- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม
ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม
ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม
ตอนที่ 87 ความโกรธแค้นขององค์ชายสาม
องค์ชายสามและองค์ชายห้าขัดถูเนื้อตัวจนแทบจะถลอก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกลิ่นขี้นกหลงเหลืออยู่ แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองสกปรกอยู่ดี
"ไปจับพวกมันมาให้ข้า จับมาให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว" องค์ชายสามหน้าดำทะมึน รังสีอำมหิตแผ่กระจาย "ข้าจะถลกหนังพวกมันทั้งเป็น!"
เฉาอี้ (ขันทีคนสนิท) โค้งคำนับอย่างระมัดระวัง "ข้าน้อยสั่งให้คนไปจับพวกมันแล้วพะยะค่ะ รับรองว่าไม่รอดไปได้แน่" เฉาอี้เป็นคนสนิทขององค์ชายสาม ย่อมรู้อารมณ์ของเจ้านายดี คราวนี้องค์ชายสามโดนนกกระจอกและอีกาขี้รดใส่จนหมดหล่อ เสียทั้งหน้าเสียทั้งเกียรติ ย่อมไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่ "ขอองค์ชายโปรดระงับโทสะด้วยเถิดพะยะค่ะ"
จู่ๆ องค์ชายสามก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หน้าตายิ่งเหี้ยมเกรียมหนักกว่าเดิม "แล้วเจอฮวาชิงหรือยัง?"
พอได้ยินชื่อฮวาชิง ร่างของเฉาอี้ก็เกร็งขึ้นมาทันที เขากลั้นใจตอบไปว่า "เรียนองค์ชาย ยังหาไม่พบพะยะค่ะ"
เพล้ง! องค์ชายสามคว้าถ้วยชาข้างกายปาลงพื้นตรงหน้าเฉาอี้อย่างแรง เศษกระเบื้องแตกกระจายบาดหน้าเฉาอี้จนเลือดซิบ
เฉาอี้รีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ร้องขอความเมตตา "องค์ชาย โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยพะยะค่ะ!"
"แค่คนๆ เดียวก็หาไม่เจอ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" วินาทีนี้ ใบหน้าขององค์ชายสามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไม่เหลือเค้าโครงของสุภาพบุรุษผู้สง่างามและใจดีตามปกติเลยสักนิด
"พวกข้าน้อยแอบไปค้นดูตามตำหนักต่างๆ แล้วก็ลองถามคนดูตั้งเยอะ แต่ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นฮวาชิงเลยพะยะค่ะ"
"มันจะหายตัววับไปในอากาศได้ยังไงฮะ?" องค์ชายสามตวาด
"องค์ชาย ข้าน้อยสงสัยว่า ฮวาชิงอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วพะยะค่ะ" เฉาอี้เสนอข้อสันนิษฐาน
"ตายแล้วงั้นเรอะ?"
"ข้าน้อยเดาว่าฮวาชิงอาจจะกระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตายไปแล้วพะยะค่ะ" เฉาอี้อธิบาย "ก่อนหน้านี้ฮวาชิงก็เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว ประกอบกับคนๆ นึงจะหายสาบสูญไปจากวังหลวงดื้อๆ ได้ยังไง—มันก็มีความเป็นไปได้แค่ทางเดียวนั่นแหละพะยะค่ะ คือเขาตายไปแล้ว"
องค์ชายสามคิดว่าสิ่งที่เฉาอี้พูดก็มีเหตุผล เขาเลิกคิ้วแล้วสั่ง "ถ้าเป็นศพ ข้าก็ต้องเห็นศพมัน ต่อให้มันตั้งใจโดดบ่อน้ำตาย ข้าก็ต้องเห็นศพมันให้ได้"
"องค์ชายวางใจได้พะยะค่ะ ข้าน้อยสั่งให้คนไปงมหาตามบ่อน้ำทุกบ่อในวังแล้ว น่าจะเจอศพฮวาชิงในไม่ช้า" พอเห็นสีหน้าขององค์ชายสามคลายความตึงเครียดลงบ้าง เฉาอี้ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
องค์ชายสามพยักหน้าเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เฉาอี้ลุกขึ้น
เฉาอี้รีบลุกขึ้นยืน "ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์ชาย" เขามององค์ชายสามด้วยท่าทีอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูด
องค์ชายสามเห็นท่าทางแบบนั้น ก็หงุดหงิด "มีอะไรก็พูดมาตรงๆ!"
เฉาอี้กระซิบเตือน "องค์ชายพะยะค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พระองค์ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายและกินเจ เพื่อเตรียมคัดลอกคัมภีร์พระพุทธศาสนาอุทิศให้อดีตฮองเฮานะพะยะค่ะ พระองค์คงไม่ได้ลืมใช่ไหมพะยะค่ะ?"
องค์ชายสามลืมไปสนิทจริงๆ นั่นแหละ เขาตอบอย่างรำคาญ "ข้าจำได้น่า"
เฉาอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดเตือนต่อ "องค์ชายพะยะค่ะ ในช่วงรำลึกถึงอดีตฮองเฮา ทางที่ดีพระองค์... งดเว้นการลงไม้ลงมือกับใครไปก่อนจะดีกว่านะพะยะค่ะ ไม่งั้นถ้าฮ่องเต้รู้เข้า ต้องทรงกริ้วและลงโทษพระองค์แน่พะยะค่ะ"
องค์ชายสามตวัดสายตาดุดันจ้องเฉาอี้ ทำเอาขาทั้งสองข้างของเฉาอี้อ่อนระทวยแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ
"องค์ชาย ข้าน้อยไม่ได้อยากจะสอดรู้สอดเห็นนะพะยะค่ะ แต่..." เฉาอี้เหงื่อแตกพลั่กภายใต้สายตาพิฆาตของเจ้านาย "ฮ่องเต้ทรงเคารพรักอดีตฮองเฮามาก ถ้าเกิดมีเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นในช่วงนี้ ฮ่องเต้ต้องกริ้วหนักแน่ๆ พะยะค่ะ"
องค์ชายสามถอนสายตากลับมา แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "ข้าไม่ได้โง่ขนาดที่จะหาเรื่องทำให้เสด็จพ่อกริ้วในช่วงเวลาแบบนี้หรอกน่า"
พอได้ยินแบบนั้น เฉาอี้ก็รีบตบปากตัวเองเบาๆ "ข้าน้อยปากเสียเองพะยะค่ะ"
องค์ชายสามโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
"มีอะไรอีกไหม?"
"องค์ชายพะยะค่ะ ปีที่แล้วในวันครบรอบอดีตฮองเฮา องค์ชายห้าถวายพระบรมสารีริกธาตุให้ฮ่องเต้ ทำเอาฮ่องเต้ปลาบปลื้มพระทัยมาก ปีนี้องค์ชายห้าก็คงหาของล้ำค่ามาถวายอีกแน่ องค์ชายหกเองก็คงไม่น้อยหน้าเหมือนกัน" ถึงจะกลัวองค์ชายสาม แต่เฉาอี้ก็ซื่อสัตย์และคอยคิดเผื่อเจ้านายเสมอ "ปีหน้าองค์ชายก็ต้องออกจากวังไปตั้งจวนและรับบรรดาศักดิ์แล้ว ถ้าพระองค์ทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยได้ก่อนหน้านั้น บางทีฮ่องเต้อาจจะประทานดินแดนดีๆ ให้ก็ได้นะพะยะค่ะ"
คำพูดเหล่านี้เข้าหูองค์ชายสามอย่างจัง
"เจ้าพูดถูก ข้าควรเตรียมตัวเรื่องดินแดนศักดินาปีหน้าไว้บ้างแล้ว"
"องค์ชายพะยะค่ะ เจียงหนานเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่โบราณกาล" เฉาอี้เสนอแนะ "ถึงแม้ตอนนี้หยางโจวจะมีกบฏวุ่นวาย แต่พอถึงปีหน้า กบฏก็น่าจะถูกปราบราบคาบแล้ว ทำไมองค์ชายไม่ขอไปหยางโจวล่ะพะยะค่ะ?"
