- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุจักรวาล
- ตอนที่ 38 ยืมเงิน
ตอนที่ 38 ยืมเงิน
ตอนที่ 38 ยืมเงิน
“เชอะ! เห็นคนโดนล้วงกระเป๋าอยู่ทนโท่ แต่กลับไม่กล้าเข้าไปช่วย ขี้ขลาดชะมัด”
ในตอนนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็จงใจพูดจาถากถางซูหมิง หวังจะเรียกร้องความสนใจจากหลินชูอวี่
ซูหมิงได้ยินก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขาเพียงอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“หัวขโมยคนนั้นมีมีดอยู่บนรถไฟที่คนแน่นขนาดนั้น ถ้าผลีผลามเข้าไปขัดขวาง อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและมีคนบาดเจ็บได้ ผมถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานแล้ว ผมเชื่อว่าการจะตามจับตัวเขาคงไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถหรอกครับ”
“เอาเถอะๆ ไม่ต้องมาหาข้ออ้างหรอก พูดง่ายๆ ก็คือปอดแหกนั่นแหละ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงจับมันกดลงกับพื้นไปแล้ว”
ชายหนุ่มคนนั้นไม่ยอมฟังคำอธิบายของซูหมิงแม้แต่น้อย
หลินชูอวี่ไม่ได้สนใจผู้ชายปากสว่างคนนั้นเลย เธอหันไปพูดกับซูหมิงแทน
“ซูหมิง ฉันคิดว่านายทำถูกแล้วล่ะ”
เมื่อเห็นว่าหลินชูอวี่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง แถมยังเข้าข้างซูหมิง ชายหนุ่มคนนั้นจึงได้แต่เดินคอตกจากไปอย่างเสียหน้า
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบกล่าวขอโทษทันที
“ต้องขออภัยด้วยครับคุณผู้หญิง เป็นความบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของเราเอง ผมจะรีบแจ้งตำรวจให้ช่วยตามจับคนร้ายให้เร็วที่สุด รบกวนขอช่องทางติดต่อไว้ด้วยนะครับ หากจับตัวได้เมื่อไหร่ เราจะรีบแจ้งให้ทราบทันทีครับ”
“ได้ค่ะ” หลินชูอวี่พยักหน้าเล็กน้อย
“คุณผู้ชายครับ รบกวนส่งคลิปวิดีโอให้ผมสักก็อปปี้หนึ่งด้วยนะครับ การตัดสินใจของคุณถูกต้องแล้วครับ ที่ช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ผมในฐานะตัวแทนของบริษัทรถไฟลอยฟ้า ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ”
เจ้าหน้าที่หันไปพูดกับซูหมิงอย่างสุภาพ
“ได้ครับ”
ซูหมิงจัดการส่งคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์ของเขาให้เจ้าหน้าที่ทันที
หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็พาซูหมิงและหลินชูอวี่เดินออกไปทางช่องทางพิเศษสำหรับพนักงาน
หลินชูอวี่หันมาขอบคุณซูหมิงด้วยความจริงใจ
“ซูหมิง ขอบคุณมากนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ความจริงคนที่ควรจะขอบคุณคือผมต่างหาก ผมยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลยเรื่องที่ช่วยชีวิตผมคราวก่อน”
ซูหมิงตอบด้วยท่าทีสบายๆ
“มันเป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้วล่ะ” หลินชูอวี่ส่ายหน้าเบาๆ
“หลินชูอวี่ ผมมีธุระต้องไปทำต่อ ขอตัวก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ!”
ซูหมิงบอกลาหลินชูอวี่สั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เวลาของเขามีจำกัด ต้องรีบไปที่คลับให้เร็วที่สุด
หลินชูอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามซูหมิงไป
เมื่อซูหมิงเห็นหลินชูอวี่วิ่งตามมา เขาก็หยุดเดินแล้วถามด้วยความสงสัย
“มีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าครับ?”
หลินชูอวี่อึกอักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าพูดออกมา
“ซูหมิง... ขอยืมเงินหน่อยได้ไหม?”
ซูหมิงเข้าใจสถานการณ์ทันที โทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ของเธอถูกขโมยไป ตอนนี้เธอคงไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว น่าจะขอยืมเงินเพื่อเป็นค่ารถแท็กซี่กลับบ้าน
เขาจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ควักเงินสดทั้งหมดที่มีออกมา ปรากฏว่ามีธนบัตรใบละร้อยเหรียญสหพันธรัฐเพียงใบเดียวเท่านั้น
แม้มันจะไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับค่ารถแท็กซี่ เขาจึงยื่นมันให้หลินชูอวี่
“นี่ครับ”
“ร้อยเหรียญไม่พอหรอก ขอยืมสักพันเหรียญได้ไหม?”
หลินชูอวี่มองธนบัตรใบละร้อยในมือซูหมิงโดยไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ แต่กลับส่ายหน้าปฏิเสธ
เธอไม่อยากพลาดการฝึกซ้อมของวันนี้ไป เพราะตอนนี้ทุกนาทีมีค่าสำหรับเธอมากจริงๆ
การสอบระดับเมืองครั้งนี้ เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องสอบเข้าวิทยาลัยการทหารราชสำนักให้ได้
เมื่อซูหมิงได้ยินว่าหลินชูอวี่จะขอยืมตั้งพันเหรียญ เขาก็เริ่มหนักใจ ไม่ใช่ว่าเขากลัวเธอจะชักดาบหรอกนะ เพราะดูจากนิสัยใจคอและฐานะทางบ้านของเธอแล้ว เรื่องเงินแค่นี้คงไม่เบี้ยวแน่ อีกอย่างเธอก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้ เงินแค่นี้เขาไม่เสียดายหรอก ปัญหาคือเขาไม่ได้พกเงินสดติดตัวมาเยอะขนาดนั้นต่างหาก
“ซูหมิง ฉันจะคืนเงินให้นายแน่นอน”
เมื่อเห็นซูหมิงมีสีหน้าลำบากใจ หลินชูอวี่ก็รีบให้คำมั่นสัญญา
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ ปัญหาคือผมมีเงินสดติดตัวมาแค่ร้อยเดียวเอง ว่าแต่เธอจะเอาเงินเยอะแยะไปทำอะไรเหรอครับ?”
“ฉันจะไปซ้อมบังคับหุ่นที่คลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์น่ะ”
“บังเอิญจังเลย ผมก็จะไปซ้อมที่นั่นเหมือนกัน เอาอย่างนี้สิ เราไปด้วยกันเลย เดี๋ยวผมใช้โทรศัพท์จ่ายให้เอง” ซูหมิงเสนอตัว
“ได้จ้ะ ขอบใจมากนะ”
หลินชูอวี่เอ่ยขอบคุณด้วยความเกรงใจ
“เรื่องเล็กน้อยครับ ไปกันเถอะ!”
จากนั้นซูหมิงและหลินชูอวี่ก็เดินเคียงคู่กัน มุ่งหน้าไปยังคลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์
เขตทางเดินแสงดาว เป็นย่านบันเทิงที่คึกคักและเจริญที่สุดในเขตที่สิบสาม แม้ท้องฟ้าจะยังไม่มืดสนิท แต่ร้านรวงและตึกรามบ้านช่องสองข้างทางต่างก็เปิดไฟนีออนหลากสีสันสว่างไสว
บนท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ บางครั้งก็มีนักดนตรีพเนจรสะพายกีตาร์ นั่งยองๆ ดีดกีตาร์ร้องเพลงฮิตล่าสุดอยู่ตามมุมตึก
หลินชูอวี่และซูหมิงเดินไปตามถนน ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้ไม่น้อย บางคนถึงกับมองด้วยสายตาอิจฉาริษยา พร้อมกับพึมพำด้วยความไม่พอใจว่า
“ตาบอดหรือไงวะ ดอกไม้สวยๆ ดันไปปักอยู่บนกองขี้วัวซะได้”
ซูหมิงสัมผัสได้ถึงสายตาและเสียงนินทาเหล่านั้น แต่เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย
สิบกว่านาทีต่อมา ทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูคลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์ คลับแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถนนสายที่คึกคักที่สุด ทั้งยังครอบครองอาคารทั้งหลังแต่เพียงผู้เดียว แค่นี้ก็พอจะเดาออกแล้วว่าคลับแห่งนี้มีเงินทุนหนาขนาดไหน
ซูหมิงและหลินชูอวี่เดินเข้าไปในคลับ ก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับอันกว้างขวาง การตกแต่งของโถงไม่ได้เน้นความหรูหราอลังการ แต่กลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความดิบเถื่อนและทรงพลัง ผนังรอบด้านประดับประดาด้วยชิ้นส่วนเครื่องจักรและโมเดลหุ่นยนต์รบที่ทำจากเหล็กกล้า พื้นก็ปูด้วยกระเบื้องลายจักรกล
“ทางนี้ เครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบอยู่ชั้นสอง ค่าบริการที่นี่ชั่วโมงละ 100 เหรียญสหพันธรัฐ”
หลินชูอวี่เคยมาที่นี่มาก่อน เธอจึงเป็นคนนำทางซูหมิงเดินไปที่บันไดเลื่อน
“ราคานี้ไม่เบาเลยนะ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้”
ซูหมิงพูดคุยกับหลินชูอวี่ขณะเดินไปที่บันไดเลื่อน
“มันก็แพงเอาเรื่องอยู่นะ พนักงานกินเงินเดือนทั่วไปในเขตที่สิบสาม ได้เงินเดือนแค่เดือนละ 1,500 เหรียญเอง แต่จะทำไงได้ล่ะ ทั้งเขตนี้มีคลับนี้คลับเดียวที่ได้รับใบอนุญาตให้มีเครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบได้”
หลินชูอวี่เองก็คิดว่าแพง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“อืม” ซูหมิงพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่นานทั้งสองก็ขึ้นมาถึงชั้นสอง บรรยากาศบนนี้คึกคักมาก มีวัยรุ่นมารวมตัวกันเพียบ หลายคนสวมเครื่องแบบของวิทยาลัยระดับกลางแห่งที่หนึ่ง ‘ไห่เหิง’ และแห่งที่สอง ‘เทียนเหวย’ แน่นอนว่าต้องมีนักเรียนจากโรงเรียนของซูหมิงรวมอยู่ด้วย
“นักเรียนจากไห่เหิงกับเทียนเหวยเยอะจังเลย”
ซูหมิงเอ่ยอย่างประหลาดใจ
“โรงเรียนของพวกเขาก็ปิดเหมือนกันไงล่ะ เลยพากันมาสุมหัวอยู่ที่นี่กันหมด”
หลินชูอวี่อธิบาย
“ไปเถอะ รีบไปหาพนักงานเพื่อเปิดเครื่องฝึกกันดีกว่า ขืนชักช้าเดี๋ยวโต๊ะเต็มพอดี”
เมื่อเห็นคนเยอะขนาดนี้ ซูหมิงก็รีบเดินปรี่ไปหาพนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลทันที
หลินชูอวี่เดินตามซูหมิงไปติดๆ
ไม่นานทั้งสองก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพนักงานชายสวมเสื้อกั๊กของคลับเฮฟวี่อาร์มมิ่งสไตรค์ ซึ่งดูมีอายุและค่อนข้างเจ้าเนื้อเล็กน้อย
“สวัสดีครับ” ซูหมิงเอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท
“สวัสดีครับ ผมหลิวจื้อ พนักงานของคลับแห่งนี้ มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ?”
หลิวจื้อฉีกยิ้มกว้างตอบกลับซูหมิง แต่สายตากลับเอาแต่จ้องมองหลินชูอวี่ไม่วางตา
“ขอเปิดเครื่องฝึกจำลองหุ่นยนต์รบสองเครื่องครับ”
ซูหมิงแจ้งความประสงค์อย่างชัดเจน