- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 5 : รอบรู้จริงๆ
ตอนที่ 5 : รอบรู้จริงๆ
ตอนที่ 5 : รอบรู้จริงๆ
ตอนที่ 5 : รอบรู้จริงๆ
“นายเองก็ไม่ยอมติดต่อมาหาฉันบ้างเลยนะ!”
และที่สำคัญก็คือตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้แต่บนโซเชียลเขาก็ไม่เคยโพสต์อะไรเลย จนเธอเคยแอบคิดว่าฉู่หลิงอาจจะประสบอุบัติเหตุจนหน้าตาแย่ไปแล้วก็ได้ แต่พอได้เห็นเขาในตอนนี้เขาก็ยังดูดีเหมือนเดิม แถมยังดูเหมือนจะหล่อขึ้นกว่าตอนสมัยมัธยมปลายและตัวสูงขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียวด้วย
ฉู่หลิงหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ” พลางเกาหัวด้วยความเขินแล้วจึงนั่งลง
ฉวี่เสี่ยวปิงก็หยิบทิชชู่เปียกออกมาจากกระเป๋าอย่างเงียบๆ เธอมองคราบกาแฟบนเสื้อของฉู่หลิงแล้วพูดเบาๆ ว่า “ดูจากสภาพแล้ว น่าจะเพิ่งถูกสาดใส่มาไม่นานใช่ไหม?”
เมื่อพูดจบ เธอก็เริ่มใช้ทิชชู่เปียกช่วยเช็ดทำความสะอาดให้ฉู่หลิงทันที
ฉวี่เสี่ยวปิงเช็ดอย่างตั้งใจจนทิชชู่เปียกสีขาวสะอาดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจากคราบกาแฟ
ส่วนพวกผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อได้เห็นภาพนี้พวกเขาต่างก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ จนแทบอยากจะกลืนกินฉู่หลิงลงไปทั้งตัวด้วยความแค้น
ไอ้ฉู่หลิงคนนี้มันหมายความว่ายังไงกันแน่ หรือว่ามันยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองน่ะไม่คู่ควรกับฉวี่เสี่ยวปิงเลยสักนิด?
ถุยๆๆ ไม่ใช่แค่ไม่คู่ควร แต่มันไม่มีอะไรเทียบได้เลยต่างหาก!
นี่มันคางคกอยากจะกินเนื้อหงส์ชัดๆ ถึงกับกล้าใช้แผนแกล้งทำตัวให้น่าสงสารแบบนี้ออกมาได้!
ความคิดของพวกผู้ชายเตลิดไปไกลมาก พวกเขาลืมไปแล้วว่าตัวเองเพิ่งจะดูถูกเหยียดหยามอีกฝ่ายไปอย่างไรบ้าง และเอาแต่คิดไปเองว่าการที่ฉวี่เสี่ยวปิงปฏิบัติกับฉู่หลิงอย่างอ่อนโยนเช่นนี้ เป็นเพราะอีกฝ่ายแกล้งทำตัวให้น่าสงสาร
อย่างที่คิดไว้เลยยิ่งผู้หญิงสวยเท่าไหร่ จิตใจก็ยิ่งอ่อนไหวมากขึ้นเท่านั้น!
เทพธิดาฉวี่อย่าไปหลงกลมันนะ!
ไอ้สารเลวฉู่หลิงคนนี้มันต้องกำลังวางแผนล่อลวงเธออยู่แน่ๆ!
ฉวี่เสี่ยวปิงไม่ได้ยินเสียงตะโกนก้องภายในใจของพวกผู้ชายเหล่านั้นเลย เธอยังคงเช็ดไปพลางชวนฉู่หลิงคุยไปด้วยว่า “นายหางานทำได้แล้วหรือยัง?”
ฉู่หลิงส่ายหน้า “ยังเลย แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันเหรอ? ช่วงนี้ฉันยังไม่ได้หางานทำหรอก” ฉวี่เสี่ยวปิงมองฉู่หลิงแล้วพูดต่อว่า “พอดีว่าฉันสอบติดปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยจินหลิงน่ะ ฉันจำได้ว่าฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยจินหลิงก็คือวิทยาลัยของนายพอดี ช่วงนี้ฉันเองก็ต้องไปพบกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่มหาวิทยาลัยด้วย ส่วนนายเองก็ยังเรียนไม่จบ ก็ถือว่าอยู่ใกล้กันมากเลยนะ”
เมื่อเห็นฉู่หลิงกับฉวี่เสี่ยวปิงคุยกันอย่างถูกคอและมีรอยยิ้มให้กัน พวกผู้ชายแต่ละคนก็รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะกลืนแมลงวันเข้าไป
โดยเฉพาะหลิวฮ่าวที่ดวงตาเริ่มฉายแววสีเขียวด้วยความริษยาอย่างรุนแรง
ในขณะที่ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
ทุกคนหันกลับไปมองและพบว่าเป็นจางเฉียงที่มาสาย
จางเฉียงก้าวเข้ามาในห้องแล้วเริ่มโวยวายเสียงดังทันที “หัวหน้าห้อง โรงแรมที่หัวหน้าห้องเลือกมานี่มันช่างมีระดับจริงๆ เลยนะ! เมื่อกี้ตอนที่ฉันเดินเข้ามาแล้วเห็นห้องโถงที่กว้างใหญ่ขนาดนั้น ฉันถึงกับตาค้างไปเลย! การมากินข้าวที่นี่คงจะไม่ถูกเลยใช่ไหม? สมกับเป็นหัวหน้าห้องจริงๆ เป็นคนรวยนี่มันดีจริงๆ เลย! อ้อ จริงด้วย ตอนที่เข้ามา ทุกคนเห็นรถที่จอดอยู่ริมถนนไหม?”
รถที่จอดอยู่ริมถนนงั้นเหรอ?
เพื่อนร่วมชั้นต่างก็ส่ายหน้าด้วยความมึนงง
ตอนที่พวกเขาเข้ามา พวกเขาก็ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติเลย
ที่นี่คือโรงแรมระดับห้าดาว มันจึงไม่แปลกที่จะมีรถหรูมาจอดทิ้งไว้มากมายในแต่ละวัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางที่จะมองเห็นมันได้หมดอย่างแน่นอนอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อทุกคนเห็นจางเฉียงทำท่าทางเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงแบบนั้น พวกเขาก็เดาไปว่าอีกฝ่ายคงจะไม่เคยเห็นรถดีๆ มาก่อน จึงเอ่ยถามไปตามมารยาทว่า “รถอะไรล่ะ? คงไม่ใช่พวกเบนซ์หรือบีเอ็มดับเบิลยูหรอกนะ? นายนี่มันช่างไร้ประสบการณ์จริงๆ”
ถ้าหากเขาตื่นเต้นเพียงเพราะได้เห็นรถธรรมดาๆ แบบนั้น ทุกคนคงจะต้องขำกันจนฟันร่วงแน่ๆ
แต่เมื่อจางเฉียงเห็นสีหน้าของทุกคน เขาก็เดาความคิดของทุกคนออกทันที เขาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อแล้วพูดว่า “ยังเห็นฉันเป็นเพื่อนกันอยู่ไหมเนี่ย? ไม่มีความเชื่อใจกันบ้างเลยเหรอ?”
เพื่อนร่วมชั้นก็มองเขาโดยไม่พูดอะไร เพียงแต่ส่งสายตาไปให้เขาเข้าใจเอาเอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น จางเฉียงก็ฮึดฮัดหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดรูปภาพให้ทุกคนดู “บูกัตติ เวย์รอน ไงล่ะ! มันจอดอยู่หน้าประตูโรงแรมของพวกเราเลยนะ! พวกนายนี่ดูถูกคนกันเกินไปแล้ว รถแบบนี้ยังไม่เรียกว่ารถดีอีกเหรอ?”
บูกัตติ เวย์รอนเหรอ?
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทุกคนต่างก็เบิกตากว้าง ภายในดวงตาก็มีแต่ความไม่อยากจะเชื่อ
มันจะเป็นไปได้ยังไง? ถ้าหากมีรถดีๆ แบบนั้นจอดอยู่จริงๆ ทำไมพวกเขาถึงไม่เห็นมันกันล่ะ?
เพื่อนร่วมชั้นรีบแย่งโทรศัพท์ของจางเฉียงไปดูพลางส่งต่อกันไปมา เมื่อได้เห็นรถหรูที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจบนหน้าจอ ทุกคนก็ถึงกับตาค้างไป
“เป็นรถสปอร์ตที่สวยมากจริงๆ! เส้นสายของมันสวยเกินไปแล้ว ฉันชอบมากเลย! ถึงกับจอดทิ้งไว้ข้างนอกโรงแรมแบบนี้ เจ้าของรถคงจะใจถึงมากเลยนะเนี่ย?”
“รถคันนี้ดูท่าทางจะไม่ถูกเลยใช่ไหม? สวยจนเหนือคำบรรยายจริงๆ ให้ตายเถอะ นี่มันความรู้สึกของคนตกหลุมรักชัดๆ!”
“จินหลิงมีรถซูเปอร์คาร์ระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย? สวรรค์ ฉันว่าฉันแค่ไม่ได้กลับมาแปปเดียว ทำไมจินหลิงถึงเปลี่ยนไปจนฉันจำไม่ได้แล้วเนี่ย!”
และยิ่งมองเห็นป้ายทะเบียนของรถหรูระดับท็อปคันนั้น พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันไม่ใช่ป้ายทะเบียนธรรมดา
ต่อให้จะเป็นเพื่อนร่วมชั้นหญิงที่ไม่รู้เรื่องรถอะไรเลย พวกเธอก็ยังรู้ได้ทันทีว่านี่คือรถหรูของบุคคลสำคัญอย่างแน่นอน
ป้ายทะเบียนเลขมงคลขนาดนี้ ใครบ้างจะมองไม่ออกว่ามันดีขนาดไหน!
“แค่ป้ายทะเบียนนี้ ฉันก็รู้สึกว่าต่อให้พยายามทำงานทั้งชีวิต ก็ไม่แน่ว่าจะซื้อได้!”
“ต้องเป็นคนระดับบิ๊กในจินหลิงของเราแน่นอน แต่แค่ไม่รู้ว่าเป็นใครก็เท่านั้นเอง! พวกเราลองออกไปดักรอดูดีไหม นี่มันคนระดับสุดยอดเลยนะ!”
“พอเถอะ! ถ้ามีเวลาไปคิดเรื่องนั้น สู้เอาเวลามาประจบหัวหน้าห้องของพวกเราดีกว่า! คนๆ นี้เขาถ้าได้ง่ายกว่าเยอะ แถมแค่ยื่นมือออกไปก็สัมผัสได้แล้ว!”
เพื่อนร่วมชั้นหญิงคนหนึ่งที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถเอ่ยถามขณะมองรูปภาพในโทรศัพท์ว่า “รถคันนี้ราคาเท่าไหร่งั้นเหรอ?”
หลิวฮ่าวก็ยิ้มบางๆ เพระมันถึงเวลาที่เขาจะต้องออกโรงอีกครั้งแล้ว
“อะแฮ่ม รถคันนี้น่ะเหรอ? ราคาเปิดตัวจากโรงงานก็ 40 กว่าล้านหยวนแล้ว ถ้ารวมภาษีสรรพสามิตของรถหรูและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านหยวนเห็นจะได้!” หลิวฮ่าวพูดออกมาอย่างเรียบเฉยเหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมดา
ยังไงซะ ไม่ว่าจะเป็น 50 ถึง 60 ล้านหรือ 5 ถึง 6 ล้าน เขาก็ไม่มีปัญญาซื้ออยู่ดี
ในเมื่อซื้อไม่ได้ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าอิจฉาริษยาเลย แค่ดูไว้เป็นขวัญตาก็พอแล้ว
หลิวฮ่าวรู้สึกพอใจที่ได้ยินเสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงดังไปทั่วทั้งห้อง “รถคันนี้เป็นเครื่องยนต์ 16 สูบ พละกำลังน่ะไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะแรงขนาดไหน! มันสามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาแค่ 2 วินาทีกว่าๆ เท่านั้นเอง! ในประเทศจีนเองก็มีอยู่แค่ไม่กี่คันเท่านั้น ปกติแล้วรถแบบนี้มักจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือไม่ก็ปักกิ่ง แต่ดูเหมือนว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้จินหลิงจะพัฒนาไปได้ดีมากจริงๆ จนถึงขั้นมีรถหรูแบบนี้ปรากฏตัวออกมาแล้ว”
เพื่อนร่วมชั้นต่างก็เบิกตากว้างขณะรับฟัง พร้อมกับเอ่ยชมหลิวฮ่าวไม่ขาดปากว่าช่างรอบรู้จริงๆ
สมกับเป็นลูกหลานจากตระกูลใหญ่ รู้ลึกรู้จริงเรื่องรถหรูจริงๆ!
หลิวฮ่าวก็โบกมือไปมา แต่ภายในใจกลับรู้สึกลำพองใจอย่างมาก
ในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอกและผู้จัดการสาวสวยคนนั้นก็ก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง
และความสวยของเธอนั้นก็สามารถดึงดูดสายตาของหนุ่มๆ ในห้องได้ในทันที