ดวงตาที่เคยหม่นหมองขององค์ชายสามเบิกกว้างเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน
"หยางโจวเป็นเมืองที่เยี่ยมมาก" เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น "ข้าจะไปหาเสด็จแม่ ให้เสด็จแม่ช่วยพูดให้ข้าได้เมืองหยางโจวมาครอง" พูดจบ เขาก็รีบเดินออกจากตำหนักไปทางตำหนักฝูหยางทันที
แต่พอเดินออกมาจากตำหนักซิงเต๋อ เขาก็เจอซุนโต่วโต่ว ลูกศิษย์ของซุนขุยกำลังเดินสวนมาพอดี
พอเห็นองค์ชายสาม ซุนโต่วโต่วก็ส่งยิ้มเดินเข้ามาโค้งคำนับ "ข้าน้อยถวายบังคมองค์ชายสามพะยะค่ะ"
องค์ชายสามมีท่าทีสุภาพกับซุนโต่วโต่วอยู่บ้าง
"ลุกขึ้นเถอะ ท่านซุนน้อย"
"ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์ชาย"
"เสด็จพ่อให้มาตามข้าหรือ?"
"องค์ชายพะยะค่ะ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้พระองค์ไปเข้าเฝ้าที่ห้องทรงอักษรพะยะค่ะ"
องค์ชายสามถาม "เสด็จพ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือเปล่า?"
"ข้าน้อยไม่ทราบพะยะค่ะ"
องค์ชายสามรู้ดีว่าจะง้างปากเอาความจริงจากซุนโต่วโต่วไม่ได้ เลยเลิกถามเรื่องนี้ แล้วหันไปชวนคุยเรื่องสัพเพเหระแทน
ซุนโต่วโต่วก็ตอบคำถามองค์ชายสามด้วยรอยยิ้มนอบน้อม โค้งตัวเล็กน้อยตลอดเวลา
ที่องค์ชายสามทำตัวสุภาพกับซุนขุยและลูกศิษย์ ไม่ใช่เพราะอยากประจบสอพลอ แต่เขารู้ดีว่าไม่ควรไปปีนเกลียวคนที่คอยรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้ ขืนทำตัวกร่างเดี๋ยวจะพาลทำให้ฮ่องเต้พิโรธเอาได้ ที่เขาสุภาพด้วยก็เพราะเห็นแก่หน้าฮ่องเต้ต่างหาก
ไม่ใช่แค่องค์ชายสามคนเดียวหรอก คนอื่นๆ ในวัง รวมถึงพวกขุนนาง ก็ปฏิบัติกับคนพวกนี้อย่างให้เกียรติ ไม่มีใครกล้าล่วงเกินง่ายๆ หรอก
ไม่นาน องค์ชายสามกับซุนโต่วโต่วก็มาถึงห้องทรงอักษร
ซุนโต่วโต่วบอก "องค์ชาย เชิญเสด็จเข้าไปด้านในได้เลยพะยะค่ะ"
ก่อนจะเดินเข้าไป องค์ชายสามส่งสายตาให้เฉาอี้อย่างมีนัยยะ เฉาอี้ก็รู้หน้าที่ทันที
พอองค์ชายสามก้าวเข้าไปในห้องทรงอักษร เฉาอี้ก็ควักถุงเงินจากอกเสื้อยัดใส่มือซุนโต่วโต่ว
ตอนแรกซุนโต่วโต่วก็ปฏิเสธเป็นพิธีสองครั้ง แต่ต้านทานความคะยั้นคะยอของเฉาอี้ไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมรับไป
เฉาอี้ไม่ได้พยายามสอดรู้สอดเห็นเรื่องที่คุยกันในห้องทรงอักษร แต่เลือกที่จะชวนซุนโต่วโต่วคุยสัพเพเหระแทน
ภายในห้องทรงอักษร องค์ชายสามถวายบังคมฮ่องเต้อย่างนอบน้อม ท่าทีเหี้ยมเกรียมในตำหนักซิงเต๋อเมื่อกี้มลายหายไปสิ้น กลายเป็นเด็กดีระมัดระวังตัวแจเมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่องเต้
องค์ชายทุกคนต่างก็ยำเกรงฮ่องเต้กันทั้งนั้น ยิ่งองค์ชายสามเคยโดนฮ่องเต้ลงโทษหนักมาแล้ว ความกลัวก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปอีก
"ทำไมเจ้าถึงสั่งคนไปจับนกล่ะ?" ฮ่องเต้ถาม "จะเอาไปกินหรือไง?"
ถึงน้ำเสียงของฮ่องเต้จะฟังดูราบเรียบ แต่ทำเอาองค์ชายสามเสียวสันหลังวาบ เขารีบคุกเข่าลงทันที "ไม่ใช่เพื่อเอาไปกินพะยะค่ะ แต่..." พอนึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายที่ตำหนักฉางฉิน องค์ชายสามก็ทำหน้ากระอักกระอ่วน "ลูกโดนพวกนกขี้ใส่เต็มไปหมด ทนไม่ไหวจริงๆ พะยะค่ะ..."
"ก็เลยสั่งฆ่าพวกมันเพราะความแค้นงั้นหรือ?" น้ำเสียงฮ่องเต้เปลี่ยนเป็นเย็นชา"พรุ่งนี้วันอะไร?"
องค์ชายสามสะดุ้ง นึกขึ้นได้ทันทีว่าพรุ่งนี้เขาต้องอาบน้ำชำระกาย กินเจ เพื่อเตรียมคัดคัมภีร์ถวายอดีตฮองเฮา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก่อนคัดคัมภีร์ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรง
หน้าเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้วพะยะค่ะ ลูกโมโหพวกนกนั่นจนขาดสติไปชั่วขณะ... ขอเสด็จพ่อโปรดประทานอภัยด้วยเถิดพะยะค่ะ" เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะลืมเรื่องสำคัญระดับนี้ไปได้
ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น "ไสหัวไปซะ"
"ลูกขอทูลลาพะยะค่ะ!" องค์ชายสามรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เฉาอี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทรงอักษร เห็นองค์ชายสามวิ่งหน้าตั้งออกมาด้วยความกลัว ใจเขาก็หล่นวูบ... องค์ชายโดนฮ่องเต้ด่ามาหรือเนี่ย?
องค์ชายสามไม่กล้าอ้อยอิ่งอยู่หน้าห้องทรงอักษร รีบจ้ำอ้าวหนีไปทันที เฉาอี้ก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
เดินไปได้สักพัก องค์ชายสามก็หยุดชะงัก แล้วหันมาเตะเฉาอี้เปรี้ยงเข้าให้
เฉาอี้ล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น "ขอองค์ชายโปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"
"ทำไมเมื่อกี้เจ้าไม่ห้ามข้าเรื่องจับนกฮะ? เจ้าไม่รู้หรือไงว่าช่วงงานรำลึกอดีตฮองเฮาห้ามมีการหลั่งเลือดน่ะ?"
เฉาอี้รู้สึกน้อยใจสุดๆ เขาอุตส่าห์พูดเตือนใบ้ๆ ไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่องค์ชายสามไม่เข้าใจเองนี่นา อีกอย่าง ตอนที่องค์ชายสามกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง ใครจะกล้าไปพูดห้ามตรงๆ ล่ะ
"ข้าน้อยบกพร่องต่อหน้าที่ ขอองค์ชายโปรดลงอาญาด้วยพะยะค่ะ"
องค์ชายสามก็รู้แหละว่าไม่ใช่ความผิดเฉาอี้ที่ไม่เตือนตรงๆ แต่เขาก็ต้องหาที่ระบายอารมณ์อยู่ดี
"ไปสั่งให้พวกมันหยุดจับนกเดี๋ยวนี้เลย เลิกจับได้แล้ว"
"ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ"
องค์ชายสามไม่ได้กลับไปที่ตำหนักซิงเต๋อ แต่ตรงไปที่ตำหนักฝูหยางเพื่อหาพระมารดา ซูเฟย
ในห้องทรงอักษร ซุนขุยแอบลอบมองฮ่องเต้ เห็นพระองค์ยังคงทำหน้าบูดบึ้ง ก็เดาว่าคงยังกริ้วองค์ชายสามอยู่ เขาลังเลอยู่แป๊บนึง ก็ตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยพูดแก้ต่างให้องค์ชายสาม
เมื่อชั่วโมงกว่าๆ ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้หยอกล้อเล่นกับองค์ชายสิบอย่างอารมณ์ดีอยู่เลย ผ่านไปชั่วโมงเดียว กลับมาตวาดด่าองค์ชายสามซะงั้น อารมณ์พลิกหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