เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 ความเป็นจริงอันโหดร้าย

ตอนที่ 29 ความเป็นจริงอันโหดร้าย

ตอนที่ 29 ความเป็นจริงอันโหดร้าย


แม้แต่เฉินถ่งก็ยังไม่เอ่ยปากอะไรออกมา เขายืนพิงกำแพงเงียบๆ อย่างสงบ

ทว่าหมิงเค่อกลับกัดฟันพูดกับถังเหยี่ยนว่า

“อาจารย์ครับ ผมไม่อยากยอมแพ้ ผมคิดว่าเรายังสู้ตายได้สักตั้งครับ”

“ช่างมันเถอะ ถึงพวกเธอจะมั่นใจ แต่ครูไม่มีความมั่นใจเลย”

“ไม่ครับอาจารย์ ผมมีความมั่นใจในตัวอาจารย์มาก ยังไงซะ อาจารย์ก็จบจากวิทยาลัยราชสำนัก วิทยาเขตนอกมานะครับ ต้องพาพวกเราสอบเข้าได้อย่างแน่นอน”

“เอ่อ... ครูน่ะเรียนจบจากวิทยาเขตนอกของวิทยาลัยราชสำนักก็จริง แต่จะพูดยังไงดีล่ะ...”

ถังเหยี่ยนถึงกับทำตัวไม่ถูก เขาไม่กล้าบอกว่าตอนเรียนอยู่วิทยาเขตนอก ตัวเองน่ะรั้งท้ายแบบสุดๆ อีกอย่าง เหตุผลสำคัญที่เขาสอบเข้าได้ก็เพราะเขาเป็นคนของเมืองที่สาม เพียงแต่ต่อมาครอบครัวตกต่ำลงถึงได้ระเห็จมาอยู่ที่เขตที่สิบสามแห่งนี้

ซูหมิงมองถังเหยี่ยนด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาจารย์จะเรียนจบจากวิทยาลัยราชสำนัก วิทยาเขตนอก

“อาจารย์ทำได้แน่นอนครับ!”

หมิงเค่อพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ใช่ครับ!” พวกจ้าวหรันก็ร่วมกันส่งเสียงสนับสนุน

ถังเหยี่ยนถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง แล้วหยิบปึกกระดาษข้อสอบออกมา

เขาวางกระดาษข้อสอบปึกนั้นลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วเอ่ยว่า

“นี่คือข้อสอบรวมของการสอบระดับเมืองของปีที่แล้ว พวกเธอลองทำดูแล้วกัน”

หมิงเค่อและคนอื่นๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบข้อสอบมาคนละชุด แล้วแยกย้ายกันไปหามุมเงียบๆ เพื่อทำข้อสอบ

ซูหมิงก็หยิบข้อสอบมาแผ่นหนึ่ง หาที่ว่างนั่งลงบนพื้น เขาเริ่มไล่ดูข้อสอบแผ่นนี้แบบผ่านๆ ตา เทียบกับข้อสอบที่เคยทำปกติแล้ว ข้อสอบฉบับนี้มีเนื้อหาเยอะมาก มีถึงยี่สิบหน้าเต็มไปด้วยโจทย์หลากหลายประเภท

เขาดูคะแนนรวมของข้อสอบฉบับนี้ ซึ่งมีคะแนนเต็มถึง 300 คะแนน

ซูหมิงเองก็รู้สึกกระตือรือร้น อยากจะลองดูว่าตัวเองจะทำคะแนนได้สักเท่าไหร่ เขาจึงเริ่มลงมือเขียนคำตอบอย่างตั้งใจ

ถังเหยี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา มองดูเหล่านักเรียนทำข้อสอบอย่างเงียบๆ

เวลาล่วงเลยผ่านไปห้าชั่วโมง ซูหมิงทำข้อสอบมาจนถึงหน้าสุดท้ายแล้ว แต่เขาทำมันด้วยความยากลำบากแสนสาหัส เพราะความรู้ในหัวมีอยู่อย่างจำกัด หลายข้อแค่อ่านโจทย์ก็มืดแปดด้านแล้ว จะให้เดาก็ยังเดาไม่ถูกเลย!

ยกตัวอย่างเช่น ข้อสอบข้อที่สามจากท้ายสุด: ‘ในการปรับโครงสร้างระบบครั้งที่สิบเอ็ดในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐเก่า ได้เผชิญกับความท้าทายใดบ้าง ท้ายที่สุดล้มเหลวได้อย่างไร และหากเป็นคุณ คุณจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร’

โจทย์ข้อนี้ ซูหมิงจำได้แค่ปีเดือนวันที่เกิดเหตุการณ์ และข้อมูลคร่าวๆ ของผู้ริเริ่มเท่านั้น ส่วนรายละเอียดลึกๆ ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด แล้วจะให้ตอบยังไงล่ะ!

ที่ซวยกว่านั้นคือ ข้อสอบแนวนี้ในแต่ละปีออกไม่เคยซ้ำกันเลย ประวัติศาสตร์ของสหพันธรัฐเก่านั้นยาวนานมาก มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน หลายเรื่องถูกบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์เพียงแค่ไม่กี่บรรทัด หากอยากรู้รายละเอียดก็ต้องไปค้นหาเอกสารอ้างอิงเอาเอง

ดังนั้น การสอบนี้จึงเรียกร้องคลังความรู้ที่สูงมากสำหรับตัวนักเรียน หากให้เวลาซูหมิงมากพอ เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เผอิญว่าสิ่งที่เขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา

ถังเหยี่ยนดูเวลาในโทรศัพท์ แล้วรออย่างอดทนไปอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนจะประกาศว่า

“หมดเวลา ส่งข้อสอบ!”

พวกซูหมิงพากันวางปากกา แล้วส่งข้อสอบให้ถังเหยี่ยน

ถังเหยี่ยนเริ่มตรวจกระดาษคำตอบทันที ทุกคนต่างพากันเข้ามารุมล้อมด้วยความอยากรู้ว่าตนเองจะได้คะแนนเท่าไหร่

คนแรกที่ถูกตรวจคือข้อสอบของเฉินถ่ง ถังเหยี่ยนขีดถูกและกากบาทอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็ให้คะแนนที่ 129 คะแนน

เฉินถ่งมองดูคะแนนแล้วหน้าเสียไปทันที

ถังเหยี่ยนตรวจต่อไปเรื่อยๆ คะแนนของแต่ละคนก็ทยอยออกมา จ้าวหรัน 103 คะแนน, เฉิงหรัน 72 คะแนน, หมิงเค่อ 141 คะแนน

“ว้าว หัวหน้าห้องได้คะแนนสูงจังเลย!”

พวกจ้าวหรันต่างพากันร้องอุทานชื่นชม

“ยังไม่ดีพอหรอก” แต่หมิงเค่อกลับไม่พอใจกับคะแนนนี้เลย

ในตอนนั้น ถังเหยี่ยนหยิบข้อสอบของซูหมิงขึ้นมาตรวจ หัวใจของซูหมิงเต้นตุบๆ ลุ้นระทึกว่าตัวเองจะได้สักกี่คะแนน แต่พอเห็นรอยกากบาทถูกขีดลงไปทีละรอย หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปกว่าครึ่ง

และแล้วคะแนนสุดท้ายก็ออกมา ซูหมิงสอบได้ 92 คะแนน!

“ไม่เลวเลยนี่ ซูหมิงพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”

ถังเหยี่ยนมองดูคะแนนสุดท้าย แล้วเงยหน้าขึ้นเอ่ยชมซูหมิง ต้องรู้ไว้ว่านี่คือข้อสอบรวมระดับเมือง หากประเมินจากคะแนนสอบครั้งก่อนๆ ของซูหมิง แค่เขาทำได้หกเจ็ดสิบคะแนนก็ถือว่าเก่งแล้ว

“ใช่ๆ พยายามต่อไปนะ!” หมิงเค่อและเพื่อนๆ ต่างก็ร่วมกันให้กำลังใจ

ซูหมิงได้แต่ยิ้มเจื่อน นี่มันยังห่างไกลเป้าหมายอีกไกลเลยนะ แต่ก็เอาเถอะ แค่ไม่กี่วันทำคะแนนเพิ่มขึ้นมาได้ยี่สิบคะแนน ก็ถือว่าไม่เลวแล้วจริงๆ

ตอนนั้น ถังเหยี่ยนกระแอมไอทีหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนเงียบ ทุกคนจึงสงบปากสงบคำลงทันที

จากนั้น ถังเหยี่ยนก็กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“พวกเธอเห็นคะแนนกันแล้วใช่ไหม คราวนี้ครูจะอธิบายสถานการณ์แบบละเอียดให้ฟัง อย่างแรกเลย ทำไมครูถึงไม่แนะนำให้พวกเธอสอบเข้าวิทยาลัยราชสำนัก นั่นก็เพราะวิทยาลัยราชสำนัก วิทยาเขตใน กำหนดคะแนนสอบรวม 300 คะแนนไว้ที่เกณฑ์ 290 คะแนน ส่วนวิชาเสริม 100 คะแนน ก็ต้องได้ 90 คะแนนขึ้นไป! ส่วนวิทยาเขตนอก แม้จะผ่อนปรนลงมาหน่อย แต่คะแนนสอบรวมก็ต้องได้ 250 คะแนนขึ้นไป วิชาเสริมต้องได้ 60 คะแนน ลองเอามาเปรียบเทียบกับคะแนนของพวกเธอเองดูสิ”

พอพูดประโยคนี้จบ หมิงเค่อที่ได้คะแนนสูงสุดยังถึงกับพูดไม่ออก ส่วนคนอื่นๆ ยิ่งหมดหวังเข้าไปใหญ่

“ไม่เอาน่า คะแนนสูงขนาดนี้จะไปสอบติดได้ยังไง ใครมันจะทำได้เล่า?”

เฉิงหรันบ่นอุบด้วยความไม่พอใจ

“คนของเมืองที่สามสอบเข้าได้ไงล่ะ เพราะเกณฑ์วิทยาเขตในของพวกเขาอยู่ที่ 280 คะแนน กับ 80 คะแนน ส่วนวิทยาเขตนอกอยู่ที่ 200 คะแนน กับ 50 คะแนนเท่านั้น”

ถังเหยี่ยนอธิบายให้ทุกคนฟัง

ซูหมิงได้ยินตรงนี้ก็มองถังเหยี่ยนด้วยสีหน้าปั้นยาก นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อก่อนอาจารย์ถังเคยเป็นคนของเมืองที่สามมาก่อน?

“เฮ้ย ไม่ยุติธรรมเลยนี่ ทำไมพวกเขาถึงได้ลดหย่อนคะแนนตั้งเยอะขนาดนี้ล่ะ? แค่ทรัพยากรพื้นฐานของพวกเขาก็ดีกว่าพวกเราอยู่แล้วนะ”

เฉิงหรันอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาอีก

ถังเหยี่ยนถอนหายใจ แล้วกล่าวกับทุกคนว่า

“พวกเธอก็น่าจะรู้นี่ว่า ในเขตปกครองแต่ละเขตของสหพันธรัฐเก่านั้นมีอำนาจการปกครองตนเองที่สูงมาก พวกเขาย่อมต้องให้สิทธิพิเศษแก่คนในพื้นที่ของตัวเองก่อนเป็นธรรมดา เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องพูดกันให้มากความ”

“สรุปก็คือตอนนี้พวกเธอต้องยอมรับความเป็นจริง และตั้งเป้าหมายไปที่วิทยาลัยระดับสูงทั่วไปแทน ซึ่งไม่เพียงแต่คะแนนสอบจะต่ำกว่า แต่คะแนนวิชาเสริมก็ไม่สูงลิ่วด้วย อย่าเพิ่งไปดูถูกวิทยาลัยระดับสูงทั่วไปเชียวนะ ขอแค่พวกเธอสอบเข้าได้ พวกเธอก็สามารถต่ออายุขัยไปได้อีกสี่ปี ไม่ต้องไปเสี่ยงจับสลากแดงดำ แถมหลังจากเรียนจบแล้ว ยังสามารถลองไปสอบเป็นข้าราชการ หรือทำงานในองค์กรสำคัญของสหพันธรัฐ หรือจะไปเอาดีทางสายอาชีพอื่น อนาคตก็ถือว่าสดใสทีเดียว!”

“อืมๆ”

พวกจ้าวหรันพอได้ฟังคำพูดของถังเหยี่ยน สีหน้าที่เคยหม่นหมองก็กลับมามีประกายความหวังอีกครั้ง

ในตอนนั้น เฉินถ่งก็เอ่ยโพล่งขึ้นมาว่า

“อาจารย์พูดถูกครับ แต่ที่กลัวที่สุดคือสอบวิทยาลัยระดับสูงทั่วไปไม่ติดนี่แหละ ถ้าผมจำไม่ผิด คะแนนต่ำสุดที่วิทยาลัยระดับสูงทั่วไปต้องการคือ 150 คะแนนนะครับ”

“อ๋า สูงขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นพวกเราก็ยังห่างไกลอีกเยอะเลยสิ?”

พวกจ้าวหรันหน้าม่อยลงไปอีกรอบ

“อย่าเพิ่งท้อสิ พวกเธอแค่ไม่ต้องไปสมัครเรียนโรงเรียนในเขตเมืองสามก็พอแล้ว พวกเธอสมัครเรียนวิทยาลัยระดับสูงในเขตที่สิบสามของเรานี่แหละ ใช้แค่ 120 คะแนนก็พอ 120 คะแนนเนี่ย ขอแค่พวกเธอพยายามสักหน่อย ส่วนใหญ่ก็ทำได้กันทั้งนั้นแหละ”

ถังเหยี่ยนอธิบาย

“อาจารย์ครับ แล้วคนของเมืองที่สามที่มาสมัครเรียนวิทยาลัยระดับสูงธรรมดาของพวกเขา ก็ใช้ 120 คะแนนเหมือนกันเหรอครับ?”

เฉิงหรันลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้น

“ใช่แล้วล่ะ” ถังเหยี่ยนพยักหน้าตอบ

“เฮ้อ น่าอิจฉาจังเลยนะ แค่ 120 คะแนนก็ได้เรียนวิทยาลัยบนดินแล้ว”

หวังฉือและคนอื่นๆ เอ่ยอย่างอิจฉาตาร้อน

“มีอะไรให้น่าอิจฉากัน ถ้าพวกเขาจะมาสอบเข้าวิทยาลัยระดับสูงในเขตที่สิบสามของเรา ก็ต้องใช้ตั้ง 150 คะแนนเหมือนกันนั่นแหละ”

ถังเหยี่ยนกระแอมไอทีหนึ่งแล้วเอ่ยปลอบใจทุกคน

จบบทที่ ตอนที่ 29 ความเป็นจริงอันโหดร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว