เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 : แสร้งทำเป็นรวย

ตอนที่ 18 : แสร้งทำเป็นรวย

ตอนที่ 18 : แสร้งทำเป็นรวย


ตอนที่ 18 : แสร้งทำเป็นรวย

“ที่รักจ๊ะ ขอแค่เธอทำให้พี่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือกระเป๋าที่เธออยากได้ พี่ก็ซื้อให้แน่นอน!”

คนรวยรุ่นที่สองโอบไหล่หญิงสาวข้างกายพลางจ้องมองร่างกายของเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย

ท่าทางที่ดูเหมือนกับปีศาจราคะนั้น ถ้าหากไม่ใช่เพราะที่นี่เป็นที่สาธารณะ เขาคงจะลงมือทำอะไรต่อมิอะไรไปแล้ว

หญิงสาวก็หัวเราะออกมาคิกคัก นอกจากเธอจะไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เธอยังจงใจยืดหน้าอกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้รูปร่างที่โดดเด่นของเธอดูชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย

ในตอนนั้นเอง พนักงานขายอีกคนของร้านปาเต็ก ฟิลิปป์ก็เดินเข้ามาต้อนรับและพูดคุยกับทั้งสองคน ส่วนหญิงสาวก็กวาดสายตามองไปรอบๆ จนไปสะดุดตาเข้ากับฉู่หลิงและหลินหวั่นเอ๋อร์

ในดวงตาของหญิงสาวก็ฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง เธอรีบกระตุกชายเสื้อของคนรวยรุ่นที่สองเบาๆ

ใบหน้าของหลินจิ้งก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ใช้นิ้วชี้ไปทางตำแหน่งที่ฉู่หลิงและหลินหวั่นเอ๋อร์กำลังยืนอยู่

ทันทีที่คนรวยรุ่นที่สองเห็นฉู่หลิง เขาก็เดือดดาลขึ้นมาทันทีและตั้งใจจะเดินเข้าไปด่าทอฉู่หลิงให้สาสม

เป็นเพราะไอ้เด็กเหลือขอนี่แท้ๆ ที่มาจอดรถขวางทางเขาไว้ เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไปง่ายๆ อย่างแน่นอน!

ถ้าหากไม่เจอเขาก็คงแล้วไป แต่นี่ฉู่หลิงกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาพอดี นี่แหละคือบทลงโทษจากสวรรค์ที่มอบให้มัน!

“แม่งเอ๊ย คอยดูนะฉันจะด่ามันให้เสียหมาเลย!” คนรวยรุ่นที่สองพูดพลางทำท่าจะเดินไปทางฉู่หลิง

ไม่คิดเลยว่าเขายังไม่ทันจะขยับตัว เขาก็ถูกหญิงสาวข้างกายคว้าแขนเอาไว้ก่อน

เมื่อเห็นหญิงสาวคว้าแขนตัวเองไว้ คนรวยรุ่นที่สองก็อึ้งไป “มีอะไรเหรอ?”

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ พลางเหลือบมองพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ แล้วเขยิบเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของคนรวยรุ่นที่สองว่า “ฉันไม่ได้จะห้ามค่ะ! แต่ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ไอ้เด็กนั่นน่ะสิ นั่นแหละคือน้องสาวห่างๆ ที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง!”

หลินจิ้งเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลินหวั่นเอ๋อร์ ส่วนคนรวยรุ่นที่สองที่อยู่ข้างกายเธอนั้นมีชื่อว่าฟางจวิ้น ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของเธอ

จะพูดให้ถูกก็คือ เป็นมหาเศรษฐีคนใหม่ที่เธอเพิ่งจะไปเกาะได้นั่นเอง

หลินจิ้งมองไปที่หลินหวั่นเอ๋อร์ ในดวงตาก็มีความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างยิ่งฉายออกมา

จะพูดยังไงดี หลินหวั่นเอ๋อร์ก็คือเด็กบ้านอื่นที่แม่ของหลินจิ้งชอบเอามาพูดชมอยู่ทุกวันนั่นแหละ

เธอเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก แถมยังหน้าตาสวยและทำอะไรก็ดูเรียบร้อยไปหมด

ต่อมา หลินจิ้งก็ได้ยินแม่ของเธอพูดว่า น้องสาวคนนี้ยังสอบติดวิทยาลัยศิลปะจินหลิงอีกด้วย!

นั่นคือสถาบันการศึกษาระดับสูงอันดับต้นๆ ของจินหลิงเลยทีเดียว

เรียกได้ว่า นอกจากฐานะทางบ้านของหลินหวั่นเอ๋อร์จะไม่ดีเท่าเธอแล้ว อย่างอื่นอีกฝ่ายก็ดูดีกว่าไปเสียหมด

แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น มันก็ยิ่งทำให้หลินจิ้งรู้สึกอยากจะหัวเราะเยาะออกมาบ่อยๆ

เพราะอะไรกันล่ะ?

เด็กจากครอบครัวยากจน คิดอยากจะถีบตัวขึ้นมางั้นเหรอ?

เธอจะเอาอะไรมาถีบตัวให้ขึ้นมาได้?

เดิมทีหลินจิ้งที่ทั้งอิจฉาและโกรธเคืองที่มาเจอหลินหวั่นเอ๋อร์ที่นี่ในวันนี้ กลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที

เพราะความรู้สึกที่เหมือนกับมีภูเขาลูกใหญ่กดทับหน้าอกมาหลายปีในที่สุดก็ได้ถูกยกออกไป

วันนี้เธอได้เห็นหลินหวั่นเอ๋อร์อยู่กับฉู่หลิง เธอจึงรู้สึกว่าทุกอย่างมันสมเหตุสมผลแล้ว

ต่อให้หลินหวั่นเอ๋อร์จะยอดเยี่ยมแค่ไหน จะยอดเยี่ยมไปเสียทุกด้าน แต่แล้วจะยังไงล่ะ?

เธอก็ยังอุตส่าห์หาผู้ชายที่ขับรถหวู่หลิงมาเป็นแฟนจนได้ไม่ใช่เหรอ?

นึกดูแล้วมันก็น่าขำจริงๆ นั่นแหละ!

ดาวโรงเรียนคนสวยจากวิทยาลัยศิลปะจินหลิง ตกหลุมรักกับผู้ชายที่ขับรถตู้เนี่ยนะ?!

อย่างที่คิดไว้เลย คนจนก็ทำได้แค่หาเด็กจากครอบครัวจนๆ มาเป็นคู่นอนเท่านั้นแหละ!

ความคิดที่ยากจนมันจำกัดพวกเขาเอาไว้ และก็จงอยู่ในวงจรนั้นตลอดไปเถอะ!

เมื่อหลินจิ้งคิดได้ดังนั้น ที่มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ฟางจวิ้นได้ยินคำพูดของหลินจิ้งก็ขมวดคิ้ว น้องสาวเหรอ?

เหมือนเขาจะพอจำได้ลางๆ อยู่บ้าง

“คนๆ นี้เหรอ น้องสาวห่างๆ ที่เธอเคยเล่าให้ฟัง? คนที่เรียนมหาวิทยาลัยจินหลิงคนนั้น?”

ฟางจวิ้นพูดไปพลางมองไปทางหลินหวั่นเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายฉู่หลิง

เพียงแค่แวบเดียว ฟางจวิ้นก็ถึงกับอึ้งค้างอยู่กับที่ทันที

เขาเองก็ไม่อยากจะจ้องมองอย่างเสียมารยาทแบบนั้นหรอก แต่ดวงตามันไม่รักดี มันเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้เลยน่ะสิ!

แม่สาวน้อยคนนี้ทำไมถึงได้... สวยขนาดนี้กันนะ!

ดวงตาคู่นั้นเหมือนจะพูดได้เลยนะเนี่ย มันดูมีชีวิตชีวาเหลือเกิน ถ้าได้มองผู้หญิงแบบนี้ทุกวัน คงจะอายุยืนขึ้นอีกหลายปีเลยมั้ง?

ถ้าหากสามารถคว้ามาครองได้ล่ะก็ เกรงว่าคงจะต้องบำรุงร่างกายกันทุกวันเลยทีเดียวใช่ไหม?

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฟางจวิ้น มันก็เหมือนมีขนนกคอยมาปัดไล้หัวใจของเขาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ภายในใจของเขารู้สึกคันยุบยิบไปหมด

ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ จะปล่อยให้มาอยู่ข้างกายไอ้ขี้แพ้แบบนั้นได้ยังไงกัน?

คนๆ นั้นมันก็แค่หน้าตาพอใช้ได้ แต่นิสัยใจคอและด้านอื่นๆ ดูไม่ได้เลยสักนิด

ดูมันสิ พอโกรธขึ้นมาก็จอดรถขวางทางคนอื่น แถมยังใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมปลอมๆ อีก มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกผู้ชายขี้อวด!

ไม่มีเงินแต่ยังอยากจะแต่งรวยงั้นเหรอ?

ฟางจวิ้นที่เพิ่งจะตัดสินใจได้ในตอนนี้เอง เขาก็เห็นหลินจิ้งแสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพลางมองฉู่หลิงและหลินหวั่นเอ๋อร์ด้วยสายตาดูแคลน พร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า “อย่างที่คิดไว้เลย ลูกหลานจากครอบครัวจนๆ ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งกลิ่นความจนออกไปไม่ได้หรอก สุดท้ายก็ได้แค่คนขับรถหวู่หลิงมาครอง! โลกใบนี้นี่มันช่างสมเหตุสมผลเกินไปแล้ว ผู้ชายผู้หญิงที่ตาถั่วเนี่ยถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องมีชีวิตที่แย่ลงเรื่อยๆ! หึหึ ทั้งที่ไม่มีเงินแท้ๆ แต่กลับยังกล้าเข้ามาเดินเล่นในร้านปาเต็ก ฟิลิปป์อีก เข้ามาแสร้งทำเป็นคนรวยงั้นเหรอ?”

ที่นี่คือร้านนาฬิการะดับโลกนะ จะไปมีนาฬิการาคาถูกๆ ได้ยังไงกัน?

น้องสาวคนนั้นของเธอ ต้องถูกผู้ชายหลอกมาอย่างแน่นอน ถึงได้ยอมตามมาที่นี่จริงๆ

หึหึ เดี๋ยวผู้ชายคนนั้นต้องหาข้ออ้างหนีตอนจ่ายเงินอย่างแน่นอน เธอจะรออยู่ตรงนี้นี่แหละ เธอจะรอดูฉากที่หลินหวั่นเอ๋อร์ต้องอับอายขายขี้หน้า!

เมื่อหลินจิ้งคิดถึงเรื่องที่น่ายินดีนั้น ดวงตาของเธอก็แทบจะเปล่งประกายออกมา

ส่วนฟางจวิ้นเมื่อได้ยินคำพูดของหลินจิ้ง ภายในใจของเขาก็เริ่มมีแผนการบางอย่าง

เขาลอบแสยะยิ้มในใจ โอกาสดีๆ แบบนี้มาส่งถึงที่แล้ว ถ้าหากเขาไม่รีบคว้าไว้ล่ะก็ มันก็คงจะเสียแรงที่ฉู่หลิงอุตส่าห์ให้ความร่วมมือกับเขาขนาดนี้

เขากำลังคิดอยากจะโชว์ความเท่ต่อหน้าสาวสวยพอดี ไอ้ฉู่หลิงคนนี้ก็ดันรนหาที่เข้ามาแสร้งทำเป็นรวยให้เห็นซะงั้น

นึกว่าจะแกล้งทำเป็นคนรวยแล้วจะได้จีบสาวติดอย่างงั้นเหรอ?

ถ้าหากมันง่ายขนาดนั้น เขาก็คงจะทำสำเร็จไปตั้งนานแล้วล่ะ!

เมื่อนึกถึงใบหน้าที่แสนจะงดงามของหลินหวั่นเอ๋อร์ ฟางจวิ้นก็หันไปมองทางฉู่หลิงและพอดีกับที่เขาที่เห็นฉู่หลิงพาหลินหวั่นเอ๋อร์ไปดูนาฬิกาเรือนหนึ่ง

ฟางจวิ้นเองก็เคยมาที่ร้านปาเต็ก ฟิลิปป์อยู่สองสามครั้ง เขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการจัดวางของที่นี่ดีและสิ่งที่ฉู่หลิงกำลังดูอยู่นั้น ก็คือโซนราคาระดับล่างนั่นเอง

ฟางจวิ้นและหลินจิ้งสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินยิ้มกริ่มเข้าไปหาทั้งสองคน

ฉู่หลิงที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากข้างหลัง เขาจึงหันกลับไปมองและก็ได้พบกับฟางจวิ้นและหลินจิ้งทั้งสองคน เขามองทั้งคู่ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก

คนสองคนนี้เดินเข้ามาหาเขามันหมายความว่ายังไงกัน?

หลินจิ้งเพียงแค่เหลือบมองฉู่หลิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองทางหลินหวั่นเอ๋อร์แล้วเอ่ยอย่างยิ้มๆ ว่า “หวั่นเอ๋อร์ พี่จิ้งจิ้งเองนะจ๊ะ! เธอนี่โตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นมากจริงๆ เลยนะ พี่แทบจะจำเธอไม่ได้เลยนะเนี่ย!”

หลินหวั่นเอ๋อร์ขมวดคิ้วสวยครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะทำหน้าเหมือนเพิ่งจะนึกออกแล้วพูดว่า “เธอคือ... พี่ลูกพี่ลูกน้องหลินจิ้งเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ! เธอคงไม่ได้ลืมพี่ไปแล้วหรอกนะ?” หลินจิ้งพูดไปพลางแสร้งทำท่าทางเหมือนได้รับบาดเจ็บทางจิตใจ

หลินหวั่นเอ๋อร์รีบโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ! แค่ช่วงไม่กี่ปีมานี้พวกเราไม่ได้ติดต่อกันเลย ฉันก็เลยนึกไม่ออกไปแปปหนึ่งน่ะค่ะ”

หลังจากหลินหวั่นเอ๋อร์อธิบายจบ หลินจิ้งก็แสยะยิ้มอยู่ในใจ

ก็ต้องติดต่อน้อยลงอยู่แล้วสิ พวกเธอมันยังเป็นแค่พวกคนจนอยู่เลยนี่นา ส่วนบ้านของฉันน่ะรวยขึ้นจนเข้าสู่ระดับพอมีพอกินแล้วล่ะ ก็ต้องตัดความสัมพันธ์กับพวกญาติจนๆ อย่างพวกเธอเป็นธรรมดา!

“อ้อ จริงด้วย เดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือฟางจวิ้น แฟนของพี่เองจ๊ะ” หลินจิ้งแนะนำฟางจวิ้นให้หลินหวั่นเอ๋อร์รู้จักอย่างเปิดเผย

หลินหวั่นเอ๋อร์ไม่ค่อยชอบสายตาที่ฟางจวิ้นใช้มองเธอเท่าไหร่นัก เธอจึงทำเพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นการรับรู้

ฉู่หลิงก็ก้มหน้าลงแล้วกระซิบถามที่ข้างหูหลินหวั่นเอ๋อร์เบาๆ ว่า “พวกเขาเป็นญาติเธอจริงๆ เหรอ?”

ถ้าหากมีญาติแบบนี้ล่ะก็ มันก็ช่างน่าเศร้าเกินไปแล้วล่ะ

หลินหวั่นเอ๋อร์ถูกน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ของฉู่หลิงทำให้สติหลุดลอยไปชั่วขณะ

นี่มันน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังเกินไปแล้วไหม? เพราะจนขาของเธอเริ่มจะอ่อนแรงไปหมดแล้วนะเนี่ย!

แถมยังเป็นท่าทางที่ดูหวือวาขนาดนี้อีก หลินหวั่นเอ๋อร์รู้สึกได้ว่าไอร้อนที่ฉู่หลิงพ่นออกมานั้น ทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมดแล้ว

“ก็นับว่าเป็นญาติค่ะ แต่ก็แค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดน่ะค่ะ... แถมยังค่อนข้างจะห่างไกลกันมากด้วย เพราะงั้นความสัมพันธ์จึงไม่ได้ดีเท่าไหร่ค่ะ” หลินหวั่นเอ๋อร์พูดออกมาอย่างอ้อมๆ

ฉู่หลิงพยักหน้า ถ้าพูดแบบนั้นเขาก็พอเข้าใจแล้ว

ในเมื่อความสัมพันธ์มันแค่ระดับธรรมดาๆ งั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรอีกต่อไปแล้ว

ฟางจวิ้นยังคงจ้องมองหลินหวั่นเอ๋อร์ด้วยความโลภ เพื่อที่จะได้รับความประทับใจจากสาวสวย เขาจึงแสร้งเปิดปากพูดออกมาว่า “ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ที่แท้ทุกคนก็เป็นคนรู้จักกันนี่เอง! แหม นี่ก็ถือได้ว่าถ้าพวกเราไม่เจอกันก็คงไม่รู้จักกันล่ะนะ! เมื่อกี้ทัศนคติของผมอาจจะดูไม่ค่อยดีไปหน่อย แต่คุณน้องชายนี่ก็เหลือเกินจริงๆ นะครับ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงขั้นพูดจาไม่เข้าหูก็เอารถหวู่หลิง ของนายมาจอดขวางหลังรถพานาเมร่าของผมจนขยับไปไหนไม่ได้เลย”

ตอนที่เขาพูด เขาจงใจเน้นคำว่าหวู่หลิงออกมาเสียงดังอย่างชัดเจน ราวกับเกรงว่าคนรอบข้างจะไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น

ลูกค้าที่กำลังเลือกดูนาฬิกาอยู่ในร้าน เมื่อได้ยินคำพูดของฟางจวิ้นพวกเขาต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว สายตาที่มองไปยังฉู่หลิงนั้นก็แฝงไปด้วยความดูแคลน

ขับแค่รถหวู่หลิง มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเข้ามาซื้อนาฬิกาในร้านระดับโลกอย่างปาเต็ก ฟิลิปป์ด้วยล่ะ?

เอาเงินจำนวนนั้น ไปปรับปรุงความเป็นอยู่ของคนในบ้านให้ดีขึ้นไม่ดีกว่าเหรอ?

และบางคนก็ถึงขั้นส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ และเริ่มซุบซิบนินทากับคนข้างๆ กันอย่างออกรส

จบบทที่ ตอนที่ 18 : แสร้งทำเป็นรวย

คัดลอกลิงก์แล้ว