เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม

ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม

ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม


ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม

องค์ชายสามและองค์ชายห้าขัดถูเนื้อตัวจนแทบจะถลอก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกลิ่นขี้นกหลงเหลืออยู่ แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองสกปรกอยู่ดี

"ไปจับพวกมันมาให้ข้า จับมาให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว" องค์ชายสามหน้าดำทะมึน รังสีอำมหิตแผ่กระจาย "ข้าจะถลกหนังพวกมันทั้งเป็น!"

เฉาอี้ (ขันทีคนสนิท) โค้งคำนับอย่างระมัดระวัง "ข้าน้อยสั่งให้คนไปจับพวกมันแล้วพะยะค่ะ รับรองว่าไม่รอดไปได้แน่" เฉาอี้เป็นคนสนิทขององค์ชายสาม ย่อมรู้อารมณ์ของเจ้านายดี คราวนี้องค์ชายสามโดนนกกระจอกและอีกาขี้รดใส่จนหมดหล่อ เสียทั้งหน้าเสียทั้งเกียรติ ย่อมไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่ "ขอองค์ชายโปรดระงับโทสะด้วยเถิดพะยะค่ะ"

จู่ๆ องค์ชายสามก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หน้าตายิ่งเหี้ยมเกรียมหนักกว่าเดิม "แล้วเจอฮวาชิงหรือยัง?"

พอได้ยินชื่อฮวาชิง ร่างของเฉาอี้ก็เกร็งขึ้นมาทันที เขากลั้นใจตอบไปว่า "เรียนองค์ชาย ยังหาไม่พบพะยะค่ะ"

เพล้ง! องค์ชายสามคว้าถ้วยชาข้างกายปาลงพื้นตรงหน้าเฉาอี้อย่างแรง เศษกระเบื้องแตกกระจายบาดหน้าเฉาอี้จนเลือดซิบ

เฉาอี้รีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ร้องขอความเมตตา "องค์ชาย โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยพะยะค่ะ!"

"แค่คนๆ เดียวก็หาไม่เจอ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" วินาทีนี้ ใบหน้าขององค์ชายสามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไม่เหลือเค้าโครงของสุภาพบุรุษผู้สง่างามและใจดีตามปกติเลยสักนิด

"พวกข้าน้อยแอบไปค้นดูตามตำหนักต่างๆ แล้วก็ลองถามคนดูตั้งเยอะ แต่ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นฮวาชิงเลยพะยะค่ะ"

"มันจะหายตัววับไปในอากาศได้ยังไงฮะ?" องค์ชายสามตวาด

"องค์ชาย ข้าน้อยสงสัยว่า ฮวาชิงอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วพะยะค่ะ" เฉาอี้เสนอข้อสันนิษฐาน

"ตายแล้วงั้นเรอะ?"

"ข้าน้อยเดาว่าฮวาชิงอาจจะกระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตายไปแล้วพะยะค่ะ" เฉาอี้อธิบาย "ก่อนหน้านี้ฮวาชิงก็เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว ประกอบกับคนๆ นึงจะหายสาบสูญไปจากวังหลวงดื้อๆ ได้ยังไง—มันก็มีความเป็นไปได้แค่ทางเดียวนั่นแหละพะยะค่ะ คือเขาตายไปแล้ว"

องค์ชายสามคิดว่าสิ่งที่เฉาอี้พูดก็มีเหตุผล เขาเลิกคิ้วแล้วสั่ง "ถ้าเป็นศพ ข้าก็ต้องเห็นศพมัน ต่อให้มันตั้งใจโดดบ่อน้ำตาย ข้าก็ต้องเห็นศพมันให้ได้"

"องค์ชายวางใจได้พะยะค่ะ ข้าน้อยสั่งให้คนไปงมหาตามบ่อน้ำทุกบ่อในวังแล้ว น่าจะเจอศพฮวาชิงในไม่ช้า" พอเห็นสีหน้าขององค์ชายสามคลายความตึงเครียดลงบ้าง เฉาอี้ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

องค์ชายสามพยักหน้าเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เฉาอี้ลุกขึ้น

เฉาอี้รีบลุกขึ้นยืน "ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์ชาย" เขามององค์ชายสามด้วยท่าทีอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูด

องค์ชายสามเห็นท่าทางแบบนั้น ก็หงุดหงิด "มีอะไรก็พูดมาตรงๆ!"

เฉาอี้กระซิบเตือน "องค์ชายพะยะค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พระองค์ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายและกินเจ เพื่อเตรียมคัดลอกคัมภีร์พระพุทธศาสนาอุทิศให้อดีตฮองเฮานะพะยะค่ะ พระองค์คงไม่ได้ลืมใช่ไหมพะยะค่ะ?"

องค์ชายสามลืมไปสนิทจริงๆ นั่นแหละ เขาตอบอย่างรำคาญ "ข้าจำได้น่า"

เฉาอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดเตือนต่อ "องค์ชายพะยะค่ะ ในช่วงรำลึกถึงอดีตฮองเฮา ทางที่ดีพระองค์... งดเว้นการลงไม้ลงมือกับใครไปก่อนจะดีกว่านะพะยะค่ะ ไม่งั้นถ้าฮ่องเต้รู้เข้า ต้องทรงกริ้วและลงโทษพระองค์แน่พะยะค่ะ"

องค์ชายสามตวัดสายตาดุดันจ้องเฉาอี้ ทำเอาขาทั้งสองข้างของเฉาอี้อ่อนระทวยแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ

"องค์ชาย ข้าน้อยไม่ได้อยากจะสอดรู้สอดเห็นนะพะยะค่ะ แต่..." เฉาอี้เหงื่อแตกพลั่กภายใต้สายตาพิฆาตของเจ้านาย "ฮ่องเต้ทรงเคารพรักอดีตฮองเฮามาก ถ้าเกิดมีเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นในช่วงนี้ ฮ่องเต้ต้องกริ้วหนักแน่ๆ พะยะค่ะ"

องค์ชายสามถอนสายตากลับมา แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "ข้าไม่ได้โง่ขนาดที่จะหาเรื่องทำให้เสด็จพ่อกริ้วในช่วงเวลาแบบนี้หรอกน่า"

พอได้ยินแบบนั้น เฉาอี้ก็รีบตบปากตัวเองเบาๆ "ข้าน้อยปากเสียเองพะยะค่ะ"

องค์ชายสามโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

"มีอะไรอีกไหม?"

"องค์ชายพะยะค่ะ ปีที่แล้วในวันครบรอบอดีตฮองเฮา องค์ชายห้าถวายพระบรมสารีริกธาตุให้ฮ่องเต้ ทำเอาฮ่องเต้ปลาบปลื้มพระทัยมาก ปีนี้องค์ชายห้าก็คงหาของล้ำค่ามาถวายอีกแน่ องค์ชายหกเองก็คงไม่น้อยหน้าเหมือนกัน" ถึงจะกลัวองค์ชายสาม แต่เฉาอี้ก็ซื่อสัตย์และคอยคิดเผื่อเจ้านายเสมอ "ปีหน้าองค์ชายก็ต้องออกจากวังไปตั้งจวนและรับบรรดาศักดิ์แล้ว ถ้าพระองค์ทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยได้ก่อนหน้านั้น บางทีฮ่องเต้อาจจะประทานดินแดนดีๆ ให้ก็ได้นะพะยะค่ะ"

คำพูดเหล่านี้เข้าหูองค์ชายสามอย่างจัง

"เจ้าพูดถูก ข้าควรเตรียมตัวเรื่องดินแดนศักดินาปีหน้าไว้บ้างแล้ว"

"องค์ชายพะยะค่ะ เจียงหนานเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่โบราณกาล" เฉาอี้เสนอแนะ "ถึงแม้ตอนนี้หยางโจวจะมีกบฏวุ่นวาย แต่พอถึงปีหน้า กบฏก็น่าจะถูกปราบราบคาบแล้ว ทำไมองค์ชายไม่ขอไปหยางโจวล่ะพะยะค่ะ?"

ดวงตาที่เคยหม่นหมองขององค์ชายสามเบิกกว้างเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน

"หยางโจวเป็นเมืองที่เยี่ยมมาก" เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น "ข้าจะไปหาเสด็จแม่ ให้เสด็จแม่ช่วยพูดให้ข้าได้เมืองหยางโจวมาครอง" พูดจบ เขาก็รีบเดินออกจากตำหนักไปทางตำหนักฝูหยางทันที

แต่พอเดินออกมาจากตำหนักซิงเต๋อ เขาก็เจอซุนโต่วโต่ว ลูกศิษย์ของซุนขุยกำลังเดินสวนมาพอดี

พอเห็นองค์ชายสาม ซุนโต่วโต่วก็ส่งยิ้มเดินเข้ามาโค้งคำนับ "ข้าน้อยถวายบังคมองค์ชายสามพะยะค่ะ"

องค์ชายสามมีท่าทีสุภาพกับซุนโต่วโต่วอยู่บ้าง

"ลุกขึ้นเถอะ ท่านซุนน้อย"

"ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์ชาย"

"เสด็จพ่อให้มาตามข้าหรือ?"

"องค์ชายพะยะค่ะ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้พระองค์ไปเข้าเฝ้าที่ห้องทรงอักษรพะยะค่ะ"

องค์ชายสามถาม "เสด็จพ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือเปล่า?"

"ข้าน้อยไม่ทราบพะยะค่ะ"

องค์ชายสามรู้ดีว่าจะง้างปากเอาความจริงจากซุนโต่วโต่วไม่ได้ เลยเลิกถามเรื่องนี้ แล้วหันไปชวนคุยเรื่องสัพเพเหระแทน

ซุนโต่วโต่วก็ตอบคำถามองค์ชายสามด้วยรอยยิ้มนอบน้อม โค้งตัวเล็กน้อยตลอดเวลา

ที่องค์ชายสามทำตัวสุภาพกับซุนขุยและลูกศิษย์ ไม่ใช่เพราะอยากประจบสอพลอ แต่เขารู้ดีว่าไม่ควรไปปีนเกลียวคนที่คอยรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้ ขืนทำตัวกร่างเดี๋ยวจะพาลทำให้ฮ่องเต้พิโรธเอาได้ ที่เขาสุภาพด้วยก็เพราะเห็นแก่หน้าฮ่องเต้ต่างหาก

ไม่ใช่แค่องค์ชายสามคนเดียวหรอก คนอื่นๆ ในวัง รวมถึงพวกขุนนาง ก็ปฏิบัติกับคนพวกนี้อย่างให้เกียรติ ไม่มีใครกล้าล่วงเกินง่ายๆ หรอก

ไม่นาน องค์ชายสามกับซุนโต่วโต่วก็มาถึงห้องทรงอักษร

ซุนโต่วโต่วบอก "องค์ชาย เชิญเสด็จเข้าไปด้านในได้เลยพะยะค่ะ"

ก่อนจะเดินเข้าไป องค์ชายสามส่งสายตาให้เฉาอี้อย่างมีนัยยะ เฉาอี้ก็รู้หน้าที่ทันที

พอองค์ชายสามก้าวเข้าไปในห้องทรงอักษร เฉาอี้ก็ควักถุงเงินจากอกเสื้อยัดใส่มือซุนโต่วโต่ว

ตอนแรกซุนโต่วโต่วก็ปฏิเสธเป็นพิธีสองครั้ง แต่ต้านทานความคะยั้นคะยอของเฉาอี้ไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมรับไป

เฉาอี้ไม่ได้พยายามสอดรู้สอดเห็นเรื่องที่คุยกันในห้องทรงอักษร แต่เลือกที่จะชวนซุนโต่วโต่วคุยสัพเพเหระแทน

ภายในห้องทรงอักษร องค์ชายสามถวายบังคมฮ่องเต้อย่างนอบน้อม ท่าทีเหี้ยมเกรียมในตำหนักซิงเต๋อเมื่อกี้มลายหายไปสิ้น กลายเป็นเด็กดีระมัดระวังตัวแจเมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่องเต้

องค์ชายทุกคนต่างก็ยำเกรงฮ่องเต้กันทั้งนั้น ยิ่งองค์ชายสามเคยโดนฮ่องเต้ลงโทษหนักมาแล้ว ความกลัวก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปอีก

"ทำไมเจ้าถึงสั่งคนไปจับนกล่ะ?" ฮ่องเต้ถาม "จะเอาไปกินหรือไง?"

ถึงน้ำเสียงของฮ่องเต้จะฟังดูราบเรียบ แต่ทำเอาองค์ชายสามเสียวสันหลังวาบ เขารีบคุกเข่าลงทันที "ไม่ใช่เพื่อเอาไปกินพะยะค่ะ แต่..." พอนึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายที่ตำหนักฉางฉิน องค์ชายสามก็ทำหน้ากระอักกระอ่วน "ลูกโดนพวกนกขี้ใส่เต็มไปหมด ทนไม่ไหวจริงๆ พะยะค่ะ..."

"ก็เลยสั่งฆ่าพวกมันเพราะความแค้นงั้นหรือ?" น้ำเสียงฮ่องเต้เปลี่ยนเป็นเย็นชา"พรุ่งนี้วันอะไร?"

องค์ชายสามสะดุ้ง นึกขึ้นได้ทันทีว่าพรุ่งนี้เขาต้องอาบน้ำชำระกาย กินเจ เพื่อเตรียมคัดคัมภีร์ถวายอดีตฮองเฮา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก่อนคัดคัมภีร์ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรง

หน้าเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

"เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้วพะยะค่ะ ลูกโมโหพวกนกนั่นจนขาดสติไปชั่วขณะ... ขอเสด็จพ่อโปรดประทานอภัยด้วยเถิดพะยะค่ะ" เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะลืมเรื่องสำคัญระดับนี้ไปได้

ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น "ไสหัวไปซะ"

"ลูกขอทูลลาพะยะค่ะ!" องค์ชายสามรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เฉาอี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทรงอักษร เห็นองค์ชายสามวิ่งหน้าตั้งออกมาด้วยความกลัว ใจเขาก็หล่นวูบ... องค์ชายโดนฮ่องเต้ด่ามาหรือเนี่ย?

องค์ชายสามไม่กล้าอ้อยอิ่งอยู่หน้าห้องทรงอักษร รีบจ้ำอ้าวหนีไปทันที เฉาอี้ก็รีบวิ่งตามไปติดๆ

เดินไปได้สักพัก องค์ชายสามก็หยุดชะงัก แล้วหันมาเตะเฉาอี้เปรี้ยงเข้าให้

เฉาอี้ล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น "ขอองค์ชายโปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"

"ทำไมเมื่อกี้เจ้าไม่ห้ามข้าเรื่องจับนกฮะ? เจ้าไม่รู้หรือไงว่าช่วงงานรำลึกอดีตฮองเฮาห้ามมีการหลั่งเลือดน่ะ?"

เฉาอี้รู้สึกน้อยใจสุดๆ เขาอุตส่าห์พูดเตือนใบ้ๆ ไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่องค์ชายสามไม่เข้าใจเองนี่นา อีกอย่าง ตอนที่องค์ชายสามกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง ใครจะกล้าไปพูดห้ามตรงๆ ล่ะ

"ข้าน้อยบกพร่องต่อหน้าที่ ขอองค์ชายโปรดลงอาญาด้วยพะยะค่ะ"

องค์ชายสามก็รู้แหละว่าไม่ใช่ความผิดเฉาอี้ที่ไม่เตือนตรงๆ แต่เขาก็ต้องหาที่ระบายอารมณ์อยู่ดี

"ไปสั่งให้พวกมันหยุดจับนกเดี๋ยวนี้เลย เลิกจับได้แล้ว"

"ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ"

องค์ชายสามไม่ได้กลับไปที่ตำหนักซิงเต๋อ แต่ตรงไปที่ตำหนักฝูหยางเพื่อหาพระมารดา ซูเฟย

ในห้องทรงอักษร ซุนขุยแอบลอบมองฮ่องเต้ เห็นพระองค์ยังคงทำหน้าบูดบึ้ง ก็เดาว่าคงยังกริ้วองค์ชายสามอยู่ เขาลังเลอยู่แป๊บนึง ก็ตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยพูดแก้ต่างให้องค์ชายสาม

เมื่อชั่วโมงกว่าๆ ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้หยอกล้อเล่นกับองค์ชายสิบอย่างอารมณ์ดีอยู่เลย ผ่านไปชั่วโมงเดียว กลับมาตวาดด่าองค์ชายสามซะงั้น อารมณ์พลิกหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว