- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 16 : เสียเปรียบ
ตอนที่ 16 : เสียเปรียบ
ตอนที่ 16 : เสียเปรียบ
ตอนที่ 16 : เสียเปรียบ
ตอนนี้ยังเช้าอยู่ รถบนท้องถนนจึงยังมีไม่มากนัก ดังนั้นตลอดการเดินทาง รถเกือบทุกคันต่างก็หลบหลีกรถบูกัตติ เวย์รอนคันนี้ตามสัญชาตญาณ
รักชีวิต ก็จงหลีกหนีรถหรู
หลินหวั่นเอ๋อร์เองก็สังเกตเห็นสถานการณ์นี้เช่นกัน เธอนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ในรถ ยามที่เธอหัวเราะนั้นก็ดูเหมือนกับน้องสาวข้างบ้านที่แสนน่ารัก “คุณเห็นไหมคะ? เจ้าของรถพวกนั้นพอมองเห็นคุณแล้ว ก็เหมือนเห็นเสือตัวใหญ่เลย พากันหลบไปไกลเชียว”
เอาบูกัตติ เวย์รอนราคา 50-60 ล้านหยวนมาวิ่งบนถนนนี่มันน่าเกรงขามจริงๆ
ฉู่หลิงจดจ่ออยู่กับสภาพการจราจรตรงหน้าและตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า “เธอยังจะไปหัวเราะเยาะเขาอีกเหรอ? ถ้าเธอซื้อรถมาขับเอง เธอจะไม่หลบฉันเหมือนกันหรือยังไง?”
ดาเมจรุนแรงมาก
เรียกได้ว่าเป็นการโจมตีจุดตายในครั้งเดียวได้เลย!
หลินหวั่นเอ๋อร์ถูกฉู่หลิงพูดจี้ใจจนพูดไม่ออก เธอได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่บนเบาะข้างคนขับ
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าฉู่หลิงหล่อขนาดนี้ หลินหวั่นเอ๋อร์คงอยากจะกลายร่างเป็นเสือตัวใหญ่แล้วขย้ำเขาให้จมเขี้ยวไปแล้ว
พูดจาได้น่าโมโหจริงๆ!
แต่คำพูดของฉู่หลิงก็มีส่วนที่ถูก ถ้าหากเงินรางวัลที่ถูกเปย์เข้าบัญชีของเธอแล้ว เธอจะเอาไปซื้อรถสักคันดีไหมนะ?
จุ๊ๆ ช่างมันเถอะ เอาไว้ตอนนั้นค่อยเลี้ยงข้าวพี่หลิงคืนดีกว่า ถือว่าคืนกำไรจากยอดความนิยมที่พุ่งขึ้นมา ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็ขับมาถึงห้างว่านต๋าพลาซ่า
จินหลิงว่านต๋าพลาซ่าเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำอันดับต้นๆ ในแต่ละวันจะมีลูกค้ามาใช้บริการมากมาย
อีกทั้งยังมีร้านอาหารและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหลากหลายรูปแบบ ทำให้ที่นี่ดูคึกคักอยู่ตลอดเวลา
หญิงสาวหลายคนก็มีแฟนหนุ่มคอยเดินเคียงข้าง พากันจูงมือพูดคุยกันอยู่ที่ใจกลางห้าง
และเพื่อการออกเดท พวกเธอจึงเลือกสวมใส่ชุดที่สวยที่สุดที่พวกเธอมีในตู้เสื้อผ้ามา
ชุดกระโปรงสั้นจู๋ที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ก็เป็นอีกทัศนียภาพที่สวยงามบนลานของห้างแห่งนี้
คนโสดหลายคนก็เดินเล่นอยู่กับเพื่อนฝูง เมื่อได้เห็นคู่รักที่แสดงท่าทางใกล้ชิดกัน แม้จะไม่ได้ยินคำกระซิบกระซาบที่พวกเขาคุยกัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของคนเหล่านั้น พวกเขาก็รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดอาหารสุนัขเข้าปากจนจุกกันไปตามๆ กัน
ที่หน้าทางเข้าลานจอดรถก็ค่อนข้างที่จะมีการจราจรติดขัดเล็กน้อย ฉู่หลิงเองก็ต้องค่อยๆ ขับรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ผู้คนมากมายต่างก็ถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์ที่เท่และโฉบเฉี่ยวของบูกัตติ เวย์รอนและพากันพูดถึงมันด้วยเสียงเบาๆ
“ว้าว นั่นมันบูกัตติ เวย์รอน นี่นา! ฉันเพิ่งเคยเห็นรถคันจริงรุ่นนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย สวยกว่าในรูปเป็นหมื่นเท่าเลย!”
“ที่นั่งข้างคนขับดูเหมือนจะมีสาวสวยด้วยนะ! แม่สาวคนนี้ช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้แฟนรวยขนาดนี้ แถมยังยอมมาเดินห้างเป็นเพื่อนด้วย!”
“รถคันนี้ราคาแพงสุดๆ เลยนะ เห็นว่าน่าจะหลายสิบล้านเลยใช่ไหม? สวยจริงๆ!”
“หลายสิบล้านเหรอ? ราคานี้นายก็ได้แค่ดูเท่านั้นแหละ รถคันนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันระดับโลกเลยนะ อย่าว่าแต่นายจะมีปัญญาซื้อไหมเลย ต่อให้ซื้อได้ ราคามันก็พุ่งไปถึง 50-60 ล้านหยวนแล้ว! พวกเราอย่าพูดถึงเรื่องซื้อเลย แค่ค่าบำรุงรักษาก็ซื้อรถยุโรปได้ตั้งกี่คันแล้ว!”
คนเหล่านี้ไม่เพียงแต่อิจฉาในความแพงของรถซูเปอร์คาร์ของฉู่หลิงเท่านั้น แต่พวกเขายังอิจฉาหลินหวั่นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับอีกด้วย
เมื่อหลินหวั่นเอ๋อร์เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาเหล่านั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะยืดตัวให้ตรงขึ้น
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างบอกไม่ถูกเลย
ฉู่หลิงในตอนนี้ได้ขับรถเข้าสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้ว เขาก็ได้ยิน รปภ. พูดกับคนขับรถคันข้างหน้าว่า ที่จอดรถข้างในน่าจะเต็มแล้ว ให้ลองขับเข้าไปหาดูเอาเอง
คนขับรถคันข้างหน้าก็บ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ยังจำใจขับรถลงไปยังชั้นใต้ดินตามคำบอก
รปภ. ที่ตอนแรกดูซึมๆ ไม่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นบูกัตติ เวย์รอน ดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกมา
รถที่ดูสง่าผ่าเผยขนาดนี้ ถึงกับกล้าขับมาที่ห้างว่านต๋าเลยเหรอ?
รปภ. เหล่านี้ล้วนผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว แบรนด์รถยนต์หรูต่างๆ พวกเขาจึงคุ้นหูเป็นอย่างดีและชื่อของบูกัตติ เวย์รอนนั้นพวกเขาก็ได้ยินอยู่ทุกวัน แต่เพิ่งจะได้เห็นตัวจริงเป็นครั้งแรกนี่แหละ!
รปภ. ที่นั่งอยู่ในป้อมก็รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที แล้วเปิดประตูเดินออกมาทำความเคารพฉู่หลิงที่อยู่ในตำแหน่งคนขับ พร้อมกับเอ่ยว่า “คุณผู้ชายครับ กรุณารอสักครู่นะครับ เดี๋ยวทางเราจะเช็คให้เดี๋ยวนี้เลยว่าโซนไหนยังมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง”
ผู้จัดการของเขาเคยสั่งกำชับไว้อย่างเด็ดขาดแล้วว่า ทัศนคติที่มีต่อเจ้าของรถหรูนั้นต้องดีเยี่ยมเสมอ คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสามารถไปล่วงเกินได้
หลินหวั่นเอ๋อร์ที่อยู่ข้างคนขับก็ได้ยินเช่นกัน เธอจึงพูดขึ้นว่า “แหม ช่างเลือกปฏิบัติจริงๆ เลยนะ! เมื่อกี้ยังบอกให้คันข้างหน้าขับลงไปหาที่จอดเองอยู่เลย พอเห็นรถหรูเข้าหน่อยก็รีบเช็คที่จอดรถให้ทันทีเลย”
พูดตามตรงก็คือ รปภ. คนนี้ขี้เกียจนั่นแหละ
พอเห็นรถหรูมาถึงได้มีจรรยาบรรณในวิชาชีพขึ้นมานิดหน่อย
ฉู่หลิงโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมขับลงไปดูเอง”
พูดจบ เขาก็ดึงเบรกมือและบอกให้หลินหวั่นเอ๋อร์รออยู่ในรถ ส่วนเขาจะขับเข้าไปข้างในลานจอดรถชั้นใต้ดินเอง
ภายในลานจอดรถมีรถจอดอยู่เต็มไปหมด มันเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะหาที่ว่างสักที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของห้างแห่งนี้
แต่ไม่นานนัก ฉู่หลิงก็เห็นรถสองคันกำลังจะขับออกไป
เป็นที่จอดรถสองที่ติดกันด้วย ไม่เลวเลยทีเดียว
ฉู่หลิงที่เห็นแบบนั้นเขาก็ลงจากรถไปแล้วเอากรวยพลาสติกไปวางไว้ เพื่อเป็นการจองที่จอดรถนั้น
ในตอนนั้นรถอีกคันก็ถอยออกจากที่จอดรถพอดี และพยักหน้าให้ฉู่หลิงเป็นการทักทาย
เจ้าของรถดูออกว่า ฉู่หลิงนั้นตั้งใจจะรอให้เขาขับออกไปให้พ้นก่อนถึงจะเข้ามาจอด และการที่ฉู่หลิงทำแบบนี้ก็ทำให้เขาขับรถออกมาได้สะดวกขึ้นมาก เขาจึงต้องแสดงความขอบคุณเป็นธรรมดา
ฉู่หลิงมองดูรถทั้งสองคันขับจากไป ในขณะที่เขากำลังจะขับเข้าไปจอดนั้นก็มีรถคันหนึ่งพุ่งออกมาจากทางลาดด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
เป็นรถปอร์เช่ พานาเมร่า คันหนึ่งมันพุ่งตรงเข้ามาชนกรวยพลาสติกจนกระเด็นออกไป
ถ้าหากฉู่หลิงที่ยืนอยู่ข้างกรวยไม่ได้มีปฏิกิริยาที่ว่องไวพอและกระโดดถอยหลังหลบไปได้ทันเวลา ร่างกายของเขาก็คงจะถูกชนจนกระเด็นไปแล้ว
ในตอนนั้นเองรถปอร์เช่ก็ส่งเสียงเบรกเสียดสีกับพื้นจนแสบแก้วหูขึ้นมา
แล้วรถก็หยุดสนิทอย่างมั่นคง โดยจอดขวางอยู่กึ่งกลางระหว่างที่จอดรถทั้งสองที่
ฉู่หลิงยืนอยู่ไม่ไกลจากรถคันนั้นมากนัก เขาสามารถได้ยินเสียงเพลงที่ดังสนั่นหวั่นไหวและเสียงหัวเราะหยอกล้อกันของชายหญิงคู่หนึ่งในรถที่ยังไม่ยอมหยุด
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์อันตรายเมื่อครู่ ภายในดวงตาที่ลุ่มลึกของฉู่หลิงก็ฉายแววโกรธเคืองออกมา
เจ้าของรถคนนี้เกือบจะชนเขาแล้วยังไม่พอ ตอนนี้ยังมาจอดรถขวางที่จอดรถทีเดียวสองที่อีก นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
ฉู่หลิงพยายามข่มอารมณ์โกรธในใจไว้ เขาเดินเข้าไปเคาะกระจกรถปอร์เช่ พานาเมร่า คันนั้น
กระจกรถถูกเลื่อนลงมา ฉู่หลิงยังไม่ทันได้อ้าปากพูด เขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่แสนจะอวดดีของชายคนหนึ่งตะโกนออกมา “จะเคาะทำไมวะ? ถ้าเคาะจนพังขึ้นมา แกมีปัญญาชดใช้ไหม?”
ฉู่หลิงมองสำรวจชายที่อยู่ในรถ
ชายคนนั้นดูมีอายุประมาณ 24-25 ปี สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกและมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“คุณจอดรถกินช่องจอดไป 2 ช่อง ช่วยขยับรถแบ่งให้ผมสักที่ได้ไหม?” น้ำเสียงของฉู่หลิงค่อนข้างเย็นชา
คนรวยรุ่นที่สองคนนั้นก็เหลือบมองชุดอาร์มานี่บนตัวของฉู่หลิง ซึ่งดูแล้วเหมือนจะเป็นของแท้จริงๆ แต่ทว่าเป็นรุ่นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
และรุ่นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ย่อมต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน! เพราะเขานั้นไปดูรุ่นใหม่ๆ จากต่างประเทศมาหมดแล้ว และมันไม่มีชุดแบบที่ฉู่หลิงสวมอยู่นี้อย่างแน่นอน
เมื่อคนรวยรุ่นที่สองคิดได้ดังนั้น ภายในใจก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น
ความมั่นใจนี้ทำให้อารมณ์โกรธในใจของเขาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เขาจึงตะโกนด่าฉู่หลิงออกมาว่า “ไอ้หนู ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับแกเลยนะ แกยังกล้าเดินมาพูดกับฉันอีกงั้นเหรอ? แกเอากรวยพลาสติกเฮงซวยนั่นมาวางไว้ตรงนั้นมันหมายความว่ายังไงกันวะ? ฉันบอกแกไว้เลยนะ เดี๋ยวถ้าฉันเห็นว่ารถของฉันมีรอยขีดข่วนตรงไหน แกต้องชดใช้ทั้งหมด”
เมื่อนึกถึงกรวยพลาสติกที่เขาขับชนจนกระเด็นไปเมื่อกี้ ภายในใจของคนรวยรุ่นที่สองคนนี้ก็เริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาเป็นระยะๆ
รถปอร์เช่ พานาเมร่า คันนี้เป็นรถที่เขาเพิ่งจะถอยมาใหม่ เพียงแค่คิดว่ามันอาจจะมีรอยขีดข่วน เขาก็รู้สึกหงุดหงิดไปหมดแล้ว
น่าเสียดายจริงๆ
คนรวยรุ่นที่สองคนนั้นก็แสยะยิ้มให้ฉู่หลิงไม่หยุด “อีกอย่าง ฉันจะจอดกินช่องแล้วมันจะทำไม? แกเป็นใครกันวะ ถึงได้มีหน้ามาบอกให้ฉันแบ่งที่จอดรถให้แก? แกไม่ดูรถฉันบ้างหรือไง ปอร์เช่ พานาเมร่า นะเว้ย รถหรูเข้าใจไหม? ถ้าแกมีปอร์เช่ แกจะจอดขวางสองที่บ้างก็ได้ ดังนั้นรีบไสหัวไปให้พ้นได้แล้ว!”
หลังจากฟังอีกฝ่ายพูดประโยคยาวเหยียดจบ
ฉู่หลิงถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโกรธ เขาจ้องมองไปที่ดวงตาของคนรวยรุ่นที่สองแล้วเอ่ยถามว่า “พูดไปพูดมา สรุปก็คือจะไม่ยอมแบ่งที่จอดรถให้ใช่ไหม?”
“แกฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่องหรือไงวะ? ทำไมฉันต้องแบ่งที่จอดรถให้แกด้วย รีบไสหัวไปให้ไกลๆ เลย!” คนรวยรุ่นที่สองคนนั้นตะโกนด่าอย่างไม่ลังเล และถึงขั้นเปิดประตูรถออกมาตั้งใจจะเดินเข้าไปชกฉู่หลิงสักรอบ
แต่ทว่าพอก้าวลงจากรถ คนรวยรุ่นที่สองก็กลับพบว่าฉู่หลิงนั้นสูงกว่าเขาไปเกือบหนึ่งช่วงศีรษะเลยทีเดียว
ถ้าเป็นแค่เรื่องความสูงก็ยังพอว่า แต่ฉู่หลิงไม่เพียงแต่จะตัวสูงเท่านั้น แต่รูปร่างของเขายังดูบึกบึนและแข็งแรงกว่ามากอีกด้วย
ชุดอาร์มานี่ที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัวนั้น พอถูกฉู่หลิงสวมใส่มันก็ดูดีมากจริงๆ เรียกได้ว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกนายแบบระดับโลกเลยแม้แต่น้อย
ฉู่หลิงในตอนนี้ดูเก่งกาจและมีความสามารถมาก เมื่อเทียบกับร่างกายที่ดูอ่อนแอและเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกินของเขาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าฉู่หลิงดูดีกว่าเขาไปตั้งเท่าไหร่
เมื่อนึกถึงร่างกายของตัวเองที่ถูกสุราและนารีสูบจนโทรม คนรวยรุ่นที่สองยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวในใจ หมัดที่กำไว้แน่นก็ค่อยๆ คลายออกทีละนิด
ถ้าหากต้องลงไม้ลงมือกันจริงๆ ล่ะก็เขาคงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด