- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 61 ประโยชน์ของโกลน
ตอนที่ 61 ประโยชน์ของโกลน
ตอนที่ 61 ประโยชน์ของโกลน
ตอนที่ 61 ประโยชน์ของโกลน
เมื่อเหลียงเจาอี๋และอวี่เหม่ยเหรินเห็นจ้าวเหยาจูงม้ากลับมา ก็รีบถามทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร
จ้าวเหยาลูบหน้าเฮยอวี่เบาๆ พลางบอกเหลียงเจาอี๋กับคนอื่นๆ "ข้ามีของดีจะให้ดูขอรับ"
องค์หญิงห้ายืนอยู่อีกฝั่ง ลูบคอเฮยอวี่เล่น
"น้องสิบ ของดีที่เจ้าว่า คงไม่ใช่แค่เฮยอวี่หรอกนะ?"
"แน่นอนว่าไม่ใช่ขอรับ ของดีที่ว่ามันคืออย่างอื่นต่างหาก" จ้าวเหยายังคงลีลาไม่ยอมเฉลย
เหลียงเจาอี๋ยกมือขึ้นเขกหัวลูกชายเบาๆ "เลิกเล่นตัวได้แล้ว มีของดีอะไรก็รีบเอาออกมาให้ดูสิ"
อวี่เหม่ยเหรินหัวเราะ "ถ้าเหยาเหยาบอกว่าเป็นของดี มันก็ต้องเป็นของดีแน่ๆ รีบเอามาให้ดูเร็วเข้า"
พานไฉเหรินถามด้วยความอยากรู้ "ตกลงว่าของดีที่ว่าคืออะไรกันล่ะ?"
จ้าวเหยาส่งสายตาให้ถงซี ถงซีก็รู้หน้าที่ทันที รีบส่งห่วงเหล็กคู่หนึ่งให้เจ้านาย
เหลียงเจาอี๋เห็นห่วงเหล็กในมือจ้าวเหยา ก็ถามอย่างประหลาดใจ "นี่น่ะหรือของดีที่เจ้าว่า?"
องค์หญิงห้าโพล่งขึ้นมา "นี่มันก็แค่ห่วงเหล็กธรรมดาไม่ใช่หรือ?" นางย่นจมูกอย่างดูแคลน "มันดียังไงเนี่ย?"
อวี่เหม่ยเหรินถามอย่างงุนงง "เหยาเหยา หรือว่าห่วงเหล็กคู่นี้มีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่?"
จ้าวเหยาชูห่วงเหล็กขึ้นสุดแขน ทำเสียงลึกลับบอกเหลียงเจาอี๋กับคนอื่นๆ "ตอนนี้มันอาจจะดูไม่พิเศษ แต่เดี๋ยวข้าจะทำให้มันพิเศษให้ดูขอรับ"
องค์หญิงห้าทำหน้าไม่เชื่อ "น้องสิบ เลิกโม้ได้แล้ว มันก็แค่ห่วงเหล็กธรรมดาๆ จะพิเศษไปได้ยังไง"
"เดี๋ยวก็รู้ขอรับ" พูดจบ จ้าวเหยาก็ส่งห่วงเหล็กให้ถงซี แล้วรับสายหนังเส้นหนึ่งมาจากเขา
เขาเอาสายหนังพาดหลังเฮยอวี่ แล้วรู้สึกว่ามันยาวไปนิด
"ถงซี เอาตะไกรตัดออกสักห้าชุ่นสิ"
"ขอรับ องค์ชาย"
"เดี๋ยวก่อน ไม่ต้องตัดห้าชุ่น ตัดแค่สามชุ่นพอ เหลืออีกสองชุ่นไว้คล้องห่วงเหล็ก" จ้าวเหยาสั่ง "จำไว้ว่าต้องผูกให้แน่นๆ นะ"
"วางใจได้เลยขอรับองค์ชาย ข้าน้อยจะผูกให้แน่นสุดๆ ไปเลย" ถงซีพูดพลางตัดสายหนังออกสามชุ่น แล้วเอาไปคล้องกับห่วงเหล็กตามสั่ง
เหลียงเจาอี๋และคนอื่นๆ มองดูถงซีทำง่วนด้วยความงุนงง เลยถามจ้าวเหยาว่า "เหยาเหยา นี่เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?"
