจะมัวพะวงกับวิชาเสริม สู้เอาเวลาไปทุ่มเทเพิ่มคะแนนสอบรวมให้ได้สูงๆ ไม่ดีกว่าหรือ แบบนั้นยังพอมีลุ้นสอบเข้าวิทยาลัยดีๆ ได้บ้างนะ”
ถังเหยี่ยนวางมือลงบนบ่าของหมิงเค่อพลางเอ่ยเตือนสติ
“เอ่อ...”
ซูหมิงที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเขาเองดันลืมเรื่องวิชาเสริมไปเสียสนิทเลย คราวนี้แหละงานหยาบแน่
หมิงเค่อกับถังเหยี่ยนได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ก็หยุดคุยกันแล้วหันไปมองซูหมิง
“ซูหมิง วันนี้มาเช้าจังนะ”
“อืม” ซูหมิงตอบกลับอย่างเหม่อลอย
“คนอื่นยังมาไม่ถึงเลย เธอไปนั่งพักก่อนสิ” ถังเหยี่ยนบอกกับซูหมิง
ซูหมิงเดินไปหลบมุมนั่งลง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาว่าในเขตที่สิบสามแห่งนี้ มีเครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบอยู่ที่ไหนบ้าง เผื่อว่าจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง
แต่ผลปรากฏว่า ค้นหาจนทั่วแล้วกลับไม่พบข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว
ซูหมิงได้แต่ส่ายหัวอย่างหมดหนทาง ดูเหมือนว่าเขาคงต้องกลับไปถามพ่อกับแม่ที่บ้านแล้วล่ะ เผื่อว่าพวกเขาจะมีวิธีแก้ปัญหานี้ได้
เวลาสี่โมงสิบนาทีช่วงบ่าย
แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน ซูหมิงก้าวลงจากรถ
ทันทีที่เขากลับเข้าบ้าน เขาก็เห็นจ้าวหนิงกับซูหย่วนควงแขนกันเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
“พ่อครับ แม่ครับ” ซูหมิงเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
เมื่อจ้าวหนิงเห็นซูหมิงกลับมา เธอก็ปล่อยแขนซูหย่วนแล้วเดินเข้ามาหา ถามด้วยความรักใคร่
“กลับมาแล้วเหรอลูก วันนี้เหนื่อยไหม หิวหรือเปล่า? ป้าฮุ่ยกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่พอดีเลยจ้ะ”
ซูหมิงมองจ้าวหนิงที่คอยเอาอกเอาใจเขา ในใจก็รู้สึกตื้นตันใจ คนที่ได้รับความรักมักจะมีความสุขเสมอ เขาจึงคลี่ยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับ
“ไม่เหนื่อยหรอกครับ ถึงเหนื่อยก็แค่ไม่กี่วันนี้แหละครับ”
“ลูกรักของพ่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ ลูกตั้งใจอ่านหนังสือสอบให้เต็มที่เลยนะ พอสอบระดับเมืองเสร็จ พ่อจะพาลูกไปซื้อโมเดลหุ่นยนต์รุ่นลิมิเต็ดที่ลูกชอบที่สุดเลย!”
ซูหย่วนเดินยิ้มร่าเข้ามา เอ่ยปากชมลูกชายอย่างไม่หวงคำ
“ได้เลยครับ ว่าแต่พ่อกับแม่กำลังจะออกไปข้างนอกเหรอครับ?”
ซูหมิงดึงบทสนทนากลับมาที่เรื่องตรงหน้า
“ที่บริษัทมีครอบครัวของพนักงานที่หายตัวไปมาขอพบน่ะ พ่อกับแม่จะเข้าไปจัดการเรื่องนี้สักหน่อย คงกลับมาดึกๆ หน่อยนะลูก”
ซูหย่วนอธิบายคร่าวๆ
“อ๋อ... พ่อครับ ผมมีเรื่องอยากให้พ่อช่วยหน่อยน่ะครับ”
ซูหมิงรีบพูดแทรกขึ้นมาเมื่อได้ยินดังนั้น
“ว่ามาเลยลูกรัก ขอแค่เป็นเรื่องที่พ่อทำได้ พ่อจะจัดให้ลูกเอง ไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“คืออย่างนี้ครับพ่อ ตอนนี้โรงเรียนปิด ผมเลยไม่มีที่ซ้อมสำหรับวิชาเสริมหุ่นยนต์รบ พ่อพอจะหาซื้อเครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบให้ผมสักเครื่องได้ไหมครับ?”
“เอ่อ... เรื่องนี้มัน...” ซูหย่วนถึงกับอึกอักไปทันที
“มันแพงมากเลยเหรอครับ? ความจริงถ้าซื้อไม่ได้ จะเช่าเอาก็ได้นะครับ”
ซูหมิงเห็นซูหย่วนทำหน้าหนักใจ จึงลองลดระดับความต้องการลง
“มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินหรอกลูก เครื่องฝึกจำลองเครื่องนึงมันจะสักเท่าไหร่เชียว ปัญหาหลักคือเรื่องนี้เขาควบคุมเข้มงวดมาก ทุกอย่างถูกผูกขาดไว้หมดแล้ว แถมบ้านเราก็ไม่มีสิทธิ์ซื้อด้วย จะให้หามาปุบปับทันทีมันยากมากจริงๆ”
ซูหย่วนตอบกลับด้วยความหนักใจสุดๆ
จ้าวหนิงตวัดค้อนใส่ซูหย่วนไปวงใหญ่ ก่อนจะเอ่ยตำหนิว่า
“ก็เพราะคุณไม่เคยคิดจะก้าวหน้าไงล่ะ พอตอนนี้ลูกอยากได้เครื่องฝึกจำลองสักเครื่อง ก็ยังหามาให้ลูกไม่ได้ ถ้าเมื่อก่อนคุณขยันทำงานจนได้ไปคุมสายการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ ป่านนี้เราก็คงมีสิทธิ์ซื้อเครื่องฝึกได้แล้ว”
“โธ่ที่รัก ธุรกิจอาวุธยุทโธปกรณ์ก็มีแต่พี่ๆ ของผมคุมอยู่ทั้งนั้น จะตกมาถึงมือผมได้ยังไงล่ะ คุณอย่ามาหาเรื่องให้ผมลำบากใจสิ”
ซูหย่วนอธิบายเสียงอ่อย
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงช่วยไม่ได้แล้วล่ะครับ” ซูหมิงกล่าวอย่างยอมรับสภาพ
“ลูกรัก ถ้าลูกอยากได้จริงๆ พ่อจะลองไปหาทางดูให้แล้วกัน”
ซูหย่วนเอ่ยด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ
“แล้วต้องใช้เวลาแค่ไหนครับ?”
นัยน์ตาของซูหมิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที
“หนึ่งเดือน พ่อรับรองว่าภายในหนึ่งเดือน พ่อจะหามาให้ลูกให้ได้” ซูหย่วนรับปากยิ้มๆ
เมื่อซูหมิงได้ยินคำพูดของซูหย่วน อารมณ์ที่เพิ่งพุ่งทะยานขึ้นก็ดิ่งฮวบลงเหวราวกับนั่งรถไฟเหาะ เขาอยากจะบ่นออกมาดังๆ เหลือเกินว่า รอตั้งเดือนนึง ตอนนั้นดอกไม้จีนคงเหี่ยวเฉาหมดแล้ว!
“เฮ้อ!”
ความจริงที่ซูหย่วนต้องใช้เวลานานขนาดนั้น เป็นเพราะเขาไม่กล้าโทรกลับไปที่บ้านใหญ่ เนื่องจากเขาทำให้ตระกูลต้องสูญเสียหุ่นยนต์รุ่นที่สองไปถึงสิบเครื่อง ตอนนี้ทั่วทั้งตระกูลคงกำลังเดือดดาล ลุงป้าน้าอา พี่ชายน้องสาวทุกคนคงจะโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ
เมื่อจ้าวหนิงเห็นซูหมิงถอนหายใจ เธอก็รีบบอกว่า
“ลูกรัก เครื่องฝึกจำลองนั่นมันหาได้ยากจริงๆ นะ แต่ถ้าลูกอยากซ้อมจริงๆ ในเขตที่สิบสามของเรา มีคลับแห่งหนึ่งชื่อ ‘คลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์’ ที่คลับนั้นมีเครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบอยู่จ้ะ”
“จริงด้วย พ่อลืมไปได้ยังไงเนี่ย ทั้งเขตที่สิบสามก็มีแค่คลับนี้คลับเดียวแหละที่มี”
ซูหย่วนเพิ่งจะนึกขึ้นได้
“ดีเลยครับ งั้นผมไปซ้อมที่คลับนั้นก็แล้วกันครับ”
นัยน์ตาของซูหมิงเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง
เขาลองคำนวณเวลาในใจเงียบๆ การเรียนพิเศษกับอาจารย์ถังเหยี่ยนปกติจะเสร็จประมาณสี่โมงเย็น ส่วนคลาสของอาจารย์เจียงอวี่อย่างเร็วก็เริ่มตอนสองทุ่ม เขาสามารถใช้เวลาช่วงนี้ไปซ้อมได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว
“ลูกรัก งั้นพ่อกับแม่ไม่คุยแล้วนะ ต้องรีบไปแล้วล่ะ!”
จ้าวหนิงก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ แล้วหันไปพูดกับซูหมิง
พวกเขาต้องรีบออกจากบ้าน ไปจัดการเรื่องยุ่งเหยิงที่บริษัทให้เรียบร้อย จะปล่อยให้เกิดเรื่องบานปลายไม่ได้เด็ดขาด เพราะทางสหพันธรัฐเก่าได้ส่งคนจากศาลพิจารณาคดีลงมาตรวจสอบแล้ว
“ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ” ซูหมิงกล่าวลาจ้าวหนิงและซูหย่วน
จากนั้นทั้งสองก็รีบผลีผลามออกจากบ้านไปทันที
ซูหมิงมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาที่ตั้งของ ‘คลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์’ แล้วก็พบว่าคลับนี้ตั้งอยู่ในย่านเริงรมย์ที่เจริญที่สุดของเขตที่สิบสาม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเขาพอสมควรเลยทีเดียว
“นายน้อยคะ อาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะ” เฉินฮุ่ยเดินเข้ามาเอ่ยอย่างนอบน้อม
“ป้าฮุ่ยครับ มื้อเย็นผมคงไม่ได้ทานที่บ้านนะครับ ผมจะไปซ้อมที่คลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์น่ะครับ ถ้าพ่อกับแม่กลับมาก่อน ฝากบอกพวกท่านให้ด้วยนะครับ”
ซูหมิงสั่งความกับเฉินฮุ่ยสั้นๆ