เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 : แสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไร

ตอนที่ 19 : แสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไร

ตอนที่ 19 : แสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไร


ตอนที่ 19 : แสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไร

“จบกัน สงสัยพ่อหนุ่มคนนี้จะพาแฟนออกมาอวดเบ่งข่มคนอื่นล่ะมั้ง คิดไม่ถึงว่าจะโดนแฉต่อหน้าแบบนี้ คราวนี้คงแสร้งทำเป็นรวยต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะมั้ง? ฮ่าๆ น่าสงสารชะมัด!”

“พวกคุณก็อย่าพูดไปนะ แม่สาวคนนั้นสวยจริงๆ! ดูผิวพรรณที่เต่งตึงนั่นสิ มองปราดเดียวก็รู้ว่าอายุยังไม่มาก! จุ๊ๆๆ น่าอิจฉาจริงๆ!”

“ก็เพราะว่ายังเด็กยังไงล่ะ! ถ้าอายุเท่ากับฉันแล้ว ต่อให้เขาจะซื้อปาเต็ก ฟิลิปป์รุ่นล่างมาหลอกฉัน ฉันก็ไม่มีวันหลงกลหรอก! เป็นเด็กนี่มันดีจริงๆ เลยนะ ขนาดถูกหลอกยังตั้งอกตั้งใจขนาดนี้เลย”

แขกที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างก็มีความคิดฝังหัวไปก่อนแล้ว พอได้ยินคำพูดของฟางจวิ้นแล้ว พวกเขาก็จัดให้ฉู่หลิงเป็นเพียงเด็กจากครอบครัวยากจนที่มาแสร้งทำเป็นรวยไปทันที แล้วพากันยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ อย่างออกรสราวกับว่าการทำแบบนี้จะช่วยยกระดับฐานะของตัวเองให้สูงขึ้นได้

ฟางจวิ้นก็มองดูสายตาดูแคลนของแขกคนอื่นๆ รอบข้าง ในใจก็ยิ่งรู้สึกลำพองใจมากขึ้น ใช่แล้ว มันต้องแบบนี้นี่แหละ ให้ทุกคนร่วมกันดูถูกมัน บีบให้มันเผยธาตุแท้ที่น่าเกลียดออกมา แล้วดูซิว่าถึงตอนนั้นหลินหวั่นเอ๋อร์ยังจะยอมตามมันอยู่อีกไหม!

“น้องชาย นายก็มาซื้อนาฬิกาเหมือนกันเหรอ? เล็งรุ่นไหนไว้ล่ะ?” ฟางจวิ้นมองฉู่หลิงด้วยรอยยิ้ม และแสร้งถามด้วยความหวังดี

ฟางจวิ้นพูดไปพลางชะโงกหน้ามองดูตู้โชว์ที่ฉู่หลิงกับหลินหวั่นเอ๋อร์เพิ่งดูไปเมื่อครู่ เขาพบว่าข้างในมีแต่นาฬิการะดับล่างราคานึ่งหรือสองหมื่นหยวนเท่านั้น ที่มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ ในใจของฟางจวิ้นก็เริ่มลำพองใจขึ้นมา อย่างที่คิดไว้เลย ฉู่หลิงคนนี้ไม่มีเงินจริงๆ ด้วย! เขากำลังรอจังหวะนี้อยู่พอดี

ฟางจวิ้นเงยหน้าขึ้น จ้องมองฉู่หลิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสนิทสนมว่า “นายอย่าไปดูพวกของระดับล่างราคาหนึ่งสองหมื่นพวกนี้เลย ลูกผู้ชายทั้งทีก็ต้องซื้อนาฬิกาดีๆ สักเรือน ถือเป็นการสร้างแรงผลักดันให้ตัวเองขยันทำมาหากินยังไงล่ะ นายว่าจริงไหม? เอาอย่างนี้ นายซื้อรุ่นเดียวกับฉันเลยเป็นไง?”

เขาพูดด้วยเสียงอันดัง แขกโดยรอบต่างก็หันมามองฟางจวิ้นและอยากรู้ว่าคนรวยรุ่นที่สองคนนี้จะซื้อนาฬิการุ่นกัน

“เอ่อ... พนักงานครับ นาฬิกาที่ผมสั่งไว้มาถึงหรือยัง?” ฟางจวิ้นแสร้งทำเป็นถามด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนัก

พนักงานขายก็ตอบรับอย่างสง่างามมาก ฟางจวิ้นมาที่นี่บ่อยเธอจึงจำเขาได้ดี เธอส่งยิ้มให้ฟางจวิ้นพลางเอ่ยว่า “คุณฟางคะ นาฬิกาของคุณมาถึงร้านแล้วค่ะ ต้องการให้ฉันนำออกมาให้ชมตอนนี้เลยไหมคะ?”

ฟางจวิ้นพยักหน้า “เอาออกมาเถอะ ถือโอกาสให้น้องชายของผมคนนี้ได้ดูเป็นขวัญตาด้วยเลยก็แล้วกัน ยังไงซะมันก็แค่นาฬิกาแสนกว่าหยวนเท่านั้นเอง แต่ยังไงก็ดีกว่าพวกของระดับล่างพวกนั้นเยอะ”

แค่แสนกว่าหยวน? เท่านั้นเองเหรอ?

แขกที่อยู่รอบๆ ต่างก็รู้สึกว่ามุมปากของตัวเองกระตุกวูบ ดูท่าพ่อหนุ่มคนนี้จะเป็นคนรวยรุ่นที่สองตัวจริงเสียงจริง อายุแค่นี้แต่กลับพูดเรื่องนาฬิกาเรือนละแสนกว่าหยวนออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยราวกับเป็นของเล่น นี่เห็นเงินเป็นแค่เศษกระดาษหรือยังไงกัน?

พนักงานขายก็ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เธอได้นำนาฬิกาของฟางจวิ้นออกมาจากคลังสินค้าด้านหลังเพื่อมอบให้เขาทันที

“คุณฟางคะ ตอนนี้คุณสามารถตรวจสอบนาฬิกาของคุณได้เลยค่ะ” พนักงานขายวางนาฬิกาลงบนตู้กระจกพลางผายมือให้ฟางจวิ้นตรวจสอบสินค้า

ไม่ใช่แค่ฟางจวิ้นเท่านั้น แต่แขกคนอื่นๆ ต่างก็พากันจดจ้องไปที่กล่องนาฬิกาเป็นตาเดียว

ฟางจวิ้นเดินเข้าไปที่หน้าตู้กระจกด้วยท่าทางเคร่งขรึม ในวินาทีที่เขายกมือขึ้นเขาก็แทบจะกลั้นหายใจไว้ ในตอนนี้ภายในใจของเขากลับตื่นเต้นมาก นี่คือนาฬิการะดับสูงเรือนแรกในชีวิตที่เป็นของเขาอย่างแท้จริง แม้ว่าในอนาคตเขาอาจจะได้ครอบครองของที่แพงกว่านี้ แต่สำหรับฟางจวิ้นแล้ว นี่คือครั้งแรกที่แสนล้ำค่า เขาจึงให้ความสำคัญกับมันมาก

เขาค่อยๆ เปิดกล่องนาฬิกาออก เผยให้เห็นนาฬิการุ่นคลาสสิกเรือนหนึ่งที่อยู่ข้างใน หน้าปัดสีขาวนวลล้อมรอบด้วยกรอบที่ดูเป็นระเบียบสวยงาม มองแล้วดูมีมิติและงดงามจริงๆ เมื่อประกอบกับเข็มนาฬิกาสีน้ำเงินซึ่งเป็นคู่สีคลาสสิกของปาเต็ก ฟิลิปป์ สายหนังวัวที่เย็บอย่างประณีตดูนุ่มนวลและสวมใส่สบาย ก็แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดทุกส่วนของปาเต็ก ฟิลิปป์ที่แฝงไปด้วยความหรูหราในทุกจุด

แขกที่อยู่รอบๆ ต่างก็พากันส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและพากันเอ่ยชมความงดงามของนาฬิกาเรือนนี้

“นาฬิกาเรือนนี้สวยจริงๆ สมกับเป็นรุ่นคลาสสิกของปาเต็ก ฟิลิปป์ ใส่ไปได้อีกเป็นร้อยปีก็ไม่มีวันตกยุค!”

“ถ้าคุณพูดแบบนั้นฉันก็เถียงไม่ออกเลยล่ะ! เพราะนี่คือรุ่นคลาสสิกที่จำลองแบบมาจากการออกแบบดั้งเดิม เพียงแต่กลไกข้างในมันดีกว่าเดิมมาก”

“ดูจากสีแล้ว น่าจะเป็นรุ่นทีทอง 80k สินะ? นาฬิกาทองแบบนี้แหละถึงจะเรียกว่าหรูหราแบบเรียบง่ายและดูมีระดับ พ่อหนุ่มคนนี้รสนิยมดีจริงๆ!”

ฟางจวิ้นรู้สึกตัวลอยด้วยความดีใจ มุมปากของเขาก็ไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มไว้ได้อีกต่อไป เขายิ้มกว้างออกมาพลางพูดว่า “โธ่ เรื่องแค่นี้เองครับ ผมก็แค่อยากทำตัวเรียบๆ หน่อย ก็เลยเลือกเรือนนี้มา”

คำพูดของเขาแฝงไปด้วยความนัยที่ต้องการจะสื่อว่า ความสามารถของผมไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้หรอกนะ ผมก็แค่ลดระดับความต้องการลงมาซื้อใส่เล่นๆ เท่านั้นเอง

คนรวยรุ่นที่สองคนนี้ ฐานะทางบ้านคงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!

เมื่อได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาจากผู้คนมากมาย ไม่ใช่แค่ฟางจวิ้นเท่านั้นที่ลำพองใจ แม้แต่จมูกของหลินจิ้งก็แทบจะเชิดขึ้นไปบนฟ้าอยู่แล้ว

รถที่ขับก็ยังเป็นปอร์เช่ พานาเมร่า นาฬิกาที่ใส่ก็เป็นปาเต็ก ฟิลิปป์ราคาแสนกว่าหยวน น้องสาวจ๊ะ เธอจะเอาอะไรมาสู้กับฉันได้อีกล่ะ! ผู้ชายของเธอก็แค่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ผู้ชายหล่อแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? หน้าตามันเอามาสแกนจ่ายเงินได้หรือยังไง?

หลินจิ้งยิ้มกริ่มมองดูหลินหวั่นเอ๋อร์ที่เป็นน้องสาว แล้วกระซิบเสียงเบาว่า “น้องสาวจ๊ะ สายตาในการเลือกผู้ชายของเธอนี่ มันจะไม่แย่เกินไปหน่อยเหรอ?”

หลินหวั่นเอ๋อร์ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร ความเก่งกาจของฉู่หลิงเธอไม่จำเป็นต้องเป็นคนพูดและหลินจิ้งที่เป็นพี่สาวห่างๆ คนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้นด้วย

หลินจิ้งไม่ได้เข้าใจความหมายของหลินหวั่นเอ๋อร์เลย กลับกันเธอยิ่งรู้สึกลำพองใจมากขึ้นไปอีก เพราะดูเหมือนว่าน้องสาวคนนี้ของเธอจะยอมสยบแล้วล่ะมั้ง ถึงได้เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรแบบนี้

ฟางจวิ้นก็ค่อยๆ หยิบนาฬิกาขึ้นมาใส่ ปลายนิ้วของเขาตื่นเต้นจนสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แล้วค่อยๆ สวมมันเข้าที่ข้อมือแล้วชูขึ้นมาแกว่งไปมาต่อหน้าฉู่หลิงพลางพูดว่า “เป็นยังไงบ้างน้องชาย นาฬิกาเรือนนี้ของฉันเป็นยังไงบ้าง? ฉันจะบอกอะไรให้นะ นาฬิกาแบรนด์ดังพวกนี้ไม่ได้จะรักษามาตรฐานราคาได้ทุกเรือนหรอก ถ้าคิดจะซื้อก็ต้องเลือกพวกรุ่นคลาสสิก นอกจากจะใส่ได้นานแล้ว ไม่แน่ว่าผ่านไปไม่กี่ปีมันอาจจะทำกำไรให้นายก็ได้นะ!”

จากนั้นเขาก็หันไปมองพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ “คุณพนักงานครับ ลองให้น้องชายคนนี้ลองสวมนาฬิการุ่นเดียวกับผมดูหน่อยสิ! คนเราน่ะต้องได้เห็นของระดับสูงบ่อยๆ ถึงจะมีแรงผลักดันในการขยันทำงานยังไงล่ะ!”

พนักงานขายกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ฟางจวิ้นก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่แล้วแสร้งพูดด้วยความรู้สึกขอโทษว่า “ดูสมองผมสิ ดันคิดอะไรข้ามขั้นตอนไปหน่อย! จริงสิ ตอนนี้นายดูเหมือนจะยังเรียนอยู่ใช่ไหม? งั้นฉันก็คงจะคิดไม่รอบคอบเอง สถานการณ์ของนายกับฉันมันต่างกัน ฉันน่ะต้องทำงานหนักทุกวัน ต้องออกไปพบลูกค้าเพื่อเจรจาธุรกิจไปทั่ว ก็เลยจำเป็นต้องมีของดีๆ มาประดับบารมีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มันช่วยไม่ได้จริงๆ! แต่เชื่อฉันเถอะนะ ต่อให้นายจะเป็นนักศึกษา ก็อย่าริอาจไปใส่นาฬิการะดับล่างพวกนั้นเลย เข้าใจไหม? เอาอย่างนี้ ฉันจะช่วยเลือกพวกระดับกลางให้นายดูสักเรือนก็แล้วกัน รุ่น 70,000-80,000 หยวนพวกนั้นน่าจะพอเหมาะกับนายนะ”

เมื่อได้ยินฟางจวิ้นพูดว่าการออกไปพบกับลูกค้าจำเป็นต้องมีหน้ามีตา แขกคนอื่นๆ ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย ใครจะอยากสวมนาฬิกาที่แพงขนาดนี้ถ้าไม่มีความจำเป็น ของแบบนี้มันมีไว้เพื่อแสดงฐานะทั้งนั้น! ในตอนนี้เองพนักงานขายคนหนึ่งก็ถือนาฬิการาคาประมาณ 70,000-80,000 หยวนเดินเข้ามา แล้วยื่นส่งให้ฉู่หลิงด้วยมือทั้งสองข้าง

ฉู่หลิงเพียงแค่ชายตามองแวบหนึ่ง แล้วปฏิเสธที่จะลองสวมทันที นาฬิการะดับล่างแบบนี้ เขาไม่เคยชายตามองเลยจริงๆ ฟางจวิ้นที่คอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ในสายตาของเขาความไม่ใส่ใจของฉู่หลิงก็คือความกระอักกระอ่วนที่ไม่มีปัญญาซื้อ “ไม่เป็นไรหรอกน้องชาย ผู้จัดการของที่นี่เป็นเพื่อนของฉันเอง เดี๋ยวฉันให้เขาลดราคาพิเศษให้ นายจะสั่งซื้อเลยไหมล่ะ?” ฟางจวิ้นจงใจยั่วโมโหฉู่หลิง เพราะเขาต้องการเห็นฉู่หลิงอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด

ฉู่หลิงทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “มันถูกเกินไป ช่างมันเถอะ”

ทันทีที่คำพูดของฉู่หลิงหลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันตกตะลึง แต่ไม่นานนัก ความตกตะลึงนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความดูแคลน ฟางจวิ้นและหลินจิ้งสบตากัน ทั้งคู่ต่างเห็นแววตาเยาะเย้ยในดวงตาของกันและกัน

หลินจิ้งอดรนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอกระตุกยิ้มเยาะเย้ยแล้วยกมือขึ้นป้องปากพูดว่า “ถูกเกินไปงั้นเหรอ? เหอะๆ นายช่างกล้าพูดออกมาได้นะ 70,000 หยวนเนี่ยนะยังเรียกว่าถูกเกินไปอีก? นายรู้บ้างไหมว่าเงินเจ็ดแปดหมื่นหยวนเนี่ยมันคือรายได้รวมทั้งปีหรือสองปีของหลายๆ ครอบครัวเลยนะ! เฮ้อ คนบางคนเดี๋ยวนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ทั้งที่ขับแค่รถตู้หวู่หลิง แต่กลับแสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไรกัน! น้องสาวจ๊ะ เธออย่าโดนใครเขาหลอกเอาเชียวนะ!”

จบบทที่ ตอนที่ 19 : แสร้งทำเป็นรวยเพื่ออะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว