เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 : ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ

ตอนที่ 25 : ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ

ตอนที่ 25 : ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ


ตอนที่ 25 : ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ

หลังจากฉู่หลิงส่งหลินหวั่นเอ๋อร์กลับไปแล้ว เขาก็เตรียมตัวจะขับรถกลับไปพักผ่อน

แต่หลังจากที่เขาเพิ่งจะขับรถขึ้นบนถนนหลวง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาทันที

ฉู่หลิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากฉู่เหมิงเหมิงลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง

“ฮัลโหล มีอะไรเหรอเหมิงเหมิง?” ฉู่หลิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ฉู่เหมิงเหมิงที่อยู่ปลายสายเมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายก็รู้สึกดีใจมาก เธอพูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นทันที “พี่คะ ช่วงนี้พี่กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า? หนูเพิ่งจะเรียนจบแล้วเมื่อกี้ก็ตกลงกับเพื่อนๆ ว่าพวกเราจะไปเที่ยวที่จินหลิงกัน เดี๋ยวพอหนูไปถึงแล้วหนูจะไปหาพี่ด้วยนะ”

ฉู่เหมิงเหมิงมีความสุขมาก เมื่อนึกถึงว่าจะได้เจอพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนาน ที่มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมา

“ได้สิ เดี๋ยวถึงตอนนั้นเดี๋ยวพี่จะพาเธอไปเที่ยวเอง” ฉู่หลิงเอ่ย

ฉู่เหมิงเหมิงก็พูดไม่หยุดราวกับกระรอกตัวน้อยที่กำลังมีความสุข “พี่คะ พี่รอหนูอยู่ที่จินหลิงได้เลย ถึงตอนนั้นหนูจะเลี้ยงข้าวพี่เอง!”

เลี้ยงข้าวเหรอ?

ฉู่หลิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา “พอเลยๆ เงินที่เอามาเลี้ยงก็เงินของคุณอาทั้งนั้น ให้พี่เลี้ยงเธอดีกว่า”

ยังไงซะเขาก็เป็นผู้ชายอกสามศอกนะ จะปล่อยให้ผู้หญิงมาเลี้ยงข้าวเขาได้ยังไงกัน

ฉู่เหมิงเหมิงฮึดฮัดออกมาเบาๆ แล้วพูดอย่างแง่งอนว่า “พี่อย่ามาดูถูกกันนะ พอหนูสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จหนูก็ไปหางานพิเศษทำเลย หนูเก็บเงินมาได้ตั้งเยอะเลยนะ”

ฉู่หลิงที่คิดไม่ถึงก็ตอบกลับไปว่า “ไหนลองว่ามาสิ ว่าเธอไปทำงานอะไรมา?”

ฉู่เหมิงเหมิงเล่าเรื่องประสบการณ์การทำงานพิเศษของเธอให้ฉู่หลิงฟังอย่างภาคภูมิใจ ว่าเธอได้ไปฝึกงานหาประสบการณ์ในบริษัทชั้นนำ 500 อันดับแรกของโลกมา!

“หืม? 500 อันดับแรกของโลกเลยเหรอ? ฟังดูไม่เบาเลยนะเนี่ย!” ฉู่หลิงอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้เดี๋ยวนี้เก่งขนาดนี้เลยเหรอ?

เพิ่งจะจบมัธยมปลายมาแท้ๆ แต่กลับเข้าไปสัมผัสชีวิตในบริษัทระดับโลกได้แล้ว?

ฉู่เหมิงเหมิงก็ราวกับเดาปฏิกิริยาของฉู่หลิงได้อยู่แล้ว เธอจึงหัวเราะร่าผ่านโทรศัพท์ “ฮ่าๆ พี่นี่ก็ซื่อบื้อจังเลย หนูหมายถึงแมคโดนัลด์ต่างหากล่ะ! หนูไปทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่แมคโดนัลด์มาค่ะ นี่มันคือเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของหนูเลยนะ!”

“ยัยเด็กแสบ กล้าล้อพี่เล่นแบบนี้เลยเหรอ? หึหึ ไว้รอเธอมาถึงจินหลิงก่อนเถอะ ดูซิว่าพี่จะจัดการเธอยังไง!” มุมปากของฉู่หลิงก็ยกยิ้มขึ้น แต่เขาก็ยังแกล้งทำน้ำเสียงดุดันใส่

ฉู่เหมิงเหมิงหลงเชื่อก็รีบเอ่ยขอโทษผ่านโทรศัพท์ไม่หยุด จนฉู่หลิงยอมปล่อยเธอไป

“ถ้าเธอถึงจินหลิงเมื่อไหร่ก็บอกพี่นะ เดี๋ยวพี่ไปรับ” ฉู่หลิงกำชับฉู่เหมิงเหมิง

ยังไงซะลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ เรื่องความปลอดภัยจึงยังต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

ฉู่เหมิงเหมิงที่สัมผัสได้ถึงความห่วงใยของพี่ชาย เธอจึงยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน “ตกลงค่ะ หนูเข้าใจแล้ว!”

ทั้งสองคนคุยเล่นกันอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป

ฉู่หลิงวางโทรศัพท์ไว้ที่เบาะข้างคนขับอย่างไม่ใส่ใจ ความคิดของเขาก็ล่องลอยไปไกลพลางหวนนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็ก

ฉู่เหมิงเหมิงนับว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นและฐานะทางบ้านของเขาก็เริ่มตกต่ำลงอย่างกะทันหัน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ขาของพ่อของเขาก็เริ่มกะเผลก

เมื่อชีวิตเริ่มไม่ราบรื่น นิสัยของพ่อก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ร้อน แม้แต่สภาพจิตใจก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก

ในแต่ละวันพ่อของเขาเอาแต่ดื่มเหล้าจนเมามาย และใช้ชีวิตอย่างมืดมน

แม่ก็รู้สึกว่าการใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ เธอจึงพาเขาและพ่อกลับไปยังบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด โดยหวังว่าชีวิตที่เงียบสงบในชนบทจะช่วยให้พ่อของเขากลับมาเป็นตัวของตัวเองและลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง

แต่ช่วงเวลานั้นสำหรับฉู่หลิงแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก

เขาไร้ความกังวล ในแต่ละวันก็เอาแต่เที่ยวเล่นไปทั่ว

ตอนนั้นฉู่เหมิงเหมิงก็มักจะคอยเดินตามหลังเขาต้อยๆ เป็นเหมือนลูกสมุนตัวน้อยของเขาเลยทีเดียว

เธอคอยเรียกพี่คะพี่ขาด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน ฉู่หลิงนึกถึงตอนนั้นแล้วเขาก็รู้สึกเหมือนเสียงเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู

ตอนที่อยู่ต่างจังหวัด พวกเด็กผู้ชายก็มักจะเล่นด้วยกันและมีเพียงเขาคนเดียวที่ต้องคอยกระเตงพาน้องสาวตัวน้อยไปด้วย จนถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนอยู่บ่อยครั้ง

ฉู่หลิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าสนใจ ที่มุมปากของเขาก็ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

นี่ก็ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าแล้วสินะ?

ไม่รู้ว่าตอนนี้ยัยหนูคนนั้นจะเป็นยังไงแล้วบ้าง

“เฮ้อ เลิกคิดมากดีกว่า ยังไงอีกสองสามเธอก็ต้องมาถึงที่นี่อยู่แล้ว” เมื่อฉู่หลิงคิดได้ดังนั้น เขาก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

แล้วเท้าของเขาก็เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์เทียนฝางทันที

ไม่นานนักเขาก็กลับมาถึงบ้าน ในตอนนี้เองฉู่หลิงก็พบว่าหลินหวั่นเอ๋อร์ส่งข้อความมาถามเขาว่าถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วหรือยัง

ฉู่หลิงจึงตอบกลับไปว่า “ถึงแล้ว”

หลังจากออกไปข้างนอกมาทั้งวัน ฉู่หลิงก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย เขาจึงไปอาบน้ำเพื่อคลายความเมื่อยล้าก่อน

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็เหลือบไปเห็นของขวัญที่ซื้อมาวางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งก็คือสร้อยข้อมือเส้นนั้นนั่นเอง

ฉู่หลิงหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วส่งข้อความไปหาฉวี่เสี่ยวปิงว่า “ฉันซื้อของขวัญมาให้เธอด้วยนะ เธอว่างตอนไหนบ้าง?”

ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉวี่เสี่ยวปิงก็ตอบกลับมาว่า “ฉันแค่ซื้อของเล่นชิ้นเล็กๆ ให้นายเองนะ มูลค่าของมันยังไม่พอค่าน้ำมันที่นายขับรถมาส่งฉันเลย ยังจะต้องมีของขวัญตอบแทนอะไรกันอีกเหรอ? แต่พรุ่งนี้ฉันว่างพอดี เอาอย่างนี้ไหม นายมากินข้าวที่บ้านฉันเป็นไง? พ่อกับแม่ฉันไม่อยู่บ้านพอดี เดี๋ยวฉันจะโชว์ฝีมือให้นายลองชิมเอง”

ฉู่หลิงส่งสติกเกอร์รูปหน้าตกใจไปให้ จากนั้นก็พิมพ์ข้อความไปว่า “ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าดาวโรงเรียนของเราจะทำอาหารเป็นด้วย? ฉันจำได้ว่าความฝันของเธอตอนนั้นไม่ใช่การเป็นแม่ครัวนี่นา!”

แม่ครัวเหรอ?

ฉวี่เสี่ยวปิงที่กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่บนโซฟา พอเห็นข้อความนั้นก็เกือบจะหลุดขำออกมา

ฉู่หลิงคนนี้ ช่างขี้เล่นจริงๆ เลยนะ

“หึหึ ความฝันของฉันคือการเรียนวาดรูปและเป็นจิตรกรอิสระต่างหากล่ะ!” ฉวี่เสี่ยวปิงพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในตอนนี้เธอค่อนข้างที่จะสบายใจ

“แล้วนายล่ะฉู่หลิง? ความฝันของนายคืออะไรเหรอ?”

เมื่อเห็นคำถามที่ฉวี่เสี่ยวปิงส่งมา ที่มุมปากของฉู่หลิงก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที

“ความฝันของฉันน่ะเหรอ? ความฝันของฉันก็คือการเป็นนักวาดภาพประกอบ (นักวาดภาพ ‘เสียบ’ แทรก) น่ะ” ฉู่หลิงพิมพ์ข้อความลงไปแล้วกดส่งทันที

ฉวี่เสี่ยวปิงจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ถึงกับอึ้งไป

นักวาดภาพประกอบเหรอ? ทำไมเธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าฉู่หลิงชอบวาดรูป!

พรวด!

ทันใดนั้น ฉวี่เสี่ยวปิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วเธอก็ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาทันที

ไอ้ฉู่หลิงบ้าเอ๊ย ถึงกับกล้าขับรถเร็ว (เล่นมุกลามก) ในแชทส่วนตัวกับเธอเลยเหรอเนี่ย!

แถมยังออกตัวแรงขนาดนี้ ทำเอาเธอตั้งตัวแทบไม่ทันเลยจริงๆ

มันน่าโมโหจริงๆ เลย!

ฉวี่เสี่ยวปิงส่งรูปภาพท่าทางโมโหกลับไปให้เขาทันทีหนึ่งรูป

หลังจากส่งเสร็จ ฉวี่เสี่ยวปิงก็โยนโทรศัพท์ไว้ข้างตัว แล้วไปเตรียมเมนูอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ

สมัยนี้การทานอาหารจะต้องมีทั้งเนื้อและผัก แถมยังต้องมีสารอาหารที่ครบถ้วนด้วย เธอจึงตัดสินใจเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพมาดู

แม่ฉวี่ก็มองดูลูกสาวที่กำลังนั่งขบคิดอย่างหนัก เธอจึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยและเห็นว่าบนกระดาษที่ลูกสาวกำลังเขียนอยู่นั้นมีชื่อเมนูอาหารเขียนไว้อยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่กลับถูกขีดฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว

แม้จะเห็นแล้วว่ามันเป็นชื่อเมนูอาหาร แต่เธอก็ยังสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ

“ทำอะไรอยู่เหรอ เสี่ยวปิง ฝึกคัดลายมือหรือยังไงกัน?”

ฉวี่เสี่ยวปิงเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเป็นแม่ของเธอที่เดินเข้ามา เธอจึงพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจว่า “พรุ่งนี้หนูนัดฉู่หลิงมาทานข้าวที่บ้านค่ะ ตอนนี้กำลังเตรียมเมนูอาหารอยู่ แม่คะ แม่มีประสบการณ์มากกว่า หนูควรจะทำอาหารกี่อย่างดี?”

แม่ฉวี่มองดูลูกสาวที่กำลังหนักใจ จนผ่านไปครู่ใหญ่เธอจึงเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่งว่า “เรื่องจะทำกี่อย่างน่ะเอาไว้ก่อนเถอะ แม่ขอถามแกก่อนนะ แกทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?”

ฉวี่เสี่ยวปิงกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดอย่างไม่ยี่หระว่า “การทำอาหารมันจะไปยากอะไรล่ะคะ? หนูก็ดูวิดีโอสอนทำอาหารออกจะบ่อย! อีกอย่างในเน็ตก็มีสูตรอาหารอยู่ตั้งเยอะแยะ หนูก็แค่ทำตามนั้นก็จบแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”

เรื่องความคิดสร้างสรรค์เธออาจจะด้อยไปหน่อย แต่ถ้าให้ทำตามล่ะก็ มันก็คงไม่มีอะไรผิดพลาดหรอกมั้ง?

แม่ฉวี่ไม่ได้พูดอะไร เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปทันทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

พ่อฉวี่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เมื่อเห็นภรรยามีสีหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นเขาจึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “เป็นอะไรไปล่ะคุณ มีเรื่องระดับชาติอะไรให้ต้องกังวลอีกเหรอ?”

แม่ฉวี่ค้อนมองสามีรอบหนึ่งแล้วดุว่า “คุณนี่เป็นพ่อภาษาอะไรกัน? เวลานี้ยังมีกะจิตกะใจมาล้อฉันเล่นอีกเหรอ?”

พูดจบเธอก็เล่าเรื่องที่ฉวี่เสี่ยวปิงจะทำอาหารให้ฉู่หลิงทานให้ฟัง เธอถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “คุณว่าเรื่องนี้เราควรจะทำยังไงดี? ถ้าลูกสาวคุณลงมือทำขึ้นมาจริงๆ มันจะไม่ทำให้พ่อหนุ่มฉู่คนนั้นตกใจจนหนีเตลิดไปใช่ไหม?”

กว่าจะมีว่าที่ลูกเขยที่มีฐานะดีขนาดนี้เข้ามา ในฐานะว่าที่แม่ยายอย่างแม่ฉวี่ เธอจึงรู้สึกเป็นกังวลมากจริงๆ

พ่อฉวี่เดินเข้ามาตบไหล่แม่ฉวี่เบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ลูกหลานเขาก็มีวาสนาของเขาเอง คุณจะไปกังวลอะไรมากมายขนาดนั้น? อีกอย่าง ลูกสาวเราเป็นคนยังไง? ข้อดีของพวกเราน่ะเธอรับไปหมดแล้ว! ไม่แน่ว่าเธออาจจะเป็นพวกคมในฝักก็ได้!”

แม่ฉวี่ทำหน้าเบ้พลางบ่นว่า “คนที่แค่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังลำบากเลยเนี่ยนะ ตอนนี้คิดจะทำอาหารให้คนอื่นกิน มันจะไม่เพ้อเจ้อไปหน่อยเหรอ?”

แต่พอนึกถึงคำพูดของสามีมันก็มีส่วนถูกอยู่ ต่อให้ตอนนี้เทพเจ้าแห่งการทำอาหารจะจุติลงมา ก็คงสอนลูกสาวที่ทำอะไรไม่เป็นคนนี้ไม่ได้หรอก

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาของพวกเขาก็แล้วกัน!

หลังจากนั้นพ่อฉวี่และแม่ฉวี่ก็ดับไฟและเตรียมตัวเข้านอนกันทันที

ส่วนฉู่หลิงที่อยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อมองดูรูปภาพน่ารักๆ ในโทรศัพท์ เขาก็พบว่ามันถึงเวลาลงชื่อเข้าใช้แล้วพอดี

【โฮสต์โปรดทำการลงชื่อเข้าใช้ด้วย!】

ลงชื่อเข้าใช้!

จบบทที่ ตอนที่ 25 : ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ

คัดลอกลิงก์แล้ว