"ท่านแม่ เดี๋ยวก็รู้ขอรับ" จ้าวเหยารับโกลนที่ประกอบเสร็จแล้วจากถงซี มาผูกติดกับตัวเฮยอวี่ "ท่านแม่ คอยดูให้ดีๆ นะขอรับ"
เหลียงเจาอี๋และอวี่เหม่ยเหรินพยักหน้า แล้วเบิกตากว้างจ้องมองจ้าวเหยาตาไม่กะพริบ
จ้าวเหยายกเท้าข้างหนึ่งสอดเข้าไปในโกลน แล้วย้ำกับเหลียงเจาอี๋และคนอื่นๆ อีกรอบ "ดูให้ดีๆ นะขอรับท่านแม่"
องค์หญิงห้าแขวะอย่างไม่ไว้หน้า "แค่เห็นเจ้าเอาเท้าสอดห่วงเหล็ก มันมีอะไรน่าดูตรงไหน?"
จ้าวเหยาไม่สนคำค่อนขอดขององค์หญิงห้า เขาลงน้ำหนักที่เท้าซ้ายในโกลน แล้วกระโดดขึ้นขี่ม้าอย่างสวยงาม พอขึ้นไปนั่งบนหลังเฮยอวี่ได้สำเร็จ เขาก็หันมาพูดกับเหลียงเจาอี๋และคนอื่นๆ อย่างภาคภูมิใจ "ท่านแม่ เห็นไหมขอรับ?"
อวี่เหม่ยเหรินและองค์หญิงห้ายังคงงงเป็นไก่ตาแตก ถามกลับไปว่า "เห็นอะไรล่ะ?"
แต่เหลียงเจาอี๋กับถงซีเข้าใจแล้ว สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง
"ท่านแม่ ไม่เห็นจริงๆ หรือขอรับ?" จ้าวเหยาชี้ไปที่โกลนใต้เท้า "ไม่เห็นหรือขอรับว่าเมื่อกี้ข้าใช้มันเหยียบขึ้นม้ายังไง?"
อวี่เหม่ยเหรินและคนอื่นๆ ตอบ "เห็นสิ" แล้วก็ถามต่อด้วยความงุนงง "เห็นเจ้าเหยียบห่วงเหล็กขึ้นม้า แล้วมันพิเศษตรงไหนล่ะ?"
พอได้ยินอวี่เหม่ยเหรินและคนอื่นๆ ถามแบบนี้ หน้าตาน่ารักของจ้าวเหยาก็เปลี่ยนเป็นเหวอแดก
"มันชัดเจนขนาดนี้ พวกท่านยังดูไม่ออกอีกหรือขอรับ!" เสด็จแม่รองนี่ซื่อบื้อจริงๆ เลยนะเนี่ย
พานไฉเหรินเถียง "แล้วพวกเราควรจะสังเกตเห็นอะไรล่ะ?"
จ้าวเหยาขี้เกียจจะอธิบายให้อวี่เหม่ยเหรินและพานไฉเหรินฟังแล้ว หันไปมองเหลียงเจาอี๋แทน "ท่านแม่ ท่านเข้าใจไหมขอรับ?"
"เป็นของดีจริงๆ ด้วย" เหลียงเจาอี๋เดินไปข้างเฮยอวี่ ก้มมองห่วงเหล็กใต้เท้าจ้าวเหยา แล้วพูดอย่างตื่นเต้น "มีเจ้านี่แล้ว การขึ้นม้าก็ง่ายขึ้นเป็นกองเลย"
พอเห็นว่าเหลียงเจาอี๋เข้าใจ จ้าวเหยาก็ยิ้มแฉ่ง "ท่านแม่ฉลาดสุดยอดไปเลยขอรับ เข้าใจทันทีเลย" สมแล้วที่เป็นแม่เขา "มีห่วงเหล็กนี่แล้ว เราก็ไม่ต้องไปเหยียบหลังคนหรือหาเก้าอี้มาปีนขึ้นม้าอีกต่อไปแล้ว"
พอได้ยินเหลียงเจาอี๋กับจ้าวเหยาคุยกัน อวี่เหม่ยเหรินและคนอื่นๆ ก็ถึงบางอ้อ
"จริงด้วย มีห่วงเหล็กนี่แล้ว การขึ้นม้าก็ง่ายขึ้นเยอะเลย"
"ไม่ได้มีข้อดีแค่นี้นะขอรับ" จ้าวเหยามองเหลียงเจาอี๋แล้วถามต่อ "ท่านแม่ สังเกตเห็นอะไรอีกไหมขอรับ?"
เหลียงเจาอี๋เดินวนไปอีกฝั่งของเฮยอวี่ ยิ้มแล้วบอก "มีห่วงเหล็กพวกนี้ มันช่วยให้นั่งบนหลังม้าได้มั่นคงขึ้น ทำให้ปลอดภัยกว่าเดิมเยอะเลย ยิ่งไปกว่านั้น ห่วงเหล็กพวกนี้ยังช่วยให้ทหารรบบนหลังม้าได้ถนัดขึ้นด้วยนะ"
"ท่านแม่พูดถูกเผงเลยขอรับ" จ้าวเหยาพูดอย่างยืดๆ "สมกับเป็นท่านแม่ ปราดเปรื่องที่สุด ไม่เหมือนเสด็จแม่รองที่มองอะไรไม่ออกเลย"
อวี่เหม่ยเหรินและคนอื่นๆ ไม่คิดเลยว่าแค่ห่วงเหล็กธรรมดาๆ จะมีประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ ทำหน้าอึ้งๆ "นี่... พวกเราตาถั่วเองแหละ"
จ้าวเหยากระโดดลงจากหลังเฮยอวี่ "ท่านแม่ ลองขึ้นขี่ดูสิขอรับ"
"ได้สิ" เหลียงเจาอี๋เหยียบโกลน แล้วตวัดขาขึ้นหลังม้าอย่างสง่างาม จากนั้นนางก็ยืนเหยียบโกลนให้สุดตัว ทำท่าเหมือนกำลังกวัดแกว่งทวน นางตั้งใจออกแรงให้เยอะๆ แล้วก็พบว่าตัวเองยังยืนหยัดบนหลังม้าได้อย่างมั่นคง
"เฮยอวี่ ไปเลย!" เหลียงเจาอี๋สั่ง พลางกดเท้าลงในโกลนขณะนั่งอยู่บนอาน
เฮยอวี่ออกวิ่งอย่างว่าง่าย เหลียงเจาอี๋รู้สึกได้เลยว่าตอนที่ม้าวิ่ง นางนั่งได้มั่นคงกว่าตอนที่ไม่มีห่วงเหล็กเยอะ สักพักนางก็ลองยืนขึ้นอีกรอบ สั่งให้เฮยอวี่เร่งความเร็ว ซึ่งนางก็ยังทรงตัวได้อย่างมั่นคงไม่มีเซ
"เป็นไงบ้างขอรับ ท่านแม่?"
เหลียงเจาอี๋ตบคอเฮยอวี่เบาๆ เฮยอวี่ก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วและหยุดลง
"มั่นคงมาก ปลอดภัยมากเลยล่ะ" นางบอกพลางกระโดดลงจากม้า เอ่ยชมไม่ขาดปาก "ห่วงเหล็กนี่มันของล้ำค่าชัดๆ" ถ้ามีโกลนนี่ ประสิทธิภาพการรบบนหลังม้าของทหารต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่ๆ
นางเอื้อมมือไปลูบหัวจ้าวเหยา ยิ้มถามว่า "เจ้าคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ยังไงน่ะ?"
จ้าวเหยาหัวเราะคิกคักอย่างภาคภูมิใจ "เมื่อวานตอนไปรับพี่รอง ข้าเกือบตกม้า ก็เลยนึกขึ้นได้ว่ามันมีอะไรขาดหายไป แล้วข้าก็มานั่งคิดว่าทำไมบนหลังม้าถึงไม่มีที่ให้เหยียบเลย ก็เลยปิ๊งความคิดห่วงเหล็กนี่ขึ้นมาขอรับ" เพราะมีอวี่เหม่ยเหรินและคนอื่นๆ อยู่ด้วย จ้าวเหยาเลยบอกความจริงกับเหลียงเจาอี๋ไม่หมด "ข้าก็คิดว่าถ้ามีห่วงเหล็กให้เหยียบ ข้าก็ไม่ต้องกลัวตกจากเฮยอวี่อีกแล้วล่ะขอรับ"
อวี่เหม่ยเหรินดึงจ้าวเหยาเข้ามากอด แล้วหอมฟอดใหญ่ที่แก้มยุ้ยๆ ของเขาหลายๆ ที
"เหยาเหยาของเรานี่ฉลาดจริงๆ เลย"
"เหยาเหยานี่สุดยอดไปเลย ถ้าเจ้าไม่บอก แม่สามก็คงไม่รู้หรอกว่าห่วงเหล็กพวกนี้จะมีประโยชน์ขนาดนี้" พานไฉเหรินไม่เคยขี่ม้า เลยไม่ค่อยเข้าใจว่าการมีห่วงเหล็กเพิ่มขึ้นมาบนหลังม้ามันดียังไง
"น้องสิบ เจ้าไปเอาความฉลาดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย?" องค์หญิงห้าทำหน้าทึ่งสุดๆ "ปกติเห็นเป็นแต่เด็กหัวทึบไม่ใช่หรือ?"
พอได้ยินองค์หญิงห้าพูดแบบนั้น จ้าวเหยาก็ถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ
"พี่หญิงห้า ข้าแค่ไม่เก่งเรื่องเรียน แต่ข้าไม่ได้หัวทึบนะ"
เมื่อเห็นว่าเริ่มสายแล้ว เหลียงเจาอี๋ก็ชวนจ้าวเหยาและคนอื่นๆ "ไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะ"
"องค์ชาย จะให้พาม้าเฮยอวี่กลับไปคอกเลยไหมขอรับ?" ถงซีถาม
"ถอดโกลนกับสายรัดออกก่อน แล้วค่อยพามันกลับไป"
"โกลน? สายรัด?" เหลียงเจาอี๋หัวเราะ "ตั้งชื่อได้เข้าท่าดีนี่"
จ้าวเหยาส่งสายตาให้เหลียงเจาอี๋ นางก็เข้าใจทันที
"น้องสิบ เมื่อวานตอนเจ้าไปรับพี่รอง หัวเจ้าไปกระแทกอะไรมาหรือเปล่า ถึงได้จู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาเนี่ย?" องค์หญิงห้าน่ะขี้ขลาดตอนอยู่ต่อหน้าองค์หญิงสี่และคนอื่นๆ แต่กับจ้าวเหยาผู้เป็นน้องชาย นางกล้าเล่นหัวเต็มที่
อวี่เหม่ยเหรินเอาตะเกียบเคาะหัวองค์หญิงห้าดังโป๊ก ดุด้วยสีหน้าขึงขัง "ระวังปากระวังคำหน่อย นี่มันคำพูดที่พี่สาวควรพูดกับน้องชายหรือไง?"
"นั่นสิ เป็นพี่สาวประสาอะไรเนี่ย?" จ้าวเหยาผสมโรง "พี่หญิงห้า การที่ท่านพยายามยัดเยียดว่าข้าหัวทึบเนี่ย มันทำให้ท่านดูดีขึ้นหรือไง?"
เหลียงเจาอี๋เอาปลายตะเกียบจิ้มแก้มขวาของจ้าวเหยาเบาๆ "พี่หญิงห้าเขาก็แค่ล้อเล่นกับเจ้าเท่านั้นแหละ"
องค์หญิงห้ารีบพยักหน้ารับ "ท่านแม่ ข้าแค่แหย่น้องสิบเล่นเองนะ"
"ต่อให้ล้อเล่น ก็ไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้" อวี่เหม่ยเหรินเตือนเสียงเข้ม "พูดเรื่องดีๆ ไม่ค่อยจะเป็นจริงหรอก แต่พอพูดเรื่องร้ายๆ มักจะศักดิ์สิทธิ์นักเชียว คราวหน้าอย่าพูดอะไรเป็นลางแบบนี้อีกนะ" เกิดเหยาเหยาสมองกระทบกระเทือนขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง?
องค์หญิงห้าเห็นแม่ทำหน้าดุจริงจัง ก็รีบพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย "ข้าจะไม่พูดอีกแล้ว"
เหลียงเจาอี๋หันไปบอกอวี่เหม่ยเหรินเบาๆ "เสี่ยวอู่ (น้องห้า) ก็แค่ล้อเหยาเหยาเล่น อย่าไปจริงจังขนาดนั้นเลย"
"พี่หญิง ข้าก็รู้ว่าท่านรักและเอ็นดูเสี่ยวอู่มาตลอด แต่ท่านจะสปอยล์นางแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้านางยังขืนพูดจาไม่คิดแบบนี้ สักวันนางจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ" อวี่เหม่ยเหรินพูดต่อ นางทั้งดีใจและโล่งใจที่ลูกสาวเริ่มกล้าและร่าเริงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน นางก็กลัวว่าความปากไวของลูกสาวจะนำภัยมาสู่ตัว
พานไฉเหรินพยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ "น้องอวี่พูดถูกแล้ว ท่านพี่จะตามใจเสี่ยวอู่มากไปไม่ได้นะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะสร้างปัญหาเอาได้ วิธีเอาตัวรอดในวังที่ดีที่สุดคือ พูดให้น้อยที่สุด เสี่ยวอู่ เจ้าทำไม่ถูกนะที่เอาแต่ว่าเหยาเหยาหัวทึบ เหยาเหยาอาจจะไม่เก่งเรื่องเรียน แต่เรื่องอื่นเขาฉลาดเป็นกรดเลยล่ะ"
"แม่สามพูดถูกที่สุดเลยขอรับ" จ้าวเหยาสมทบ "ขอแค่ไม่ใช่เรื่องเรียน เรื่องอื่นข้าก็ฉลาดหมดแหละ"
เดี๋ยวนะ แล้วเรื่องโกลนม้านี่ล่ะ?
ควรจะเอาไปบอกเสด็จพ่อดีไหมเนี่ย?