- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุจักรวาล
- ตอนที่ 19 คิรามี่
ตอนที่ 19 คิรามี่
ตอนที่ 19 คิรามี่
"อย่าเข้าไปนะ หมอนั่นโดนคิรามี่สิงร่างไปแล้ว ชกไปก็เปล่าประโยชน์ ถ้าเกิดโดนมันกัดแล้วปล่อยเซลล์กลายพันธุ์เข้าสู่ร่างกายล่ะก็ จบเห่แน่"
ซูหมิงเตือนเฉินถ่ง
"เลิกเถียงกันได้แล้ว หมอนั่นเหมือนจะเล็งพวกเราแล้วนะ"
หมิงเค่อบอกกับซูหมิงและเฉินถ่งด้วยความหวาดกลัว
ซูหมิงและเฉินถ่งรีบหันไปมองโจวคังที่ถูกสิงร่างด้วยความระแวดระวัง ภาพที่เห็นคือดวงตาสีแดงก่ำของโจวคังจ้องเขม็งมาที่พวกเขา ริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างมีหยดเลือดสีดำทะมึนค่อยๆ ไหลรินออกมา
จากนั้นโจวคังก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสามคนทันที
ตอนนั้นเอง เสียงทุ้มใหญ่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"หลบไป!"
พวกซูหมิงกระโดดหลบไปคนละทิศคนละทางโดยอัตโนมัติ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือคุณป้าผู้ดูแลหอพักร่างท้วมใหญ่ ในมือถือมีดปังตอพุ่งเข้าใส่โจวคัง
"อย่าเข้าไปครับ ป้าหลี่!"
ซูหมิงรีบตะโกนห้ามทันที
ทว่าป้าหลี่ไม่ได้ฟังคำเตือนของซูหมิงเลยแม้แต่น้อย ป้าพุ่งเข้าไปประชิดตัวโจวคัง แล้วฟันมีดปังตอเข้าที่หัวของโจวคังอย่างเต็มแรง มีดฟันลึกลงไปครึ่งค่อนหัว ถ้าเป็นคนปกติคงตายคาที่ไปแล้ว
แต่น่าเสียดายที่โจวคังไม่ได้ล้มลงเพราะบาดแผลฉกรรจ์นั้น กลับใช้สองมือบีบคอของป้าหลี่เอาไว้อย่างแน่นหนา
"อั้ก~ ชะ... ช่วยด้วย!"
ใบหน้าของป้าหลี่แดงก่ำจนแทบขาดใจ
เมื่อพวกซูหมิงเห็นดังนั้น ก็เตรียมจะเสี่ยงตายพุ่งเข้าไปช่วย
แต่ทว่า โจวคังกลับอ้าปากประกบจูบกับป้าหลี่ จากนั้นก้อนเซลล์สารสีดำน่าขยะแขยงก็ทะลักออกจากปากของโจวคัง มุดเข้าสู่ปากของป้าหลี่
เมื่อเห็นภาพนั้น พวกซูหมิงก็ต้องหยุดชะงักลง
ป้าหลี่ที่ดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อครู่หยุดดิ้นในทันที ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ผิวพรรณเริ่มดำคล้ำและมีตุ่มปูดโปนขึ้นมาตามร่างกาย
นักเรียนที่ถูกกัดจนล้มลงไปนอนกับพื้นเมื่อครู่ก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาอย่างโซเซ
ผู้ติดเชื้อทั้งสามคน หันมาจ้องมองพวกซูหมิงเป็นตาเดียว พวกซูหมิงถอยกรูดไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
ขณะเดียวกัน เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังระงมไปทั่วทั้งหอพัก เหตุการณ์ภายนอกก็วุ่นวายโกลาหลไม่แพ้กัน และตามมาติดๆ ด้วยเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเขตที่สิบสาม
"ซูหมิง ฉันจำได้ว่าไอ้ตัวพวกนี้มันกลัวไฟ พวกนายมีไฟแช็กกันบ้างไหม?"
หมิงเค่อถามด้วยความตื่นตระหนก
"ไฟแช็กจะไปช่วยอะไรได้วะ เราต้องหาทางเอาปืนไฟมาให้ได้ต่างหาก ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ รีบหนีเร็ว!"
ซูหมิงจำได้ว่าในโรงเรียนมีปืนไฟสำรองเตรียมไว้ เพราะการบุกรุกของพวกคิรามี่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก พูดจบเขาก็คว้าแขนหมิงเค่อกับเฉินถ่งให้วิ่งตามมา
โจวคังและพวกผู้ติดเชื้อทั้งสามคน ก็ออกวิ่งไล่ตามมาติดๆ อย่างบ้าคลั่ง
ซูหมิงหันกลับไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะเค้นพลังทั้งหมดที่มีในร่างกาย วิ่งหนีสุดชีวิตแบบไม่คิดชีวิต
...
เขตที่สิบสาม อาคารสำนักงานเขต
ภายในห้องทำงานอันกว้างขวางและสะอาดสะอ้าน ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีดำ ผูกหูกระต่ายสีแดง ใบหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาเฉียบคม กำลังนั่งตรวจเอกสารกองโตอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เบื้องหน้าของเขามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสิบกว่าคนยืนรอรับคำสั่งอย่างเงียบๆ
ตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยดังมาจากนอกหน้าต่าง จึงวางปากกาในมือลง
ตึกๆ...
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่แง้มอยู่ถูกผลักออก ชายร่างกำยำกล้ามเป็นมัดๆ ในชุดต่อสู้สีดำเดินจ้ำอ้าวเข้ามา
"ผู้ว่าเขตเซียว เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
"ว่ามา เยี่ยเวย"
"เขตที่สิบสาม เกิดเหตุคิรามี่ตัวอ่อนบุกรุกครับ"
เยี่ยเวยรายงานพร้อมหอบหายใจ
"ก็แค่ตัวอ่อนเอง ทำตามมาตรการฉุกเฉินจัดการมันซะก็สิ้นเรื่อง ทำไมต้องลนลานขนาดนี้ด้วย?"
เซียวเลี่ยมองเยี่ยเวยด้วยความสงบเยือกเย็น
เมื่อเยี่ยเวยได้ฟังคำพูดของเซียวเลี่ย สีหน้าของเขาก็ฉายแววลังเล ทว่าสุดท้ายก็ตัดสินใจกัดฟันรายงานตามตรง
"ถึงแม้การบุกรุกครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่ตัวอ่อนของคิรามี่ แต่มันมีจำนวนมหาศาลเลยล่ะครับ"
"พวกนายมัวทำบ้าอะไรกันอยู่? ทำไมคิรามี่บุกมาเยอะขนาดนี้เพิ่งจะมารู้ตัวฮะ?"
เมื่อเซียวเลี่ยได้ฟังคำรายงานของเยี่ยเวย ใบหน้าที่เคร่งขรึมก็ฉายแววโกรธเกรี้ยวออกมา
"ต้นตอของการบุกรุกครั้งนี้ มาจากโรงงานกำจัดขยะหยวนต้าในเขตชั้นล่างครับ ที่นั่นมีขยะกองเป็นภูเขาเลากา เลยเป็นแหล่งหลบซ่อนชั้นดีให้พวกคิรามี่ครับ"
เยี่ยเวยรีบอธิบาย
"ไอ้พวกโรงงานขยะมันมัวทำบ้าอะไรกันอยู่ ทำไมถึงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ แล้วรีบรายงานแต่แรก นี่มันละทิ้งหน้าที่อย่างร้ายแรงเลยนะ!"
บรรดาเจ้าหน้าที่ในห้องทำงานต่างรุมด่าทอด้วยความโกรธแค้น
อันที่จริงแล้ว สาเหตุที่เขตที่สิบสามไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมทุกพื้นที่ ก็เป็นเพราะพวกเขากลัวว่าพวกเผ่าจักรกลจะแฮกเข้ามาล้วงข้อมูล ทำให้มีจุดบอดซ่อนอยู่มากมาย
แถมยังพึ่งพาหุ่นยนต์อัจฉริยะไม่ได้ การลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัยจึงต้องใช้คนล้วนๆ
ในเมื่อใช้คนทำงาน ความผิดพลาดก็ย่อมต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ปกติก็มักจะคอยตามแก้ปัญหากันไป แต่ครั้งนี้ความผิดพลาดมันใหญ่หลวงเกินไป
"พอได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหาคนผิด รีบสั่งการระดมพลไปจัดการเรื่องนี้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
เซียวเลี่ยพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เพื่อยุติเสียงก่นด่าของทุกคน
"ครับ"
ทุกคนรีบรับคำสั่ง
...
วิทยาลัยระดับกลางมิเอ็นเต้
ซูหมิงและเพื่อนทั้งสามคนวิ่งกระหืดกระหอบหนีตายออกมาจากอาคารหอพักได้อย่างทุลักทุเล
"ในที่สุดก็หนีออกมาได้ รอดตายแล้วพวกเรา!"
หมิงเค่อหอบหายใจแฮ่กๆ พลางพูดขึ้น
"มันก็ไม่แน่หรอกนะ"
ซูหมิงถอนหายใจออกมาอย่างปวดหัว
หมิงเค่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ แล้วเขาก็พบว่าภายนอกนั้นโกลาหลยิ่งกว่า
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยผู้คนที่ถูกคิรามี่สิงร่าง พวกมันกำลังวิ่งไล่ล่านักเรียนที่ยังไม่ติดเชื้ออย่างบ้าคลั่ง
"ช่วยด้วย!"
"ไม่ต้องกลัว!"
ยามรักษาความปลอดภัยหลายคนถือปืนพ่นไฟขนาดพกพาวิ่งเข้ามา พร้อมกับฉีดพ่นเปลวไฟใส่กลุ่มคนที่ถูกสิงร่าง
"อ๊าก~"
ร่างของผู้ติดเชื้อถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชน ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน
ทว่าจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นมีมากเกินไป ส่วนยามรักษาความปลอดภัยมีเพียงหยิบมือเดียว จึงไม่อาจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เลย
หากมองลงมาจากท้องฟ้า จะเห็นฝูงหนูที่ถูกสิงร่างจำนวนนับไม่ถ้วน พากันมุดออกมาจากท่อระบายน้ำและมุมอับต่างๆ ทั่วทั้งโรงเรียน
ดวงตาสีแดงก่ำของพวกมันจับจ้องไปยังกลุ่มนักเรียนที่วิ่งพล่านหนีตาย รวมไปถึงยามที่ถือปืนพ่นไฟ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือแสง
เฉียนเฟิง หัวหน้ายามรักษาความปลอดภัยที่กำลังสั่งการลูกน้องอยู่ สังเกตเห็นฝูงหนูประหลาดที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาจึงรีบหันปากกระบอกปืนพ่นไฟ กวาดเปลวเพลิงใส่ฝูงหนูเหล่านั้นทันที
"ทุกคนระวังฝูงหนูติดเชื้อด้วย!"
เมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ยินเสียงเตือน ต่างก็สะดุ้งสุดตัว รีบหันปากกระบอกปืนพ่นไฟไปทางฝูงหนูที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แล้วพ่นไฟใส่ทันที
ฟู่~
เปลวไฟอันร้อนแรงแผดเผาฝูงหนูที่พุ่งเข้ามาจนลุกไหม้ พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
แต่ฝูงหนูเหล่านั้นมีจำนวนมากเกินไป แถมในความมืดมิด หนูกลายพันธุ์พวกนี้ก็ดูไม่ค่อยจะเตะตาเท่าไหร่ หนำซ้ำยังเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ามนุษย์กลายพันธุ์เสียอีก
ไม่นานนัก ยามคนหนึ่งก็พลาดท่า โดนหนูกลายพันธุ์ตัวหนึ่งกระโจนใส่ เขาร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก
"ช่วยด้วย!"
"เหล่าซุน รีบสลัดมันทิ้งเร็วเข้า!"
เฉียนเฟิง หัวหน้ายามหันไปมอง และรีบตะโกนสั่ง
แต่อนิจจา มันสายไปเสียแล้ว หนูตัวนั้นฝังเขี้ยวลงบนแขนของเหล่าซุนอย่างแรง เซลล์สารสีดำน่าขยะแขยงไหลทะลักออกจากปากของมัน และแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเหล่าซุนผ่านทางบาดแผล
"อ๊าก~"
เหล่าซุนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
"โธ่เว้ย!"
เมื่อเฉียนเฟิงเห็นดังนั้น เขาจึงต้องจำใจหันปากกระบอกปืนพ่นไฟ ฉีดพ่นเปลวเพลิงใส่อดีตเพื่อนร่วมงานของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(จบตอน)