เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 469 สิบอันดับแรก

ตอนที่ 469 สิบอันดับแรก

ตอนที่ 469 สิบอันดับแรก


เมื่อเหล่าอัจฉริยะต่างแยกย้ายกันขึ้นไปบนเรือวิญญาณของขุมกำลังต่างๆ พวกเขาถึงได้สัมผัสอย่างแท้จริงว่า ต่อจากนี้ไปตนเองจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนฉางหมิงแล้ว

เสิ่นเยียนยืนอยู่บริเวณหัวเรือ สายลมแผ่วเบาพัดผ่านพวงแก้มนำพาความเย็นสบายมาให้ นางช้อนสายตาขึ้นมองไปยังเรือวิญญาณที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก พลันเห็นกงซุนอวิ้นบนเรือลำนั้นกำลังโบกมือให้นาง คล้ายกับกำลังเอ่ยว่า

"ศิษย์น้องเสิ่น ไว้พบกันใหม่นะ"

เสิ่นเยียนพยักหน้าตอบรับ

ส่วนอิงฉีที่อยู่บนเรือวิญญาณของสำนักสือฟางเช่นเดียวกัน สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่เสิ่นเยียนตลอดเวลา แววตาของเขาซับซ้อนลึกล้ำ แฝงไว้ด้วยความสับสนและไม่แน่ใจ ภายในใจลอบขบคิดว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในวันข้างหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเสิ่นเยียนจะพัฒนาไปในทิศทางใด... บางทีในเวลานั้นพวกเขาอาจไม่ใช่ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอีกต่อไป ทว่ากลายเป็นศัตรูกันแทน

บนเรือวิญญาณของสำนักสือฟางยังมีเซี่ยฉางเฟิงและโม่ยวี่เอ๋อร์อีกด้วย

เซี่ยฉางเฟิงยังคงสวมอาภรณ์สีแดงสด เขาส่งยิ้มไปทางกลุ่มอสูร

ส่วนโม่ยวี่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายเขากลับดูร่าเริงยิ่งกว่า นางชูแขนขึ้นสูง โบกมืออย่างแรงพร้อมใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า พลางตะโกนเสียงดังลั่น

"เสิ่นเยียน ครั้งหน้าข้าจะไม่แพ้เจ้าแน่!"

เสิ่นเยียนเผยรอยยิ้มกว้าง

บรรดาอัจฉริยะที่เคยข้องแวะกับกลุ่มอสูรต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเรือวิญญาณที่กลุ่มอสูรโดยสารอยู่

สายตาของเปียนหยวนซิงจับจ้องไปที่อวี๋ฉางอิง ทว่ากลับเห็นนางกำลังพูดคุยหัวเราะกับผู้อื่นอย่างสนุกสนาน ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกสูญเสีย นางไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาสักนิด

เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะเข้าร่วมขุมกำลังเดียวกันกับนาง แต่น่าเสียดายที่สำนักเฉียนคุนไม่ได้เลือกเขา อีกทั้งซือเหราผู้เป็นศิษย์พี่หญิงของเขาก็ยืนกรานหนักแน่นไม่ยอมให้เขาไปยังสำนักเฉียนคุน ดังนั้นพวกเขาทั้งสามคนจึงทำได้เพียงเลือกเขาไท่ชู

จินไท่ชี้เบนนิ้วไปยังทิศทางของเสิ่นเยียน

"ศิษย์พี่เปียน เสิ่นเยียนผู้นั้นก็งดงามมากนะขอรับ!"

เปียนหยวนซิงมองไปแวบหนึ่ง งดงามมากจริงๆ แต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนที่แม่นางอวี๋มอบให้เขา

ขณะที่เปียนหยวนซิงกำลังจมอยู่ในห้วงความรู้สึกเศร้าสร้อย ท้ายทอยของเขาก็ถูกซือเหราตบเข้าให้ฉาดใหญ่ น้ำเสียงของนางแฝงความโกรธเคืองที่เขาไม่ได้ดั่งใจ

"มองเข้าไปๆ! ผู้อื่นเขาไม่ได้ชอบเจ้าเสียหน่อย!"

เปียนหยวนซิงก้มหน้าลง รู้สึกหดหู่จนหาที่สุดไม่ได้

ส่วนจินไท่กลับเอาแต่จ้องมองเสิ่นเยียน มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกว่าพี่สาวเสิ่นเยียนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย ช่างน่าสงสัยใคร่รู้จริงๆ

บนเรือวิญญาณของเกาะทะเลพรหม เด็กหนุ่มผมขาวผู้หนึ่งกำลังเอนกายพิงขอบเรืออย่างเงียบสงบ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาและมีเอกลักษณ์ เส้นผมของเขาร่วงหล่นราวกับเส้นไหมสีเงิน ปลิวไสวเบาๆ ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมทะเลรอบกาย

ในเวลานั้นเอง ผู้อาวุโสไห่แห่งเกาะทะเลพรหมก็เดินเข้ามา เอ่ยอย่างสบายอารมณ์ว่า

"ไป๋อู๋หมิง ผู้อาวุโสผู้นี้ได้ละเว้นกฎเกณฑ์เลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นศิษย์สายใน อย่าได้ทำให้ผู้อาวุโสผู้นี้ต้องผิดหวังเล่า"

เมื่อไป๋อู๋หมิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา

"ย่อมไม่ทำให้ท่านผู้อาวุโสต้องผิดหวังอย่างแน่นอนขอรับ"

เรือวิญญาณทุกลำเริ่มแล่นออกไป ทว่ากลับมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน

ส่วนบรรดาอัจฉริยะที่ไม่ถูกเลือก ซึ่งก็คือผู้ฝึกตนอิสระ ในยามนี้ล้วนอยู่บนเรือวิญญาณลำเดียวกัน

สถานที่ที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปก็คือชายแดนของดินแดนฉางหมิง

สำหรับผู้นำของสิบแผ่นดินใหญ่แห่งโลกเบื้องล่าง นอกเหนือจากอิงจุนแล้ว ทั้งหมดล้วนถูกส่งตัวกลับไป

ปัจจุบันอิงจุนอยู่บนเรือวิญญาณของตระกูลเฮ่อเหลียน กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลเฮ่อเหลียน เพียงแต่สถานะของเขานั้นตกต่ำเป็นอย่างมาก

ถึงอย่างไร องครักษ์หรือสาวใช้ของตระกูลเฮ่อเหลียนสักคนก็ล้วนมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเขาทั้งสิ้น

หากไม่ใช่เพราะเขาสร้างความดีความชอบในการนำตัวเสิ่นหวยมาส่งให้แก่ตระกูลเฮ่อเหลียน เกรงว่าเขาคงไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเป็นทาสรับใช้ของตระกูลเฮ่อเหลียนเสียด้วยซ้ำ

ในตอนนั้นเอง เฮ่อเหลียนเวินเม่าก็ได้รับข้อความสื่อสารจากผู้นำตระกูลอีกครั้ง เขารีบรายงานเรื่องที่เสิ่นเยียนปฏิเสธคำเชิญของเขาและเข้าร่วมกับสำนักเฉียนคุนให้ผู้นำตระกูลทราบ

หลังจากกล่าวจบ ภายในใจของเขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจ ผู้นำตระกูลจะรู้สึกว่าเขาทำเรื่องพังพินาศหรือไม่?

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้นำตระกูลก็ส่งข้อความกลับมาอีกครั้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงว่า

"ส่งคนไปจับตาดูนางไว้ อย่าให้นางมุ่งหน้าไปยังเมืองเหิงโจวเด็ดขาด"

เมืองเหิงโจวอย่างนั้นหรือ?

ตระกูลหลักของตระกูลลู่ตั้งอยู่ที่เมืองเหิงโจว และเฮ่อเหลียนซางก็อยู่ที่ตระกูลลู่ด้วยเช่นกัน

เพราะในยามนี้เฮ่อเหลียนซางได้กลายเป็นนายหญิงแห่งตระกูลลู่ไปแล้ว

"ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล!"

เฮ่อเหลียนเวินเม่าตอบกลับอย่างนอบน้อมในทันที ทว่าจู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ ก่อนจะส่งข้อความสื่อสารหาผู้นำตระกูลเฮ่อเหลียนอีกครั้ง

"ท่านผู้นำตระกูล คุณหนูอวี้เจี๋ยก็อยู่ที่สำนักเฉียนคุน เสิ่นเยียนผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับนายน้อยหวยเป็นอย่างมาก หากถึงเวลาที่คุณหนูอวี้เจี๋ยบังเอิญพบกับเสิ่นเยียน แล้วเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไปโดยไม่ทันระวัง เกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลเฮ่อเหลียนของเราและตระกูลลู่ได้นะขอรับ"

ไม่นาน เสียงอันเย็นชาของผู้นำตระกูลเฮ่อเหลียนก็ถูกส่งกลับมา

"ผู้นำตระกูลผู้นี้จะคอยตักเตือนนางเอง"

อวี้เจี๋ย หรือก็คือเฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ย

นางคือหนึ่งในหลานสาวสายเลือดแท้ๆ ของผู้นำตระกูลเฮ่อเหลียน และเป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลเฮ่อเหลียนอีกด้วย

บิดาของนางคือพี่ชายของเฮ่อเหลียนซาง นามว่าเฮ่อเหลียนจิ๋น

เฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ยเป็นศิษย์สืบทอดของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเฉียนคุน นางมีพรสวรรค์โดดเด่นเหนือธรรมดา ความแข็งแกร่งของนางนับว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของบรรดาศิษย์แห่งสำนักเฉียนคุน และปีนี้นางอายุยี่สิบสามปี

และในอีกด้านหนึ่ง

บนเรือวิญญาณของสำนักเฉียนคุน

ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนมองดูอัจฉริยะทั้งสิบแปดคนที่เขาดึงตัวมาได้ พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจเป็นที่สุด ในระหว่างที่เรือวิญญาณกำลังแล่นไป เขาก็กวักมือเรียกพวกเขา

"เข้ามานี่สิ ผู้อาวุโสผู้นี้มีเรื่องจะพูดด้วย"

คนทั้งสิบแปดเดินเข้ามาเบื้องหน้าผู้อาวุโสฉี

ผู้อาวุโสฉีกล่าวอย่างเป็นกันเอง

"นั่งลงกันให้หมดเถอะ"

มีอัจฉริยะบางคนดูลังเลเล็กน้อย เพราะที่นี่มีเก้าอี้เสียที่ไหนกัน หรือว่าพวกเขาต้องนั่งลงบนดาดฟ้าเรืออย่างนั้นหรือ?

ทว่าเด็กหนุ่มผมแดงผู้นั้นกลับทิ้งตัวลงนั่งไวที่สุด หลังจากนั่งลงแล้วเขายังยื่นมือไปกระตุกแขนของเสิ่นเยียน

"เร็ว นั่งลงๆ!"

เสิ่นเยียนไม่ได้รักความสะอาดจนเกินพอดี นางจึงนั่งลงโดยตรง

บรรดาสหายกลุ่มอสูรล้วนทิ้งตัวลงนั่งเช่นกัน

เมื่ออัจฉริยะที่เหลือเห็นเช่นนั้น ต่างก็นั่งขัดสมาธิลงบนดาดฟ้าเรือ

ผู้อาวุโสฉีกล่าวขึ้น

"พวกเจ้าเพิ่งมาถึงดินแดนฉางหมิงเป็นครั้งแรก ย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่เข้าใจ วันนี้ผู้อาวุโสผู้นี้จะอธิบายให้พวกเจ้าฟัง"

"ในบรรดาพวกเจ้า มีเพียงเผยซู่ เซียวเจ๋อชวน และฉือเยว่ทั้งสามคนที่ทะลวงผ่านเข้าสู่เขตแดนชุ่ยหยวน พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหนือกว่าเขตแดนชุ่ยหยวนขึ้นไป ยังมีระดับการบำเพ็ญเพียรใดอีก?"

เขาถามเองตอบเองเสร็จสรรพ

"ขอบเขตระดับพลังที่ยิ่งใหญ่ในดินแดนฉางหมิงแบ่งออกเป็นเขตแดนชุ่ยหยวน เขตแดนจวี้หยวน เขตแดนเจินหลิง และเขตแดนตี้หลิง! ในแต่ละขอบเขตระดับพลังจะแบ่งย่อยออกเป็นขั้นหนึ่งถึงขั้นสิบ"

"ในดินแดนฉางหมิง ระดับพลังของผู้ฝึกตนทั่วไปมักจะกระจุกตัวอยู่ที่เขตแดนชุ่ยหยวนและเขตแดนจวี้หยวน ผู้ฝึกตนที่สามารถบรรลุถึงเขตแดนเจินหลิงได้นั้น นับว่าเป็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งแล้ว"

จูเก่อโย่วหลินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ผู้อาวุโสฉี ตอนนี้ท่านอยู่ระดับใดหรือขอรับ?"

"เขตแดนตี้หลิง"

"ว้าว!"

จูเก่อโย่วหลินร้องอุทานด้วยความทึ่ง

ท่าทางตกตะลึงของเขาทำให้ผู้อาวุโสฉีรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขากระแอมไอเบาๆ สองสามครั้งแล้วกล่าวต่อ

"พูดเรื่องระดับพลังจบแล้ว เช่นนั้นก็มาพูดถึงเรื่องของสำนักเฉียนคุนกันบ้าง สำนักเฉียนคุนตั้งอยู่ในแดนไท่ซุ่ยแห่งดินแดนฉางหมิง ในบรรดาขุมกำลังมากมายของดินแดนฉางหมิง สำนักของเราถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับแรก"

"สิบอันดับแรกหรือ? เช่นนั้นอยู่อันดับที่เท่าใดกันหรือขอรับ?"

เวินอวี้ชูเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

ผู้อาวุโสฉีตอบกลับอย่างภาคภูมิใจ

"อันดับที่เก้า"

เซียวเจ๋อชวนเอ่ยถามขึ้น

"เช่นนั้นสิบอันดับแรกมีขุมกำลังใดบ้างหรือขอรับ?"

ผู้อาวุโสฉีตอบ

"สำนักจี๋เต้าเป็นอันดับหนึ่ง ตำหนักเฉิงอวิ๋นอันดับสอง ตระกูลลู่แห่งเมืองเหิงโจวอันดับสาม ตระกูลฮู่แห่งเมืองไป๋เฟิ่งอันดับสี่ เขาไท่ชูอันดับห้า ตระกูลเฮ่อเหลียนอันดับหก สำนักสือฟางอันดับเจ็ด เกาะทะเลพรหมอันดับแปด สำนักเฉียนคุนอันดับเก้า และตระกูลตงฟางแห่งฮั่นตูเป็นอันดับสิบ"

เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น ทุกคนต่างก็เงียบกริบ

ที่แท้สำนักเฉียนคุนก็เป็นขุมกำลังที่อยู่ในอันดับรองสุดท้ายจากบรรดาขุมกำลังที่เพิ่งจะดึงตัวศิษย์ไปเมื่อครู่นี้นี่เอง

"พวกเจ้าทำสีหน้าอันใดกัน?"

ผู้อาวุโสฉีถลึงตาใส่พวกเขาแล้วพูดขึ้น

จูเก่อโย่วหลินรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมจริงจังในทันที

"ไม่มีสีหน้าของความเสียใจภายหลังเลยขอรับ"

ใบหน้าของผู้อาวุโสฉีพลันมืดทะมึน "..." คำพูดเช่นนี้มันต่างอะไรกับการกินปูนร้อนท้องเล่า?

ผู้อาวุโสฉีเอามือไพล่หลัง ยืนตัวตรง สีหน้าเคร่งขรึมลึกล้ำ

"แต่ก่อนสำนักเฉียนคุนของเราก็เคยอยู่ในอันดับที่หนึ่งมาแล้วนะ!"

จบบทที่ ตอนที่ 469 สิบอันดับแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว