- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 111 บันทึกประจำวัน 2(ฟรี)
ตอนที่ 111 บันทึกประจำวัน 2(ฟรี)
ตอนที่ 111 บันทึกประจำวัน 2(ฟรี)
ตอนที่ 111 บันทึกประจำวัน 2
จ้าวเหยาย่อมสังเกตเห็นท่าทีหวาดระแวงของอัครเสนาบดีเหออยู่แล้ว เขายิ้มกว้างแล้วตอบว่า "ข้ามาหาพี่สี่ขอรับ"
"มาหาองค์ชายสี่หรือพะยะค่ะ?" อัครเสนาบดีเหอหรี่ตาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่
"ใช่แล้วขอรับ ข้ามาหาพี่สี่ ข้าได้ยินมาว่าพี่สี่กำลังทำงานชำระประวัติศาสตร์อยู่ที่ศาลาหลานหยวน ก็เลยแวะมาหา" จ้าวเหยาพูดพลางประสานมือโค้งคำนับอย่างมีมารยาท "อัครเสนาบดีเหอ เมื่อสองสามวันก่อน ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ากล้วยไม้ขอบเงินกระถางนั้นเป็นของท่าน และก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นของบรรณาการ ข้านึกว่าเป็นดอกกล้วยไม้ธรรมดา ก็เลยเด็ดกินไปสองสามดอก ข้าต้องขออภัยท่านด้วยจริงๆ นะขอรับ"
พอนึกถึงกล้วยไม้ขอบเงินที่อุตส่าห์เฝ้าประคบประหงมจนออกดอกมาไม่กี่ดอก แต่ดันโดนจ้าวเหยาฟาดเรียบจนเหลือแค่สองสามดอก อัครเสนาบดีเหอก็ปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที
"องค์ชายสิบตรัสหนักเกินไปแล้วพะยะค่ะ"
"อัครเสนาบดีเหอ วางใจได้เลยขอรับ ข้าแค่มาหาพี่สี่จริงๆ ข้าสัญญาว่าจะไม่แตะต้องดอกกล้วยไม้ของท่านเด็ดขาด" เขาจะไม่เด็ดดอกกล้วยไม้ล้ำค่าพวกนั้นหรอก แต่ดอกอื่นๆ น่ะ ไม่แน่นะ "เชื่อข้าเถอะขอรับ!"
พอสบตาใสซื่อบริสุทธิ์ของจ้าวเหยา อัครเสนาบดีเหอก็ใจอ่อน ยอมเชื่อคำพูดของเขาไปโดยปริยาย
"ในเมื่อองค์ชายสิบตรัสเช่นนี้ กระหม่อมก็เบาใจพะยะค่ะ"
จ้าวเหยาถามอย่างว่าง่าย "อัครเสนาบดีเหอ ข้าเข้าไปหาพี่สี่ได้หรือยังขอรับ?"
"เชิญทางนี้พะยะค่ะ องค์ชายสิบ" อัครเสนาบดีเหอเดินนำจ้าวเหยาไปหาองค์ชายสี่ด้วยตัวเอง
องค์ชายสี่และเหล่าขุนนางกำลังทำงานอยู่บนชั้นสองของศาลาหลานหยวน
ตอนนี้ โครงการชำระประวัติศาสตร์ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการ ก่อนจะลงมือชำระประวัติศาสตร์ได้ พวกเขาต้องจัดระเบียบและรวบรวมบันทึกทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดเสียก่อน องค์ชายสี่และทีมงานก็เลยต้องมานั่งจัดหมวดหมู่หนังสือกันตั้งแต่เช้าตรู่
"พี่สี่ ข้ามาหาท่านแล้ว!" จ้าวเหยาตะโกนลั่นตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นไปถึงชั้นสอง
องค์ชายสี่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของจ้าวเหยา ก็อดอมยิ้มไม่ได้ รีบเดินออกมารับ
ตึก ตึก ตึก... จ้าวเหยาวิ่งสับขาขึ้นบันไดมา
"พี่สี่ ข้ามาแล้วขอรับ"
เหล่าขุนนาง รวมถึงข่งไท่ฉาง พอเห็นจ้าวเหยา ก็รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ตามสบายเถิดขอรับ ใต้เท้าทุกท่าน" จ้าวเหยาตอบรับคำทักทายอย่างมีมารยาทแบบผู้น้อย
องค์ชายสี่ดึงจ้าวเหยาเข้ามาใกล้ๆ สำรวจดูสีหน้าและท่าทาง พอเห็นว่าหน้าตาสดใส มีน้ำมีนวลดี ก็เบาใจ
"หายดีแล้วหรือ?"
"ข้าหายดีแล้วล่ะขอรับ พี่สี่" จ้าวเหยาหัวเราะคิกคัก "ไม่งั้นข้าคงไม่มาหาท่านถึงนี่หรอก"
"เมื่อคืนไม่มีไข้กลับมาอีกใช่ไหม?"
"ไม่มีขอรับ ถ้ามีไข้ วันนี้ข้าก็คงไม่ได้มาที่นี่หรอก"
"ก็ดีแล้ว"
จ้าวเหยามองดูกองหนังสือที่วางเรียงรายอยู่บนพื้น ถามองค์ชายสี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พี่สี่ กำลังจัดหมวดหมู่หนังสืออยู่หรือขอรับ?"
องค์ชายสี่ตอบ "ใช่แล้ว ต้องคัดแยกหนังสือก่อน ว่าเล่มไหนเป็นบันทึกประวัติศาสตร์"
"พี่สี่ ให้ข้าช่วยนะขอรับ"
"เอาสิ"
เหล่าขุนนางแอบแปลกใจนิดๆ ที่เห็นความสนิทสนมระหว่างองค์ชายสี่กับองค์ชายสิบ
องค์ชายสี่ได้รับมอบหมายให้รวบรวมบันทึกประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ก่อน ซึ่งจ้าวเหยาเพิ่งจะอ่านประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ก่อนจบไปหมาดๆ ก็เลยคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี
"พี่สี่ ท่านนี่เก่งจริงๆ เลยนะขอรับ ที่ได้มาร่วมงานชำระประวัติศาสตร์กับพวกขุนนางด้วย" ข้าได้ยินมาว่าพี่สามกับพี่ห้าก็อยากจะมาร่วมด้วยเหมือนกัน แต่เสด็จพ่อไม่ยอม
องค์ชายสี่ตอบอย่างถ่อมตัว "ข้าก็แค่มาช่วยเป็นลูกมือเท่านั้นเอง"
จ้าวเหยามององค์ชายสี่ด้วยสายตาชื่นชม ปากหวานประจบว่า "แค่มาช่วยเป็นลูกมือก็เก่งสุดๆ แล้วล่ะขอรับ สมแล้วที่เป็นพี่สี่ของข้า"
องค์ชายสี่ยิ้มรับคำชม แล้วเอ่ยชมจ้าวเหยากลับบ้าง "น้องสิบ ไอเดียเรื่องชำระประวัติศาสตร์ของเจ้าน่ะ สุดยอดไปเลยนะ"
"ข้าก็แค่พูดเปรยๆ ไปงั้นเอง ไม่คิดเลยว่าเสด็จพ่อจะเอาจริง" จ้าวเหยาพูดไปพลางจัดหนังสือไปพลาง "พี่สี่ ท่านก็รู้ว่าข้าชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ พอข้าอ่านของราชวงศ์ก่อนจบ ก็อยากจะอ่านของราชวงศ์เจิ้งต่อ แต่ท่านแม่บอกว่ามันเหลืออยู่ไม่กี่เล่ม แล้วของราชวงศ์เฉินก็ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่ พอได้ยินแบบนั้น ข้าก็เลยคิดว่ามันน่าเสียดายออก ทำไมถึงไม่มีใครรวบรวมและบันทึกพวกนี้เป็นรูปเล่ม ให้เหมือนกับคัมภีร์ 'หลุนอวี่' ล่ะ ประวัติศาสตร์ของเราจะได้ไม่ขาดตอน และคนรุ่นหลังก็จะได้ศึกษาอดีตของเราด้วยไงขอรับ"
คำพูดของจ้าวเหยาทำเอาองค์ชายสี่และเหล่าขุนนางรู้สึกประทับใจมาก ไม่คิดเลยว่าองค์ชายสิบที่ยังเด็กขนาดนี้ จะมีความคิดความอ่านลึกซึ้งขนาดนี้
"น้องสิบ ความคิดของเจ้ายอดเยี่ยมมาก เรื่องนี้ข้าสู้เจ้าไม่ได้เลยจริงๆ" องค์ชายสี่ไม่เคยคิดถึงเรื่องชำระประวัติศาสตร์ในมุมนี้มาก่อนเลย
"พี่สี่ ข้าก็แค่ขี้เกียจไปตามหาหนังสือประวัติศาสตร์อ่านเท่านั้นแหละขอรับ ถ้ามีคนรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในเล่มเดียว ข้าก็จะได้ไม่ต้องไปงมหาอ่านจากหลายๆ ที่ไงล่ะขอรับ" จ้าวเหยาพูดพลางเปิดหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งที่หยิบขึ้นมา หน้าปกเขียนไว้ว่า "บันทึกประจำวัน" พอเปิดอ่านดู ก็พบว่าเป็นบันทึกประจำวันของกษัตริย์เซี่ยหลิง
"พี่สี่ หนังสือในศาลาหลานหยวนนี่เป็นต้นฉบับหมดเลยหรือขอรับ?" หนังสือในห้องหนังสือของเขาส่วนใหญ่เป็นฉบับคัดลอก ไม่ใช่ต้นฉบับ
"บางเล่มก็ใช่ บางเล่มก็ไม่ใช่" องค์ชายสี่ปรายตามองหนังสือในมือจ้าวเหยา "อย่างเล่ม 'บันทึกประจำวัน' ที่เจ้ากำลังอ่านอยู่นี่ เป็นต้นฉบับเลยนะ ไม่ใช่ฉบับคัดลอก"
"ถ้าเป็นต้นฉบับ ก็ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีๆ สิขอรับ"
"ตอนที่เราเริ่มชำระประวัติศาสตร์ ต้นฉบับพวกนี้จะถูกคัดลอกใหม่ทั้งหมด แล้วก็ค่อยเอาไปเก็บรักษาไว้อย่างดี"
"แบบนั้นก็ดีเลยขอรับ" จ้าวเหยาไม่เคยอ่าน 'บันทึกประจำวัน' มาก่อน เลยเปิดอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็พบว่ามันบันทึกเรื่องราวส่วนตัวและกิจวัตรประจำวันของกษัตริย์เซี่ยหลิงไว้อย่างละเอียดยิบ เขาอ่านแล้วก็รู้สึกขำ เลยยื่นให้องค์ชายสี่ดู "พี่สี่ ดูนี่สิขอรับ บันทึกนี่จดไว้ด้วยนะว่ากษัตริย์เซี่ยหลิงเข้าห้องน้ำวันละกี่ครั้ง แถมยังระบุปริมาณแต่ละครั้งด้วย พิลึกชะมัดเลย"
องค์ชายสี่เคยได้ยินจ้าวเหยาใช้คำว่า "พิลึก" มาก่อน เลยเข้าใจความหมาย
"'บันทึกประจำวัน' ก็มีหน้าที่จดบันทึกทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของฮ่องเต้นั่นแหละ"
"แม้แต่เรื่องเข้าห้องน้ำเนี่ยนะ?" พอนึกถึงฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน จ้าวเหยาก็หลุดขำออกมาอย่างมีเลศนัย เขาดึงแขนองค์ชายสี่ให้ก้มลงมา
องค์ชายสี่ก้มตัวลง จ้าวเหยาก็กระซิบข้างหูว่า "ถ้าอย่างนั้น มันก็ต้องมีบันทึกด้วยสิขอรับ ว่าเสด็จพ่อเข้าห้องน้ำวันละกี่ครั้ง"
"ก็คงจะมีการบันทึกไว้นั่นแหละ"
"ฮ่าๆๆๆ..." จ้าวเหยาระเบิดหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
องค์ชายสี่มองหน้าจ้าวเหยาอย่างงุนงง "ขำอะไรของเจ้าน่ะ?"
"ใครก็ตามที่ได้มาอ่าน 'บันทึกประจำวัน' ของเสด็จพ่อในอนาคต ต้องขำก๊ากแน่ๆ เลยขอรับ" จ้าวเหยาชี้ไปที่บันทึกประจำวันของกษัตริย์เซี่ยหลิงในมือ "พี่สี่ดูสิขอรับ ตรงนี้จดไว้ด้วยนะว่ากษัตริย์เซี่ยหลิงใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหน วันนั้นเขาเข้าห้องน้ำไปครึ่งชั่วยามแล้วก็บันทึกไว้ว่าเขาท้องผูก ตลกเป็นบ้าเลย" แค่นึกภาพเสด็จพ่อโดนบันทึกเรื่องน่าอายแบบนี้ จ้าวเหยาก็ขำจนท้องแข็งแล้ว
องค์ชายสี่เริ่มเก็ตที่จ้าวเหยาสื่อ เอาจริงๆ นะ การมีบันทึกเรื่องส่วนตัวละเอียดยิบขนาดนี้ มันก็ดูน่าอายจริงๆ นั่นแหละ
จ้าวเหยาอ่านบันทึกประจำวันของกษัตริย์เซี่ยหลิงต่ออีกนิด จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ
เหมือนมันมีอะไรขาดหายไปนะ?