เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 468 ไม่เห็นหัวผู้ใด

ตอนที่ 468 ไม่เห็นหัวผู้ใด

ตอนที่ 468 ไม่เห็นหัวผู้ใด


เป็นเพราะมีผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลลู่อยู่ด้วย เฮ่อเหลียนเวินเม่าจึงทำได้เพียงกดข่มความตั้งใจที่จะใช้กำลังพาตัวเสิ่นเยียนไปเอาไว้ก่อน

ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มแย่งชิงตัวเซี่ยฉางเฟิงและคนอื่นๆ อีกครั้ง พร้อมกับเสนอเงื่อนไขอันเย้ายวนใจออกมาเช่นกัน

ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนนอกจากจะมอบโควตาให้แก่กลุ่มอสูรแล้ว เขายังถูกตาต้องใจเซี่ยฉางเฟิงและอิงฉีอีกด้วย

ผู้อาวุโสฉีกล่าวเกลี้ยกล่อมอิงฉีว่า

"เจ้าต้องมาที่สำนักเฉียนคุนของเรา เจ้าดูสิว่าสำนักเฉียนคุนของเรามีผู้ใดอยู่ มีกลุ่มอสูรอย่างไรเล่า!"

ผู้อาวุโสฉีรู้ดีว่ากลุ่มอสูรและอิงฉีล้วนมาจากสถานที่เดียวกัน ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าอิงฉีจะต้องอยากอยู่กับพวกเขาอย่างแน่นอน!

ทางด้านอิงฉีก็รู้สึกสับสนว้าวุ่นใจเช่นกัน เขาหลุบตาลงพลางนึกถึงสิ่งใดบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจติดตามศิษย์พี่หญิงกงซุนอวิ้นเข้าร่วมสำนักสือฟาง

เมื่อผู้อาวุโสฉีได้ยินว่าอิงฉีเลือกสำนักสือฟาง หัวใจก็แทบสลาย

ในทางกลับกัน ผู้อาวุโสไป๋คังแห่งสำนักสือฟางกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เซี่ยฉางเฟิงและโม่ยวี่เอ๋อร์ก็เลือกสำนักสือฟางเช่นกัน

หนึ่งเค่อต่อมา ในที่สุดการเลือกสรรก็เสร็จสิ้น

สมาชิกกลุ่มอสูรทุกคนเข้าร่วมสำนักเฉียนคุน

อิงฉี กงซุนอวิ้น เซี่ยฉางเฟิง และโม่ยวี่เอ๋อร์เข้าร่วมสำนักสือฟาง

เปียนหยวนซิง จินไท่ และซือเหราเข้าร่วมเขาไท่ชู

ไป๋อู๋หมิงเข้าร่วมเกาะทะเลพรหม ตันอวี้เข้าร่วมตระกูลลู่ ซีเหมินเสวียนเข้าร่วมตระกูลเฮ่อเหลียน และหลานชิงอวี้เข้าร่วมตระกูลตงฟาง

นอกจากบรรดาอัจฉริยะที่ถูกหมายตาไว้ล่วงหน้าแล้ว ยังคงเหลือคนอีกหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดคน

ในจำนวนนั้นก็มีโยวฮั่วจิงที่กลายเป็นหุ่นเชิดรวมอยู่ด้วย

ผู้อาวุโสไห่แห่งเกาะทะเลพรหมกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งหลาย ต่อไปถึงคราวที่พวกเจ้าต้องตัดสินใจแล้ว พวกเจ้าจำเป็นต้องเลือกขุมกำลังที่ตนเองพึงพอใจ หากมีเป้าหมายชัดเจน ก็จงเดินไปเบื้องหน้าผู้อาวุโสของขุมกำลังนั้นแล้วรอคอยการตอบรับ หากพวกเจ้าไม่ถูกขุมกำลังใดเลือกเลย นั่นอาจหมายความว่าพวกเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมการเป็นผู้ฝึกตนอิสระแห่งดินแดนฉางหมิง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีขุมกำลังอื่นยื่นไมตรีมาให้พวกเจ้า ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างรอบคอบ!"

คำว่า 'ขุมกำลังอื่น' ในปากของเขานั้น ไม่ได้หมายถึงขุมกำลังชั้นยอดอย่างสำนักเฉียนคุน แต่หมายรวมถึงขุมกำลังธรรมดาที่มีความแข็งแกร่งด้อยลงมาระดับหนึ่ง

เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น ทุกคนต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

บนใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ของพวกเขาปรากฏความรู้สึกสับสนว้าวุ่นใจ

ไม่นานเหล่าอัจฉริยะก็แยกย้ายกันไป เริ่มก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าขุมกำลังที่ตนอยากเลือก

อินซือเยี่ยนและมู่เหวินเลือกสำนักเฉียนคุน

ส่วนเหยียนเหยาเลือกตระกูลลู่

สือจ้านเลือกตระกูลตงฟาง

เสิ่นเยียนย่อมมองเห็นร่างของอินซือเยี่ยนและพวก นางรู้สึกหวั่นไหวในใจ จึงกดเสียงต่ำกล่าวกับผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนว่า

"ผู้อาวุโสฉี อินซือเยี่ยนและมู่เหวินเป็นศิษย์พี่ของพวกเรา พวกเขามีจิตใจบริสุทธิ์ดีงามแต่กำเนิด พรสวรรค์ก็ไม่เลว หากพวกเขามีวาสนาได้เข้าสู่สำนักเฉียนคุน จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจรับใช้สำนักเฉียนคุนอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"

เมื่อผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย

พูดตามตรง เขาเพียงแค่ถูกตาต้องใจอินซือเยี่ยน แต่ไม่ได้ถูกใจมู่เหวิน

ในสายตาของเขา ความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของมู่เหวินนั้นด้อยไปสักหน่อย ต่อให้ได้เข้าสู่สำนักเฉียนคุน อย่างมากที่สุดก็เป็นได้เพียงศิษย์สายนอก

ทว่าในเมื่อเสิ่นเยียนกล่าวออกมาเช่นนี้แล้ว เขาก็ยังสามารถรับมู่เหวินเข้ามาในสำนักเฉียนคุนได้เช่นกัน

ไม่นาน ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนก็เรียกอินซือเยี่ยนและมู่เหวินออกมา จากนั้นก็เลือกคนจากในแถวมาอีกแปดคน

ผู้อาวุโสฉีกล่าว

"เอาล่ะ ผู้อาวุโสผู้นี้เลือกเสร็จแล้ว"

คำกล่าวนั้นทำให้อัจฉริยะที่เหลืออยู่ในแถวมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกผิดหวังและไม่ยินยอมพร้อมใจผสานเข้าด้วยกันอยู่ลึกๆ

เหยียนเหยาประสบความสำเร็จในการถูกดึงตัวเข้าตระกูลลู่

ส่วนสือจ้านก็ได้เข้าสู่ตระกูลตงฟางสมดั่งปรารถนา

การแย่งชิงอัจฉริยะจากโลกเบื้องล่างในครั้งนี้ได้ดำเนินมาจนใกล้จะสิ้นสุดแล้ว

สำนักเฉียนคุนรับสมัครสิบแปดคน

สำนักสือฟางรับสมัครยี่สิบคน

เขาไท่ชูรับสมัครสิบสามคน

ตระกูลลู่รับสมัครสิบคน

ตระกูลเฮ่อเหลียนรับสมัครสิบเอ็ดคน

ตระกูลตงฟางรับสมัครสิบเก้าคน

เกาะทะเลพรหมรับสมัครสิบห้าคน

รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยหกคน

ในบรรดาเก้าสิบสี่คนที่เหลือ มีทั้งผู้ที่ถูกขุมกำลังธรรมดาดึงตัวไป มีทั้งผู้ที่ไม่ยอมรับความธรรมดาสามัญจึงปฏิเสธการดึงตัว และมีทั้งผู้ที่ไม่ถูกขุมกำลังธรรมดาเลือกจนกลายเป็นผู้ฝึกตนอิสระ

กฎกติกานั้นโหดร้าย การเลือกสรรคนก็โหดร้ายเช่นกัน

นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ดินแดนฉางหมิง ทิศทางโชคชะตาของอัจฉริยะกลุ่มนี้ก็เริ่มแยกทางกัน

ในโลกเบื้องล่าง พวกเขาคือบุตรแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง แต่ในดินแดนฉางหมิง บางคนยังคงเป็นบุตรแห่งสวรรค์ ทว่าบางคนกลับถูกลดทอนให้กลายเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ

"ได้เวลาไปแล้ว"

เมื่อแสงอันงดงามตระการตาสายแล้วสายเล่าพุ่งขึ้นจากมือของตัวแทนขุมกำลังต่างๆ เรือวิญญาณรูปร่างแปลกตาและดูยิ่งใหญ่อลังการลำแล้วลำเล่าก็ปรากฏขึ้นบนผืนทะเล เรือเหล่านี้เปล่งประกายแสงโลหะแวววาวภายใต้แสงแดดสาดส่อง ราวกับเกาะลึกลับที่ล่องลอยอยู่บนผืนสมุทร

ในบรรดาเรือทั้งหมดนั้น สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุดก็คือเรือวิญญาณของตระกูลตงฟาง ขนาดของมันใหญ่กว่าเรือลำอื่นถึงหลายเท่าตัว ราวกับปราสาทเคลื่อนที่ การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของเรือวิญญาณลำนี้ช่างโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตัวเรือถูกแกะสลักเป็นรูปหงส์ที่กำลังสยายปีกเตรียมโบยบิน เผยให้เห็นท่วงท่าของหงส์ที่กำลังโผบินไปบนท้องนภาได้อย่างสมจริง

นอกจากนี้ บนเรือวิญญาณยังประดับประดาไปด้วยลวดลายอันวิจิตรบรรจงหลากหลายรูปแบบ บ่งบอกถึงความหรูหราและสง่างามของตระกูลตงฟาง

แม้จะเป็นอัจฉริยะที่เคยพบเห็นฉากใหญ่โตมามาก แต่เมื่อได้เห็นเรือวิญญาณของตระกูลตงฟาง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับความหรูหราของมัน

ส่วนอัจฉริยะที่ถูกตระกูลตงฟางดึงตัวไปก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปบนเรือวิญญาณตามหลังผู้อาวุโสของตระกูลตงฟางอย่างตื่นเต้น เมื่อขึ้นไปถึงก็สัมผัสได้ว่ามีไอวิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวเข้ามาหาพวกเขา ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างยิ่ง

"มันคือค่ายกลรวมวิญญาณ!"

"ช่างใจป้ำเสียนี่กระไร!"

"ให้ตายเถอะ ร่ำรวยเกินไปแล้ว!"

และในยามนี้ จูเก่อโย่วหลินกำลังมองเรือวิญญาณของตระกูลตงฟางด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวใจ เขากุมหน้าอกไว้แน่นราวกับได้สูญเสียสิ่งใดไป

จากนั้นเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

"ผู้อาวุโสฉี เหตุใดเรือวิญญาณของพวกเขาถึงลำใหญ่เช่นนี้? ตระกูลตงฟางของพวกเขามีทองคำมากมายเลยใช่หรือไม่?"

เมื่อผู้อาวุโสฉีได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป

"ใช่แล้ว"

บางครั้งเขาก็เคยคิดเช่นกันว่า หากเขาเป็นคนของตระกูลตงฟาง เขาก็คงจะมีทองคำมากมายก่ายกอง ไม่จำเป็นต้องมาประหยัดมัธยัสถ์เช่นนี้เลย!

ผู้อาวุโสฉีไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองที่จูเก่อโย่วหลินปรารถนาในความมั่งคั่งของตระกูลตงฟาง แต่เขากลับยกมือขึ้นตบแขนเด็กหนุ่มเบาๆ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ข้าเข้าใจเจ้า"

เขาเองก็เป็นเผ่ากลืนทอง ย่อมเข้าใจดีถึงความยึดติดในทรัพย์สินเงินทองของเผ่ากลืนทอง

ส่วนผู้อาวุโสของตระกูลตงฟางดูเหมือนจะสังเกตเห็นบทสนทนาของพวกเขา จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า

"ตอนนี้กลุ่มอสูรของพวกเจ้ายังสามารถเข้าร่วมกับตระกูลตงฟางของเราได้อยู่นะ ตระกูลตงฟางของเราอาจมีสิ่งอื่นไม่มาก แต่เรามีทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรมากมาย"

เมื่อผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนได้ยินดังนั้นก็เกิดความระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที

"ตงฟางผิง พวกเขาเป็นศิษย์ของสำนักเฉียนคุนเราแล้ว เจ้าอย่ามาใช้ไม้นี้หน่อยเลย!"

ตงฟางผิงยิ้มบางๆ

"ตระกูลตงฟางของเรากระหายผู้มีพรสวรรค์ หากในวันหน้าพวกเจ้าออกจากสำนักเฉียนคุนเมื่อใด ยินดีต้อนรับสู่ตระกูลตงฟางของเราเสมอ"

"ไม่ต้องไปสนใจเขา!"

ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนรีบดึงกลุ่มของเสิ่นเยียนขึ้นไปบนเรือวิญญาณด้วยความเกรงกลัวว่าพวกเขาจะถูกตระกูลตงฟางล่อลวง

เขาพูดพลางเดินพลาง

"คนของตระกูลตงฟางล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว พวกเขาถนัดการหลอกลวงผู้คนเป็นที่สุด ห้ามหลงเชื่อคำพูดของพวกเขาเด็ดขาด!"

เมื่อเสิ่นเยียนและพวกได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมา

ในขณะนั้นเอง เสิ่นเยียนก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางมาจากที่ไม่ไกลนัก นางมองตามสายตานั้นไป และก็เป็นอย่างที่คิด นางเห็นผู้อาวุโสแปดแห่งตระกูลเฮ่อเหลียน

สีหน้าของเฮ่อเหลียนเวินเม่าดูไม่ได้เอาเสียเลย ขณะที่เขากำลังจะส่งเสียงผ่านปราณเพื่อข่มขู่นางอีกครั้ง กลับเห็นนางหันศีรษะหนี ไม่สนใจเขาอีก

เป็นการเมินเฉยต่อเขาอย่างถึงที่สุด

เฮ่อเหลียนเวินเม่ากำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสิ่นเยียนผู้นี้นับเป็นตัวอันใดกัน? ต่อให้น้องชายของนางอย่างเฮ่อเหลียนหวยมายืนอยู่ตรงหน้าเขา ก็ยังไม่กล้าทำตัวไม่เห็นหัวผู้ใดถึงเพียงนี้!

จบบทที่ ตอนที่ 468 ไม่เห็นหัวผู้ใด

คัดลอกลิงก์แล้ว