- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 28 อ๋องไต้ = เนื้อวัว?
ตอนที่ 28 อ๋องไต้ = เนื้อวัว?
ตอนที่ 28 อ๋องไต้ = เนื้อวัว?
ตอนที่ 28 อ๋องไต้ = เนื้อวัว?
วันที่อ๋องไต้จะกลับมาถึงเมืองหลวงใกล้เข้ามาทุกที บรรยากาศในเมืองหลวงก็เริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ คลื่นใต้น้ำในราชสำนักก็เริ่มปั่นป่วน แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับจ้าวเหยาเลยสักนิด
วันนี้เขาอารมณ์ดีมาก ระหว่างทางไปตำหนักเหวินเต๋อ หน้าเขาก็เปื้อนยิ้มตลอดเวลา แถมยังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี "เสือสองตัว เสือสองตัว วิ่งเร็วไว วิ่งเร็วไว ตัวหนึ่งไม่มีหู ตัวหนึ่งไม่มีหาง..."
"องค์ชาย ทำไมวันนี้ทรงอารมณ์ดีจังเลยขอรับ?" ถงซีเห็นเจ้านายลั้ลลาก็อดสงสัยไม่ได้ "ปกติองค์ชายเกลียดการไปตำหนักเหวินเต๋อที่สุดไม่ใช่หรือขอรับ?"
"ถงซี เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพรุ่งนี้วันอะไร?"
"พรุ่งนี้หรือขอรับ?" ถงซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ทำหน้านึกออก "พรุ่งนี้วันหยุดขององค์ชายนี่ขอรับ" มิน่าล่ะ องค์ชายถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้
"ใช่แล้ว พรุ่งนี้วันหยุดของข้า" จ้าวเหยาเดินเอามือประสานท้ายทอย "ข้ารอวันหยุดมาตั้งนาน ในที่สุดก็มาถึงเสียที"
ถงซีกระซิบข้างหูจ้าวเหยา "องค์ชาย พรุ่งนี้เราจะแอบหนีออกจากวังไหมขอรับ?"
"พรุ่งนี้เราไม่ออกหรอก"
"อ้าว ไม่ออกหรือขอรับ?" ถงซีทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ "ปกติองค์ชายเฝ้ารอวันหยุดก็เพื่อจะได้ออกไปเที่ยวนอกวังไม่ใช่หรือขอรับ?"
"เราจะออกไปคืนนี้เลยต่างหาก" พอพูดถึงตรงนี้ จ้าวเหยาก็ทำหน้าหิวโซเหมือนแมวเห็นปลาย่าง "คืนนี้เราจะไปหาของอร่อยๆ กินที่บ้านท่านลุงรองกัน"
ตาถงซีเป็นประกาย "องค์ชาย คืนนี้มีอะไรอร่อยๆ กินหรือขอรับ?"
"ข้าส่งจดหมายไปบอกท่านลุงรองแล้ว ให้เขาเตรียมหม้อไฟไว้ หม้อไฟฝีมือท่านลุงรองนี่สุดยอดไปเลยนะ" แค่นึกถึง จ้าวเหยาก็น้ำลายสอแล้ว
ถงซีเองก็กลืนน้ำลายเอื๊อก "อาหารฝีมือท่านลุงรองอร่อยที่สุดเลยขอรับ" คืนนี้ได้ลาภปากแล้วเรา
"คิดถึงของอร่อยอะไรอยู่ล่ะเนี่ย น้ำลายไหลย้อยเชียว?" จู่ๆ องค์ชายแปดก็โผล่มาทัก
จ้าวเหยารีบเอามือเช็ดปาก แต่ก็ไม่เจอน้ำลาย เลยค้อนองค์ชายแปดวงเบ้อเริ่ม
"พี่แปด ข้าไม่ได้น้ำลายไหลเสียหน่อย"
องค์ชายแปดบีบปากเล็กๆ ของจ้าวเหยาเบาๆ แกล้งแหย่ "น้ำลายยืดเชียวล่ะ"
"ไม่จริง" จ้าวเหยาเถียงคอเป็นเอ็น
"คิดถึงของอร่อยอะไรอยู่ล่ะ?"
"หม้อไฟเผ็ดๆ ร้อนๆ ไงขอรับ" แต่เดิมในยุคต้าโจวไม่มีหม้อไฟหรอก แต่จ้าวเหยาในความฝันชอบกินหม้อไฟมาก ก็เลยเอาเมนูหม้อไฟในความฝันมาเผยแพร่ซะเลย
"หม้อไฟนี่ของอร่อยจริงๆ ข้าว่าคืนนี้ข้าก็กินหม้อไฟดีกว่า" องค์ชายแปดชวน "มากินด้วยกันไหมล่ะ?"
"พี่แปด คืนนี้ข้าคงไม่ได้ไปกินกับท่านหรอกนะขอรับ" จ้าวเหยาทำเสียงลึกลับ "ข้ามีนัดแล้ว"
องค์ชายแปดถามอย่างสนใจ "มีนัดอะไรล่ะ?"
"คืนนี้เลิกเรียนแล้ว ข้าจะรีบนอนเอาแรง ชดเชยที่อดนอนเพราะต้องตื่นมาเรียนหลายวันติด" จ้าวเหยากระดิกนิ้วไปมา "พรุ่งนี้ข้าก็จะนอนให้เต็มอิ่มไปเลย"
พอพูดถึงตรงนี้ องค์ชายแปดก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้จ้าวเหยาหยุด "นี่เจ้ากะจะนอนยาวทั้งวันทั้งคืนเลยหรือไง?"
จ้าวเหยาพยักหน้ารัวๆ "ใช่ขอรับ ช่วงนี้ข้าต้องตื่นเช้ามาเรียนทุกวัน ไม่ได้ตื่นสายเลย ข้าต้องนอนชดเชยให้เต็มที่ ที่สำคัญ เด็กๆ ต้องนอนเยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ ไงขอรับ" ข้าขอโทษนะพี่แปด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะโกหกท่านหรอก แต่ข้าให้ท่านรู้เรื่องที่ข้าแอบหนีออกจากวังไม่ได้จริงๆ ข้าเลยต้องโกหกเนี่ย
"นอนเยอะๆ แล้วจะตัวสูง? ไปเอาความคิดผิดๆ แบบนี้มาจากไหนเนี่ย?"
"ไม่ได้ผิดสักหน่อย มันคือความจริงต่างหาก" จ้าวเหยาทำปากยื่น "ยังไงข้าก็จะนอนเยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ พี่แปด พรุ่งนี้ห้ามมากวนข้านะ ปล่อยให้ข้านอนไปเลย ห้ามมาขัดขวางความสูงของข้าเด็ดขาด"
องค์ชายแปดขำ "แหม พรุ่งนี้ข้าไม่ได้หยุดสักหน่อย ข้าไม่ไปขัดขวางภารกิจเพิ่มความสูงอันยิ่งใหญ่ของเจ้าหรอก"
"อ้อ จริงด้วย พรุ่งนี้ท่านไม่ได้หยุดนี่นา"
วันหยุดของจ้าวเหยากับองค์ชายแปดไม่ได้ตรงกัน องค์ชายแต่ละคนจะสลับกันหยุด เขาเป็นคนที่ได้หยุดเป็นคนสุดท้ายในบรรดาพี่น้อง เพราะเขาเป็นคนสุดท้ายที่เพิ่งเริ่มเรียน ตอนที่เขาได้หยุด องค์ชายแปดและคนอื่นๆ ก็หยุดกันไปหมดแล้ว
เห็นหน้าตาปริ่มๆ ของจ้าวเหยา องค์ชายแปดก็บีบแก้มเขา "ดีใจอะไรนักหนา ข้าหยุดไปตั้งนานแล้ว"
"ก็จริงขอรับ แต่พอนึกว่าพรุ่งนี้ข้าได้หยุดนอนอยู่บ้าน ในขณะที่ท่านต้องมานั่งเรียนที่ตำหนักเหวินเต๋อ ข้าก็มีความสุขแล้ว ฮิฮิ..."
"ตอนที่ข้าหยุด เจ้าก็ต้องมานั่งเรียนเหมือนกันนั่นแหละ"
"ช่างเถอะน่า ยังไงพรุ่งนี้ข้าก็ได้หยุด ส่วนท่านต้องมาเรียนก็แล้วกัน"
องค์ชายแปดส่ายหน้าอย่างอ่อนใจแต่ก็เอ็นดู "เจ้านี่มัน..."
พอเดินเข้าไปในห้องเรียน ก็ได้ยินองค์ชายเก้ากำลังป่าวประกาศเสียงดังว่า อ๋องไต้จะมาถึงเมืองหลวงในอีกสองวันนี้แล้ว
ดูเหมือนวันนี้เขาจะไม่ได้อารมณ์ดีอยู่คนเดียวเสียแล้ว พี่เก้าก็อารมณ์ดีเหมือนกัน
"พี่แปด พี่รองจะกลับมาจริงๆ หรือขอรับ?"
องค์ชายแปดพยักหน้าเบาๆ "อืม อีกสองวันก็ถึงแล้วล่ะ"
"งั้นก็ครึกครื้นกันน่าดูเลยสิ" จู่ๆ จ้าวเหยาก็นึกอะไรขึ้นได้ ทำหน้าตื่นเต้น "พี่รองกลับมาทั้งที เสด็จพ่อต้องจัดงานเลี้ยงฉลองให้แน่ๆ เราก็จะได้กินของอร่อยๆ แล้ว"
พออ๋องไต้ใกล้จะกลับมา ทุกคนต่างก็จับจ้องว่าเขาจะได้รางวัลอะไร และจะงัดไม้ไหนออกมาสู้ต่อ แต่จ้าวเหยากลับสนแต่เรื่องกินซะงั้น
องค์ชายแปดหัวเราะ "เสด็จพ่อต้องจัดงานเลี้ยงฉลองให้พี่รองแน่นอนอยู่แล้ว"
"ในงานเลี้ยง เราจะได้กินเนื้อวัวด้วยแหละ" จ้าวเหยาเลียริมฝีปาก "ข้าไม่ได้กินเนื้อวัวมาตั้งนาน จนลืมรสชาติไปแล้วเนี่ย" ในต้าโจวมีกฎห้ามฆ่าวัวและกินเนื้อวัวซี้ซั้ว แม้แต่ในวัง เนื้อวัวก็ใช่ว่าจะหากินได้ง่ายๆ จะมีจัดก็แค่งานเลี้ยงใหญ่ๆ เท่านั้นแหละ
กฎห้ามกินเนื้อวัวนี่ไม่ได้เพิ่งมีในยุคต้าโจวนะ แต่มันมีมาตั้งแต่ราชวงศ์ก่อน และก่อนหน้านั้นอีก
ตั้งแต่ราชวงศ์ก่อนๆ กษัตริย์ทุกพระองค์ให้ความสำคัญกับการเกษตรมาก และวัวก็คือ "เครื่องมือ" สำคัญในการไถนา เลยห้ามฆ่าเด็ดขาด
กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ก่อนนั้นโหดร้ายและบ้ากาม ทำเอาบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ประชาชนล้มตายเป็นเบือ ชาวบ้านทำนาไม่ได้เพราะต้องหนีตาย ที่นาเลยรกร้างว่างเปล่า ชาวบ้านต้องฆ่าวัวประทังชีวิต ทำเอาประชากรวัวลดฮวบ
ตอนที่ก่อตั้งต้าโจวใหม่ๆ อดีตฮ่องเต้สั่งให้ขุนนางไปสำรวจจำนวนวัวทั่วประเทศ ก็พบว่าเหลือน้อยนิดน่าใจหาย อดีตฮ่องเต้เลยออกกฎเหล็ก ห้ามฆ่าวัวและห้ามกินเนื้อวัวซี้ซั้ว ถึงหลายปีมานี้ประชากรวัวจะเพิ่มขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังไม่พอให้ทุกบ้านมีวัวใช้ เนื้อวัวเลยกลายเป็นของหายากไปโดยปริยาย
วัวที่จะเอามากินได้ ต้องเป็นวัวที่ตายเพราะอุบัติเหตุหรือป่วยตายเท่านั้น ปกติแล้วห้ามกินเด็ดขาด
จ้าวเหยาชอบกินเนื้อวัวมาก แต่ปกติก็หากินไม่ได้ ต้องรองานเลี้ยงใหญ่ๆ ถึงจะได้กิน เขาเลยตั้งตารองานเลี้ยงและเทศกาลต่างๆ เป็นพิเศษ
"เนื้อวัวมันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?" องค์ชายแปดเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย สำหรับเขา แค่กินให้อิ่มท้องก็พอแล้ว รสชาติจะเป็นยังไงก็ช่าง สำหรับเขา เนื้ออะไรมันก็เหมือนกันหมดแหละ
"อร่อยสิขอรับ อร่อยมากเลยนะ ยิ่งเอาไปต้มในหม้อไฟนะ ยิ่งสุดยอด" เห็นองค์ชายแปดทำหน้าไม่เก็ต จ้าวเหยาก็มองเขาด้วยความสงสัย "พี่แปด ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าต่อมรับรสท่านมีปัญหาหรือเปล่า ทำไมท่านถึงแยกไม่ออกว่าอะไรอร่อย อะไรไม่อร่อยล่ะ?"
"ข้าเป็นคนกินง่าย" เหตุผลที่องค์ชายแปดเป็นคนกินง่าย ก็เพราะตอนเด็กๆ เขาอดอยากบ่อย สำหรับเขา การได้กินอิ่มสำคัญกว่าความอร่อย "เจ้าน่ะมันตะกละ"
"ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้กินของอร่อย จะเกิดมาทำไมล่ะขอรับ" จ้าวเหยาคุยโว "ความฝันสูงสุดในชีวิตข้า คือการได้ตระเวนกินของอร่อยให้ทั่วหล้าเลย"
"ความฝันยิ่งใหญ่ดีนี่"
"พี่แปด อย่ามาดูถูกความฝันข้านะ ข้าจะบอกให้ อาหารน่ะมันสำคัญมากนะ..." แล้วจ้าวเหยาก็เริ่มพล่ามเรื่องความสำคัญของอาหารให้องค์ชายแปดฟังอย่างเมามัน
องค์ชายแปดฟังแล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก พอฟังจบก็มองจ้าวเหยาด้วยความทึ่ง แล้วก็หัวเราะอย่างอ่อนใจ "น้องสิบ ถ้าเจ้าเอาความมุ่งมั่นเรื่องกินไปใช้กับการเรียนบ้าง เสด็จพ่อคงไม่ทำโทษให้เจ้าคัด 'หลุนอวี่' หรอกนะ"
"พี่แปด จะเอาเรื่องเรียนมาเทียบกับเรื่องกินได้ยังไงล่ะขอรับ" จ้าวเหยาทำหน้าจริงจัง "ข้าเกิดมาเพื่อกินนะ พอข้าโตแล้วออกจากวังไปเมื่อไหร่ ข้าจะออกเดินทางไปกินของอร่อยทั่วทุกสารทิศเลย"
"หนทางยังอีกยาวไกลนะ กว่าเจ้าจะโต" องค์ชายแปดตบไหล่จ้าวเหยา "อดทนรอไปก่อนเถอะ"
"เฮ้อ ถ้าข้าได้เป็นเหมือนพี่สามก็ดีสิ ปีหน้าจะได้ออกจากวังแล้ว" จ้าวเหยาทำหน้าอิจฉาตาร้อน
องค์ชายแปดหยิบแก้มจ้าวเหยาอีกรอบ "แทนที่จะมัวแต่ฝันอยากโต เจ้าควรจะตั้งใจเรียนก่อนดีกว่าไหม"
พอได้ยินคำว่า "เรียน" หน้าจ้าวเหยาก็บูดเป็นตูดหมึกทันที บ่นเสียงอ่อย "พี่แปด ข้าหมดอารมณ์ดีๆ เพราะท่านเลยเนี่ย"
องค์ชายแปดส่ายหน้า ขำปนระอา "เจ้านี่มัน..."
พอทั้งสองเดินเข้ามาในห้องเรียน องค์ชายเก้าก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น "พี่ชายข้าจะกลับมามะรืนนี้แล้วนะ"
"พี่รองจะกลับมาแล้วจริงๆ ดีจังเลย" จ้าวเหยาหวังให้อ๋องไต้กลับมาเร็วๆ จากใจจริง เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะได้กินเนื้อวัวไงล่ะ
ถ้าอ๋องไต้รู้ว่าในสายตาจ้าวเหยา ตัวเขามีค่าเท่ากับเนื้อวัวชิ้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงนะ