เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 : ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ

ตอนที่ 24 : ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ

ตอนที่ 24 : ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ


ตอนที่ 24 : ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ

“องุ่นลูกละหนึ่งพันหยวนเลยเหรอ? ยกโทษให้ความต่ำต้อยของฉันด้วย ฉันไม่คู่ควร!”

“ดูที่คนข้างบนพูดสิ ดูถูกใครกันน่ะ? พวกเรามาต่ำต้อยไปพร้อมๆ กันเถอะเพื่อน!”

“สมกับเป็นท่านหลิงเทียนจริงๆ อาหารที่ทานแต่ละอย่างราคาแพงลิบลิ่วไปเลย รับไม่ไหวจริงๆ!”

ฉู่หลิงไม่ได้รับรู้ถึงปฏิกิริยาของเหล่าแฟนคลับในห้องไลฟ์เลย เขาหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้หลินหวั่นเอ๋อร์แล้วพูดว่า “แต่ถ้าเทียบกันแล้ว องุ่นนี่ถูกกว่าน้ำชาข้างๆ เธอเยอะเลยนะ! ในนั้นคือชาผู่เอ๋อร์ชั้นเลิศ ราคาตลาดอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหลายหมื่นหยวนต่อ 50 กรัม”

หลินหวั่นเอ๋อร์ถึงกับอึ้งค้างไปครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่แน่ใจว่าเธอควรจะกลืนน้ำชาที่เพิ่งดื่มเข้าไปลงคอดีหรือไม่

นี่มันแพงเกินไปแล้วหรือเปล่า?

แค่ 50 กรัมแต่มีราคาตั้งหลายหมื่นหยวนเลยเหรอ?

ในตอนนี้เองพนักงานของร้านก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือจานสองใบในมือ

“ตับห่านเชอร์รี่ซันจาค่ะ”

“นี่คือเนื้อวัวหั่นเต๋าไคเซกิค่ะ เชิญทั้งสองท่านตามสบายนะคะ”

หลินหวั่นเอ๋อร์คีบเนื้อวัวขึ้นมาลองชิมดู เนื้อนั้นสดและนุ่มมาก รสชาติมีความแอบหวานเล็กน้อย ซึ่งช่วยชูความหอมของเนื้อวัวออกมาได้อย่างถึงที่สุด

“กุ้งทอดซอสวาซาบิสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ”

ทันทีที่อาหารจานนี้ถูกยกเข้ามา หลินหวั่นเอ๋อร์ก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย

เพราะบนถาดนั้นมีต้นไม้ปลอมที่สูงเกือบครึ่งตัวคน และบนกิ่งของต้นไม้นั้นก็เต็มไปด้วยตะกร้าไม้ไผ่เล็กๆ ที่ถูกแขวนอยู่หลายใบ ซึ่งบรรจุกุ้งทอดซอสวาซาบิเอาไว้ข้างใน

และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ ด้านนอกของสิ่งเหล่านี้ถูกพันรอบด้วยเส้นน้ำตาลใสๆ ที่ดูแวววาว ราวกับมีไอเซียนลอยละล่องอยู่ ดูแล้วโรแมนติกอย่างยิ่ง

มื้ออาหารนี้เรียกได้ว่าหลินหวั่นเอ๋อร์ใช้เวลาไปกับความตกตะลึงและอาการเหม่อลอยมากกว่าการได้ลิ้มรองรสชาติอย่างไม่ต้องสงสัย

อาหารแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้สัมผัส มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ

หลังจากทานเสร็จ ฉู่หลิงก็ลงไปจ่ายเงินที่ชั้นล่าง พนักงานเก็บเงินพูดด้วยความนอบน้อมว่า “สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย วันนี้ยอดรวมอยู่ที่ 70,000 หยวนค่ะ”

ฉู่หลิงยื่นบัตรธนาคารให้ทันทีและไม่นานนักเขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ

【ระบบตรวจพบว่าโฮสต์ได้ใช้จ่ายสำเร็จเป็นเงินจำนวน 70,000 หยวน ทักษะเงินคืนจากเทพธิดาทำงาน ได้รับเงินคืน 3 เท่า เป็นจำนวนเงิน 210,000 หยวน!】

ในตอนนี้หลินหวั่นเอ๋อร์ก็เดินลงมาจากชั้นบน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอตกใจมากเกินไป หรือเพราะอาหารอร่อยเกินไปกันแน่ เธอถึงกับเสียสมาธิและก้าวพลาดที่บันไดขั้นสุดท้าย

โชคดีที่มันไม่สูงมากนัก เธอแค่เข่ากระแทกพื้นจนเริ่มมีรอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นมาเท่านั้น

“เป็นอะไรไหม ทำไมไม่ระวังเลย?” ฉู่หลิงรีบเดินเข้าไปหาและพยุงหลินหวั่นเอ๋อร์ขึ้นมา

หลินหวั่นเอ๋อร์รู้สึกขัดเขินเล็กน้อย เธอรีบโบกมือแล้วพูดว่า “พี่หลิง ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่เหม่อลอยไปหน่อยเลยไม่ได้มองทางน่ะค่ะ”

ฉู่หลิงมองหลินหวั่นเอ๋อร์ด้วยสายตาจนใจ เขาคว้ามือของอีกฝ่ายไว้และพยุงเธอเดินออกไปนอกร้านอย่างระมัดระวัง

เมื่อเห็นว่ามือของตัวเองถูกกุมไว้ ใบหน้าสวยของหลินหวั่นเอ๋อร์ก็แดงก่ำขึ้นมาทันที

หลินหวั่นเอ๋อร์อยู่ใกล้กับฉู่หลิงมากจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ จากตัวเขา

หัวใจของเธอวุ่นวายสับสนไปหมด ฉู่หลิงที่พยุงเธอมาจนถึงข้างรถแล้วแต่เธอกลับยังไม่รู้ตัว

ฉู่หลิงมองดูหลินหวั่นเอ๋อร์ที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ เขาคิดว่าเธออาจจะรู้สึกไม่สบายตัว เขาจึงเปิดประตูรถแล้วอุ้มหลินหวั่นเอ๋อร์เข้าไปในรถโดยตรง

อ๊ะ!

หลินหวั่นเอ๋อร์ที่เพิ่งจะรู้สึกตัวในตอนที่ร่างกายของเธอลอยขึ้นเหนือพื้น จังหวะนั้นเธอก็ร้องออกมาเบาๆ

แล้วเธอก็เผลอยื่นมือเล็กๆ ออกไปกอดคอของฉู่หลิงไว้แน่นตามสัญชาตญาณ

แต่วินาทีต่อมา หลินหวั่นเอ๋อร์ก็รีบปล่อยมือทันที

สวรรค์ นี่เธอทำอะไรลงไปเนี่ย!

นอกจากจะให้ฉู่หลิงอุ้มขึ้นรถแล้ว เธอยังเป็นฝ่ายเข้าไปโอบคอเขาเองอีกด้วย!

ใบหน้าของหวั่นเอ๋อร์ก็แดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา หน้าอกหน้าใจที่โดดเด่นของเธอก็กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจไม่หยุด

ฉู่หลิงไม่ได้คิดอะไรมาก หลังจากขึ้นรถแล้วเขาก็โน้มตัวเข้าไปช่วยหลินหวั่นเอ๋อร์คาดเข็มขัดนิรภัย

ในพื้นที่แคบๆ ภายในรถ ร่างกายของทั้งสองคนแนบชิดกัน กลิ่นกายของแต่ละคนก็ผสมผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นกลิ่นที่ชวนให้ใจสั่น

หลินหวั่นเอ๋อร์กะพริบตาด้วยความประหม่าพลางลอบสังเกตใบหน้าของฉู่หลิง

ท่ามกลางใบหน้าที่แดงก่ำของหลินหวั่นเอ๋อร์ ฉู่หลิงก็ขับรถไปส่งเธอที่วิทยาลัยทันที

ทันทีที่บูกัตติ เวย์รอน เข้ามาในเขตวิทยาลัย มันก็ดึงดูดความสนใจของเหล่านักศึกษาจำนวนมากทันที

นักศึกษาเหล่านั้นไม่เคยเห็นรถหรูระดับนี้มาก่อน พวกเขาต่างก็พากันหยุดเดินและยืนดูอยู่ไม่ไกลพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

เจตนาของแต่ละคนนั้นชัดเจนมาก ขอแค่เจ้าของรถลงมาจากรถ พวกเขาก็จะแอบถ่ายรูปสักสองสามรูปเพื่อเอาไปโพสต์อวดในโซเชียลทันที!

เมื่อมาถึงแล้ว หลินหวั่นเอ๋อร์ก็ก้าวลงมาจากรถ จากนั้นเธอก็หันไปมองฉู่หลิง “พี่หลิง ขับรถกลับดีๆ นะคะ”

เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยของดาววิทยาลัยก้าวลงมาจากรถหรู หัวใจของเหล่าผู้ชายทั้งหลายก็แตกสลายดังเพล้งพร้อมกันทันที

ไม่นะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นเลยสักนิด!

ทำไมคนที่ลงมาถึงเป็นหลินหวั่นเอ๋อร์ล่ะ มันจะเกินไปแล้วนะ!

เทพธิดาของพวกเขากลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ!

โดยเฉพาะพวกผู้ชายหน้าตาดีที่บังเอิญเห็นว่าเข่าของหวั่นเอ๋อร์มีรอยแดง

แถมท่าทางการเดินของเธอยังดูกะเผลกเล็กน้อยอีกด้วย

จินตนาการอันล้ำเลิศของพวกเขาก็เริ่มทำงานกันทันที

ภาพเหตุการณ์ที่ไม่อาจจ้องมองได้ตรงๆ ก็เริ่มฉายซ้ำไปมาอยู่ในหัวของพวกเขา

ภายในใจของพวกผู้ชายเหล่านั้น นอกจากความเจ็บปวดและความอิจฉาแล้ว ก็ยังมีความรู้สึกรังเกียจอย่างรุนแรงอีกด้วย

ผู้ชายคนนั้นช่างไม่รู้จักถนอมดอกไม้งามเลยจริงๆ ถึงขั้นทำรุนแรงขนาดนี้เชียวเหรอ!

ไม่รู้หรือไงว่าผู้หญิงน่ะบอบบางเหมือนกับน้ำ การปฏิบัติต่อผู้หญิงก็ควรจะอ่อนโยนกว่านี้สิ!

ทำรุนแรงกับเทพธิดาขนาดนี้ได้ยังไง มันจะมากเกินไปแล้วนะ

หลินหวั่นเอ๋อร์ก็ไม่ได้รู้เลยว่าพวกเขากำลังคิดเรื่องลามกอะไรกันอยู่ ส่วนเธอนั้นก็เดินหน้าแดงกลับไปที่หอพักทันทีหลังจากบอกลาฉู่หลิงเสร็จ

รูมเมททุกคนต่างก็อยู่ในห้องพอดี เมื่อเห็นหวั่นเอ๋อร์หิ้วของพะรุงพะรังกลับมา ทุกคนก็พากันรุมล้อมเข้ามาหาเธอทันที

“กลับมาแล้วเหรอ? ว้าว ซื้อของดีๆ มาเยอะแยะเลยนะเนี่ย”

เมื่อรูมเมทเห็นถุงแบรนด์เนมเหล่านั้น ดวงตาของแต่ละคนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

พวกเธอต่างก็อยากจะเป็นคนแรกที่ได้ชื่นชมของข้างในเหมือนกัน

ในขณะที่ทุกคนกำลังรุมล้อมดูอยู่นั้น ใบเสร็จใบเล็กๆ สองสามใบก็ร่วงหล่นออกมาจากถุง

หญิงสาวคนหนึ่งก็รีบเก็บมันขึ้นมาและตั้งใจจะส่งคืนให้หลินหวั่นเอ๋อร์ แต่แล้วเธอก็ถึงกับอึ้งค้างอยู่ตรงนั้นไป

นี่เธอเห็นอะไรกันแน่?

เมื่อกี้เธอแค่เหลือบมองผ่านๆ แต่เธอเห็นยอดบิลตั้งหลายแสนหยวน!

เลขศูนย์ที่มากมายขนาดนั้น เธอแทบจะนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว!

“กรี๊ด หวั่นเอ๋อร์ นาฬิกาของเธอสวยมากเลย!”

รูมเมทอีกคนที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเดินเข้ามาถ่ายรูปทันทีและตั้งใจจะค้นหาแบรนด์ของนาฬิกาเพื่อจะไปซื้อมาใส่บ้าง

แต่ทว่าผลการค้นหาก็ทำให้เธอถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

นาฬิกาเพชรสำหรับผู้หญิงของปาเต็ก ฟิลิปป์ ราคา 700,000 หยวน!

สวรรค์ นี่มันราคาเกือบจะเท่ากับบ้านครึ่งหลังเลยนะเนี่ย

รูมเมททุกคนต่างก็พากันอึ้งไป และจ้องมองหลินหวั่นเอ๋อร์ตาเขม็ง

พวกเธอเป็นรูมเมทกันมาปีกว่าแล้ว ต่างคนต่างก็พอจะรู้ฐานะทางบ้านของกันและกันอยู่บ้าง

ปกติหลินหวั่นเอ๋อร์เป็นคนประหยัดมาก และไม่มีทางที่เธอจะยอมซื้อของแบรนด์เนมมากมายขนาดนี้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

รูมเมทต่างก็พากันสบตากัน และเมื่อนึกถึงเรื่องที่วันนี้หลินหวั่นเอ๋อร์ตั้งใจแต่งตัวอยู่นาน ทุกคนก็เข้าใจได้ในทันที

หลินหวั่นเอ๋อร์มีความรักแล้ว!

ไม่ใช่แค่มีความรักเท่านั้น แต่เธอยังหาแฟนที่รวยมากและใจป้ำกับเธอสุดๆ ได้อีกด้วย!

ยัยเด็กนิสัยเสียคนนี้ มีความรักแล้วทำไมไม่บอกพวกเธอบ้างนะ?

วันนี้ต้องออกไปเดทมาแน่ๆ!

รูมเมทพากันรุมล้อมหลินหวั่นเอ๋อร์ไว้ตรงกลางแล้วพูดว่า

“หวั่นเอ๋อร์ เมื่อไหร่เธอจะพาแฟนมาให้พวกเราดูตัวบ้างล่ะ!”

“นั่นสิ หรือไม่เธอก็ลองถามแฟนของเธอดูหน่อยสิว่ารอบตัวเขายังมีผู้ชายคุณภาพดีเหลืออยู่อีกไหม ช่วยแนะนำให้พวกเราบ้างสิ”

“ความอิจฉามันทำให้ฉันหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว แฟนของหวั่นเอ๋อร์ดีเกินไปแล้วไหม? เธอรีบแนะนำให้พวกเราสักคนเถอะนะ ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่ว้าวุ่นของฉันหน่อยเถอะ!”

“เธอได้กินเนื้อแล้ว จะลืมพวกเราไม่ได้นะ แบ่งน้ำแกงให้พวกเราจิบสักนิดก็ยังดี!”

หลินหวั่นเอ๋อร์ที่ได้ยินรูมเมทพูดแบบนั้น เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธแต่อย่างใด แต่เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกและที่มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมา

“ยัยเด็กน้อย เธอแอบยิ้มอะไรอยู่น่ะ? ได้ยินที่พวกเราพูดไหม?”

รูมเมทคนหนึ่งบีบแก้มของหวั่นเอ๋อร์เบาๆ

“หืม? ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ?”

เหล่ารูมเมท : “......” เธอยังจะถามอีกเหรอ? มุมปากของเธอแทบจะฉีกไปถึงรูหูอยู่แล้วนะนั่น!

จบบทที่ ตอนที่ 24 : ฉันแอบยิ้มงั้นเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว