- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุจักรวาล
- ตอนที่ 5: วิทยาลัยการทหารราชสำนัก
ตอนที่ 5: วิทยาลัยการทหารราชสำนัก
ตอนที่ 5: วิทยาลัยการทหารราชสำนัก
"ไม่เป็นไรครับ ผมคิดตกแล้ว อีกอย่าง ผมจะปล่อยให้เรื่องนี้มาทำแผนการสอบเข้าเมืองพังไม่ได้ ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ"
ซูหมิงตอบกลับอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับห้อง เขาต้องพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยมาจัดการเรื่องราวที่เหลือให้เป็นระเบียบ
ซูหย่วนและจ้าวหนิงมองตามแผ่นหลังของซูหมิงที่เดินขึ้นบันไดไป ทั้งสองมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
วันรุ่งขึ้น
ณ ประตูหน้าวิทยาลัยระดับกลางมิเอ็นเต้ แห่งเขตที่สิบสาม
รถยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงสีดำแล่นมาจอดสนิทบนลานคอนกรีตอันกว้างขวาง
ภายในรถ ซูหมิงมองลอดหน้าต่างออกไปยังซุ้มประตูหินสีเขียวอันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ
"ถึงแล้วลูก"
ซูหย่วนหันมาบอกด้วยท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรอยากจะพูด
"ครับคุณพ่อ"
ซูหมิงเปิดประตูรถก้าวลงไป แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่โรงเรียน
ทว่าซูหมิงเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับมามอง ซูหย่วนที่ตัวเตี้ยล่ำกำลังถูมือไปมา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ค่อยๆ เดินตามหลังเขามาอย่างระมัดระวัง
"คุณพ่อ มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ?"
ซูหมิงมองซูหย่วนด้วยความสงสัย
"ลูกแน่ใจนะว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องให้พ่อเดินไปส่งข้างในเหรอ? เมื่อก่อนลูกยังให้พ่อเดินไปส่งอยู่เลยนะ"
ซูหย่วนพูดกลั้วหัวเราะ
เมื่อซูหมิงได้ยินคำพูดของซูหย่วน มุมปากของเขาก็กระตุกยิกๆ
ให้ตายเถอะ! ไอ้เด็กอ้วนคนนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นพวกเก็บตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกแหง่ติดแม่ติดพ่ออีกต่างหาก ถึงขั้นต้องให้คนเดินไปส่งถึงข้างในเลยเหรอเนี่ย!
เขาลูบหน้าผากตัวเอง ก่อนจะบอกกับซูหย่วนอย่างจนปัญญา
"ไม่ต้องหรอกครับคุณพ่อ ผมเดินเข้าไปเองได้ครับ"
"ไม่ต้องจริงๆ เหรอลูก?"
ซูหย่วนยังคงเป็นห่วงอย่างหนัก ราวกับว่าลูกชายไม่ได้กำลังจะไปโรงเรียน แต่กำลังจะไปออกรบเสียอย่างนั้น
"ไม่ต้องจริงๆ ครับ ผมดูแลตัวเองได้"
"ดะ... ได้จ้ะ งั้นถ้ามีเรื่องอะไร รีบโทรหาพ่อทันทีเลยนะ ต้องโทรมานะลูก"
ซูหย่วนกำชับด้วยความเป็นห่วง
"ครับ!"
ซูหมิงหันหลังเดินเข้าโรงเรียนไป
ซูหย่วนยังไม่ได้กลับไปในทันที แต่เขายืนอยู่กับที่ มองดูซูหมิงเดินเข้าไปในโรงเรียนจนลับสายตา
ภายในบริเวณโรงเรียน ซูหมิงเดินไปตามความทรงจำเพื่อไปยังตึกเรียนของชั้นเรียนตัวเอง
ระหว่างทาง เขาก็ถือโอกาสกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงเรียนของตัวเอง
โรงเรียนแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก อาคารเรียนแต่ละหลังตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ถนนหนทางถูกปูด้วยคอนกรีตเรียบกริบ ทางด้านขวาไกลออกไปยังมีสนามกีฬาขนาดใหญ่รูปวงแหวนอีกด้วย
ภาพรวมของโรงเรียนดูดีมากทีเดียว น่าเสียดายที่ตลอดทางเขาไม่เห็นต้นไม้ใบหญ้าของจริงเลยแม้แต่ต้นเดียว มีแต่ต้นไม้จำลองทั้งนั้น
ตอนนั้นเอง นักเรียนบางคนที่กำลังเดินไปตึกเรียน เมื่อเห็นซูหมิงเข้า พวกเขาก็มีสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะพากันจับกลุ่มซุบซิบนินทา
"นั่นใช่ซูหมิงที่เพิ่งผูกคอตายไปเมื่อไม่นานมานี้หรือเปล่า?"
"หมอนั่นจริงๆ ด้วย แป๊บเดียวก็กลับมาเรียนแล้วเหรอเนี่ย"
"หึๆ พูดก็พูดเถอะ หมอนี่ไม่เจียมกะลาหัวตัวเองเลย ริอาจไปจีบหลินชูอวี่ ตอนนี้เลยกลายเป็นตัวตลกไปเลยเห็นไหม"
แน่นอนว่าซูหมิงรับรู้ถึงสายตาและการซุบซิบนินทาของนักเรียนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ทว่าเขากลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ภายในใจยังคงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
ไม่นานนัก ซูหมิงก็เดินมาถึงหน้าห้องเรียน บานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย
แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงนักเรียนในห้องกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน
"พวกนายว่าซูหมิงไอ้อ้วนโอตาคุนั่น จะกลับมาเรียนอีกไหม?"
"จะเป็นไปได้ยังไง? ต้องย้ายโรงเรียนแหงๆ พูดจริงๆ นะ หมอนั่นน่าจะตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง สภาพแบบนั้นน่ะ..."
แกรก~
ซูหมิงผลักบานประตูที่แง้มอยู่แล้วเดินเข้าไป ห้องเรียนที่กำลังถกเถียงกันอย่างออกรสเมื่อครู่นี้พลันเงียบกริบลงทันตาเห็น
ทุกคนต่างหันขวับมามองซูหมิงเป็นตาเดียว
"เวรเอ๊ย หมอนี่กลับมาเรียนจริงๆ ด้วย"
"อย่าพูดไปสิ เดี๋ยวหมอนี่ก็สติแตกอีกหรอก"
นักเรียนหลายคนที่อยู่ในห้องต่างพากันหยุดหัวเราะเยาะและซุบซิบนินทา แต่ก็มีบางคนที่ยังคงทำหน้าตาดูถูกและพูดจาเหน็บแนม
"ฉันบอกแล้วไงล่ะ สภาพจิตใจตัวเองไม่เข้มแข็งพอ จะไปโทษใครได้ล่ะ!"
"พูดให้น้อยๆ หน่อยเถอะน่า"
ซูหมิงเผชิญหน้ากับสายตาและเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนร่วมชั้นมากมาย สายตาของเขาไม่ได้หลบเลี่ยง แต่เดินตรงไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในชั่วขณะนั้น นักเรียนในห้องต่างก็รู้สึกแปลกๆ ในใจ พวกเขารู้สึกเหมือนซูหมิงดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนิดหน่อย แต่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเปลี่ยนไปตรงไหน
ตอนนั้นเอง นักเรียนชายร่างผอมบางสามคนในชุดนักเรียนสีฟ้าขาว ที่ย้อมผมปอยเล็กๆ เป็นสีเหลือง สีเขียว และสีแดงไว้ที่จอนผม ก็เดินเข้ามาหาซูหมิง
ซูหมิงเงยหน้าขึ้นมองทั้งสามคน สายตาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสามคนนี้ชื่อ เฉิงหรัน หวังฉือ และฉินเหล่ย หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไอ้หัวเหลือง ไอ้หัวเขียว และไอ้หัวแดง
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมห้องพักของซูหมิง ในความทรงจำของซูหมิง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ถือว่าพอใช้ได้ แน่นอนว่าเหตุผลหลักๆ ก็คือ ถึงแม้เจ้าของร่างเดิมจะเป็นพวกเก็บตัว แต่ก็ใจป้ำพอสมควร มักจะแบ่งปันขนมนมเนยให้พวกเขากินอยู่เสมอ
"เฮ้ยพวก นายนี่เจ๋งโคตรๆ เลยว่ะ ตอนนี้นายกลายเป็นคนดังของโรงเรียนเราไปแล้วนะเว้ย ที่กล้าไปจีบหลินชูอวี่น่ะ"
ไอ้หัวเหลืองพูดด้วยความตื่นเต้น
"ใช่ โคตรเจ๋งเลย!"
ไอ้หัวเขียวกับไอ้หัวแดงยกนิ้วโป้งให้ซูหมิง
"ไม่มีอะไรหรอก เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ"
ซูหมิงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
ไอ้หัวเหลืองหันซ้ายหันขวาก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูซูหมิงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เพื่อน ฉันจะบอกอะไรนายให้นะ เรื่องที่นายประกาศจีบหลินชูอวี่น่ะ มันไปกระตุกหนวดเสือ จางไท่ ขาใหญ่ประจำห้องเมชา 1 กับ หลี่ฟู่ป๋อ หัวหน้าห้องเข้าอย่างจัง พวกมันประกาศกร้าวว่าจะจัดการนายเลยนะ ช่วงนี้นายก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน"
เมื่อซูหมิงได้ยินคำพูดของไอ้หัวเหลือง เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ วุ่นวายชะมัดเลย
ในตอนนั้นเอง ถังเหยี่ยนก็เดินเข้ามาทางประตูหลัง เขามองพวกไอ้หัวเหลืองสามคนที่กำลังรุมล้อมซูหมิงอยู่ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
"กลับไปนั่งที่ของตัวเองเดี๋ยวนี้!"
เมื่อพวกไอ้หัวเหลืองเห็นครูถังเหยี่ยนเข้ามา ก็รีบวิ่งกลับไปนั่งที่ทันที บรรยากาศในห้องเรียนที่กำลังซุบซิบกันอยู่เมื่อครู่นี้ก็พลันเงียบสงัดลง
ถังเหยี่ยนเดินเข้ามาหาซูหมิงแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"ซูหมิง ร่างกายดีขึ้นหรือยัง"
"ดีขึ้นแล้วครับ ไม่เป็นไรแล้ว!"
ซูหมิงพยักหน้าตอบ
"ดีแล้วล่ะ อย่าเก็บเอาเรื่องพวกนั้นมาใส่ใจเลยนะ"
ถังเหยี่ยนตบไหล่ซูหมิงเบาๆ ด้วยความโล่งใจ
อันที่จริง ถังเหยี่ยนเป็นห่วงซูหมิงจากใจจริง เหตุผลก็ง่ายๆ แม้ผลการเรียนของซูหมิงจะอยู่ในระดับกลางๆ แต่ตั้งแต่เข้าเรียนมา เขาก็เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายมาก ไม่เคยสร้างเรื่องสร้างราวเลยสักครั้ง
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร วัยรุ่นน่ะนะ ใครๆ ก็ต้องมีคนที่ชอบสักคนสองคนกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่สภาพจิตใจของเด็กคนนี้เปราะบางเกินไป รับความอับอายขายหน้าต่อหน้าประชาชีไม่ไหวกระมัง
ซูหมิงพยักหน้ารับคำของถังเหยี่ยน
จากนั้นถังเหยี่ยนก็เดินไปที่หน้าชั้นเรียน แล้วกล่าวกับนักเรียนทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง
"ช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นในห้องเรียนนิดหน่อย แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ห้ามใครหยิบยกมาพูดถึงอีกเด็ดขาด ขอให้ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการสอบเข้าเมืองที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 30 วันเท่านั้น อย่าหาว่าครูจู้จี้ขี้บ่นเลยนะ การสอบเข้าเมืองครั้งนี้มีความสำคัญมาก ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของพวกเธอได้เลย! ครูหวังว่าพวกเธอจะทุ่มเทกันอย่างสุดความสามารถ เพื่อจะได้ไม่ทิ้งความเสียใจไว้ในชีวิต และถ้าใครในพวกเธอโชคดีสอบติด วิทยาลัยการทหารราชสำนักได้ โรงเรียนของเราจะภูมิใจในตัวเธอมาก และชื่อของพวกเธอจะถูกสลักไว้บนกำแพงเกียรติยศ!"
"โธ่ จะไปสอบติดได้ยังไงกันล่ะครับ"
นักเรียนในห้องต่างพากันถอนหายใจและโอดครวญ
เมื่อซูหมิงได้ฟังคำพูดของครูถังเหยี่ยน คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน เขายังพอมีความทรงจำเกี่ยวกับวิทยาลัยการทหารราชสำนักแห่งนี้อยู่บ้าง...
(จบตอน)