- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 15 คำท้าทายขององค์ชายเก้า
ตอนที่ 15 คำท้าทายขององค์ชายเก้า
ตอนที่ 15 คำท้าทายขององค์ชายเก้า
ตอนที่ 15 คำท้าทายขององค์ชายเก้า
ขณะที่องค์ชายเก้าและองค์ชายเจ็ดกำลังเถียงกัน ชายร่างกำยำหน้าตาดุคนหนึ่งก็เดินเข้ามา พอเห็นเขา องค์ชายเก้าและคนอื่นๆ ก็เงียบกริบทันที
ชายคนนี้ชื่อ 'ฉินซู่' เป็นแม่ทัพองครักษ์ ในอดีต เขาเคยตามฮ่องเต้ไปทำศึกทั่วสารทิศ สร้างผลงานไว้มากมาย ต่อมา หลังจากบาดเจ็บที่เท้าซ้ายจนขาเป๋ เขาก็ออกรบไม่ได้อีก ฮ่องเต้จึงให้เขามาเป็นครูสอนยิงธนูให้เหล่าองค์ชาย
ฝีมือการยิงธนูของฉินซู่นั้นยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่ทหาร แม้เขาจะขาเป๋ แต่ก็ไม่มีองค์ชายคนไหนกล้าดูถูก
องค์ชายสามนำทำความเคารพฉินซู่ เพราะเขาถือเป็นอาจารย์
ฉินซู่พยักหน้ารับคารวะ จากนั้นก็หันไปมององค์ชายเจ็ดและองค์ชายเก้า พูดหน้าตาย "องค์ชายเจ็ดและองค์ชายเก้าดูจะมีแรงเหลือเฟือนะขอรับ วันนี้ให้องค์ชายเจ็ดและองค์ชายเก้ายิงธนูก่อนก็แล้วกัน"
องค์ชายเจ็ดรู้สึกว่าฉินซู่กำลังหลอกด่าเขา หน้าก็เลยตึงๆ แต่เขาไม่กล้ามีปากมีเสียง จึงทำได้เพียงทำตามคำสั่ง
"ขอรับ ท่านอาจารย์"
องค์ชายเก้าแทบรอไม่ไหวที่จะให้เริ่มก่อน จู่ๆ เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา จึงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านอาจารย์ ข้ามีข้อเสนอขอรับ"
พอได้ยินคำพูดขององค์ชายเก้า องค์ชายเจ็ดก็รู้ทันทีว่าหมอนี่กำลังวางแผนอะไร จึงขมวดคิ้วมุ่น
ฉินซู่ถาม "ข้อเสนออะไรหรือขอรับ?"
องค์ชายเก้ายิ้มกริ่ม "ข้าอยากจะแข่งกับพี่เจ็ดขอรับ ใครแพ้ต้องถูกทำโทษ"
กะแล้วเชียว
องค์ชายเจ็ดหน้าบึ้ง "ข้าไม่ตกลง"
"พี่เจ็ด ท่านกลัวจนไม่กล้าแข่งกับข้าหรือ?" องค์ชายเก้ากอดอก ทำหน้าดูแคลนอย่างเปิดเผย "ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้ พี่เจ็ด"
องค์ชายเจ็ดเมินเฉยคำยั่วยุ เขารับคันธนูและลูกศร ไปยืนหน้าเป้า แล้วเริ่มซ้อม
ฉินซู่ปรายตามององค์ชายเก้า "องค์ชายเก้า ถึงเวลาซ้อมแล้วขอรับ"
องค์ชายเก้าหงุดหงิดที่แผนไม่สำเร็จ เม้มปากอย่างไม่พอใจ และพูดถากถางต่อ "พี่เจ็ด เป็นถึงลูกของฮองเฮาแท้ๆ แต่กลับขี้ขลาดขนาดนี้ น่าไม่อายจริงๆ"
แม้องค์ชายเจ็ดจะโกรธจัด แต่ก็ตั้งใจว่าจะไม่หลงกลไปแข่งยิงธนูกับองค์ชายเก้าเด็ดขาด เขารู้ดีว่าขืนแข่งไปก็มีแต่จะเอาตัวไปขายหน้าเปล่าๆ
พอเห็นองค์ชายเจ็ดไม่สนใจ องค์ชายเก้าก็ไม่พูดอะไรอีก หยิบคันธนูขึ้นมาซ้อมบ้าง
องค์ชายเจ็ดยิงธนูออกไปสามดอก ดอกหนึ่งพลาดเป้าไปเลย ส่วนอีกสองดอกก็ปักเฉี่ยวๆ ขอบเป้าเท่านั้น ในขณะเดียวกัน องค์ชายเก้าที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับยิงดอกหนึ่งเข้ากลางเป้าเผง และอีกสองดอกก็เข้าวงที่แปด
องค์ชายเก้าปรายตามององค์ชายเจ็ด แววตาเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน "ไร้ประโยชน์จริงๆ"
"องค์ชายเจ็ดขอรับ" ฉินซู่ทำหน้าขึงขัง "ยิงได้แย่มากขอรับ"
ถูกวิจารณ์ซึ่งหน้าแบบนี้ องค์ชายเจ็ดก็หน้าแดงด้วยความอายและโกรธ "ข้า..."
"พี่เจ็ด ยิงได้แค่นี้ ยังมีหน้ามาเป็นลูกของเสด็จพ่ออีกหรือ?"
ฉินซู่บอกองค์ชายเจ็ดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด "องค์ชายเจ็ด ความขยันสามารถชดเชยความบกพร่องได้นะขอรับ"
"ฮ่าๆๆๆ..." องค์ชายเก้าหัวเราะลั่นอย่างเย้ยหยัน
องค์ชายเจ็ดโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ รู้สึกว่าฉินซู่จงใจหักหน้าเขา แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่กัดฟันพูดว่า "ข้าเข้าใจแล้ว"
"องค์ชายสาม สี่ ห้า หก แปด และสิบขอรับ ถึงตาพวกท่านแล้ว"
"ขอรับ ท่านอาจารย์"
จ้าวเหยายืนคู่กับองค์ชายแปด เขาถามองค์ชายแปดด้วยความเป็นห่วง "พี่แปด ท่านไหวแน่หรือขอรับ?"
องค์ชายแปดยิ้มให้จ้าวเหยาอุ่นใจ "ข้าไหว" จากนั้นเขาก็ง้างธนูแล้วปล่อยลูกศรออกไป ลูกศรพุ่งเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำ "ทีนี้สบายใจได้หรือยัง?"
จ้าวเหยาชูนิ้วโป้งให้ "สุดยอดเลยขอรับ" พูดจบ เขาก็ง้างธนูยิงออกไปบ้าง ลูกศรพุ่งเข้ากลางเป้าเช่นกัน
ในเรื่องการเรียน จ้าวเหยาอาจจะดูหัวทึบ แต่เรื่องขี่ม้ายิงธนู เขาไม่แกล้งโง่อีกแล้ว ในฐานะองค์ชาย เขาจะหัวทึบไปเสียทุกเรื่องไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงโดนดูถูกแย่ ฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับทักษะขี่ม้ายิงธนูมาก จ้าวเหยาจึงตัดสินใจทำผลงานด้านนี้ให้ดีหน่อย
ฝีมือขี่ม้ายิงธนูของเขาไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด ขืนเก่งที่สุดเดี๋ยวจะเป็นเป้าสายตา ซึ่งเขาไม่ต้องการ แม้จะไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่ก็ติดท็อปสามได้อย่างสบายๆ
ฝีมือของจ้าวเหยารองลงมาจากองค์ชายเก้าและองค์ชายแปด แต่เก่งกว่าคนอื่นๆ
ฉินซู่เดินจัดท่าทางให้ทีละคน หลังจากถูกจัดท่าให้ถูกต้อง เหล่าองค์ชายก็สามารถยิงธนูเข้ากลางเป้าได้
ภายใต้การชี้แนะของฉินซู่ องค์ชายเจ็ดสามารถยิงเข้ากลางเป้าได้ แต่พอต้องยิงเอง ก็แทบจะเอาตัวไม่รอดจากการยิงพลาดเป้า
องค์ชายเก้าจงใจฉีกหน้าด้วยการยิงลูกศรของตัวเองไปปักทับรูกลางเป้าขององค์ชายเจ็ด ทำเอาองค์ชายเจ็ดโกรธจนแทบอยากจะเอาลูกธนูยิงแสกหน้าองค์ชายเก้า
ขณะที่ทุกคนกำลังตั้งใจฝึกซ้อม จู่ๆ รัชทายาทก็ปรากฏตัวขึ้น เขามาเพื่อตรวจดูการฝึกซ้อมของน้องๆ
ฉินซู่มักจะทำหน้าขึงขังไร้อารมณ์เวลาอยู่กับองค์ชายคนอื่น แต่พอกับรัชทายาท เขากลับยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งองค์ชายเจ็ดรู้สึกรับไม่ได้อย่างยิ่ง
รัชทายาทถามไถ่อาการของฉินซู่ก่อน เท้าข้างที่เป๋ของฉินซู่มักจะปวดกำเริบเสมอเวลาฝนตก
ฉินซู่รู้สึกปลื้มใจในความห่วงใย และรีบตอบว่าเขาไม่เป็นไร
จากนั้น รัชทายาทก็สอบถามเรื่องการเรียนของน้องๆ อย่างใส่ใจ ฉินซู่ก็รายงานตามความจริง
พอรู้ว่าฝีมือขี่ม้ายิงธนูขององค์ชายเจ็ดย่ำแย่ รัชทายาทก็เข้าไปปลอบใจก่อน แล้วจึงลงมือสอนทักษะให้ด้วยตัวเอง
รัชทายาทมีรูปร่างที่ดูอ่อนโยนและบอบบาง ราวกับลมพัดก็ปลิว ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าเขาคงไม่มีเรี่ยวแรง และไม่น่าจะเก่งเรื่องขี่ม้ายิงธนูได้ ทว่า ตรงกันข้าม ฝีมือของรัชทายาทนั้นจัดว่าค่อนข้างดีทีเดียว แม้จะเทียบอ๋องไต้ไม่ได้ก็ตาม
ในบรรดาองค์ชายทั้งหมด มีเพียงรัชทายาทและอ๋องไต้เท่านั้นที่ฮ่องเต้สอนขี่ม้ายิงธนูให้ด้วยตัวเอง
สมัยที่รัชทายาทยังเด็ก ฮ่องเต้ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ เมื่อมีเวลาว่าง ฮ่องเต้มักจะสอนรัชทายาทด้วยตัวเองเสมอ เรียกได้ว่า ฮ่องเต้เป็นคนจับมือสอนรัชทายาทมาตั้งแต่ต้น
องค์ชายเจ็ดไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเรียนกับรัชทายาท แต่ก็ไม่มีทางเลือก
"พี่ใหญ่ ในเมื่อพี่เจ็ดไม่กล้าแข่งกับข้า งั้นท่านมาเป็นตัวแทนลงแข่งกับข้าแทนดีไหมขอรับ?" องค์ชายเก้าซึ่งมั่นใจว่าฝีมือตัวเองเหนือกว่า หวังจะฉีกหน้ารัชทายาท "พวกเราจะได้เห็นฝีมือการยิงธนูของพี่ใหญ่ด้วย"
รัชทายาทไม่ชอบทั้งอ๋องไต้และองค์ชายเก้า เพราะความเย่อหยิ่งของพวกเขามันเกินพอดีไปมากจริงๆ
"น้องเก้า เจ้าอยากจะแข่งยิงธนูกับข้าหรือ?"
"ขอรับ ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่กล้าไหม"
ฉินซู่ไม่พอใจท่าทีขององค์ชายเก้าอย่างมาก จึงดุเสียงเข้ม "องค์ชายเก้า ระวังน้ำเสียงและกิริยาด้วยขอรับ"
รัชทายาทโบกมือ ยิ้มอ่อนโยน "ไม่เป็นไรหรอก" เขามององค์ชายเก้าแล้วพูดว่า "น้องเก้า ถ้าเจ้าแพ้ อย่ามาร้องไห้ก็แล้วกันนะ"
องค์ชายเก้าเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งทะนง "ข้าไม่ร้องหรอก และข้าก็ไม่มีวันแพ้ด้วย" ความมั่นใจของเขามาจากความจริงที่ว่า อ๋องไต้เป็นคนสอนวิชาขี่ม้ายิงธนูให้กับเขาเองกับมือ
"งั้นข้าจะลองเล่นเป็นเพื่อนเจ้าดูสักหน่อย"
ฉินซู่นำคันธนูและลูกศรมาส่งให้รัชทายาทอย่างนอบน้อม "องค์ชาย เชิญขอรับ"
รัชทายาทยิ้มบางๆ จากนั้นก็ดึงลูกธนูออกมาสามดอกพร้อมกัน ทาบลงบนสายธนู แล้วง้างคันธนู ในชั่วพริบตา ลูกธนูทั้งสามดอกก็พุ่งแหวกอากาศไปเสียบเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำและดุดัน
เห็นภาพนี้ องค์ชายเก้าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง "เป็น... เป็นไปได้ยังไง?"
จ้าวเหยาไม่ได้แปลกใจเลยสักนิด รัชทายาทเป็นลูกคนโตของฮ่องเต้ ตอนยังเด็ก ฮ่องเต้ย่อมต้องสอนสิ่งต่างๆ ให้มากมายอย่างไม่ต้องสงสัย รวมถึงขี่ม้ายิงธนูด้วย
พี่เก้าคิดว่ารัชทายาทไม่เก่งเรื่องพวกนี้ เลยหวังจะหักหน้าผ่านการแข่ง ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ
รัชทายาทยิ้ม "ข้าไม่ได้จับธนูมาพักใหญ่แล้ว ฝีมือเลยตกไปบ้าง"
ฉินซู่กล่าวเสริม "องค์ชาย ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้วขอรับ" เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อ "ฝีมือขององค์ชาย ฮ่องเต้ทรงจับมือสอนมาเองกับมือตั้งแต่ยังเด็กนี่ขอรับ"
พอได้ยินคำพูดของฉินซู่ รัชทายาทก็หวนนึกถึงวัยเด็ก รอยยิ้มแห่งความหลังปรากฏบนใบหน้า "จริงด้วยสิ ตอนข้าอายุสี่ขวบ เสด็จพ่อก็เริ่มสอนข้ายิงธนูแล้ว"
ตอนที่เขายังเล็ก เสด็จพ่อรักเขามาก สอนเขาอ่านหนังสือ ยิงธนู และขี่ม้าด้วยตัวเอง แต่พอเสด็จพ่องานยุ่ง ก็ไม่มีเวลามาสอนเขาอีก
แม้อ๋องไต้จะได้รับการสั่งสอนจากเสด็จพ่อเหมือนกัน แต่จำนวนครั้งก็ไม่ได้บ่อยเท่าเขา
ในวัยเด็ก อ๋องไต้เทียบกับเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้อ๋องไต้กลับ... เมื่อนึกถึงตรงนี้ ใบหน้าของรัชทายาทก็เย็นชาลงโดยไม่รู้ตัว